เมื่อพูดถึง "อัจฉริยะ" หลายคนคงนึกถึงคนเก่งชนิดหนึ่งในล้าน คนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ คนที่ไม่มีทางสร้างขึ้นมาได้...
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเช่นนั้น... คุณกำลังคิดผิดถนัด!
"แดเนียล คอยล์" นักเขียนชื่อดัง ได้ออกเดินทางสำรวจความลับเบื้องหลังอัจฉริยะในหลากหลายวงการ ตั้งแต่ดนตรี ศิลปะ กีฬา วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงธุรกิจ และพบว่ามันไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์หรือพันธุกรรม แต่เป็นผลลัพธ์จากปัจจัยเพียง 3 อย่าง ที่ประกอบขึ้นเป็น "สูตรสำเร็จ" สำหรับปั้นคนเก่งระดับโลกต่างหาก ซึ่งถ้าทำได้ตามนั้น ไม่ว่าใครก็กลายเป็นอัจฉริยะได้ หลังจากอ่านจบ คุณจะพบว่า "กุญแจ" ที่บรรดาอัจฉริยะ ใช้ไขประตูไปสู่ความยิ่งใหญ่นั้น แท้จริงแล้วอยู่ในมือคุณมาตลอด
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "100 นิสัยไม่เป็นคนหัวร้อน" ที่รวบรวมเทคนิคง่ายๆที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นอารมณ์ดี ไม่หัวร้อนง่ายๆ ในทุกๆวัน
เทคนิคจิตวิทยา จัดการอารมณ์ ที่จะช่วยให้ชีวิต เบาสบายเหมือนปุยเมฆเวลาโกรธทีไร ชอบหัวร้อนจนเผลอทำนิสัยไม่น่ารัก พอเย็นลงก็คิดได้ และมานั่งเสียใจภายหลัง ...ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย... หยุดบั่นทอนกายใจของทั้งตัวเองและคนอื่น แล้วหันมาใช้เทคนิคง่าย ๆ ที่มีให้เลือกกว่า 100 ข้อแค่ทำตามนี้เราจะหายเป็นคนหัวร้อน และกลายเป็นคนอารมณ์ดีได้ในทุก ๆ วัน
เพราะชีวิตคือการสะสมรอยแผลและรอยยิ้ม เพื่อกลายเป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุด... "ทั้งชีวิตคือบทเรียน" ผลงาน "อัตชีวประวัติ" ลำดับสำคัญจาก "นิ้วกลม" จะพาคุณดำดิ่งลงไปสำรวจเส้นทางชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงก้าวย่างของวัยกลางคน หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกความทรงจำ แต่คือการกะเทาะเปลือกของ "การเติบโต" ผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วย "ความสำเร็จและความล้มเหลว" เพื่อให้เราได้เห็นว่าทุกย่างก้าวที่ผ่านมานั้น หล่อหลอมตัวตนของเราให้งดงามเพียงใด
หลายคนแม้พักผ่อน ออกกำลังกาย และเลือกกินอาหารอย่างดีแล้ว แต่กลับอ่อนล้าและง่วงทุกบ่ายโดยไม่รู้สาเหตุ
ซาโตรุ ยามาดะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวาน พบว่าอาการนี้เกิดกับคนที่ดูแข็งแรงจำนวนมาก เขาเรียกว่า “อ่อนล้าจากคาร์โบไฮเดรต” ซึ่งเป็นโดมิโนสุขภาพตัวแรกที่ค่อยๆ บั่นทอนร่างกายของเรา และจากการศึกษามาอย่างยาวนาน เขาค้นพบเคล็ดการกินที่ง่าย อร่อย และไม่กดดันตัวเอง อีกทั้งเมื่อทำได้อย่างต่อเนื่อง พลัง ความสดชื่น และประสิทธิภาพการทำงานจะค่อยๆ กลับมาอย่างยั่งยืน
มาชวนกันคิด หลายชั้นไปพร้อมๆกันใน EP นี้ครับ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น“, "เมื่อตั้งเป้าหมาย แล้วจะพบความสำเร็จ“, "เรียนให้เก่ง ทำงานให้มั่นคง แล้วจะสบาย" เราได้ยินคำแนะนำเหล่านี้กันบ่อย ๆ แต่หลายครั้งก็นำไปปรับใช้ไม่ถูกวิธี หรือตีความผิด ๆ จึงไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ แถมยังอาจต่อต้านการรับฟังคำแนะนำดี ๆ จากคนอื่น หรือแอนตี้หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่มักเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้เป็นประจำ แต่ศาสตราจารย์ ดร.นภดล ร่มโพธิ์ จะพาคุณใคร่ครวญถึงคำแนะนำเหล่านี้ให้รอบด้าน เพื่อคุณจะกลายเป็นคนที่ Input อย่างมีหลักการ ดึงสาระสำคัญมาใช้ให้ถูกต้อง และนำไปสู่จุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ
ทำไมเงินถึงกลายเป็นภาระทางใจ คนสวิตเซอร์แลนด์สอนเรื่องเงินให้ลูกอย่างไร และอะไรคือสูตรทางความสุข 5 ข้อที่เงินซื้อไม่ได้ มาร่วมกันหาคำตอบไปพร้อมๆกันครับกับหนังสือ The Wealth Architect
สถาปนิกการเงินที่ไปไกลเกินกว่าคำว่ารวย แต่คือการสร้างชีวิตที่คุณมีสิทธิ์เลือกอย่างแท้จริง เพราะความมั่งคั่งคือศิลปะ และคุณคือศิลปินผู้ลงมือออกแบบ มันเริ่มต้นที่วิชาความสุข... และอาจจบลงที่การเข้าใจความตาย Annabel - Your Wealth Architect จะทำให้คุณเห็นว่า "เงิน" คือเชื้อเพลิง ไม่ใช่เจ้านาย เลิกวิ่งไล่ล่าตัวเลขที่ไม่มีวันพอ แล้วหันมาสร้าง "ความพอ" ที่ควบคุมได้ หนังสือเล่มนี้จะช่วยเปลี่ยนจากคนที่ทำงานให้เงิน กลายเป็นคนที่ให้เงินรับใช้ความฝัน 50 บทเรียนที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ที่คม แกร่ง และนิ่งกว่าเดิม เพราะการออกแบบชีวิตที่สมบูรณ์แบบ... เริ่มต้นที่การตัดสินใจอ่านหนังสือเล่มนี้
EP นี้ผมจะมาชวนทุกคนคุยกันต่อกับหนังสือที่พูดถึงการทำอะไรหลายๆอย่าง ที่ล้วนเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน นั่นคือ "ความสุข"
- ลองอยู่กับตัวเองบ้าง
- การมองหาความสุขเล็กๆในชีวิต
- หาสิ่งที่ให้ความสุขได้ต่อเนื่อง
- ทำอย่างไรให้มีความสุขภายในสถานการณ์ที่แย่
ทุกอย่างเริ่มต้นจากความสุข
หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนชวนให้ค่อยๆ มองชีวิตในแง่มุมที่ไม่ต้องเร่งรีบ และทำให้รู้สึกขอบคุณกับความปกติธรรมดาที่เรามีอยู่
เราไม่ต้องรอให้ชีวิตดีพร้อมถึงจะมีความสุขก็ได้
เพราะบางที... ความสุขก็เริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด และที่สำคัญมันคือความดีใจ... ที่สิ่งไม่ดียังไม่เกิดขึ้น
ก็แค่นั้นเอง
คุณเคยสงสัยใหม่ว่า...ทำไมบางคนถึงมีสุขภาพดี อายุยืน และยังคงแข็งแรงได้แม้ในวัยชรา ถ้ายังไม่แน่ใจในคำตอบ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปพบกับ"ความลับ"ที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้อยู่ในอาหารเสริมราคาแพงโปรแกรมสุขภาพสุดล้ำ หรือวิธีลัดใด ๆ แต่มันซ่อนซ่อนอยู่ใน "นิสัยเล็ก ๆ น้อยๆ" ที่เราเริ่มทำได้ทันที
เนื้อหาในเล่มไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจชั่ววูบ หรือ มุมมองส่วนตัวของผู้เขียน แต่เป็นผลลัพธ์จากหนึ่งในงานวิจัย เชิงระบาดวิทยา (Epidemiology) ที่ยาวนานที่สุดจากการ ติดตามชีวิตของผู้คนในญี่ปุ่นกว่า 10,000 คน เป็นเวลากว่า 60 ปี เพื่อไขความลับที่ว่า..."อะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนเรามีสุขภาพดี และมีอายุยืนไปพร้อมๆ กัน"
ดร.โอฮิระ เท็ตสึยะ แพทย์ด้านระบาดวิทยา ได้ทุ่มเท เวลาทั้งชีวิตให้กับการศึกษาข้อมูลเชิงลึกจากผู้คนทั่วญี่ปุ่น เพื่อแยกแยะว่า อะไรคือ "พฤติกรรมที่ส่งผลดีในระยะยาว" และอะไรคือ "ความเชื่อที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ" สู่ผลลัพธ์ที่เรามองข้ามอย่าง "กิจวัตรประจำวัน" ซึ่ง ไม่เพียงช่วยยึดอายุชัย แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
คู่มือลดน้ำหนักเล่มสุดท้ายในชีวิตที่แพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นแนะนำให้คุณอ่าน ทำไมรู้สึกอยากกินของหวาน... ทำไมถึงชอบกินตอนดึกทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำให้อ้วน...ทำไมวิธีที่เคยได้ผลถึงช่วยให้ผอมลงไม่ได้แล้ว...ทำไมการลุกไปออกกำลังกายถึงเป็นเรื่องยากเหลือเกิน...
เพราะจิตใจอ่อนแอ? หรือเพราะไม่มีความตั้งใจ?สาเหตุที่คุณไม่ผอมสักทีนั้นอยู่ที่สมองจอมอ้วน
เวลาที่รู้สึกว่า “อยากกินของหวานจัง” สมองของเราทำงานอย่างไรการเข้าใจเรื่องนี้คือทางลัดสู่การลดน้ำหนักนี่คือคู่มือลดน้ำหนักเล่มสุดท้ายที่อยากให้คุณอ่านเทคนิคง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งช่วยให้ผู้คนกว่า 100,000 คนลดน้ำหนักได้สำเร็จมาหลุดพ้นจากเจ้าสมองจอมอ้วนและ “ผอมลงแบบสบาย ๆ” กันเถอะ!
หนังสือเล่มนี้พาผู้อ่านไปรู้จักการนอนหลับตั้งแต่พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ กลไกของสมอง ฮอร์โมน และนาฬิกาชีวิต ไปจนถึงผลเสียของการอดนอนที่ส่งผลต่ออารมณ์ น้ำหนักตัว ภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมให้หลับลึก ตื่นสดชื่น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดยอธิบายเรื่องการนอนหลับด้วยหลักวิทยาศาสตร์ และนำเสนอแนวคิด “90 นาทีทอง” ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
ใน EP ที่แล้วเราพูดถึงการทำงานของส่วนต่างๆของสมองทั้ง 8 ส่วนกันไปแล้ว
EP นี้ผมจะมาเล่าถึง เทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้เราใช้งานสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
- การเรียนเรื่องใหม่ๆ ให้สร้างความคุ้นเคย 75 ชั่วโมง
- การเรียนรู้และเชื่อมโยงสมองส่วนต่างๆ โดยการส่งข้อมูลออก
- คุณถนัดรับข้อมูลเข้าสมองด้วยการฟัง หรือการดู
- สร้างเส้นตาย ให้สมอง
พออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกว่าความจำแย่ลง คิดก็ช้า เรียนอะไรก็ไม่ค่อยเข้าหัว สมองท่าจะไม่ไหวแล้ว... แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด ความจริงแล้วสมองคนเรา จะทำงานได้ดีที่สุดหลังอายุ 30 ต่างหาก! ที่มีปัญหาเพราะโครงสร้างสมองเปลี่ยนไปตามอายุ แต่เรายังคงใช้สมองด้วย “วิธีเดิม ๆ” อยู่ พบกับวิธีใช้สมองสำหรับคนอายุ 30+ ด้วยสุดยอดเทคนิคตามหลักประสาทวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ไปตลอดชีวิต!
หากคุณพยายามจดจำเรื่องสำคัญ แต่กลับเลือนรางจางหาย เคยปิ๊งไอเดีย เจอคำคม พบความรู้ทรงคุณค่า แต่ดันอันตรธานก่อนจะได้นำไปใช้จริง หรือความคิดติดขัดผลิตงานไม่ออก เพราะพื้นที่สมองมีแต่ข้าวของกองระเกะระกะ คุณอาจกำลังต้องการ "สมองที่สอง"
ติอาโก ฟอร์เต้ ผู้คิดค้นระบบสมองที่สอง จะสอนคุณสร้างระบบซึ่งช่วยจัดการข้อมูลมหาศาลทุกรูปแบบให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้อันทรงประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือสี่ขั้นตอนที่ชื่อว่า CODE
พลังแห่งสมองที่สองจะช่วยจัดระเบียบชีวิตให้เป็นอย่างใจฝัน เคลียร์พื้นที่ในหัวให้ปลอดภาระอันหนักอึ้ง เพื่อเปิดโอกาสให้สมองคุณได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ที่มีเพียงคุณเท่านั้นที่ทำได้
โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยโรคติดเชื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อีโบลา ไข้หวัดนก ไข้ซิกา ซาร์ส หรือหัดเยอรมันที่พบบ่อยในญี่ปุ่น มันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยแม้แต่น้อย การเรียนรู้วิธีรับมือกับโรคติดเชื้อน่าจะเป็นเรื่องที่คนสวนใหญ่ควรให้ความสนใจ และก็เพราะเหตุนี้ "วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง" ซึ่งจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง!
และนี่เป็นครั้งแรกที่หนังสือ "การทำความสะอาดบ้าน" ถูกอธิบายด้วย "วิทยาศาสตร์" พร้อมทั้งแนะนำวิธีการที่ถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอน และได้ผลจริง ไม่ว่าจะเป็น ผ้าขี้ริ้วห้ามเปียก อย่าใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในฤดูฝน ทำไมถึงไม่ควรทำความสะอาดแบบถูไปถูมา จงกวาดพื้นจากกลางห้องไปมุมห้อง ไม่ใช่ในทางตรงกันข้าม "ตำแหน่งวางเฟอร์นิเจอร์" คือจุดเริ่มต้นของบ้านที่ดีต่อสุขภาพ ไอเทมทำความสะอาด 100 เยนสำหรับคนที่ไม่มีเวลา และอีกมากมาย เพื่อให้บ้านคุณน่าอยู่ และส่งผลดีต่อคนในครอบครัวไปตลอดชีวิต
เคยรู้สึกไหมว่า…
เราพยายามใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว
แต่บางคนกลับดูเหมือนประสบความสำเร็จได้มากกว่า
ทั้งที่ไม่ได้ดูเหนื่อยกว่าเราเลย
หนังสือเล่มนี้บอกว่า ความต่างนั้น
ไม่ได้อยู่ที่ความเก่ง
แต่อยู่ที่ วิธีคิด วิธีเลือก และวิธีใช้ชีวิต
ใน Podcast ตอนนี้
ผมจะพาคุณไปพบกับหนังสือ
The Life Intelligence ฉลาดใช้ชีวิตแบบคน 1%
หนังสือที่รวบรวมวิธีคิดของคนส่วนน้อย
ที่โฟกัสสิ่งสำคัญ ตัดสิ่งไม่จำเป็น
และค่อย ๆ ออกแบบชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตให้ฉลาดขึ้น โดยไม่ต้องฝืนตัวเอง
ตอนนี้คือคำตอบครับ
"The Life Intelligence ฉลาดใช้ชีวิตแบบคน 1%" คือหนังสือที่รวบรวม 50 วิธีคิดของคน 1% ที่ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ LIFE, PRODUCTIVITY, HEALTH, WEALTH และ HAPPINESS ซึ่งสามารถนำไป
ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการพูดให้คนอยากฟัง เทคนิคการจัดการเวลา ไปจนถึงเคล็ดลับดูแลสุขภาพ การเงิน และจิตใจ หนังสือยังมาพร้อมกับ Reflection Zone, YOUR LIFE INTELLIGENCE BOARD และ 50 HACKS CHECKLIST เพื่อให้ผู้อ่านได้ทบทวนตัวเองและปรับใช้ได้ทันที หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนตัวเองแบบหักโหม แต่ชวนให้ค่อย ๆ มองชีวิตใหม่ผ่านวิธีคิดที่เรียบง่าย ไม่ต้องใช้วินัยเยอะ ไม่ต้องพยายามเหนื่อยเพิ่ม เพราะคน 1% ไม่ได้ชนะเพราะเก่งกว่าเสมอไป แต่เพราะรู้ว่า "อะไรคือสิ่งที่สำคัญ" หนังสือจึงเหมาะสำหรับทุกคนที่อยากยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นแบบไม่ต้องฝืนตนเองเกินไป ไม่ว่าคุณจะกำลังหาทางใช้ชีวิตให้สมดุลขึ้น มีความสุขมากขึ้น หรือทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หนังสือเล่มนี้จะเป็นเครื่องมือที่ดีในการเริ่มต้น โดยเนื้อหาถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเป็นระบบ พร้อมมอบแรงบันดาลใจให้คุณค่อย ๆ พัฒนาชีวิตให้ฉลาดขึ้นทุกวัน ไม่ใช่แค่เพื่อเป็น 1% ของโลก แต่เพื่อเป็น "1% ที่ดีขึ้น" ในแบบของตัวคุณเอง
หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับ กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อสุขภาพและบุคลิกภาพของเรา และอธิบายถึงผลกระทบของพฤติกรรมต่างๆ เช่น การนั่งผิดท่า การก้มหน้า หลังค่อม การใช้สมาร์ตโฟน ท่ายืนเดินที่ไม่เหมาะสม แสดงให้เห็นว่าอาการปวดหลัง ปวดไหล่ หรือแม้แต่การมีพุง อาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อแกนกลางที่อ่อนแรง พร้อมวิธีการแก้ไขปรับให้บุคลิกดีขึ้น มีการอธิบายประโยชน์ของกล้ามเนื้อที่ใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้น หนังสือเสนอวิธีแก้ไขที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง เทคนิคการนั่งและยืนที่ถูกต้อง รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ
หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ เริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานเกี่ยวกับโรค ทั้งสาเหตุการเกิด รวมถึงชนิดของโรคอัลไซเมอร์ จากนั้นจึงเข้าสู่ 33 วิธีดูแลสุขภาพองค์รวมทุกด้านเพื่อป้องกันไปจนถึงชะลอการดำเนินของโรคอัลไซเมอร์ โดยเน้นวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารและการกิน การดำเนินชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการเข้าสังคม ปิดท้ายด้วยคำถามพร้อมคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ เช่น ความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม วิธีกระตุ้นการทำงานของสมอง เคล็ดลับดูแลสุขภาพสมอง เคล็ดลับการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ซึ่งหากปฏิบัติตาม 33 วิธีนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะไม่ต้องสูญเสียช่วงเวลาหลายสิบปีข้างหน้าไปอย่างสูญเปล่า
ขนมปังนุ่มฟู ไอศกรีมหวานละมุนซีเรียลกรุบกรอบ ข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อสารพัดความอร่อยที่หากินได้อย่างง่ายดายนั้นคุณอาจไม่รู้ตัวว่า ทุกครั้งที่หยิบมันเข้าปากคุณกำลังตกอยู่ในกับดักอันตราย...อาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมีและน้ำตาลปริมาณมหาศาลกำลังหลอกล่อคุณให้ "เสพติด" จนหยุดกินไม่ไม่ได้ทั้งยังเป็นตัวการสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดอีกด้วยหนังสือเล่มนี้จะพาคณไปไขปริศนาเบื้องหลังความน่าอร่อยของอาหารแปรรูปสูง (ultra-processed food)ที่พบเห็นอยู่มากมายในชีวิตประจำวันมันผ่านอะไรมาบ้าง...ทำไมเราถึงอยากกินและหยุดกินมันไม่ได้...และทำอย่างไรไมให้ตกเป็น "เหยื่อ" ของมันอีกต่อไป...
