ของที่หยิบมาพูดถึงในวันนี้เป็นขนมเค้กชื่อว่า “บัทเทนแบร์ก” มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ข้างในมีเนื้อเค้กสีชมพูสลับเหลือง 

ที่มีหน้าตาธรรมดาๆ และหาซื้อได้ไม่ยากแต่กลับมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง

ประเทศเยอรมันและอังกฤษและการถือกำเนิดขึ้นของราชวงศ์วินเซอร์

.

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์อังกฤษและเยอรมันมีความผูกพันธ์กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยพระเจ้าจอร์จที่ 1

กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ฮาโนเวอร์ซึ่งเป็นเจ้าชายเยอรมันเต็มตัว ที่พูดภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้กว่าจะมีกษัตริย์ที่พูดอังกฤษได้ก็

ปาเข้าไปจนไปถึงยุคสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ 3 ซึ่งภายหลังหลานสาวของพระเจ้าจอร์จที่ 3 ก็ได้แต่งงานกับเจ้าชายอัลเบิร์ต

จากราชวงศ์ซัคเซิน-โคบวร์คและโกทาแห่งเยอรมันนีที่ภายหลังต้องเปลี่ยนจากชื่อซัคเซิน-โคบวร์คและโกทามาเป็นชื่ออังกฤษแท้อย่าง “วินด์เซอร์”

เพราะกระแสต่อต้านราชวงศ์ที่รุนแรงในช่วงสงครามโลกที่อังกฤษประกาศสงครามกับเยอรมันจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจต่อราชวงศ์สายเลือดเยอรมัน

.

เกี่ยวกับเค้กยังไงก็เพราะว่าเค้กนี้ถูกทำขึ้นมาในงานแต่งของเจ้าชายสายเลือดเยอรมันตระกูลหนึ่งชื่อว่า “บัทเทนแบร์ก” ซึ่งเป็นตระกูลที่มีความสัมพันธ์

กับกองกิจการราชนวีอังกฤษ และโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเหมือนกันในช่วงสงครามโลกจนทำให้ต้องยุติหน้าที่ต่อกองทัพเรือหลังสงคราม

เริ่มต้นเพียงสามเดือนเท่านั้นด้วยเหตุการณ์แบบนี้เองจึงทำให้เกิดกระแสสังคมแบบใหม่ที่ตั้งคำถามถึงความมั่นคงของการปกครองโดยกษัตริย์ 

ซึ่งถูกนิยมว่าเป็น ‘คนนอก’ 

.

เลยมีคำกล่าวน่าสนใจพูดถึงการอยู่รอดของราชวงศ์อังกฤษผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โดยบอกว่าราชวงศ์อังกฤษไม่ได้รอดพ้นไฟแห่งการปฏิวัติ 

เพียงเพราะเป็นฝ่ายชนะสงคราม แต่มาจากความจริงที่สถาบันกษัตริย์ชิงปฏิรูปตัวเองเสียก่อน จนสามารถอยู่รอดในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แตกหัก ดังนั้นเค้กชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนประวัติศาสตร์แสนกระอักกระอ่วนของทั้งสองชาติ ที่เล่าถึงการปฏิเสธความเป็นเยอรมันเพื่อหันเข้าสู่ความเป็นอังกฤษ

รายละเอียดต่างๆ และเรื่องราวจะเป็นอย่างไร เตย - มนสิชา และ ยุ้ย กนกพรรณ จะมาเล่าให้ฟังใน อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 30