เป็นราษฏรไทย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้ แต่ทำไงได้ บางทีมันก็ไม่รู้จริง ๆ นี่หว่า

กล้า สมุทวณิช นักเขียน คอลัมนิสต์ นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ จะจับเอาความไม่รู้กฎหมายเป็นตัวตั้ง และอธิบายมันด้วยภาษาและตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อความเข้าใจที่ไม่ดรามา

วันนี้มาเล่าความแตกต่างของการผิดสัญญาทางแพ่ง กลฉ้อฉล กับการฉ้อโกงในทางอาญา

สรุป

การผิดสัญญา หรือแม้แต่กลฉ้อฉลในทางแพ่งนั้น ฝ่ายที่ไม่ชำระหนี้หรือฉ้อฉลนั้น มีเจตนาทำสัญญาตั้งแต่ต้น แต่ไม่ปฏิบัติตามสัญญานั้น อาจจะเพราะมีข้อขัดข้องบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนั้น (เช่น เงินช็อต) หรือกลฉ้อฉล คือ มีการหลอกลวงจริง แต่เป็นการหลอกลวงเพื่อให้ทำสัญญากัน แต่เขาก็มุ่งผูกพันตามสัญญานั้น

แต่ถ้ากรณีของการฉ้อโกงนั้น การทำสัญญานั้นเป็นเพียงการ “หลอกให้ส่งเงิน ทรัพย์สิน หรือเพื่อให้ประโยชน์ทางทรัพย์สินบางอย่าง” แต่ไม่มุ่งที่จะให้มีสัญญาตั้งแต่ต้น ไม่ได้มุ่งจะปฏิบัติตามหรือชำระหนี้เลย

ซึ่งศาลจะมองว่า ฝ่ายที่มีปัญหานั้น ได้มีข้อเท็จจริงว่าจะทำตามสัญญาบ้างหรือไม่ หรือในขณะที่ทำสัญญานั้น สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้จริงหรือน่าจะปฏิบัติได้หรือไม่

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดำเนินรายการโดย กล้า สมุทวณิช นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญชำนาญการ นบ. นม. (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เนติบัณฑิตไทย อดีตนักเรียนทุนปริญญาเอกรัฐบาลฝรั่งเศส (BGF) และประกาศนียบัตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองที่ กศป. รับรอง

ติดตามได้ที่ www.facebook.com/lawsyounoknow/