อาหารช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้จริงไหม? นมพร่องมันเนยดีกว่านมไขมันเต็มหรือไม่?สารให้ความหวานแทนน้ำตาลคือทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแน่หรือ?และเหตุใดจุลชีพลำไส้จึงสำคัญกว่าสารต้านอนุมูลอิสระ?“วันนี้กินอะไรดี” คือประโยคที่เราพูดกันจนติดปาก
กินอะไรอาจตอบได้ไม่ยาก แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ กินอะไรจึงจะ “ดี”?
ทิม สเปกเตอร์ แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากคิงส์คอลเลจลอนดอน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโภชนาการส่วนบุคคล ZOE ชวนตอบคำถามนี้ผ่านแว่นตาวิทยาศาสตร์อาหารที่มีหลักฐานงานวิจัยรองรับ เจาะลึกวิถีการกินแนวใหม่ที่ช่วยให้เรา กินดี-กินเป็น-กิน
อร่อย ในแบบที่เหมาะกับตัวเอง ?
กินดี - กินอย่างไรให้ดีต่อเราและดีต่อโลก ทลายมายาคติเรื่องแคลอรี ไขมัน หรือวิตามิน หลีกเลี่ยงพิษร้ายของอาหารแปรรูปสูง และตระหนักรู้ผลกระทบจากอาหารต่อสิ่งแวดล้อม ?
กินเป็น - ปรุงอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด เข้าใจความซับซ้อนของอาหาร และการตอบสนองเฉพาะตัวของแต่ละคน พร้อมเทคนิครู้ทันกลยุทธ์การตลาดและฉลากหลอกลวงผู้บริโภค?
กินอร่อย - สอดแทรกความรู้รอบครัวและเกร็ดชวนหิวรอบจาน ทั้งวิธีดองผักเองแบบง่ายๆ เคล็ดลับการเลือกขนมปังหอมกรุ่น กลเม็ดชูรสชาติและเติมสารอาหารผ่านเครื่องเทศและสมุนไพร ฯลฯครั้งต่อไปที่คุณนึกสงสัยว่า “วันนี้กินอะไรดี” ลองปรึกษา คู่
มือนักกินสามัญประจำบ้าน เล่มนี้เพื่อให้คำตอบที่ได้เป็นอาหารที่ “ดี” ต่อชีวิตของคุณและโลกใบนี้อย่างแท้จริง
ใน EP นี้ ผมจะพาคุณผู้ฟังไปพบกับเรื่องราวชีวิตของ ผู้ก่อตั้ง KFC ผู้พันแซนเดอร์ ผู้ที่ผ่านชีวิตอันยากลำบาก กว่าที่จะประสบความสำเร็จในตอนที่อายุมากแล้ว ด้วยความเป็นคนไม่ยอมแพ้ เขาผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง ไปฟังกันได้เลยครับ
แค่รู้ประวัติศาสตร์ ก็หายขาดจากความกลุ้มใจได้แล้ว ไม่พอใจกับชีวิตตอนนี้ จมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต เหนื่อยที่ต้องแบกรับความกดดันไว้มากเกินไป รู้สึกแย่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่น สารพัดเรื่องกลุ้มใจที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ใจ ทำอย่างไรก็ไม่หายไปซะที... แต่คุณเคยคิดบ้างไหม เรื่องเหล่านั้นน่ะ...เคยมีคนเจอก่อนคุณมาเป็นพันปีแล้ว ตั้งแต่พระเยซู ขงจื๊อ บูเช็กเทียน อริสโตเติล ไปจนถึงสิทธัตถะ ลองมาอ่านประวัติศาสตร์ในแง่มุมสนุกๆ ค้นพบคำแนะนำดีๆ ที่ช่วยให้คุณหายคิดมาก ผ่านเรื่องราวและบทเรียนจากบุคคลสำคัญมากมาย จริงๆ แล้วพวกเขาก็เคยเป็นคนธรรมดาเหมือนเรานี่ ถ้าขนาดพระพุทธเจ้ายังเคยทำพลาด แล้วเราจะมานั่งกลุ้มใจไปทำไม!
สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีใครซื้อ?
บางที...อาจไม่ใช่คนเหล่านั้นที่ปฏิเสธคุณ
แต่เป็นสมองของพวกเขาต่างหาก
สมองของพวกเขาไม่ยอมให้ซื้อ!
Sean D'Souza นักการตลาดชื่อดังและผู้ก่อตั้ง Psychotactics
ค้นพบความลับว่า ต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน พวกเขาจะยังไม่ซื้อ
จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน...ตามลำดับที่ถูกต้อง
นี่คือ “คู่มือขายของให้สมอง” ที่ใช้ได้ผลจริง
ด้วยกลยุทธ์ 7 ขั้นตอนที่เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที
จนถูกนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจทุกขนาด
ตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์ ไปจนถึงแบรนด์ระดับโลก
ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนใช้เวลาทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการปรึกษาเกี่ยวกับการย้ายบ้านหรือการประเมินวางแผนก่อสร้างตามหลักฮวงจุ้ยมากกว่าปีก่อนๆถึง 5 เท่า! แน่นอนว่าฮวงจุ้ยอาจไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ความรู้สึกนึกคิดก็เปลี่ยน ยิ่งเป็นสมัยที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ยิ่งควรปรับเปลี่ยนบางสิ่งให้ทันกับสถานการณ์ ทว่า ความต้องการที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือต้องการอยู่อย่างสบายใจ สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันหนังสือเล่มนี้จะยึด “พื้นฐาน” การสร้างบ้าน ที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะสมัยใด แล้วปรับเปลี่ยนบางสิ่งเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความสุขและความสำเร็จ
"เราน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า “ภูมิคุ้มกัน” กันบ้างอยู่แล้ว รวมถึงบทบาทความสำคัญหลักๆ ของพวกมันที่มีต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งไม่ต่างจากกองทัพทหารซึ่งทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของแผ่นดิน ทว่าเมื่อไรก็ตามที่ภูมิคุ้มกันตก ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภูมิคุ้มกันเพี้ยนย่อมเปิดโอกาสให้ข้าศึกภายนอกลุกล้ำเข้ามาในดินแดน หรือร่างกาย แม้กระทั่งการตรวจสอบที่ผิดพลาดทำให้ไม่พบข้าศึกที่อาจจะแฝงตัวอยู่ในร่างกายมานานแล้ว เหล่านี้ทำให้เกิดความเจ็บป่วยและ ความผิดปกติขึ้นกับร่างกายได้ทั้งหนักและเบา
หนังสือเล่มนี้จะพาไปรู้จักระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีทั้งภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดและภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะเจาะจง ปัจจัยที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภูมิคุ้มกันตอบสนองไวเกิน เทคนิคเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง ซึ่งแน่นอนว่า คุณสามารถทำได้เอง ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องทำให้ถูกวิธี รวมทั้งกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเพราะใครๆ ก็ไม่อยากป่วย อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ดังนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือการบูสต์ภูมิคุ้มกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรมองข้าม
คนรวย 1% ครองความมั่งคั่ง 82% ที่ทั่วโลกสร้างขึ้นในปี 2017 และอะไรที่ทําให้คนเก่งอีกหลายล้านคนบนโลกนี้แตกต่างกัน? คุณพอล ภัทรพล เองก็เคยเป็นคน 99% มาก่อน แต่ปัจจุบันเขาประสบความสําเร็จในทุกๆ ด้าน รวมทั้งยังเป็นนักเขียนหนังสือ "All Time Best Seller"
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณพอลได้ศึกษา Mindset ของคนที่สําเร็จ จนตกผลึกความรู้ โดยเฉพาะบรรดาคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง อาทิ Bill Gates หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft, Warren Buffet นักลงทุนหุ้นระดับโลก, Mark Zuckerberg แห่ง
Facebook, Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba, Jeff Bezos จาก Amazon, J.K. Rowling ผู้เขียน Harry Potter, Oprah Winfrey พิธีกรทอล์กโชว์ชื่อดัง, Roger Federer อดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก, Michael Jordan นักบาสยอดนิยมตลอดกาล ฯลฯ พบว่าทุกคนเหล่านี้มีคุณสมบัติร่วมที่คนสําเร็จล้วนมีเหมือนๆ กัน ...
หนังสือ The One% สิ่งที่คน 1% ทํา ที่ 99% ควรรู้ จะเฉลย 7 กฏแห่งความสําเร็จ ที่คน 1% ของโลกทํา และถ้าพวกเราอีก 99% ได้ลองค่อยๆ ทําความเข้าใจ และลงมือทําบ้าง ไม่ว่าใครก็ประสบความสําเร็จในแบบฉบับของตัวเองได้เช่นกัน “ก้าวแรกของความสําเร็จ เริ่มต้นเมื่อคุณไขกุญแจเปิดประตู แล้วก้าวออกมาจากความคิดเดิมๆ” เชื่อเหลือเกินว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยกะเทาะสนิมตามรูกุญแจ เพื่อปลดล็อกประตูบานนั้น
คน 1% ที่สําเร็จที่สุดในโลก มีปรัชญาการใช้ชีวิตอยู่ 7 เรื่องหลักๆ เท่านั้น ที่ทําให้เขาก้าวขึ้นมาจากคนธรรมดาๆ ไปเป็นที่สุดของที่สุด หรือ 1% ได้ หนังสือเล่มนี้คือ Google Map สู่ความสําเร็จของคนที่เป็น 1% ของโลก นี่คือหน้าที่ของหนังสือเล่มนี้ ที่เหลือคือหน้าที่ของคุณ ที่ต้องก้าวไปข้างหน้า สิ่งที่คุณจะได้จากหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่แค่คุณจะมั่งคั่งในรายได้เท่านั้น แต่ 7 เรื่องนี้ จะทําให้คุณเป็นกลุ่มคน 1% ในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข และที่สําคัญ ไม่ใช่ความสามารถพิเศษที่ทําซ้ำ (เลียนแบบ) ไม่ได้
จากการศึกษาวิจัยหลากหลายสาขาในเรื่องที่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด สู่คู่มือฉบับสมบูรณ์ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมสำคัญของ “การใช้ชีวิต”
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ “วิทยาศาสตร์” บอกอะไรเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของคุณบ้าง หนังสือเล่มนี้จะชวนคุณท่องไปกับกลไกอันน่าพิศวงในร่างกาย พร้อมทำความรู้จักกับสมองของผู้ที่ตกอยู่ในห้วงรัก ฮอร์โมนตะกละที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ยีนขี้เกียจที่กล่อมให้คุณนอนจมโซฟา ตลอดจนคำถามน่ารู้และคำอธิบายที่อาจเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของคุณไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนสุดท้าย ของหนังสือที่จะมาบอกวิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่โชคเข้าข้างเสมอ ตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง
มาฝึกสมองให้เรียกโชคกันด้วยเทคนิคของคุณหมอผิงกันดีกว่าครับ
EP นี้ มีเทคนิคในการฝึกสมองให้เรียกโชค เช่น
- การยินดีกับชัยชนะของคู่แข่ง
- วิธีติดตั้ง "เสาสัญญาณเรียกโชค"
- ฝึกเป็น "ช่างเชื่อม"
- เทคนิคการทำงานแบบ "กล่องมะเขือเทศ"
ไม่ต้องนั่งรอโชควิ่งเข้ามา แต่มาฝึกสมองให้เรียกโชคกันดีกว่าครับ
โชคไม่ได้ขึ้นอยู่กับความบังเอิญ โชคไม่ได้มาจากชะตาฟ้าลิขิต แต่เกิดจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด นั่นคือ “สมอง” ของคุณเอง เมื่อได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี สมองจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ดึงดูดโอกาสดีๆ เข้ามาไม่ขาดสาย และควบคุมความสำเร็จให้เป็นไปได้ดังใจ หนังสือเล่มนี้จะช่วยฝึกให้สมองคุณ “เรียกโชค” ได้ตามต้องการ ด้วยเทคนิคตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งเรียบง่าย ทรงพลัง และนำไปใช้ได้ผลจริง เช่น
• คำพูดต้องห้ามของคนโชคดี
• คน 5 แบบที่ต้องมีไว้ในชีวิต
• ฝึกสมองด้วยเทคนิค 7 อย่าง 7 วัน 7 นาที
• ติดตั้งเสาสัญญาณเรียกโชค
• เทคนิคหยุดความโชคร้ายได้ในเสี้ยววินาที
ใน EP นี้ เราจะมาพูดกันถึง "พุทธปรัชญา" "ปรัชญาแบบเอพิคูรัส" และ "ปรัชญาสโตอิก"
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังมีทิ้งท้ายด้วยภารกิจสุดท้ายทาย ที่จะชวนให้ลองฝึกวินัย การควบคุมตัวเอง ผ่านแนวทางของปรัชญาต่างๆกันครับ
คุณรู้สึกเครียดกับหลายเรื่องราว และแค่อยากมีความสุขมากขึ้นอีกนิดมั้ย ความสุขไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นเรื่องจริงจัง และสิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า ‘ความสุข’ มีความหมายต่อเราอย่างไรเมื่อตีโจทย์แตก จะเกิดผลบวกอย่างลึกซึ้งต่อชีวิต ติดตามเรื่อง
ราวที่ทั้งสนุกและตกผลึกจากผู้เขียนที่ผ่านช่วงเวลาจมดิ่ง จนค้นพบวิธีเข้าถึงความสุขด้วยปรัชญาโบราณที่หลากหลาย เพราะสิ่งที่ใช้ได้ดีกับมนุษย์เมื่อ 2,000 ปีก่อน ก็ยังคงใช้ได้ดีกับมนุษย์เราในยุคนี้ สำรวจ 10 บทเรียนเปลี่ยนชีวิตและภารกิจท้าทายกว่า 20 ด่านที่นำไปใช้ได้จริง เช่น
- ยกระดับความคิดแบบปราชญ์ลัทธิซินิก
- รู้สึกสงสัยใคร่รู้และกระตุ้นทักษะการคิดเชิงวิพากษ์แบบโสกราตีส
- เลือกเส้นทางชีวิตด้วยแนวคิดของอริสโตเติล
- ฝึกทักษะการฟื้นพลังทางใจแบบสโตอิก
- กลมกลืนกับธรรมชาติแบบเต๋าเพื่อความสงบสุขภายใน
มาใช้ประโยชน์จากปรัชญาโบราณ เพื่อรับมือกับปัญหาในโลกปัจจุบัน แล้วเริ่มต้นการเดินทางสู่ความสุขที่แท้จริงได้เลยตั้งแต่วันนี้ เพราะชีวิตที่ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอเวลา จงสงบ จงมั่นใจ และจงเป็นสุข (จริงๆ จังๆ) เสียที
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า "ความเชื่อ" นั้นส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา และนั่นทำให้การมองสิ่งต่างๆในแง่บวก หรือ การอยู่บน "เนิน" ย่อมส่งผลดีต่อร่างกายของคุณอย่างแน่นอน
คุณเคยเหนื่อยล้ากับการไล่ตามเป้าหมายที่ดูไม่มีวันสิ้นสุดไหม? แต่อีกมุมคุณก็ยังกังวลว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตอยู่หรือเปล่า?ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชีวิตเหมือนติดอยู่ใน “หลุมลึก” จนปีนออกมาไม่ได้ หนังสือเล่มนี้จะเผยวิธีหลุดพ้น
จากหลุมนั้น และมอบโอกาสใหม่ให้คุณเดินหน้าตามความฝันอีกครั้ง
หนังสือ “วิธีบริหารตนเอง มีชีวิตที่สมดุล เพื่องานและชีวิตที่ดีที่สุดในแต่ละวัน” เขียนสรุปย่อและจับประเด็นสำคัญมานำเสนอ เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติพัฒนาตนเองให้มีชีวิตที่สมดุลได้ทันที
หนังสือเล่มนี้ แปลจากชุดหนังสือขายดีภาษาเยอรมัน “สรุปย่อ จับประเด็นสำคัญ - เข้าใจง่าย ๆ ใน 30 นาที” 30 Minutes Work-Life-Balance เขียนโดย Lothar Seiwert ช่วยให้ท่านนำแนวคิดวิธีการมาประยุกต์ใช้ในการบริหารตนเอง ช่วยให้มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ และช่วยให้ท่านมีชีวิตสมดุลทั้ง 4 ด้าน นำมาซึ่งการงานก้าวหน้า และมีชีวิตที่สมบูรณ์และดีขึ้นทุก ๆ วัน
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "Rawit Midlife" ที่จะมาชวนตกผลึกความคิดไปกับคุณรวิศ
- ลูกเล็กๆ สอนภาวะความเป็นผู้นำให้เราได้อย่างไร
- "เขาไม่ได้เก่งกว่าเราเท่าไร่ เราไม่ได้เก่งกว่าเขาเท่าไร่" หมายความว่าอะไร
- ทำผิดวิถี อีกกี่ปีก็ไม่สำเร็จ
- มีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้บนโลกนี้
ในวันที่ 'รวิศ หาญอุตสาหะ' เข้าสู้ช่วงเรียนรู้ครั้งสำคัญในวัยกลางชีวิต เมื่อเขาสกัดบทเรียนและตกผลึกออกมา จากประสบการณ์ซึ่งเคี่ยวกรำมาไม่น้อย อะไรคือความสุข อะไรคือความสำเร็จ อะไรคือคุณค่าสำคัญ หนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกรุ่นในการมีชีวิตอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ต้องออกแรงเยอะ และไม่อาจคาดเดาอะไรได้ จากนักธุรกิจที่เคยใช้ชีวิตแบบขึ้นสุดลงสุด อ่านแล้วได้ข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตและการงาน เลิกกลัว เลิกกังวล และเลิกคิดเยอะเกินไป
EP นี้ ยังคงมีเรื่องเล่าอันทรงพลัง ที่จะเปิดโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ของคุณ โดยจะเป็นเรื่องราวที่หลากหลาย เช่น
- การพลิกเกมในสงครามจากเหยื่อ มาเป็นผู้ล่า
- การหาคำตอบโดยอาศัยความชอบโต้แย้งของผู้คน
- ฟุตบอลกับตำนานเทพนิยายกรีก
- ค่าเฉลี่ยไม่ใช่ค่ามาตราฐาน
นี่คือการคิดสร้างสรรค์เชิงผสมผสาน หนังสือ "ศิลปะแห่งการคิดไขว้" เล่มนี้ จะพูดถึงการนำสองสิ่งมาผสมผสานกัน ด้วยการเปรียบเทียบเพื่อหาความเหมือนและความต่าง การเทียบเคียงและการตัดสิน รวมถึงการแสวงหาข้อมูลและแรงกระตุ้น ยิ่งเราผสมผสานสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ไอเดียและผลลัพธ์แปลกใหม่มากเท่านั้น เพราะนี่คือ "ศิลปะแห่งการคิดไขว้" ผลงานล่าสุดจาก "Dave Trott" นักคิดและนักโฆษณาระดับตำนาน ที่จะปลุกความเป็นนักทดลองในตัวคุณ และจุดไฟที่เคยดับมอดให้ลุกโชน
ใน EP นี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของเหล่าคนที่ใช้การหา who เพื่อมาช่วยในการทำสิ่งต่างๆ
พวกเขาหา who จากไหน และคนเหล่านั้นช่วยให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
ชีวิตวุ่นวายเหน็ดเหนื่อยไม่จบสิ้น งานไม่ได้ดั่งใจ ความสัมพันธ์แสนจะยุ่งเหยิง และอีกหลายเรื่องที่ประดังประเดเข้ามา อยากหักห้ามความคิดลบ หรือปรับเปลี่ยนตนเองให้มองโลกในแง่ดีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หนังสือเล่มนี้จะมาบอกคุณเองว่า “การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ใช่เรื่องยาก” ผ่านเรื่องราวของคุณหมอนะกะมุระ สึเนะโกะ จิตแพทย์ผู้ทำงานมานานกว่า 70 ปี เธอได้ถ่ายทอดทั้งทุกข์และสุขในชีวิตตนเอง ผสมผสานกับเรื่องราวของผู้ป่วย ซึ่งล้วนมีปัญหาแตกต่างกัน เมื่ออ่านจบคุณอาจรู้สึกเต็มอิ่มในหัวใจว่าไม่ได้มีเพียงเราที่เผชิญหน้ากับความทุกข์สาหัส สำคัญที่ทำอย่างไรจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่างหาก เพราะไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วคนที่ตัดสินใจก็คือตัวเราเอง จะจดจ่อกับความทุกข์หรือโอบรับความสุข ก็ขึ้นอยู่กับเราทั้งสิ้น หวังว่าหลังอ่านเล่มนี้แล้ว ทุกท่านจะเลือกทางที่ตนเองมีความสุข
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "คำถามร้อยบาทกับคำถามล้านบาท" ที่ยังคงมาชวนให้คิดตามคำถามที่ผู้เขียนตั้งไว้ รวมถึงแนวคิดที่น่าสนใจ
- กฏสิบเต็มสิบ
- การใช้ชีวิตให้เหมาะกับช่วงวัย
- ทำมากได้น้อย ทำน้อยได้มาก ด้วยกฏแห่งผลตอบแทนที่ลดลง
- การหายใจแบบวิสกี้
ในตอนนี้ เรายังคงมาชวนคุย ชวนคิดกัน กับคำถามที่น่าสนใจ ผ่านเรื่องราวของ David Beckham นักฟุตบอลชื่อดังที่เป็นตัวอย่างของการทำบางสิ่งซ้ำๆกัน นับพัน นับหมื่นครั้ง เพื่อที่จะทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนมหัศจรรย์ได้
นอกจากนี้ ยังจะมาชวนคิดเรื่องการตัดสินใจเล็กๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนับไม่ถ้วน ซึ่งบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน แต่แท้จริงแล้วการตัดสินใจเหล่านั้นกลับส่งผลต่อชีวิตเราอย่างคาดไม่ถึง
EP นี้ ยังคงอยู่กับหนังสือ "คำถามร้อยบาทกับคำถามล้านบาท" โดยผมจะมาชวนคุณผู้ฟังคิดตามคำถามที่สำคัญที่ผู้เขียนเรียกว่า "คำถามล้านบาท" กัน
- วันที่ฉันหยุดพูดกับลูกว่า เร็วๆหน่อย
- ความหรูหราที่มีเวลาจำกัด
- ไม่มีอะไรที่ช้าเกินไป มีแต่เราที่รอไม่ได้เท่านั้นเอง
มาคิดหาคำตอบ ไปพร้อมๆกันครับ
เรามักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แทบไม่มีผลต่อชีวิต แทนที่จะให้ความสำคัญกับ "คำถามสำคัญ" ที่ส่งผลต่อการมี "ชีวิตที่ดี" จริง ๆ เช่น อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ? อะไรสำคัญกับเราที่สุด? เราอยากใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร? และชีวิตที่ดี
สำหรับเราคืออะไร?
