จากคนธรรมดาสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือน วิทยากร ที่ปรึกษา นักเขียน อยากจะแบ่งปันข้อคิด ประสบการณ์ทั้งเรื่องการพัฒนาตัวเอง การบริหารงาน การบริหารคนให้คนอื่นๆได้เรียนลัด เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละคนแต่ละองค์กร
หากเราช่วยเหลือใครไปแล้ว เขาไม่รู้บุญคุณ เขาไม่มีสัจจะ เขาไม่ทุกข์จริง ถ้าเรามารู้ภายหลังแล้วเราทุกข์ เราควรจะทำอย่างไรดี
หากผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากเด็กมากขึ้น อาจจะทำให้รู้ว่ามีหลายเรื่องที่เราสอนตามความเชื่อ ประสบการณ์เดิมในอดีต ซึ่งอาจจะใช้ไม่ได้กับโลกของเด็กรุ่นใหม่ก็ได้ อย่าลืมว่าเด็กรุ่นใหม่เกิดมาพร้อมกับโลกของข้อมูลข่าวสาร ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความเชื่อแบบเดิมๆ
ถ้าตอบโจทย์ตอบคำถามของผู้ถือหุ้น บอร์ดบริหาร ซีอีโอ และทุกคนในองค์กรได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องมือการบริหารผลงานยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง
จุดเด่นของระบบ OKRs อย่างหนึ่งคือการกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย(Stretch Goal)ก่อนนำมาใช้ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ มิฉะนั้น อาจจะใช้แล้วไม่ได้ผลตามที่ควรจะเป็นก็ได้
องค์กรไหนอยากจะนำเอา OKRs ไปใช้แทน MBO BSC KPI ลองฟังดูนะครับว่า OKRs ดีตรงไหน อย่างไรบ้าง
ทำไมชีวิตจึงหลงทาง ก็เพราะว่าเรากำหนดทิศทางผิดหรือลืมกำหนดทิศทางตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง พอไปถึงระหว่างทางนึกได้ว่าจะไปอีกทิศทางหนึ่ง ต้องเสียเวลาย้อนกลับหรือวนไปกว่าจะเจอทิศทางที่ใช่เสียเวลาไปค่อนชีวิต
ทำอย่างไรจึงจะกำหนดเป้าหมายชีวิตให้ชัดและสำเร็จชัวร์ๆ ไม่ต้องเหนื่อยกับการทำสิ่งที่ไม่ใช่หรือใช่แต่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริงๆ
ขอบคุณคุณปาล์มที่แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับจากกระบวนการคั่วคนและนำไปสู่การพัฒนาชีวิตให้ออกจาก Comfort Zone สู่โซนแห่งการพัฒนาสู่ความสำเร็จ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ยั่งยืนกว่า
ทุกเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารผลงาน เป็นเครื่องมือที่มีทั้งจุดเหมือนและจุดต่างกัน ไม่มีเครื่องมือไหนดีที่สุดสำหรับทุกยุคทุกสมัยและทุกองค์กร องค์กรจะใช้เครื่องมือไหนก็ให้พิจารณาให้เหมาะสมและตอบโจทย์องค์กรมากกว่า