หนังสือเล่มนี้จะพาคุณย้อนกลับมาตั้งคำถามกับค่านิยมที่เคยเชื่อ แล้วช่วยให้คุณสร้างแนวคิดของตัวเอง เพราะการมีชีวิตที่ดีเริ่มจากการมี คำตอบในแบบของเราเอง โดยเฉพาะกับ "คำถามสำคัญ" ที่ควรค่าแก่การคิดให้ลึกซึ้ง
แทนที่จะเสียเวลากับ "คำถามร้อยบาท" ลองตั้งคำถามที่มีมูลค่า "ล้านบาท" ให้บ่อยขึ้น แล้วคุณอาจพบเส้นทางชีวิตที่ใช่สำหรับตัวเอง!
EP นี้มาคุยกันต่อกับวิธีการลดน้ำหนัก แบบไม่ยาก เพื่อหุ่นที่ดีแบบยั่งยืน โดยจะมาแนะนำในเรื่อง
- 5 ขั้นตอนสุขภาพดีแบบง่ายๆ
- เทคนิคการกิน
- 3 ท่า เพิ่มกล้ามเนื้อ ลดพุงใน 1 เดือน
- 5 เคล็ดลับ พิชิตโฮโมนเครียด
หนังสือที่จะเปลี่ยนหุ่นของคุณไปตลอดกาล! "The Fat Hack 30 สูตรลัดผอมโคตรไว อายุยืนยาว" โดยหมอท๊อป (นพ. นันทพล พงศ์รัตนามาน) คุณจะได้รู้วิธีการลดน้ำหนักที่ง่ายและรวดเร็ว และมีกิจกรรมให้ทำตามได้ไม่ยากใน 30 วัน ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความรู้ ความเข้าใจข้อมูล และวิธีการที่ถูกต้องในการลดน้ำหนักให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
ความรู้ในหนังสือเล่มนี้ รวบรวมมาจากงานวิจัยที่เชื่อถือได้ รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ที่ปฏิบัติตามวิธีการนี้ทั่วโลก เนื้อหาจะมีตั้งแต่การทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ไปจนถึงการเลือกวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยในการลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและเห็นผลไว นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับในการออกกำลังกาย การอ่านฉลากโภชนาการ และการควบคุมฮอร์โมนเครียด ฯลฯ เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอายุยืนยาว
หนังสือศิลปะแห่งการไม่ทำแต่สำเร็จ เปิดมุมมองการทำงานในยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีงานล้นมือทุกวัน ก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้แบบทวีคูณ ด้วยแนวคิดการเลือกทำเฉพาะสิ่งที่สำคัญและส่งผลต่อความสำเร็จ ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอแนวคิดที่นำไปปรับใช้ตามได้ง่าย ๆ ให้ชีวิตเราดีขึ้นแบบทวีคูณทั้งในด้านการทำงาน การเงิน และการใช้ชีวิต
หนังสืออธิบายถึงแนวคิดการเลือกทำเฉพาะสิ่งสำคัญสูงสุดที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ในชีวิตของเราได้อย่างมหาศาล โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกงานหรือรับภาระหน้าที่ทุกอย่างในแต่ละวัน หนังสือยังนำเสนอวิธีการประยุกต์ใช้หลักการนี้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั้งในด้านการจัดการเวลา การตั้งเป้าหมาย การเงิน การทำงานและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อคิดในเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในชีวิตและบรรลุเป้าหมายโดยไม่ต้องเหนื่อยเกินความจำเป็น
ภายในเล่มนี้จะแบ่งด้วยกัน 6 หัวข้อที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็น การกิน การนอน การออกกำลังกาย พร้อมทั้งการควบคุมน้ำหนัก การรักษาโรคโดยที่ไม่ต้องใช้ยา และเคล็ดลับห่างไกลจากโรคต่างๆ ที่พูดถึงในด้านของสุขภาพที่จะทำให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านและได้เกร็ดความรู้จาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้าใจง่ายและเนื้อหาที่เจาะลึกไม่น่าเบื่อ พร้อมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
30 เทคนิคง่ายๆ เพื่อสุขภาพดีแบบไม่ป่วย รวมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ที่หมอท๊อป (นพ. นันทพล พงศ์รัตนามาน) พบบ่อยว่าส่งผลมหาศาลต่อสุขภาพ ครอบคลุมกิจวัตรในชีวิตประจำวันตั้งแต่ลืมตาตื่นยันหัวถึงหมอน ไม่ว่าจะเป็น... การกิน การนอน การออกกำลังกาย การคุมน้ำหนัก การรักษาโรคโดยไม่ใช้ยา ไปจนถึงเคล็ดลับห่างไกลโรคร้าย ไม่ต้องตกใจที่เนื้อหาวิชาการและข้อมูลทางการแพทย์จะถูกย่อยให้เข้าใจง่าย จับต้องได้ เล่าอย่างเป็นกันเองแบบกระชับฉับไว เนื้อในมีสีสันไม่น่าเบื่อ และนำ
ไปปรับใช้ได้จริงสำหรับทุกเพศทุกวัย
คุณคือพ่อแม่ที่กำลังประสบปัญหาลูกเลี้ยงยาก หรือลูกมีนิสัยต่างไปจากเด็กคนอื่น เช่น ลูกไม่สนใจคนอื่น อยู่ไม่สุข งอแง ทำตามใจตัวเองอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ หนังสือ "เปลี่ยนนิสัยดื้อ ๆ ของลูกให้เป็นพรสวรรค์" เล่มนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจลูกมากขึ้น เด็กบางคน
อาจชอบส่งเสียงดัง โวยวาย บางคนอาจชอบเล่นคนเดียว บางคนอาจชอบขว้างปาสิ่งของ นิสัยเหล่านี้อาจทำให้ คุณพ่อคุณแม่กังวลและคิดว่าลูกเป็นเด็กดื้อได้
ทั้งที่ในมุมหนึ่ง นิสัยเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณ บ่งบอกถึงพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวลูก เพราะทุกการกระทำของเด็กแต่ละคนล้วนมีความหมาย และถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกทำหมายถึงอะไร ก็จะช่วยให้เลี้ยงลูกได้ง่ายและเหมาะสมมากขึ้น "ปัญหาความ
สัมพันธ์ระหว่างพอแม่และลูก เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต" เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงและเป็นที่ปรึกษาให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำนวนมากในญี่ปุ่น มีกรณีตัวอย่างของเด็กที่มีนิสัยต่าง ๆ และวิธีรับมือที่ทำตามง่ายและได้ผล มีภาพประกอบน่ารัก
ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
ทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง แต่ใครบอกว่าต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันล่ะ "จริง ๆ แล้วแค่เปลี่ยนวันละ 0.1% ก็พอ" ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน หรือชีวิต ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล และสามารถนำพาคุณไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังใจ อาทิ หมั่นขยับมือข้างที่ไม่ถนัด, ฟัง 80% พูด 20%, พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่รู้สึกดี, พูดความฝันที่ปรารถนาออกมาระหว่างอาบน้ำ, ทำงานที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี, เชื่อในลางสังหรณ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน และอีกมากมาย มาเริ่มสร้าง "นิสัยจิ๋ว" กันเถอะ
ใน EP นี้จะมาเล่าถึง แรงกดดันที่จะกลายเป็นพลังให้กับเราในการคิดค้นนวัตกรรมหรือแก้ไขปัญหายากๆได้ในเวลาที่มีจำกัด
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการที่คนเราชอบทางลัด ชอบอะไรที่ง่ายๆเร็วๆแต่ได้ผลที่มากเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางลัดนั้นไม่มีอยู่จริง
ความรู้ในสิ่งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มีประโยชน์มากกว่าความพยายามทำนายอนาคตที่เราไม่รู้และไม่แน่นอนผลงานเล่มที่สองของ มอร์แกน เฮาเซิล ผู้เขียนหนังสือขายดี จิตวิทยาว่าด้วยเงิน(The Psychology of Money) ผู้เขียนได้แบ่งปันเรื่องเล่า 23 เรื่องเกี่ยวกับชีวิตพฤติกรรม และธุรกิจ ที่จะยังคงเหมือนเดิมแม้เวลาจะเปลี่ยนไปด้วยความรู้ในสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คุณจะมีความสามารถอันทรงพลังที่จะคิดเกี่ยวกับความเสี่ยง โอกาส และแนวทางการใช้ชีวิตไปยังอนาคตที่ไม่แน่นอน
"นั่นก็เพราะโลกของเรานั้น เป็นเช่นนี้เสมอมา และจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป"
เมื่อเราวางแผนอนาคต เรามักถามว่า "เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรในปีหน้า" หรือ "อีก 10 ปีข้างหน้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง" แต่การทำนายอนาคตเป็นเรื่องยาก เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนอนาคตมักทำนายล่วงหน้าไม่ได้ ดังนั้น เราควรจะตั้งคำถามใหม่ดีกว่าว่า อะไรจะยังคงเหมือนเดิมในอีกสิบปีข้างหน้า และอะไรจะยังคงเหมือนเดิมในอีกร้อยปีข้างหน้า
เปลี่ยนเวลา 1 ใน 3 ของชีวิตคุณให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพียงแค่นอนหลับสนิทก็จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวหลับง่าย ไม่ตื่นกลางดึก สดชื่นหลังตื่นนอนไม่ “ติดหนี้” การนอน หมดปัญหาไม่ตื่นในตอนเช้า ง่วงตอนกลางวันจัดการเวลาใน 1 วันให้มีเวลานอนตอนกลางคืนอย่างเพียงพอ ไม่ต้องนอนตุนเอาไว้ แนะการออกกำลังกายที่เหมาะสมปรับตัวได้จนกลายเป็นกิจวัตร
ใน EP นี้จะมาแนะนำวิธีการแก้ความทุกข์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การเปลี่ยนมุมมอง การปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยาจิตใจ และสุดท้ายเป็นสุดยอดวิธีการขจัดทุกข์
เล่มนี้น่าสนใจมากๆครับ แค่ลองอ่านดูแล้วเอาไปลองทำตามถ้าใช้ได้ผลสัก 1-2 วิธีก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตามหาความสุขหนังสือเล่มนี้จะเป็นแผนที่นำทางให้คุณเอง คุณหมอคาบาซาวะ ชิอน คือจิตแพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ตลอดชีวิตของเขา มีคนมาปรึกษาปัญหามากกว่า 4,000 เรื่อง จนเขาตกผลึกได้ว่า
"ทุกคนมีความทุกข์คล้ายกัน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะคลี่คลายมันได้เอง" ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตามหาความสุข หนังสือเล่มนี้จะเป็นแผนที่นำทางให้คุณเอง
"คุณหมอคาบาซาวะ ชิอน" คือจิตแพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ตลอดชีวิตของเขา มีคนมาปรึกษาปัญหามากกว่า 4,000 เรื่อง จนเขาตกผลึกได้ว่า "ทุกคนมีความทุกข์คล้ายกัน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะคลี่คลายมันได้เอง" ในคู่มือความสุข
เล่มนี้ คุณหมอคาบาซาวะจะชวนคุณมานั่งจับเข่าคุยเรื่องความทุกข์ ตีแผ่มัน ปรับสภาพจิตใจ แล้วเตรียมหาวิธีรับมือ พร้อมกับสอน วิธีใช้พลังของคำพูดเพื่อเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขและดึงคุณออกสู่โลกที่สดใสกว่าเดิม
พบหลากเคล็ดลับขจัดทุกข์และสร้างความสุข อาทิ เมื่อทุกข์ จงเล่า แล้วมันจะบรรเทาลงทันที "ช่างมันเถอะ" คำพูดเสริมพลังให้ก้าวข้ามปัญหาได้ง่ายขึ้น มีความสุขกับปัจจุบัน แล้วคุณจะกังวลต่ออนาคตและอดีตลดลง จงทำสิ่งที่ทำได้ก่อน แล้วคุณจะรัก
และยอมรับตัวเองมากขึ้น และอีกมากมาย จงปลดความทุกข์ที่แสนรุงรังทิ้งไป แล้วคุณจะพบชีวิตที่ยิ้มกว้างกว่าที่เคย
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "5 ภาษารัก" ที่พูดถึงการสร้างความสัมพันธ์ของคู่รัก ที่ประกอบไปด้วย 5 ภาษารักที่แตกต่างกัน โดยใน EP นี้ จะมาเล่าต่อถึงอีก 3 ภาษารักที่เหลือ คือ การให้ของขวัญ การทำบางสิ่งบางอย่างให้ และ การสัมผัสทางกาย
นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำ 3 วิธี ในการค้นหาภาษารักของคุณด้วย ว่าจริงๆแล้วตัวคุณเองหรือคู่ของคุณมีภาษารักแบบไหน
คุณกับคู่ครองกำลังพูดภาษารักเดียวกันหรือเปล่า?
หลายครั้งที่เราแสดงความรักต่อคู่ครองของเรา แต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่รับรู้ถึงความรักนั้นเลย สามีของคุณอาจกำลังต้องการได้ยินคำพูดที่ให้กำลังใจจากคุณแต่คุณกลับรู้สึกอยากเอาใจเขาด้วยการทำอาหารอร่อยๆ ให้เขาทานบางทีภรรยาของคุณอาจกำลังอยากให้คุณใช้เวลากับเธอโดยที่ไม่มีลูกๆ หรือคอมพิวเตอร์มาแย่งความสนใจของคุณ แล้วคุณก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นกับดอกไม้ช่อใหญ่ ที่คุณซื้อมาเซอร์ไพรส์เธอเลย พบกับเคล็ดลับสู่ความรักที่ยืนยาวซึ่งกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ การให้คำปรึกษาแก่คู่สมรสมากกว่า 30 ปี ของ ดร.แกรี่ แชปแมน
เกมมักถูกมองว่าเป็นเพียงความบันเทิงฆ่าเวลา หรือกระทั่งถูกมองว่าเป็นสิ่งไร้สาระ แต่คุณรู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว กระบวนการสร้างแรงจูงใจแบบในเกม สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่ง
เรากำลังพูดถึง ‘เกมมิฟิเคชัน (gamification)’ หรือการนำกลไกสร้างแรงจูงใจแบบที่ใช้ในเกม มาประยุกต์กับการทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่ใช่เกม เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องการ เราอาจจะไม่คุ้นเคยกับเกมมิฟิเคชันกันเท่าไหร่ แต่ถึง
อย่างนั้นเกมมิฟิเคชันไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในต่างประเทศมีการใช้อย่างแพร่หลายมาแล้วเป็นสิบๆ ปี เพียงแต่ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก หนังสือ 'เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม' เล่มนี้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับเกมมิฟิเคชัน
เล่มแรกๆ ของไทยเลยก็ว่าได้
หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว คุณจะสามารถนำเกมมิฟิเคชันไปใช้ได้กับหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการการศึกษา การทำงาน การส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการทำการตลาดของธุรกิจเลยทีเดียว! ซึ่งมีองค์กรระดับโลกมากมายที่นำใช้ 'เกมมิฟิเคชัน'
ไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับพฤติกรรมของทั้งพนักงานและผู้บริโภคของตนเอง ซึ่งก็ได้ผลอย่างเห็นได้ชัด
ใน EP นี้เรายังคงอยู่กับหนังสือ "วิชาคนตัวเล็ก" ที่เขียนโดยผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ we learn โดยจะมาเล่าถึงทักษะที่สำคัญที่สุดของคนตัวเล็กก็คือการ "ทำน้อยให้ได้มาก" นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่จะช่วยคุณเมื่อเกิดสภาวะสมองตีบตัน คิดอะไรก็ไม่ออก
พบกับ 33 วิธีคิดที่ช่วยให้คนตัวเล็ก ๆ สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่เกินตัว และเปลี่ยนความเล็กจ้อยของตัวเองให้กลายเป็นข้อได้เปรียบ บอกเล่าจากประสบการณ์ตรงที่ผ่านการล้มลุกและเรียนรู้นับครั้งไม่ถ้วน ของ "พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ" ชายผู้เบื้องหลังสำนักพิมพ์เล็ก ๆ ที่มียอดขายหนังสือมากกว่า 10 ล้านเล่ม ไม่ว่าจะเป็น วิ่งตามจังหวะของตัวเอง สู้แบบฮันนีแบดเจอร์ จงขอบคุณข้อจำกัด เปล่งประกายจากในมุมมืด ฝึกซ้อมบนคู่แข่ง วิธีคิดของคนที่ฆ่าไม่ตาย เลิกมองคนเป็นวัตถุสิ่งของ นำด้วยคำถาม คิดแบบ "แกะ" และ "หมาต้อนแกะ" และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออยู่ในสถานการณ์แบบไหน หนังสือเล่มนี้จะมอบวิธีคิดที่ถูกต้องให้ เพื่อให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงขึ้น ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้
The Boss เป็นหนังสือที่เล่าสตอรี่ 9 ฤดูกาลของเจอร์เก้น คล็อปป์ ในการคุมลิเวอร์พูล ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในยุคคล็อปป์ ตั้งแต่ Day Zero ทำไมเขาถึงแยกทางกับดอร์ทมุนด์ไปถึง Day One ที่เขาย้ายมาคุมลิเวอร์พูลวันแรก เหตุผลที่ปฏิเสธข้อเสนอของแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วมาคุมลิเวอร์พูลแทนคืออะไร และเมื่อเข้ามาคุมแล้ว เจอปัญหาอะไรบ้างที่ต้องแก้ไข
เหตุการณ์สำคัญทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสโมสร ไม่ว่าจะเป็น เกมมหัศจรรย์โค่นบาร์เซโลน่า 4-0, แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6, แชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมา 30 ปี ในเล่มนี้ มีครบทุกอย่าง พร้อมลงรายละเอียดเชิงลึก ว่า ณ โมเมนต์นั้น เกิดอะไรขึ้น คล็อปป์ทำอะไร และพูดอะไรกับทีม
ไม่ใช่แค่เหตุการณ์สำคัญ แต่เราจะยังเล่าถึงนักเตะคนที่ก้าวมาโด่งดังได้ ในยุคของเขา เวอร์จิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, บ๊อบบี้ ฟีร์มีโน่ ฯลฯ ทุกคนที่แฟนหงส์แดงรักและคิดถึง ความสัมพันธ์ระหว่างคล็อปป์กับนักเตะเหล่านี้เป็นอย่างไร แล้วทำอย่างไรหงส์แดงถึงดีลคว้าตัวผู้เล่นเหล่านี้มาอยู่กับทีมได้ไปจนถึง Last Day วันที่เขาอำลาสโมสรด้วยความรัก
ลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2024-25 กำลังจะเดินหน้าไปสู่ยุคสมัยใหม่ กับโค้ชคนใหม่ แต่ The Boss เล่มนี้ จะบันทึกสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในยุคของคล็อปป์ ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันสุดท้าย เพื่อไม่ให้เราหลงลืม ความมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของเขา
ทำไม เนเธอแลนด์ ถึงเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรมล้ำสมัย
ทำไม นอร์เวย์ ถึงเป็นประเทศแห่งอาหารทะเล
ทำไม ญี่ปุ่น ถึงเป็นประเทศที่มีมูลค่าของการขายลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี
ประเทศเหล่านี้ ทำได้อย่างไร ไปฟังกันได้เลยครับ
EP นี้เรายังคงอยู่กับหนังสือ ของลงทุนแมน "Branding The Nation" สร้างแบรนด์ แทนประเทศ
ทำไม สวิสเซอร์แลนด์ ถึงเป็นประเทศแห่งนาฬิกา
ทำไม อิตาลี ถึงมีชื่อเสียงในเรื่องของแฟนชั่นและ super car
ไปฟังกันได้เลยครับ
หนังสือเล่มนี้ จะพาท่านเดินทางไปยัง 17 ประเทศชั้นนำทั่วโลกอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและเรื่องราวทั้งหมด 28 ตอน ที่จะตอบคำถามอะไรหลายๆ อย่าง ที่ค้างคาใจมาเนิ่นนาน ว่าทำไม ประเทศเหล่านั้นถึงเชี่ยวชาญในเรื่องนี้จนสามารถสร้าง “แบรนด์” สินค้าและบริการให้กลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
ทำไมรถซูเปอร์คาร์ชั้นยอดต้องมาจากอิตาลี? ทำไมเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายหรูหราจะต้องมาจากฝรั่งเศส? และทำไมซีรีส์เกาหลีถึงครองใจผู้คนทั้งโลก? ทั้งที่อุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ก่อตั้งตามหลังมหาอำนาจทางวัฒนธรรมอย่างสหรัฐอเมริกาหลายสิบปี
ความเชี่ยวชาญแต่ละอย่างไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ บางอย่างใช้เวลาหลายร้อยปี และบางอย่างใช้เพียงพลังสร้างสรรค์ของประชาชนคนธรรมดาอย่างเดียวไม่ได้
ทุกตอนคือการเดินทางที่สนุกและมีความเป็นมาที่คาดไม่ถึง คนที่อ่านจบจะเข้าใจเรื่องราวและได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่สงสัยเรื่องเหล่านี้มานานถ้าพร้อมแล้วลองร่วมออกเดินทางไปในโลกอัน
กว้างใหญ่ แล้วเราจะรู้ว่า แต่ละประเทศสร้างแบรนด์ของเขา ขึ้นมาได้อย่างไร...
มาเรียนรู้หน้าที่ การทำงานของโปรตีน และวิธีรับประทานโปรตีนที่มีคุณภาพดีผ่านรูปภาพ และคำอธิบายสั้นๆเข้าใจง่าย เมื่ออ่านจบครบทุกหัวข้อ เราจะเห็นกระบวนการทำงานพื้นฐานของโปรตีนทั้งหมดที่ส่งผลต่อร่างกายเป็นภาพรวมอย่างชัดเจน
ตอนสุดท้ายของหนังสือ ที่จะมาแนะนำวิธีการสำหรับคนเงียบ แต่ต้องทำงานที่เหมาะกับคน extrovert อย่างเช่น การพูดในที่สาธารณะ
และสุดท้ายจะเป็น บทสรุปของหนังสือ ที่รวบรวมประเด็นสำคัญที่พูดคุยกันมาตลอดทั้งเล่ม
ใน EP นี้ จะมาพูดถึงงานวิจัยที่เกี่ยวกับชีววิทยาของตัวคุณ ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพได้แบบคาดไม่ถึง โดยที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บข้อมูล
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่น่าสนใจ มาอธิบายว่าทำไมแค่การออกไปยืนพูดในที่สาธารณะถึงทำให้บางคนรู้สึกหวาดกลัวราวกับกำลังเดินไปที่แดนประหาร
ไปฟังพร้อมๆกันเลยครับ
ใน EP นี้ จะมาเล่าให้ฟังถึงผลวิจัยในเรื่องที่น่าสนใจ เช่น ความเป็นผู้นำ เรื่องการจับกลุ่มระดมความคิด การจัดสถานที่ทำงาน รวมไปถึงการเรียนหนังสือด้วย
แล้วความเป็น introvert ส่งผลอย่างไร และแตกต่างหรือด้อยกว่าคนที่เป็น extrovert ไหม
ไปหาคำตอบพร้อมๆกันได้เลยครับ
อุดมคติแบบ Extrovert เกิดขึ้นที่ ประเทศอเมริกาได้อย่างไร ใน EP นี้เราจะมาค้นหาต้นตอของวัฒนธรรมที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน ผ่านเรื่องราวของนักพูดระดับโลก รวมถึงแม้แต่ในสถาบันการศึกษาก็เป็นที่ๆส่งเสริมให้อุดมคตินี้เกิดและขยายตัวขึ้นอีกด้วย
"พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด" เล่มนี้ ทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงรากเหง้าที่เป็นต้นเหตุให้คนอเมริกันจำเป็นต้องมีบุคลิกภาพเเบบนั้น ซึ่งมีปฐมบทมาจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรมของอเมริกา ที่จำเป็นต้องสร้างเซลล์เเมนขึ้นมาขายสินค้าเเละบริการในที่ต่างๆ บุคลิกภาพเอ็กซ์โทรเวิร์ตกลายเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่เเละคนอเมริกันรู้สึกว่าต้องฝืนเเละเสเเสร้งเพื่อให้มีบุคลิกภาพเเบบนั้นเเต่ พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด จะเผยให้เห็นมุมมองอีกด้านว่า คนที่พูดน้อย ขี้อาย เข้าสังคมไม่เก่ง ที่เรียกว่าคนอินโทรเวิร์ตก็มีจุดเด่นเเละความสามารถพิเศษ จนสามารถประสบความสำเร็จเเละสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้กับโลกได้ไม่เเพ้คนเอ็กซ์โทรเวิร์ต
เมื่อความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องปกติของการทำงาน เราทุกคนต้องลับทักษะให้คมกริบอยู่เสมอ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง 20 Soft Skills อันสำคัญยิ่งยวดที่จะผลักดันคุณภาพทีม และองค์กรไม่เพลี่ยงพล้ำกับปัญหาในมิติใหม่ทุกระดับ คงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ และสร้างผลงานในระดับแนวหน้าของวงการอยู่เสมอ โดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้บริหารและเจ้าของพอดแคสต์ที่มีผู้ติดตามสูงสุดอย่าง "Mission to the Moon"
สำหรับคุณผู้ฟังที่สนใจหนังสือเล่มนี้ ทางสำนักพิมพ์มีส่วนลดพิเศษมาให้ โดยกรอกโค้ด RTT รับส่วนลดเพิ่ม 5% (ไม่มีขั้นต่ำ) สามารถกรอกโค้ดบนหน้าชำระเงินของเว็บไซส์นานมีบุ๊คส์ www.nanmeebooks.com หรือทักแชทไลน์ออฟฟิเชียล @nanmeebooks เพื่อแจ้งใช้โค้ดได้เลยครับ
หากไม่ยอมเสี่ยงเลย ก็จะไม่มีวันรู้ว่าต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง...
"The Archer ปราชญ์แห่งธนู" จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของ "เทะสึยะ" ชายผู้เคยมีชื่อเสียงเพราะพรสวรรค์ระดับอัจฉริยะในการใช้ธนูและลูกธนู ก่อนจะวางมือออกจากวงการไป รวมถึงผู้ท้าทายที่มาตามหาเทะสียะและเด็กชายผู้สังเกตการณ์การแข่งขัน
ของพวกเขาด้วย หลังจากนั้นเด็กชายก็มีคำถามมากมาย เทะสึยะตอบคำถามเหล่านั้นด้วยการอธิบายวิถีแห่งธนูและหลักการของชีวิตที่มีความหมาย
เรื่องเล่าของ "เปาโล คูเอลญู" เป็นสิ่งเตือนใจอันทรงพลัง ว่าการกระทำและจิตวิญญาณนั้นเชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งชีวิตที่ถูกขีดกรอบด้วยความกลัว การโดนปฏิเสธ หรือความล้มเหลวนั้นไม่ใช่ชีวิตที่มีค่า คนเราต้องยอมเสี่ยง สะสมความอดทนและ
กล้าหาญ แล้วยอมรับจุดพลิกผันเกินคาดซึ่งโชคชะตาอาจมอบให้ "เปาโล คูเอลญู" ใช้ความรู้ ความมีน้ำใจ และความสง่างามที่ทำให้เขาเป็นนักเขียนขายดีระดับนานาชาติ มาสร้างกรอบความคิดสำหรับชีวิตที่มีความหมาย นั่นคือคนเราต้องขยัน มุ่งมั่น มี
ความคิด เต็มใจที่จะล้มเหลว และมีแรงกระตุ้นเพื่อสร้างความแตกต่าง
คำว่าอ้วน หลายคนมักจะคิดว่าเกิดจากการกินอาหารที่มีแคลอรี แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดคนเราอ้วนได้นั้นมาจาก น้ำตาล เพราะแต่เดิมมนุษย์เราอยู่ได้ด้วยการเกิดปฏิกิริยาของน้ำตาลกับออกซิเจนเพื่อผลิตพลังงาน แต่ถ้ารับน้ำตาลมากเกินไป จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน แต่กลายเป็นน้ำตาลส่วนเกินในรูปของน้ำตาลกลูโคส เมื่อน้ำตาลกลูโคสมีอยู่มาก อินซูลินจะหลั่งออกมาจากตับอ่อน จะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นไกลโคเจนไปสะสมในกล้ามเนื้อและตับ หากมีปริมาณมากเกินจนสะสมไม่ได้ จะถูกเก็บในรูปของไขมันแทน เฉพาะฉะนั้นสาเหตุของความอ้วนคือ การกินน้ำตาลมากเกินไป เห็นอย่างนี้แล้ว จะรออะไรอยู่ละ หยิบซื้อหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านเลย เพื่อร่างกายที่พวกเธอต้องการ เป็นหนังสือหนึ่งในซีรีส์ชุด สนุกจนตาสว่าง
เนื้อหาประกอบด้วย 4 ตอน ได้แก่ ตอน 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับน้ำตาล ตอน 2 น้ำตาลส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ตอน 3 วิธีการควบคุมน้ำตาล ตอน 4 ถ้านึกเมนูไม่ออก จะบอกให้เลือกสิ่งนี้
EP นี้ ยังคงอยู่กับหนังสือ "แค่นี้ก็ดีมากแล้ว" โดยจะมาแชร์ข้อคิดดีๆที่ได้จากหนังสือ
EP นี้ ยังคงอยู่กับหนังสือ "แค่นี้ก็ดีมากแล้ว" โดยจะมาชวนคิดในเรื่องต่างๆที่เราอาจหลงลืมไป
ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่เล็กลงมาได้ง่าย ๆ เราจะมีความสุขบ่อยขึ้น เพราะทุกอย่างที่เจอ เราก็มีความสุขได้
รวม 45 มุมมองและข้อคิดดีๆ ที่อ่านแล้วมีความสุข จากเรื่องราวที่หลายคนอาจมองข้าม...
เพราะเราไม่สามารถใช้ “เหตุผล” อย่างเดียว สำหรับตัดสินเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจัยด้านประสบการณ์ สัญชาตญาณ หรือ “ความรู้สึก” เป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อ “ความสุข” ของชีวิต
ด้วยเหตุนี้ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ จึงชวนคุณ “ขยับกล้ามเนื้อหัวใจ” ไปพร้อมๆ กับแง่มุมธุรกิจติดแรงบันดาลใจ ด้วยสไตล์งานเขียนที่คมคายชัดเจน เรียกรอยยิ้ม-กระตุ้นทัศนคติ-เปิดวิสัยทัศน์ เพื่อประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตอย่างรื่นรมย์ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ลำดับที่ 19
เล่มนี้ เสนอหนทางตามหา “ความสุข” ที่เกิดจากความรู้สึกของ “หัวใจ” การเดินทางที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ “เหตุผล”
แล้วคุณจะค้นพบศักยภาพของหัวใจ ที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็สร้างไม่ได้...
คุณจะร้อง "อ๋อ!" หลายรอบระหว่างพลิกหน้ากระดาษเล่มนี้ คุณจะเข้าใจที่มาที่ไปของพฤติกรรมของผู้คนรอบตัวมากขึ้นผ่านทฤษฎีจิตวิทยา งานวิจัย และกรณีศึกษาหลากหลาย เช่น ทำไมคนเชื่อข่าวปลอม ทำไมคนทำผิดแล้วไม่ขอโทษ ทำไมคนโกหกอย่างหน้าไม่อาย เห็นแก่ตัวยังไงจึงเรียกว่าดี ฯลฯ ในยุคสมัยที่ความเข้าใจเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งจำเป็น นี่คือหนังสือที่คุณไม่ควรพลาด
เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนชีวิตพาท่านเดินทางผ่านกิจวัตรและวิธีคิดที่จะทำให้ท่านมีความสุข สมดุล และยอดเยี่ยมในทุกๆด้าน ปลุกพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเปิดประตูสู่ชีวิตที่ดีขึ้น วิธีที่ทำได้จริง สามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกวัน
ใน EP นี้จะมาชวนเพื่อนๆ ทำกิจวัตรที่ง่ายๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ แบบเกินคาด
- ใส่ช่วงเวลานั่งเหม่อลงในตารางงาน
- เลิกเปิด TV แบบไร้จุดหมาย
- หาช่วงเวลาที่คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำรายการความคาดหวัง
30 กิจวัตรง่าย ๆ ในยามเช้าที่มีพลังเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ/ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมด / ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน/ ทำด้วยความรู้สึกแค่ว่า “พรุ่งนี้เช้าลองทำสิ่งนี้ดีไหมนะ”
1 นาทีหลังตื่นนอนคือช่วงเวลาทองที่คุณสามารถสร้างชีวิตที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาอย่าปล่อยให้มันผ่านไปอย่างสูญเปล่า แค่นำ 30 กิจวัตรเหล่านี้ไปใช้ไม่ต้องทำทั้งหมด ไม่ต้องทำทุกวันแล้วคุณจะพบว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง
ใน EP นี้ เรายังอยู่กับหนังสือ "ชีวิตดีขึ้นได้ด้วยการเลิกทำ" ซึ่งจะมาชวนให้เราเลิกทำบางสิ่ง เพื่อให้ชีวิตเราเบาและสบายขึ้น อาทิเช่น
- เลิกใช้ชีวิตเร่งรีบจนเกินไป
- เลิกนั่งคิดหา passion
- เลิกโกรธ
- เลิกบ่นมากเกินไป
'เพราะปัจจุบันเราต่างก็มีสิ่งที่ต้องทำมากมายเต็มไปหมดแต่เคยสงสัยบ้างไหมว่าบางสิ่งที่เรากำลังทำอยู่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ หรือแล้วถ้าเราเลิกทำบางอย่างล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
หนังสือเล่มนี้จะชวนให้คุณได้ลองสำรวจตัวเองและเลิกทำบางสิ่งที่ไม่สำคัญในชีวิตดูเพราะบางครั้งความสุขของเราอาจไม่ได้มาจากการทำหลายๆ อย่างให้เพิ่มขึ้นแต่ความสุขมาจากการทำบางสิ่งบางอย่างให้น้อยลงต่างหาก
คุณคิดว่าอะไรทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ? ขายสินค้าที่ลูกค้าต้องการ? โหมโฆษณา? สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า? หากคุณคิดว่าคำตอบคือข้อใดข้อหนึ่ง นั่นแสดงว่าคุณเป็นวัวตัวหนึ่งในฝูงวัวสีขาวดำละลานตาแล้วล่ะ เพราะการคิดและทำแบบคนส่วนใหญ่
มันจะไปน่าสนใจตรงไหนกัน ถ้าอยากโดดเด่นเป็นที่จดจำ คุณต้องคิดและทำแบบวัวสีม่วง
หนังสือเล่มนี้จะแนะนำวิธีทำการตลาดแบบ “วัวสีม่วง” เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่นให้ธุรกิจของคุณโดยแทบไม่ต้องเสียเงินลงทุนเพิ่มเลยสักบาท อธิบายผ่านกรณีศึกษาของธุรกิจน้อยใหญ่และคนธรรมดาที่คิดและทำแบบวัวสีม่วงจนประสบความ
สำเร็จอย่างถล่มทลาย
เรายังคงอยู่กับหนังสือ "The Rules of Parenting" ใน EP นี้จะพูดถึงข้อแนะนำต่างๆที่น่าสนใจ ในเรื่องของการเลี้ยงลูก อาทิเช่น อย่าจ้องจับผิดลูก อย่าทำให้ตัวเองจนแต้ม เด็กควรรู้ว่าตัวเองเก่งเรื่องไหน การสร้างความผูกพันธ์ระหว่างพี่น้อง
เล่มนี้แนะนำมากๆเลยครับ สำหรับคุณพ่อคุณแม่
พ่อแม่หลายคู่เลี้ยงลูกแบบสบายๆ เบาใจ ไร้อุปสรรคที่ทำให้ต้องหลั่งน้ำตา แล้วลูกก็เติบโตมาแบบมีฟังก์ชันเต็มพิกัด มีความสุข สนุกกับชีวิต สุภาพจิตดี รู้ถูกรู้ผิด คิดเป็น เลือกเป็น เชื่อมั่น อารมณ์สมดุล เคารพตน เคารพผู้อื่น ยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้อง
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์... พวกเขาเหล่านั้นทำได้อย่างไร? หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้กับคุณ
เนื้อหาในเล่มไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่เติบโตอย่างมีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณเป็นพ่อแม่ที่ไม่รังแกลูก เบาแรงในการเลี้ยงดูและเตรียมเปิดประตูแห่งความสำเร็จรอใว้ในอนาคตได้เลย ยิ่งคุณเป็นพ่อแม่ที่ทำตามกฎได้มากเท่าไร ความชื่นใจจาก
การเห็นลูกเติบโตอย่างมีศักยภาพก็จะมากขึ้นเท่านั้น
คนเราทุกคนนั้นล้วนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทักษะ ความถนัด หรือแม้กระทั้งรูปแบบในการพัฒนาความสามารถก็ล้วนต่างกัน ทว่าสังคมในปัจจุบันกับนิยมชมชอบแต่คนที่เป็นเลิศทางวิชาการ แล้วกลุ่มคนที่พัฒนาช้า ไม่ได้เป็นดาวรุ่งหละ
แท้จริงแล้วคนเหล่านี้กลับมีจุดเด่นสุดพิเศษ ใน EP นี้จะมาเล่าถึง จุดเด่นของผู้ที่ประสบความสำเร็จช้า ที่มีอยู่ถึง 6 ข้อ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถที่สำคัญยิ่งต่อสังคมในอนาคต
ท่ามกลางสังคมที่ทุกอย่างเร่งรีบไปหมด รีบเรียน รีบทำงาน รีบรุ่ง รีบรวยนั้น ยังมีคนอีกกลุ่มที่กันพบตัวเองช้า ค่อย ๆ โต ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะประสบความสำเร็จ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "Late Bloomers" ซึ่งหมายถึงคนที่ประสบความสำเร็จช้า สังคมเรายังคงเป็นสังคมที่ยกย่องกระต่ายยิ่งกว่าเต่า เราปลาบปลื้มชื่นชมคนที่พุ่งทะยานโลดแล่นเร็ว เมื่อออกวิ่งบนเส้นทางชีวิต และดูแคลนคนที่ค่อย ๆ ก้าวไปบนเส้นทางของเขา เรามักมองข้ามคนที่ประสบความสำเร็จช้า ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเราหรือคนส่วนมากก็ไม่ได้เก่งขั้นเทพหรือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงมาตั้งแต่เกิด เราต่างก็ต้องใช้เวลาในการค้นหาความชอบ ความถนัดและพรสวรรค์ของตัวเองกันทั้งนั้น
"ริช คาร์ลการ์ด" ผู้เขียนหนังสือ "สำเร็จได้ ไม่เห็นต้องรีบ" เล่มนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนมากมายที่ประสบความสำเร็จช้า แต่ความสำเร็จของเขาเหล่านั้นในระยะยาวแล้ว กลับมั่นคงกว่าและยั่งยืนกว่า รวมทั้งยังได้เปรียบตรงที่มีความสงบสุขทางใจมากกว่า คนที่ประสบความสำเร็จช้าค้นพบศักยภาพที่แข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างไร แล้วคุณล่ะ…เป็นหนึ่งใน Late Bloomers หรือเปล่า
ปัจจุบันเราใช้ชีวิตท่ามกลางเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมาย ทุกอย่างอยู่แค่เพียงปลายนิ้ว แต่น่าแปลกที่บ่อยครั้งเรากลับรู้สึกหมดเรี่ยวแรงลงไปทุกที ทอม แรธ เขียนหนังสือเล่มนี้โดยเริ่มจากคำถามข้างต้น เขาต้องการให้เราหันกลับมาสำรวจพฤติกรรมของตัวเองด้วยมุมมองที่จะเปิดโอกาสให้ได้เห็นทางเลือกใหม่ๆ ในการสร้างสิ่งที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และให้เราได้เห็นทางเลือกการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ตลอดจนทางเลือกที่จะเติมพลังงานให้ตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ หนังสือเล่มนี้อาจช่วยคุณให้ลองหยุดคิดแล้วหันกลับมามองตัวเองและคนรอบข้าง และได้ทดลองปรับแนวทางการใช้ชีวิตและพฤติกรรมแล้วคุณอาจได้คำตอบว่า วันนี้ คุณเติมพลังงานให้ตัวเองได้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง
คำถามต่างๆ ที่คุณอยากรู้ แต่อาจไม่เคยถาม เช่น กินน้ำตาลมากๆ จะทำให้เป็นเบาหวานไหม? ออกกำลังกายตอนเช้า ดีที่สุดใช่ไหม? เล่นปริศนาอักษรไขว้ ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้หรือเปล่า? เป็นผู้ใหญ่แล้วยังต้องฉีดวัคซีนไหม? ยามียี่ห้อ ดีกว่ายาทั่วไปไหม? โทรศัพท์มือถือก่อมะเร็งสมองหรือเปล่า? ควรตรวจร่างกายประจำปีไหม? หนังสือเล่มนี้จะมาช่วยไขปัญหาคาใจทั้งหมด พร้อมอธิบายถึงเหตุผล ข้อสรุป เคล็ดลับต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับคุณ
เพราะชีวิตไม่ง่าย ลองเปลี่ยนวิธีคิดให้สนุกขึ้นหน่อยดีไหม เรื่องเล่าจากสมุดบันทึกของ ชินสุเกะ โยชิทาเกะ นักวาดการ์ตูน ที่จะทำให้พ่อแม่ทุกคนอ่านแล้วมีความสุขได้ทุกวัน
ลองถามตัวเองดูว่า เคยเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ไปกับการโกรธ และการกลุ้มใจหรือไม่ มัวแต่พะวงกับสายตาของคนอื่นบ้างไหม และได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับสิ่งที่ควรทำจริง ๆ แล้วหรือยัง...เวลาและพลังงานของคุณมีอยู่จำกัด อย่าเสียไปกับเรื่องเปล่าประโยชน์อีกเลย
"ถึงโมโหก็อย่าสู้กับคนโง่" เป็นหนังสือเล่มเล็กที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ตำราพิชัยสงคราม" สำหรับยุคปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้คุณชนะได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงต่อสู้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสมรภูมิใดในชีวิตก็ตาม อาทิ ถึงโมโหแค่ไหน ก็อย่าเสียเวลาสู้กับคนโง่ ยิ่งอีกฝ่ายทำตัวน่ารังเกียจ ยิ่งต้องแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อ การอ่านความรู้สึกคนคือกุญแจสำคัญของการมีชีวิตรอด จงทำหน้ากลุ้ม แม้จะไม่ได้กลุ้มอยู่ก็ตาม และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้น...เลิกต่อสู้อย่างเปล่าประโยชน์ แล้วมุ่งสู่หนทางที่ทำให้ชีวิตมีความสุขกันดีกว่า
มาไขปริศนาเกี่ยวกับสมองมนุษย์อันลึกลับผ่านข้อสงสัยรอบตัวมากมาย เรียนรู้และเข้าใจไปด้วยกันผ่านรูปภาพ และคำอธิบายสั้นๆ เข้าใจง่าย เมื่ออ่านจบเราจะเข้าใจระบบการทำงานของมนุษย์ที่ไม่แพ้ปัญญาประดิษฐ์
EP นี้ผมจะมาแนะนำ กลยุทธ์จัดการเวลาอย่างมืออาชีพต่อจากตอนที่แล้ว อาทิเช่น
- การสร้างสมาธิดุจพระ
- อย่ากลัวที่จะบอกปฏิเสธ
- ใช้เวลาว่างนอกตารางให้มีประโยชน์
- การจัดเวลาตามระดับพลังงานของเรา
- พัฒนาทักษะการจัดระเบียบ
- การใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการเวลา
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ แต่ทดลองมาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่ work ผมอยากชวนคุณมาทดลองกลยุทธ์การจัดการเวลาของหนังสือเล่มนี้กันครับ
The time management solution เล่มนี้จะมาเล่าถึง ความผิดพลาดในการบริหารเวลาที่ร้ายแรงที่สุด 7 ประการ ที่คุณควรหลีกเลี่ยง และยังแนะนำกลยุทธ์การจัดการเวลาอีกถึง 21 กลยุทธ์ เพื่อให้คุณได้มีตัวเลือกในการเอาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการบริหารเวลาของคุณ
EP จะเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนและครอบครัว ที่จะช่วยให้เราเข้าใจว่าการที่ครอบครัวช่วยเติมน้ำ เติมแรงใจ ให้กับคนๆนึงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็กจนโตนั้นได้ช่วยทำให้ชีวิตของคนๆนึง ผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายในชีวิตจมาได้อย่างไร
"ครั้งสุดท้ายที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ... คุณรู้สึกอย่างไร" ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคู่สมรสของคุณ เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนแปลกหน้า เขาได้ "เติมน้ำของคุณให้เต็มถัง" โดยทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ หรือเพียงแค่ "ตักน้ำจากถังของคุณ" และปล่อยให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิม หนังสือ "เติมแรงใจให้เต็มถัง" จะเปิดเผยว่า แม้กระทั่งปฏิสัมพันธ์เล็กๆน้อยๆในช่วงเวลาสั้นๆก็มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ผลิตผล สุขภาพ และการมีอายุที่ยืนยาวของคุณ ด้วยการเปรียบเทียบอย่างง่ายๆกับกระบวยและถังน้ำ และการสนับสนุนจากงานวิจัยในช่วงห้าปี หนังสือเล่มนี้จะแสดงให้คุณเห็นวิธีการเติมช่วงเวลาดีๆ ให้แก่การทำงานและชีวิตของคุณ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดเรื่องที่ไม่ดีให้น้อยลงด้วย เติมใจให้เต็มถัง บอกเล่าเรื่องราวแห่งการค้นพบกลยุทธที่ทรงพลัง และเรื่องราวที่ได้รับการยอมรับนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยืนนาน ก่อให้เกิดเรื่องราวอันไร้กาลเวลาได้อย่างแน่นอน
"วอร์เรน บัฟเฟตต์" เป็นบุคคลสำคัญของแวดวงการเงินและของโลก ทุกการตัดสินใจของเขา ทุกครั้งที่เขาขยับ โลกเป็นต้องจับตามอง วิธีคิดและหลักการในการทำธุรกิจและการลงทุนของเขาเป็นที่รับรู้แพร่หลายมานานนับสิบปี แต่คำถามก็คือวิธีคิดแบบนี้มา
จากไหน? บุคคลหรือสิ่งใดที่หล่อหลอมให้เขามีมุมมองอย่างที่เป็นอยู่? หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของเขา ด้วยการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล ตลอดจนสัมภาษณ์ตัวบัฟเฟตต์เอง รวมถึงครอบครัว เพื่อนฝูง และหุ้นส่วนธุรกิจของเขานับร้อยคน แล้วเรียบ
เรียงออกมาเป็นชีวประวัติฉบับสมบูรณ์ที่สุด
เนื้อหาแต่ละบทจะพาคุณไปพบกับ "ด้านสว่าง" และ "ด้านมืด" ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในแบบที่คุณนึกไม่ถึง พร้อมทั้งสอดแทรกบทเรียนธุรกิจและบทเรียนชีวิตที่เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งสั่งสมเพิ่มพูนไปตามกาลเวลาจนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ทำให้เขา
ได้รับการขนานนามว่า "ปราชญ์แห่งโอมาฮา" และนี่คือหนังสือชีวประวัติเล่มแรก และเล่มเดียวจากปากคำของวอร์เรน บัฟเฟตต์ โดยตรง
ความสัมพันธ์ ครอบครัว ความฝัน งาน และเป้าหมายเราควรใช้ชีวิตอย่างไรดี บทเรียนสำคัญที่จะทำให้คุณใช้เวลาในชีวิตแบบไม่เสียใจในภายหลัง หนังสือขายดียอดขายทะลุ 3 แสนเล่ม ที่ญี่ปุ่น นพ.โอซาวะ ทาเคโทชิ
ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ผ่านมาดูแล้วถามตัวเองว่า“มีเรื่องที่รู้สึกเสียใจภายหลังบ้างไหม?”นพ.โอซาวะ ทาเคโทชิ คือคนที่คุ้นเคยกับคำถามนี้ดีที่สุดเพราะเขาได้ทำการรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้ายกว่า 3,500 ราย
เมื่อเวลาใกล้จะหมดลง เราจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้นเราจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างแท้จริงชีวิตที่ไม่รู้สึกเสียดายเป็นอย่างไร ชีวิตที่ดีเป็นอย่างไรมาร่วมค้นหาสิ่งสำคัญที่มีความหมายกับคุณจริง ๆแล้วใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุดเพราะเวลาในชีวิตนั้นมีจำกัด
ใน EP นี้ ผมจะพาไปฟังเรื่องของที่ Dave Trott หยิบมาเล่า อีกเช่นเคยครับ แต่ละเรื่องต้องบอกว่า เจ๋งมากๆ
- เมื่อ จุดอ่อน กลับกลายเป็นจุดแข็ง
- คุณยายนักทำอาหารรสชาติต้นตำหรับ
- การบริการลูกค้าแบบยอดเยี่ยม
- แผนการของนักกีฬาสเก็ต
ไปฟังกันเลยดีกว่าครับ
เราคิดว่าความรู้คือจุดแข็ง ส่วนความไม่รู้คือจุดอ่อน นั่นล่ะคือปัญหา...เมื่อไม่กล้ายอมรับว่าไม่รู้ เราจึงไม่ตั้งคำถาม เมื่อไม่ตั้งคำถาม เราจึงไม่เคยเรียนรู้สิ่งใหม่ นั่นล่ะคือความโง่เขลา...เพราะความคิดดี ๆ และไอเดียที่แปลกใหม่ จะเกิดขึ้นจาก "พลังแห่งความไม่รู้"
"พลังแห่งความไม่รู้ : The Power of Ignorance" เล่มนี้ จะพาคุณก้าวข้ามขอบเขตของความคิดที่คับแคบ ท้าทายทุกสิ่งที่คุณรู้ไปกับ "Dave Trott" นักคิด นักเล่าเรื่อง และครีเอทีฟระดับตำนาน โดยในเล่มจะพูดถึงการตั้งคำถาม เพราะการคิดอย่างสร้างสรรค์ตั้งอยู่บนการตั้งคำถาม โดยใช้ความไม่รู้เป็นดั่งคบเพลิงเพื่อค้นหาสิ่งที่คนอื่นมองข้ามหรือมองไม่เห็น ความไม่รู้ที่ผนวกเข้ากับความใคร่รู้คือจุดกำเนิดของ "ความรู้ใหม่ทั้งปวง" เมื่อนำมาใช้อย่างเหมาะสม ความไม่รู้จึงกลายเป็นอาวุธลับของเรา
ผจญไปในสามค่ำคืนแห่งปาฏิหาริย์ ความจริง ความเชื่อ ศรัทธา บาดแผล และดนตรีบลูส์
เรื่องราวการพิสูจน์ศรัทธา การค้นหาความหมายของชีวิต และการเยียวยาบาดแผลในใจของอันเช ลิบอนสกี ชายชาวโปแลนด์ผู้หนีทุกข์มายังประเทศไทยและตัดสินใจจะจบชีวิตให้พ้นทุกข์ ก่อนจะได้เจอกับเด็กชายลึกลับผู้อ้างว่าตัวเองคือพระเจ้า
จากบาร์บลูส์ในพัทยาข้ามมิติเวลาสู่มิสซิสซิปปี แอฟริกา ชมพูทวีป และเยรูซาเล็ม ที่พาให้อันเชได้สัมผัสกับความดำมืดในใจผู้คน ความโศกเศร้า ความหฤหรรษ์ และความลับซึ่งท้าทายทุกความเชื่อที่โลกนี้เคยยึดถือ
เมื่อพระเจ้ามอบความทุกข์อันไม่อาจเลี่ยงได้ให้เป็นชะตากรรม
มนุษย์จึงทำทุกทางเพื่อที่จะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ผู้โกงทุกข์...
เมื่อพ่อของ "พอลลีแอนนา" เสียชีวิต เธอถูกส่งตัวไปอยู่กับคุณน้าพอลลีที่เข้มงวดแถมยังขี้หงุดหงิด พอลลีแอนนาเป็นเด็กกำพร้า ยากจนและโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ยังมีน้าสาว ความจริงก็คือ ก่อนที่พ่อผู้เป็นที่รักจะจากไป เขาได้สอนเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้กับพลอลีแอนนา นั่นคือ "เกมดีใจ" เป้าหมายของเกมนี้คือ ให้มองหาสิ่งดี ๆ ในทุกสถานการณ์ที่เลวร้าย เพียงไม่นานบุคคิกที่ร่าเริงแจ่มใสของพลอลีแอนนาก็ทำให้ผู้คนรายรอบและทั้งเมืองสดใสขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เกมดีใจนี้จะช่วยพอลลีแอนนาได้หรือไม่
Pollyanna ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครเวที ซีรีส์ทางโทรทัศน์นับสิบครั้ง (นักแสดงนำผู้รับบทเป็น "พอลลีแอนนา" ได้รับรางวัลออสการ์ด้วย) อีกทั้งคำว่า Pollyanna ยังได้กลายเป็นคำศัพท์ในพจนานุกรม สื่อความหมายถึงบุคลิกและทัศนคติแบบเดียวกับ "พอลลีแอนนา" ตัวเอกของหนังสือเล่มนี้
EP นี้ ยังคงอยู่กับหนังสือ "งานที่ใช่หาง่ายกว่าที่คิด" ซึ่งผมเลือกเอาเรื่องราวของเคสการทำการตลาดของเครื่องดื่ม "Milk Shake" ของร้าน McDonald ที่จะช่วยให้เราเข้าใจการคิดนวัตกรรมที่ตลาดจะตอบรับได้จริงๆ
ส่วนอีก 1 บทที่พลาดไม่ได้ ผู้เขียนพูดถึงการที่ "ชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ทำ" โดยเล่าถึงข้อดีของการที่เราได้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
เล่มนี้อ่านแล้ว ได้ข้อคิดดีๆเยอะเลยครับ มีประโยชน์ อ่านง่าย ใช่เวลาไม่นานก็จบครับ
เมื่อเรียนจบแล้วเราต้องทำงาน หรือทำงานมาสักพักก็อยากหางานใหม่ หลายคนมองหางานที่ใช่ แต่ดูเหมือนว่างานที่ใช่ไม่มีอยู่จริง มีเพียงไม่กี่คนที่พบและบอกว่ามันมีอยู่ ต่างจากหลายคนที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ
แต่จริง ๆ แล้วการหางานที่ใช่อาจไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด เราเชื่อว่ามันไม่ใช่การหาโอกาสที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นการสร้างโอกาสที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นการสร้างโอกาสที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ขึ้นมา การหางานที่ใช่ให้เจอ ต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองเป็นคนที่ใช่เสียก่อน หนังสือเล่มนี้รวบรวมไอเดียและแนวทาง ที่จะช่วยให้คุณเป็นคนที่ใช่ได้ง่ายและเร็วขึ้น เพื่อค้นพบว่า "งานที่ใช่หาง่ายกว่าที่คิด" จริง ๆ
เมื่อออฟฟิศเต็มไปด้วยคนเฮงซวย เมื่อของกินในตู้เย็นหายไปอย่างปริศนาอยู่บ่อย ๆ เมื่อไลน์จากหัวหน้าชอบเด้งขึ้นมานอกเวลางาน เมื่อจมปลักอยู่กับงานที่ไม่ได้อยากทำ หนังสือ "เมื่อเส้นทางการทำงานโรยไปด้วยเปลือกทุเรียน" เล่มนี้ จะมอบสารพัดคำแนะนำให้คุณ (รวมถึงฝ่าเท้าของคุณ) สามารถเดินข้ามอุปสรรคบนเส้นทางการทำงานได้อย่างปลอดภัยกว่า 120 คำแนะนำสุดแสนจะจริงใจ แด่มนุษย์ทุกคนที่ต้องทำงาน
ผลงานทรงพลังจากเพจ "สู้ดิวะ" ของคุณหมอกฤตไท ซึ่งสร้างพลังใจให้ผู้คนมากมาย บทเรียนจากการเผชิญหน้ากับมะเร็งระยะสุดท้ายในวัยหนุ่ม ท่ามกลางความฝันอีกมากมายที่ยังอยากทำ อ่านแล้วจะจัดเรียงลำดับความสำคัญของชีวิตใหม่ พบความหมายที่ลึกซึ้งของการมีชีวิตอยู่ และมีพลังฟันฝ่าอุปสรรคที่กำลังเผชิญ
พบกับกฎทองของความสำเร็จในชีวิต 107 ข้อ ที่จะทำให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุข ความสัมพันธ์ที่มั่นคงสดชื่น ถือไม้เท้ายอดทอง ตะบองยอดเพชร ครอบครัวจะเกื้อกูลแน่นแฟ้น ลูกๆ อยากอยู่ด้วย จะมีเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจไปจนแก่เฒ่า ตลอดจนสร้างความสัมพันธอันดีกับญาติมิตร และพรรคพวกเพื่อนฝูงทุกคนได้อย่างเข้าอกเข้าใจ แนบแน่น ยาวนาน แล้วรังสีความสุขจะแผ่ซ่าน จนต้องระเบิดพลังชีวิตขั้วบวกออกมาทุกวัน
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "สู่จุดสูงสุดของชีวิต ด้วยพีระมิดสามสุข" ใน EP นี้ เราจะมาสร้างนิสัยที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณมีความสุขยิ่งขึ้น ด้วยคำแนะนำในการใช้เงินอย่างไรให้เพิ่มความสุข การเที่ยวเล่นที่จะนำมาซึ่งความสุข และสุดยอดวิธีการกินที่จะช่วยให้เรามีความสุข
EP นี้ เราจะมาคุยกันเรื่อง
- คุณสมบัติของความสุข 4 ประการ
- how to วิธีการเข้าถึงความสุขแบบ เซโรโทนิน ออกซิโตซิน และ โดพามิน
- การเขียนบันทึกเชิงบวก บักทึกการมีน้ำใจ และบันทึกความซาบซึ้งใจ ที่จะช่วยเพิ่มความสุขให้กับเรา
หนังสือเล่มนี้จะมาบอกเล่าวิธีสร้าง “ความสุข” ในชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมและเข้าใจง่าย โดยอาศัยข้อมูลและหลักฐานล่าสุดทางวิทยาศาสตร์ ผนวกเข้ากับเทคนิคแบบ howto ที่ทำตามได้ตั้งแต่เริ่มลืมตาตื่นจนถึงเข้านอน ซึ่งผู้เขียนแบ่งความสุขในชีวิตคนเรา
ออกเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ สุขภาพ ความรัก และความสำเร็จ โดยคนเราจะมีความสุขอย่างแท้จริงได้สมองต้องหลั่ง “สารแห่งความสุข 3 ชนิด” อันได้แก่
นี่คือลำดับขั้นที่ไม่ควรข้ามหรือสวนทางแล้วคุณจะไม่หลงทางในโลกที่คนมากมายยังดิ้นรนค้นหาชีวิตที่เติมเต็ม โดย คุณหมอชิอน คาบาซาวะ จิตแพทย์และนักวิชาการผู้คร่ำหวอดด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience)
เชื่อว่านักอ่านหลายคน น่าจะต้องมี "กองดอง" ที่เป็นแหล่งรวมหนังสือที่เราซื้อมาแล้วอ่านกันไม่ทันอยู่ไม่มากก็น้อย
EP นี้ผมจะมาชวนพวกเราร่วมกัน ทลายกองดองกันครับ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้แล้วถือว่าได้ผลดีใช้ได้เลย
เคยสงสัยกับคำถามเหล่านี้ไหม...ทำไมสิ่งมีชีวิตถึงได้แตกต่างกันมากมายขนาดนี้ สิ่งมีชีวิตบางชนิดก็ตัวเล็กเสียจนเรามองไม่เห็น ในขณะที่ปลาวาฬก็ตัวใหญ่เหลือเกิน สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีร่างกายที่เรียบง่ายมาก ๆ มันไม่ต้องมีแขนขา ไม่ต้องมีอวัยวะภายใน อาทิ ตับ ไต ไส้ หัวใจ มันก็มีชีวิตอยู่ได้ แต่ทำไมสิ่งมีชีวิตบางชนิด รวมทั้งพวกเราจึงมีร่างกายที่ซับซ้อน
หนังสือ "เหตุผลของธรรมชาติ" เล่มนี้ จะอธิบายเกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ผ่านปัจจัยทางด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ผู้อ่านจะได้เห็นว่าขนาดของร่างกายมีผลต่อลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตอย่างไรบ้าง โดยจะตอบคำถามหลักสองคำถามด้วยกัน คำถามแรกคือ อะไรคือเหตุผลของธรรมชาติ เราจะหาคำตอบนี้ด้วยการพยายามตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเห็นกันทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวันว่า "ผล" ที่เราเห็นในทุกวันนี้มันเกิดมาจาก "เหตุ" อะไรในอดีต และหลังจากที่เราได้เห็นตัวอย่างของเหตุผลในธรรมชาติกันไปพอสมควร เราจะนำสิ่งเหล่านั้นไปสรุปเพื่อตอบคำถามที่สองกันต่อไป นั่นคือ เราจะรู้เรื่องเหล่านี้ไปเพื่ออะไร
ใน EP นี้จะมาพูดถึง ความแตกต่างในแนวคิดการใช้เงินของคนรวย-คนจน รวมถึงคำแนะนำที่บอกว่า "อย่าใส่ไข่หลายใบ ไว้ในตะกร้าเดียวกัน" นอกจากนี้ยังมีปรัญชาการทำงานของเจ้าสัว เทียม โชควัฒนา "เร็ว ช้า หนัก เบา" และบทสรุปสุดท้ายคือ การ บริหารจัดการเวลาของคนรวย
27 เคล็ดลับสู่การประกาศอิสรภาพ เพื่อความมั่งคั่งจากการ ลาออก ที่พิสูจน์ว่าทำแล้วได้ผลจริง อยากเก่งต้องขยัน อยากรวยต้องกล้า อยากได้ดั่งใจต้องเป็นนายตัวเอง
มีความจริงบางอย่างที่ หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ ความรวยสร้างได้ด้วย ความคิด หรือทัศนคติ ถ้าคุณอยากรวย คุณต้องกล้ารวย ต้องคิดและลงมือทำแบบคนรวย และเชื่อหรือไม่ว่า ขั้นตอนที่สำคัญหนึ่งในกระบวนการสู่ความรวย คือ การลาออก ไม่จำเป็นว่า ต้องเป็นการลาออกจากมหาวิทยาลัย หรือลาออกจากงานประจำ แต่สำคัญที่สุดคือ การลาออกจากความคิดแบบเดิมๆ หรือลาออกจากความคิดแบบมนุษย์เงินเดือน
20 ปีมาแล้วที่หนังสือ "Rich Dad Poor Dad" หรือ "พ่อรวยสอนลูก" ซึ่งเขียนโดย "โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ" เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับคนทั่วโลก ด้วยคำสอนทางการเงินของพ่อรวย ที่สวนกระแสกับกูรูรุ่นเก่าๆ และความเชื่อแบบ เดิมๆ ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจหนังสือเล่มนี้
"พ่อรวยสอนลูก" เล่มนี้ จะบอกเล่าถึงความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าต้องมีเงินมากถึงจะรวยได้ ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าบ้านเป็นทรัพย์สิน ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าโรงเรียนจะสอนเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ถูกต้องให้กับลูกหลานของเรา โดยจะให้นิยามของทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ถูกต้อง พร้อมความรู้ทางการเงินสำหรับทุกคนที่ต้องการควบคุมอนาคตทางการเงินของตัวเอง
คุณยังจำจูบแรกได้ไหม จำอาหารมื้ออร่อยที่สุดที่เคยลิ้มลองได้หรือเปล่า ยังจำกลิ่นลมทะเลที่โชยปะทะใบหน้าในวันหยุดฤดูร้อน หรือจำอ้อมกอดคนรักในยามอ่อนล้าได้หรือไม่
"ความทรงจำ" คือเรื่องเล่าแห่งชีวิตที่ประกอบสร้างเป็นตัวตน คือกาววิเศษที่เชื่อมปัจจุบันกับวันวาน คือเครื่องมือก่อร่างสร้างฝันเพื่ออนาคต
"ไมก์ วิกิง" ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุขแห่งเดนมาร์ก และผู้เขียนหนังสือ ฮุกกะ และ ลุกกะ รวบรวมผลการวิจัยความสุขจากทั่วโลก ตลอดจนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความทรงจำ มากลั่นกรองเป็นคู่มือแห่ง "ความทรงจำแสนสุข" ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับการสร้างความทรงจำใหม่ๆ ด้วยพลังแห่งครั้งแรก การเรียกคืนความทรงจำผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า การเก็บรักษาช่วงเวลาเปี่ยมความหมายผ่านหลักฐานที่ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย ไปจนถึงศิลปะแห่งการปล่อยวางอดีตเพื่อก้าวต่อไป
นี่คือภารกิจเสาะหาความทรงจำที่สูญหายและเปลี่ยนคืนวันว่างเปล่าให้เป็นโมงยามอันน่าจดจำ เพื่อรวบรวมขุมทรัพย์แห่งอดีตแสนงดงามจากวันวาน ร้อยเรียงเป็นปัจจุบันที่มีความหมาย และก่อร่างเส้นทางแห่งความทรงจำแสนสุขในอนาคต
อะไรคือ แรงผลักดันอันซับซ้อน (Complex Force) มันส่งผลกระทบอะไร มีผลขนาดไหน และที่สำคัญคือ พวกเราจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้อย่างไร
ในความสำเร็จหลายๆครั้งเกิดจากความได้เปรียบของคนที่เริ่มลงมือทำก่อน ทำทั้งๆที่ยังไม่มีความชัดเจน แต่คนเหล่านั้นก็ยังลงมือทำและได้พบกับผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในท้ายที่สุด
คุณคิดว่าความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากอะไร? ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์การตลาด หรือการวางแผนที่ดี? คำตอบอาจไม่ใช่สักอย่าง... เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นโดยไร้แบบแผนมากกว่าที่คิด และมีปัจจัยมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปสำรวจความไร้แบบแผนที่ว่านั้น เพื่อให้คุณมองเห็นได้กระจ่างชัดขึ้น และสามารถสร้างความสำเร็จในโลกที่คาดการณ์ไม่ได้
Angry Birds เกมสุดฮิตที่ถูกดาวน์โหลดเป็นพันล้านครั้ง , การถือกำเนิดของ YouTube , ยาไวอากร้า , นิยายเรื่อง Twilight คุณคิดว่าความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากอะไร? ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์การตลาด หรือการวางแผนที่ดี ? คำตอบอาจไม่ใช่สักอย่าง.... เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นโดยไร้แบบแผนมากกว่าที่คิด และมีปัจจัยมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปสำรวจความไร้แบบแผนที่ว่านั้นเพื่อให้คุณมองเห็นได้กระจ่างชัดขึ้น และสามารถสร้างความสำเร็จในโลกที่คาดการณ์ไม่ได้
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "เลี้ยงบวก ลูกบวก" ของคุณหมอโอ๋ ที่จะมาบอกเล่าเทคนิค วิธีการเลี้ยงลูกที่น่าสนใจมากๆ ได้แก่
ใน EP นี้ ยังคงอยู่กับหนังสือ "เลี้ยงบวก ลูกบวก" ของคุณหมอโอ๋ ที่จะมาพูดถึงหลายๆประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ - เมื่อลูกโกหกควรทำอย่างไรดี - เรื่องการห้ามลูกมากเกินไป - การบ้านของลูก - สั่งยังไงให้ลูกฟัง
"เลี้ยงบวก ลูกบวก" เล่มนี้ นำเสนอวิธีเลี้ยงลูกที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ความเชื่อ การเลี้ยงดูที่จะพัฒนาสมองส่วนคิดวิเคราะห์และควบคุมอารมณ์ เพื่อการเติบโตไปเป็นเด็กที่ "คิดเป็น" การเลี้ยงดูที่จะสร้างความเข้มแข็งทางใจ และสร้างสัมพันธภาพที่ดี เนื้อหาในเล่มไม่ได้เขียนโดยแม่ที่มีลูกที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกแบบ "มีความสุข" และมีลูกสาววัยสามขวบที่เป็นเด็ก "มีพัฒนาการที่ดี มีความสุข"
เด็กแต่ละคนมีความพิเศษที่แสนวิเศษ คือ "ความแตกต่างหลากหลาย" การเลี้ยงลูกเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และไม่มีวิธีการที่ตายตัว การนำความรู้ใด ๆ จากหนังสือเล่มนี้ไปใช้ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเป็นการนำไป "ปรับใช้" ตาม "ธรรมชาตินิสัย" ของลูกและของพ่อแม่แต่ละครอบครัว
ทุกช่วงเวลาในชีวิตเราเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หากปล่อยให้ผ่านไปเราก็จะสูญเสียมันไปตลอดกาล นี่คือความหมายของคำว่า "อิชิโกะ อิชิเอะ" ซึ่งชาวญี่ปุ่นใช้กล่าวทักทายหรือบอกลากันและกัน เพื่อสื่อว่าการพบเจอกันนั้นเป็นสิ่งพิเศษ คำนี้ยังเป็นแก่นของศาสนาพุทธนิกายเซนและหัวใจของพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น หากคุณเรียนรู้วิธีอยู่กับปัจจุบัน รับรู้ว่าสิ่งใดที่คุณสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้คุณในชั่วขณะนั้น คุณก็จะพบว่าสิ่งใดที่สร้างแรงบันดาลใจและมอบความสุขให้คุณได้มากที่สุด
คงมีหลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ได้แต่ทึ่งในวิธีการจัดการกับเด็กเล็ก ๆ ของเหล่าคุณครูอนุบาล ที่ดูเหมือนว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน เมื่อมาถึงมือคุณครู ทุกเรื่องก็จะคลี่คลายไปได้ด้วยดี...หนังสือ "ไอเดียเลี้ยงลูก สไตล์ครูอนุบาลญี่ปุ่น" เล่มนี้ ชวนไปรู้จักกับ "ทีเซ็นเซ" คุณครูอนุบาลญี่ปุ่นสุดอารมณ์ดี ที่รวบรวมประสบการณ์ในโรงเรียนอนุบาลกว่า 12 ปี มาบอกเล่าผ่านเทคนิคเข้าใจง่าย แบบฉบับที่ครูอนุบาลใช้จริง ได้ผลมาแล้วจริง ๆ เป็นเรื่องที่ครูอนุบาลทำกันจนเป็นเรื่องปกติ แต่บางทีก็มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อเป็นลิ้นชักคลังแสงไอเดีย เมื่อต้องเจอปัญหา ขอให้ลองเปิดลิ้นชักทีเซ็นเซ แล้วอาจจะพบว่า เรื่องนี้เราก็จัดการได้นี่นา ไม่เห็นจะยากเลย...
ขอต้อนรับสู่การเดินทางเสาะหาความสุขไปกับ ไมก์ วิกิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุข ที่จะพาคุณออก "ล่าสมบัติ" เพื่อแกะรอยชิ้นส่วนของวิถีแห่งความสุขที่กระจายอยู่ตามดินแดนต่างๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่วิธีกินอาหารเพื่อเพิ่มพูนความสุขอย่างชาวฝรั่งเศส แนวคิดเรื่องการ "ปัดฝุ่นสมอง" ในภูฏาน "การอาบป่า" เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายใจแบบชาวญี่ปุ่น ไปจนถึงเคล็ดลับที่ทำให้พ่อแม่ชาวโปรตุเกสเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขที่สุดในโลก
หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคู่มือรวบรวมบทเรียนแห่งความสุขที่กลั่นกรองจากประสบการณ์ งานวิจัย และกรณีศึกษาทั่วโลก เพื่อค้นหาคำตอบว่าปัจจัยข้อใดคือกุญแจสำคัญที่เป็นตัวกำหนดความสุขในแต่ละประเทศ และไขปริศนานานัปการเกี่ยวกับความสุข อาทิ เหตุใดบางคนร่ำรวยขึ้นแต่กลับมีความสุขน้อยลง นี่คือลายแทงที่ไม่เพียงนำทางคุณสู่วิถีแห่งความสุขในระดับบุคคล แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่ "อยู่ดี-มีสุข" และเปี่ยมล้นด้วย "ลุกกะ" สำหรับเราทุกคน
ตอนสุดท้ายของหนังสือ เด็กน้อยโตเข้าหาแสง ที่จะมาเล่าตำนานการให้อภัยของบ้านกาญจนาฯ ที่เป็นเรื่องราวจากเหตุการณ์จริงที่เด็กคนที่พ่อของเขาถูกฆ่า กับ เด็กคนที่ฆ่าพ่อของเด็กคนนั้น ต้องมาอยู่ร่วมกันในบ้านกาญจนาแห่งนี้
ป้ามล จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงและหยุดวงจรแห่งการแก้แค้นให้จบลงที่บ้านกาญจนา แห่งนี้
EP จะมาชวนคุยในเรื่องของการศึกษาของไทย ที่ดูเหมือนจะเป็นแนวทาง "ลู่เดียว" คือเหมือนกันเป็นแม่พิมพ์ที่คาดหวังให้เด็กทุกคนออกมาเป็นแบบเดียวกัน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วเด็กทุกคนล้วนแล้วแต่มีความชอบ ความถนัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าเราลองเพิ่มทางเลือก เพิ่มลู่วิ่งให้กับเด็กๆ ก็น่าจะทำให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ "สมุดบันทึกก่อนนอน" ที่ถือว่าเป็น 1 ในเคล็ดลับของบ้านกาญจนาฯ ที่ให้เด็กทุกคนเขียน "อะไรก็ได้" ลงในสมุดและส่งให้กับครูประจำบ้าน ด้วยความที่เป็นหัวข้อเปิดทำให้สิ่งที่เด็กๆเขียนออกมา เด็กสามารถเล่าเรื่องของตัวเอง นั่นเองทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงตัวตนและรู้ต้นตอของปัญหาของเด็กแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น
ในตอนที่ 2 นี้จะเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่ป้ามล เปลี่ยน "คุณอำนาจ" (การใช้อำนาจที่มีกับเด็ก ใช้ความรุนแรง ทั้งคำพูดและการกระทำ) ให้มาเป็น "คุณอำนวย" (ให้ความเชื่อใจกับเด็ก เชื่อว่าเด็กมีความดีอยู่ในตัว มีความรับผิดชอบ รับฟังความคิด ทำให้เด็กรู้ว่าเขายังมีคนที่รัก มีตัวตน และเชื่อในความดีของตัวเอง) ได้อย่างไร
วิธีการของป้ามล เกิดจากประสบการณ์และการคิดที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องจบปริญญาเอกมา มีแค่หัวใจที่เชื่อมั่นในตัวเด็ก เชื่อว่าเด็กๆจะโตเข้าหาแสงได้จริงๆ
เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เป็นหนังสือบอกเล่าประสบการณ์การทำงานด้านสังคมมากว่า ๓๐ ปี ของ ทิชา ณ นคร หรือ ป้ามล นับตั้งแต่การเคลื่อนไหวต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่จังหวัดพังงา บ้านเกิดของเธอ ขณะยังรับราชการเป็นครูอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ซึ่งส่ง
ผลให้เส้นทางชีวิตเธอพลิกผัน มีอันต้องเดินทางเข้าสู่กรุงเทพเมืองฟ้าอมร และได้รับภารกิจสำคัญให้ทำงานด้านการพัฒนาเด็กร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ที่สหทัยมูลนิธิ กระทั่งวันหนึ่งป้ามลก็ได้เริ่มต้นบทบาทที่ท้าทายยิ่งในฐานะผู้อำนวยการสถานพินิจและ
คุ้มครองเด็ก และเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ที่นี่เอง เรื่องราวน่าประทับใจ สะเทือนอารมณ์มากมายได้ก่อเกิดขึ้น และมิลินทร์ ผู้เขียนได้ถ่ายทอดไว้อย่างละเมียดละไมในหน้ากระดาษเหล่านี้ โดยมีองค์การแพธเป็นผู้เกื้อหนุนอยู่เบื้องหลัง
‘บ้านกาญจนาภิเษก’ แห่งนี้แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ควบคุมหลังคำพิพากษา แต่บ้านหลังนี้ก็ไม่มีกำแพง ไม่มีประตู ไม่มีการใช้อำนาจ ความรุนแรง และกฎเหล็กเหมือนเช่นที่สังคมภายนอกมักจินตนาการกัน หากเป็นสถานที่เปิดโอกาสให้วัยรุ่นที่เคยก้าว
พลาดได้สั่งสม ‘พลังวินัยเชิงบวก’ เป็นต้นทุนชีวิตไว้ใช้ยามเมื่อต้องออกไปสู่สังคมภายนอกอีกครั้ง
สภาวะอารมณ์เย็น กับ สภาวะอารมณ์ คืออะไร และส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเราอย่างไร
สุดท้ายแล้ว อารมณ์ต่างๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมของเราอย่างไรบ้าง มาฟังกันครับ
คุณมีบุคลิกแบบไหน introvert คืออะไร แล้วต่างจาก extrovert อย่างไร วันนี้ผมจะมาชวนคุณผู้ฟัง คุยกันในเรื่อง "คุณเป็นคนแบบไหน introvert หรือ extrovert"
เชื่อไหมว่าคนเราไม่ได้ใช้เหตุผลในทุกการตัดสินใจ เชื่อไหมว่าคนเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอนาคตเชื่อไหมว่าความตื่นเต้นจากการดูหนังสยองขวัญทำให้เข้าใจว่าตกหลุมรักคู่เดตได้ เชื่อไหมว่าความเสียดายในสิ่งที่ไม่ได้ทำจะติดตัวเราไปจนวันตาย และเชื่อ
ไหมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเราคือ "มนุษย์อารมณ์"
มาร่วมหาคำตอบและทำความรู้จักกับ "อารมณ์" ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรม การใช้ชีวิต และความสุขของเราในอนาคต ผ่านความเรียงกึ่งคู่มือของ ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ ความสุข ไปพร้อมๆกันครับ
"100 กลเม็ดที่จะทำให้คุณดูโคตรฉลาดในห้องประชุม" เล่มนี้ จะพาคุณไปพบกับ 100 กลเม็ดที่จะทำให้คุณดูฉลาดเหนือชั้นในห้องประชุม แนะนำโดย Sarah Cooper อดีตผู้บริหารระดับสูงของกูเกิล รับรองว่าแต่ละหน้าที่พลิกผ่านไป ความเรียลและกลเม็ดสุดเซอร์ไพรส์จะทำให้คุณต้องอมยิ้ม กลั้นหัวเราะ หรือถึงขั้นอ้าปากค้างเลยทีเดียว
หลายคนกำลังบากบั่น ไต่บันไดเพื่อไปเป็นนายใหญ่ มีอำนาจ และบริวารมากมาย หลายคนมุ่งทำงานหนัก เพื่อแลกกับเงินเดือน ไปปรับฐานชีวิตของตัวเองและครอบครัวให้สบายขึ้น หลายคนกำลังใช้เวลาศึกษา ให้รู้แท้ว่าตัวเองต้อบการอะไรกับชีวิต หลายคนที่รู้แล้วว่าต้องการอะไร อาจกำลังอยู่บน "ทางผ่าน" เพื่อไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง ไม่ว่าคุณอยู่ในจุดไหน มุ่งหวังอะไรให้กับชีวิต ทุกวันคือวันสำคัญที่กำลังนำคุณไปสู่จุดหมายใดสักจุดหนึ่ง
แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่า "กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ" แต่ "หนุ่มเมืองจันท์" ไม่เชื่อเช่นนั้น แถมยังเถียงว่า "ปัญหา" ต่างหาก ที่เป็น "ยาวิเศษ" เพราะเป็นแรงขับดันให้มนุษย์สร้างสิ่งใหม่ที่งดงามบนโลกนี้ คิดดูสิ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่อง "ความมืด" เอดิสันคงไม่คิดสร้างหลอดไฟขึ้นมา
หนังสือ "ปัญหาคือยาวิเศษ" เล่มนี้ ไม่ใช่แค่งานเขียนธรรมดาสามัญประจำบ้าน แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ของการแก้ปัญหา แบบร่าเริง และร่ำรวยอารมณ์ขัน เนื้อหาในเล่มได้ใช้ตัวอย่างทางธุรกิจ บันเทิง และธรรมะ เป็นคัมภีร์ร่ายมนต์มหาละลวยโน้มน้าวให้เราเชื่อ แถมสร้าง "มูลค่าเพิ่ม" ด้วยคำคมของ "ศิลปินแห่งชาติ" เพราะการแก้ปัญหา คืองานศิลปะรูปแบบหนึ่ง ที่เริ่มยาก...แต่จบสวย คุณจะได้สัมผัสมุมมองใหม่เกี่ยวกับ "ปัญหา" ด้วยสไตล์ถนัดของ "หนุ่มเมืองจันท์" ที่ทำให้ "ตัวอักษร" ยิ้ม และ "วรรณยุกต์"
หัวเราะ ย่อยปัญหาเหนียวๆ แบบเคี้ยวไปหัวเราะไปเลยทีเดียว
"ความจริงไม่ได้มีหนึ่งเดียว" หนังสือที่จะช่วยลดความเกลียดชังในใจ มี Empathy ต่อกันมากขึ้น ทบทวน "ที่มาของความจริง" ว่าเหตุใดเราจึงคิดเห็นแตกต่างกัน ไล่ตั้งแต่ระดับดีเอ็นเอ การกล่อมเกลาโดยบ้าน โรงเรียน รัฐ ความเป็นตะวันออก-ตะวันตก เพศวิถี รสนิยมทางเพศ สัญชาตญาณโยนบาปให้คนอื่น ความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม ไล่เลยไปถึงความหลงตัวเองเชิงสปีซีส์ว่า มนุษย์คือศูนย์กลางจักรวาล ฯลฯ แล้วทำไมเราจึงเชื่อว่า นั่นคือ "ความจริง?
นอกจากนี้ยังพูดถึง "อคติ" ต่าง ๆ ที่เรามีต่อเรื่องราวรอบตัว เกณฑ์ที่ผู้คนชอบใช้ตัดสินพิพากษากันและกันมาจากไหน เมื่อเข้าใจที่มาของอคติมากมายในชีวิต เราอาจมี Empathy ต่อกันมากขึ้น เห็นใจแม้ไม่เห็นด้วย เถียงกันได้โดยไม่ต้องเกลียด ไม่เพียงเข้าใจคนอื่น แต่ยังเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย และสามารถอยู่บนโลกใบนี้อย่างกลมกลืนกับคนอื่น ชีวิตอื่น และสิ่งอื่นในโลกนี้ได้ดีกว่าเดิม แม้สักนิดก็ยังดี
เรื่องราวของเด็กน้อยคนเก่งชื่อ แดนนี่ ที่ใช้ชีวิตในชนบทอยู่กับพ่อของเขา เขาเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก แต่พ่อก็คอยดูแลและเติมเต็มให้แดนนี่จนเขาไม่เคยรู้สึกขาด ชีวิตที่เติบโตมาในชนบท เรียนรู้การช่วยเหลือตัวเอง การซ่อมรถในปั๊มของพ่อ ทำให้เขาเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกคนหนึ่ง จนกระทั่งแดนนี่ได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของพ่อ ความลับนี้เปลี่ยนมุมมองที่แดนนี่มีต่อโลกใบเดิมและสอนให้เขาเติบโตขึ้นไปอีกขั้น แดนนี่ได้รู้จักพ่อและผู้ใหญ่คนอื่นๆ ในหมู่บ้านมากขึ้น และได้ใช้ความฉลาดช่วยเหลือพ่อและสิ่งมีชีวิตอ้วนๆ ที่น่าสงสารไว้มากมายด้วยความเป็นเด็กยอดเก่งของเขา
นักลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะนักลงทุนสายเน้นคุณค่า หรือที่เรียกว่า VI ไม่มีใครไม่รู้จัก "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" เพราะ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เป็นนักลงทุนสาย VI ที่ประสบความสำเร็จสูง พอร์ตหุ้นพันล้าน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักตัวตนของ ดร.นิเวศน์ ในแง่มุมอื่นนอกจากการลงทุน นอกจากเรื่องของการลงทุนแล้ว หนังสือเล่มนี้จึงรวบรวมการใช้ชีวิต วิธีคิด เป้าหมายการดำเนินชีวิต และมุมมองต่อความสุขของดร.นิเวศน์ มาด้วย เพื่อให้เข้าใจว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ มีวิธีคิดอย่างไร เพื่อให้เป็นบทเรียนที่ทรงคุณค่าต่อผู้อ่าน
เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตขี้สงสัย และพฤติกรรมของคนเราก็ยากจะอธิบายเพื่อจะเข้าใจชีวิตให้ได้หลายคำถามจึงต้องถูกคลี่คลาย- ทำไมคนที่ฐานะดี หน้าตาดี มีชื่อเสียงถึงมักจะ โชคดี กว่าคนอื่น- เราควรตอบรับคำขอบคุณอย่างไรให้อีกฝ่ายประทับใจคำถามชวนสงสัยที่จะทำให้เข้าใจชีวิต ทั้งของตัวเราและคนรอบข้างมากขึ้น โดย "ณัฐวุฒิ เผ่ากวี" ศาสตราจารย์ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เจ้าของผลงาน THE HAPPINESS MANUAL พฤติกรรมความสุข ฯลฯ
ตอนสุดท้ายของหนังสือ The Five Secrets You Must Discover Before You Die ที่จะมาเฉลยอีก 2 ความลับที่เหลือกัน
ความลับที่ 4 คือ "อยู่กับปัจจุบัน" โดยผู้เขียนได้เล่าถึงประสบการณ์ตรงของเขาโดยผู้ที่สอนให้เขานั้นได้เข้าใจถึงการอยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริงก็คือ "มอลลี่" สุนัขของเขาเอง
ส่วนความลับข้อสุดท้าย คือ "ให้มากกว่ารับ" การ "ให้" นั้นนอกจากเราจะสามารถเป็นผู้กำหนดได้ด้วยตัวเองว่าจะ "ให้" มากขนาดไหนแล้ว เรายังสามารถให้ได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย ซึ่งต่างจากการ "รับ" อย่างมากเพราะการรับ คุณทำได้แค่รอคอยโดยไม่รู้ว่า จะได้รับ เท่าไร่ และ เมื่อไร่ นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้ให้ขอคิดที่น่าจะสนใจคือ โลกนี้เป็นสิ่งที่เรานั้น "ยืม" มาจากคนรุ่นก่อนหน้า นั่นทำให้เราควรจะส่งต่อโลกนี้โดยนอกจากแค่การรักษาไว้แล้ว เราควรจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นด้วย เพื่อคนรุ่นถัดไป
EP นี้จะมาคุยกันถึง ความลับข้อที่ 2 ซึ่งก็คือ "อย่าปล่อยให้เสียดาย" เราอาจจะต้องลองเสี่ยงให้มากขึ้น กล้าตัดสินใจให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะโอกาสสำคัญในชีวิตส่วนใหญ่จะผ่านมาแค่ครั้งเดียว อย่าปล่แยให้ผ่านไปแล้วต้องมานึกเสียดายในตอนแก่ ที่เราจะ ไม่มีทั้งแรงและเวลาอีกแล้ว
และความลับข้อที่ 3 คือ "ใช้ชีวิตด้วยความรัก" ให้ความรักกับตนเองและผู้อื่นให้มากขึ้น ทำร้ายผู้อื่นให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และอย่าลืมใช้เวลากับคนที่คุณรักให้มากขึ้น เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าชีวิตของเรามีเวลาเหลืออยู่อีกเท่าไร่
จะดีแค่ไหน หากเราได้เรียนรู้บทเรียนล้ำค่าของชีวิต ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...จากสารคดีที่ออกอากาศทางช่อง PBS ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเสาะหาความลับของชีวิตที่เปี่ยมความหมายและความสุขลึกล้ำ ด้วยการสัมภาษณ์ "ผู้ผ่านโลกมามาก" (อายุ 60 -105 ปี) ซึ่งใครต่อใครต่างบอกว่า เป็นผู้ที่ได้ค้นพบความสุขและความหมายชีวิต โดยคัดเลือกจากผู้ได้รับการเสนอชื่อกว่า 15,000 คน จนเหลือเพียง 235 คน เพื่อค้นพบบทเรียนล้ำค่า จากประสบการณ์ชีวิตรวมกันแล้วกว่า 18,000 ปี
นี่คือบทสรุปจากโครงการวิจัยที่คุณจะไม่มีวันลืม ซึ่งจะเฉลยปริศนาแห่งชีวิตว่า ไม้ใกล้ฝั่งผู้ทรงภูมิเหล่านี้ได้เรียนรู้อะไร มีสิ่งใดมาสอนเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิต มีสิ่งสำคัญใดมาสอนเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิต? ความเสียใจลึกซึ้งของพวกเขา ให้บทเรียนใดแก่ชีวิตเรา? เราจะเปลี่ยนตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติอย่างไร? สิ่งที่พวกเขาแต่ละคนอยากบอกเราใน 1 ประโยค? และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้อ่านจะใช้ประโยชน์จาก "ความลับ" เหล่านี้อย่างไร...ในวันที่ทุกอย่างยังไม่สายเกิน
"โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" เล่มนี้ ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่เล่าออกมาในรูปของวรรณกรรมทำให้อ่านง่าย สนุก และชวนติดตาม โต๊ะโตะจัง ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเก่าขณะเรียนอยู่ชั้นประถมหนึ่งเท่านั้นเอง! เพียงเพราะความซุกซนตามประสาเด็ก ๆ แต่ครูกลับคิดว่าเป็นการรบกวนเพื่อนร่วมชั้น จึงเป็นเหตุให้ต้องหาโรงเรียนใหม่
"โรงเรียนโทเมโอ" เป็นโรงเรียนที่ใช้ตู้โดยสารรถไฟเป็นห้องเรียน และมีครูใหญ่ที่เข้าใจเด็กอย่าง "ครูโคบายาชิ" ระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้จะแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป เด็กสามารถเลือกเรียนตามลำดับความชอบของแต่ละคน ที่นี่ทำให้โต๊ะโตะจังกับ เพื่อน ๆ ของเธอ ได้ค้นพบความฝันและสามารถสร้างฝันนั้นให้เป็นจริงได้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พร้อมกับความใจดีของคุณครูใหญ่ที่แสนวิเศษ ซึ่งเธอไม่เคยลืมจนกระทั่งทุกวันนี้
โลกอาจแบ่งคนได้เป็นสองประเภท ประเภทแรกคือ-ข้องใจว่าทำไมคนเราต้องวิ่ง 100 กิโลเมตรกันด้วย! กับอีกประเภทคือ-คิดว่าน่าลองดูสักตั้ง... เหมือนคุณกำลังแอบอ่านสมุดบันทึกของเพื่อนผู้อ่อนแอที่ดันเหิมเกริมอยากไปจบร้อยโลดูสักหน เพื่อจะเอามาโม้ให้ญาติมิตรฟัง... แต่แล้วเขากลับพบว่า ฉิบหายละ! แม่งไม่ง่ายอย่างที่คิด กระนั้น เขากลับได้บทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ติดไม้ติดมือกลับมาจากการเดินทางไกลครั้งนี้ ในแบบที่ไม่มีวันได้รับหากนั่งตากแอร์อยู่บ้าน
หนังสือเล่มนี้อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งการไม่ยอมแพ้ และไฟลุกโชนที่จะข้ามอุปสรรคปัญหา ในแง่หนึ่งมันคือหนังสือเล่าถึงประสบการณ์วิ่งอัลตร้าเทรล 100 กิโลเมตร ที่อาจกระตุ้นให้คุณอยากไปไกลกว่ามาราธอน แต่ในอีกแง่มันชวนผู้อ่านทุกคนดึงศักยภาพสูงสุดในตัวออกมา
เคยสงสัยไหมว่าตอนที่ 'โคลัมบัส' ล่องเรือเพื่อค้นหาแผ่นดินใหม่ช่วงเวลาที่อยู่ท่ามกลางคลื่นลมในมหาสมุทรที่เวิ้งว้างมายาวนานอะไรทำให้เขาไม่หันหัวเรือกลับแต่ยังเดินหน้าไปเรื่อยๆคำตอบ คือ 'ความเชื่อ''เข็มทิศ' บอกทางให้เรือแต่ 'ความเชื่อ' จะพาเราไปถึงเป้าหมาย
คนเรามีขนาดของ 'มหาสมุทร' ในใจไม่เท่ากันบางคนกำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่บางคนเปลี่ยนงานบางคนอกหักต้องการ 'มูฟออน' ฯลฯทุกคนล้วนต้องการความกล้าในหัวใจและ 'กำลังใจ' จาก 'ใครสักคน''จะข้ามมหาสมุทร อย่าหันกลับไปมองชายฝั่ง'เป็นหนังสือแห่งความหวังและเป็น 'ใครสักคน' ที่คุณกำลังมองหา
เมฆมืดหม่นบดบัง นัยน์ตามีจุดดำมืดบอด ยิ่งก้าวเดินไปข้างหน้า รอยดำในตายิ่งขยาย หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกที่กัดกินภายในใจ เมื่อใดที่ปล่อยวาง ทุกอย่างบางเบา ก้าวเดินไร้แรงถ่วง จุดดำในตาพลันเลือนหาย หรือนี่จะเป็นเพราะจิตใจที่ส่งผลต่อดวงตา... หนังสือ "หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ เล่ม 4 โปวฟู (ซุนเซ็ก)" เล่มนี้ เป็นเรื่องราวของ "ป๋าอ๋องน้อยซุนเซ็ก" ที่องอาจห้าวหาญ เมื่อต้องสูญเสียบิดาขณะยังเยาว์ จึงต้องบังคับฝึกฝนตนเองให้โตในชั่วข้ามคืน ก้าวผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่ วางแผนเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของสกุลซุน เมื่อเลือกก้าวเดินสู่ความยิ่งใหญ่ จำต้องบุกตะลุยไปข้างหน้า ยอมสูญเสียบุคคลรอบข้าง เพื่อความยิ่งใหญ่ ต้องจัดวางแผนทุกก้าวที่เดิน เป็นความยิ่งใหญ่ที่ต้องแลกกับคำว่า "คนกังฉิน"
"ซุนเซ็ก" ก้าวเดินคนละเส้นทางกับบิดา จนแม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่า จุดหมายที่แท้จริงคืออะไร เขากำลังท้าทายเงาของตัวเองหรือโชคชะตาจากสวรรค์ เก้าปีแห่งการควบทะยานไปข้างหน้าเพื่อวางรากฐานของสกุล แม้จะยิ่งใหญ่เข้มแข็งเพียงใด แต่ปมในใจของซุนเซ็กยิ่งจมลึก กระทั่งเมื่อวันที่ทุกอย่างกระจ่างแจ้ง คำตอบที่ง่ายแสนง่ายนั้นก็เปลี่ยนชีวิตของเขาในพริบตา! แม้คำตอบนั้นจะออกมาในนาทีเกือบสุดท้ายก็ตาม...
ตอนสุดท้ายของหนังสือ The Phychology of Money โดยจะมาแนะนำวิธีการวางแผนการลงทุนระยะยาว และเรื่องของการที่ทุกคนล้วนมีเป้าหมาย + ระยะเวลาในการลงทุนที่แตกต่างกัน คุณจึงควรระวังเวลาที่ไปขอคำแนะนำจากใครก็ตาม เพราะเขาอาจจะมีเป้าหมายที่แตกต่างจากคุณมากก็เป็นได้
ในบทสุดท้าย ผู้เขียนได้เล่าถึงชีวิตของตนเอง วิธีการลงทุน และประสบการณ์ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนครับ
EP นี้จะมาคุยกันเรื่อง- วินัยในการลงทุน - อิสรภาพในการได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ- การออมเงิน- Margin of Safety
สิ่งเหล่านี้ทำไมถึงสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรู้ด้านการเงินเลย ไปฟังพร้อมๆกันได้เลยครับ
"เงิน" พรอันประเสริฐและคำสาปแช่งอันขมขื่นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเรา
หลายคนเหลือกินเหลือใช้ หลายคนอดมื้อกินมื้อหลายคนนอนอุ่น หลายคนไร้บ้านหลายคนมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในระดับวินาที หลายคนไม่เคยจะมีตลอดชั่วนาตาปีหลายคนสุขสบาย หลายคนข้นแค้นและอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากเงินทั้งสิ้น… จริงหรือ?
หากระยะเวลา คือหนึ่งในตัวแปรต่อความชำนาญในสิ่งใด ๆ คนเราก็น่าจะมีทักษะทางการเงินที่ดีพอจนสามารถสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตได้ ไปจนถึงการได้มาซึ่งอิสรภาพและการใช้ชีวิตตามแบบที่ใจปรารถนา เพราะเงินนั้นวนเวียนอยู่กับตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาดู โลกจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นอย่างที่เรารู้ ๆ กัน
หนังสือเล่มนี้ จะพาคุณไปกะเทาะเปลือกความเป็นมนุษย์ เพื่อให้คุณได้เห็นว่า... เมื่อเป็นเรื่องเงิน รู้อะไรไม่สำคัญเท่าทำอย่างไร และการตัดสินใจลงมือทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่สอนกันได้ยากยิ่ง
"รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" คือความหวังของชาวกรุงเทพฯ ที่เมื่อได้เข้ามาแล้วจะนำพากรุงเทพฯ ไปในมุมที่ดีกว่าเดิมในทุก ๆ มิติ เขามีความรู้ความสามารถมากมาย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีถึงว่าการในกระทรวงเกรดเอของวงการการเมืองมาแล้ว ตลอดทั้งแนวคิดที่ไม่ใช่คิดอะไรแต่เพื่อตัวเองหรือเพื่อการเมือง แต่แนวคิดที่ชัชชาติมีนั้น เป็นแนวคิดเพื่อคนทุกคนในกรุงเทพฯ ที่ค่อนข้างชัดเจน หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลในมิติของการนำเสนอข่าว และแนวการเขียนในเชิงวิเคราะห์ของ "ราชรามัญ" เกี่ยวกับคุณชัชชาติ เพื่อส่องคมความคิดของผู้ว่าฯ ที่มาจากประชาธิปไตยผู้นี้ ที่คนในกรุงเทพฯ ศรัทธาจนได้คะแนนจากการเลือกตั้งมาล้านกว่าคะแนน
จิตวิทยาแค่ 1% ทำให้คุณ "เหนือ" คน... จะทำให้คุณทราบว่า คนสำเร็จมักมีทักษะ มีไหวพริบ และกลยุทธ์ในการเอาชนะใจคนได้อย่าง "แยบยล" กันทั้งนั้น แต่คนพวกนี้แทบไม่เคยถูกปฏิเสธ แทบไม่เคยมีปัญหาในการทำงานร่วมกับคนอื่น แทบไม่เคยล้ม เหลวในสิ่งที่คาดหวังในธุรกิจ และแทบไม่เคยพลาดที่จะสร้างเพื่อน สร้าง Connection และสร้างโอกาสที่พวกเขาต้องการ คนพวกนี้คือนักพูดที่ยอดเยี่ยม นักขายที่มีเสน่ห์ นักจูงใจที่เก่งกาจ คนที่ก้าวหน้าที่สุดในองค์กร ผู้บริหารที่หาตัวจับยาก ผู้นำที่หาใคร เทียบยากแน่นอน พวกเขาคือคนที่สำเร็จและรวยสุดๆ เพราะพวกเขาคือคนส่วนน้อยที่มี "จิตวิทยาในการเอาชนะใจคน" ในระดับ "เซียน" ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ มาเรียนรู้เคล็ดลับที่คนสำเร็จและรวยที่สุดในโลกไม่เคยบอกใคร และมันจะ "เปลี่ยน" คุณจากจุดที่คุณยืน ไม่สู่จุดที่คุณเป็น "สุดยอดคน" อย่างคาดไม่ถึง!
"พูดกับลูกสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น" เล่มนี้ จะพาคุณแม่ทุกท่านไปรู้จักกับ "66 ถ้อยคำทำร้ายลูกๆ ที่พ่อแม่หลายคนอาจเผลอใช้กับลูกบ่อยๆ" พร้อมตัวอย่างจากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ถ่ายทอดโดยคุณแม่นักเขียนลูกสาม เจ้าของหนังสือขายดีด้านวิธีสื่อสารกับเด็ก คำพูดที่มีกับลูกสามารถสร้างเสริมความรู้สึกที่มีคุณค่าในตนเองให้กับลูก หรือตรงกันข้ามอาจกลายเป็นอาวุธร้ายที่คอยบั่นทอนความนับถือตนเองของลูกให้น้อยลงไปทีละวันๆ โดยที่ผู้ปกครองอาจไม่ทันได้ตั้งตัว ด้วยเพราะความเคยชินกับสิ่งที่มีอยู่ เนื้อหาในเล่มจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งสติได้ทัน คิดมากขึ้น ใคร่ครวญก่อนพูดมากขึ้น ช่วยให้คำพูดที่สื่อสารกับลูกทุกวันไม่เป็นการทำร้ายลูก และเมื่อสามารถมองให้ลึกเข้าไปในคำพูดของลูกได้ คุณจะเข้าใจและยอมรับลูกในแบบที่เขาเป็น เมื่อนั้นคำพูดของคุณจะกลายเป็นน้ำทิพย์ที่ช่วยให้ลูกรู้คุณค่าในตนเอง เติบโตอย่างมีความสุขและมั่นใจในตัวเอง
บุตรนอกสมรส ผู้ที่ใครต่างตราหน้าว่าบื้อใบ้ ไม่มีใครใส่ใจ ไม่มีใครเคยได้ยินเขาพูด เด็กชายผู้มีท่าทีมึนชาไม่สนใจผู้ใด แต่มีเพียงผู้เดียวที่อยู่ในใจเขา เด็กหญิงตัวน้อยในบ้านหลังนั้น บ้านหลังที่พวกเขามาขอพึ่งพิงอาศัย และช่วยชุบเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่
"หงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ ตอน อ้วนปึง (บุตรลับแห่งอ้วนเสี้ยว)" คือเรื่องราวและโชคชะตาของเด็กชายผู้เติบโตมาอย่างขาด ๆ เกิน ๆ แม้นจะมีมารดา บางครั้งก้เหมือนไม่มี คนรอบข้างกลั่นแกล้ง เหยียดหยาม ความอบอุ่นอ่อนหวานเพียงสิ่งเดียวในชีวิต ที่เขายึดถือ...คือเด็กหญิงตัวน้อยที่เติบโตมาด้วยกันผู้เป็นอีกชีวิตหนึ่งของเขา จนถึงวันที่ความจริงกระจ่าง วันที่ลางสังหรณ์บางอย่างชี้นำ เมื่อนกกระเรียนสวยสง่าร่อนลงตรงหน้า วันนั้นอ้วนเสี้ยวจึงติดตามหาบุตรนอกสมรสของเขาหาช่จะไร้ประโยชน์ ไม่แน่ ว่าในวันหนึ่งเด็กไร้ค่าผู้นี้ อาจเติบโตขึ้นมาสูงศักดิ์ อาจหาญ อ้วนเสี้ยวหวังใจเอาไว้ว่า สักวันหนึ่ง "เทียปึง" ผู้นี้ จะกลายเป็น "อ้วนปึง" ที่งามสง่า ไม่แพ้กระเรียนตัวนั้น และจะนำพาให้สกุลอ้วนยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็น
แนะนำวิธีเลี้ยงลูกแบบ Happy เล่ม 2 ตอน เลี้ยงลูกให้เปล่งประกาย เป็นที่รักของทุกคน หนังสือที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูก และเรียนรู้การเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจมากขึ้น เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นเด็กที่รู้คุณค่าของตัวเอง เปล่งประกาย เป็นที่รักของทุกคน เน้นเรื่อง “การสร้างคนให้เป็นคน” “ไม่คิดว่าลูกเป็นเสมือนสิ่งของของตัวเอง”
คุณหมอไดจิ อาเคะฮาชิ (ผู้เขียน) เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกก็คือ “การสร้างการรู้คุณค่าของตัวเอง” อย่างมั่นคงให้แก่ลูก หากสร้างได้อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอบรมสั่งสอนหรือการให้การศึกษาก็จะติดตัวลูกไปเอง ผู้ที่มี “การรู้คุณค่าของตัวเอง” ย่อมมีความสุข มีธรรมชาติที่จะคิดถึงผู้อื่น มีความเกรงใจ ไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่ทำลายสาธารณสมบัติ รู้รักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยแทบไม่ต้องพร่ำสอนเลย
มาร่วมกัน “สร้างการรู้คุณค่าของตัวเอง” อย่างมั่นคงสมบูรณ์ให้แก่ลูก มาร่วมกัน “สร้างคนให้เป็นคน” แบบ Happy กัน
เขา ‘ตาบอด’ เพราะกระสุนนัดหนึ่งฝังในกะโหลก แต่กลับ ‘ตาสว่าง’ เพราะกระสุนนัดเดียวกันนี้ และทันทีที่ตาสว่าง เขากลับพบว่าประเทศที่ตนอาศัยอยู่ช่างมืดมน ไม่มีทางออก ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีสิ่งซึ่งสามารถไว้วางใจ ทุกสิ่งที่เคยมองเห็น ล้วนแต่เป็นเพียง ‘ภาพลวงตา’
ตาสว่าง คือนิยายภาพ (graphic novel) ที่ดัดแปลงจากเหตุการณ์จริง ฉากหลังของเรื่องเกิดในประเทศไทยตั้งแต่ทศวรรษ 2520 ถึง ทศวรรษ 2550 งาน fiction ชิ้นนี้คือส่วนผสมระหว่างการศึกษาด้านมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย ศิลปะการประพันธ์ และงานกราฟิก องค์ประกอบเหล่านี้ได้สร้างความหมายกระทบใจในเชิงกวีนิพนธ์
คณะผู้แต่ง ตาสว่าง ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านมานุษยวิทยาในประเทศไทยเป็นเวลาสิบปี บวกกับบทสัมภาษณ์กว่าร้อยชั่วโมง โดยได้เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2558 จัดทำคลังข้อมูลทั้งในรูปแบบของภาพถ่ายและฟิล์มภาพยนตร์ กว่า 5,000 รายการ โดยใช้เอกสารจากหอสมุดแห่งชาติ หอภาพยนตร์ และงานสะสมส่วนบุคคลของนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างชีวิตของ ‘นก’ มอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวอุดรธานีผู้เข้ามาแสวงหาชีวิตที่ดีในเมืองหลวงช่วงกลางทศวรรษ 2520 ชีวิตของนกถูกเหวี่ยงด้วยแรงลมของการเมืองที่พัดเพในแต่ละยุคสมัย แต่เขากลับรู้สึกมีอิสระดุจนกบิน หรืออาจจะตระหนักเพียงว่าเกิดเป็นนกก็ต้องบิน แต่แรงลมของการเมืองนี้เองได้ดูดดึงเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับคนเสื้อแดง ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพในสิทธิของตน เสรีภาพของตน ตื่นรู้ ตระหนักถึงตัวตนทางการเมือง อิสระดุจนกก่อนหน้านี้คือ ‘ภาพลวงตา’ ก่อนที่ลมจะพัดพรากทุกสิ่งไปหลังสูญเสียดวงตาจากการสลายการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง ปี 2553 และ ‘ภาพลวงตา’ กลับมาตอกย้ำภาวะ ‘ตาสว่าง’ อีกครั้งหลังรัฐบาลที่เขาสนับสนุนชนะการเลือกตั้งในปี 2554
ทันทีที่ตาสว่าง เขากลับมองเห็นประเทศที่ตนอาศัยอยู่ช่างมืดมน ไม่มีทางออก ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีสิ่งซึ่งสามารถไว้วางใจ ทุกสิ่งที่เคยมองเห็นล้วนแต่เป็นเพียง ‘ภาพลวงตา’
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "ที่ผ่านมามนุษย์ไม่เคยไร้หัวใจ" ที่เราจะมาพูดถึงยารักษาความเกลียดชังที่ดีที่สุด ผ่านเรื่องราวของพี่น้องฝาแฝด "คอนสแตน และ อับราฮัม วิลญอง" คู่แฝดชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวที่โชคชะตาทำให้เขาทั้งสอง มีเส้นทางอาชีพและแนวคิดที่อยู่คนละฝั่งกัน
อับราฮัม เป็นผู้ที่สนับสนุนการเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับเพื่อนร่วมชาติผิวดำ ส่วนคอนสแตนกลับเป็นถึงผู้นำฝ่ายต่อต้านที่ยึดมั่นในแนวคิดการแบ่งแยกเชื้อชาติ
อะไรทำให้สุดท้าย ทั้งสองกลับมาปรองดองกันได้
คำตอบนั้นสุดแสบที่จะเรียบง่ายเกินคาด สิ่งนั้นคือ "การพบปะ" จะเป็นอย่างไร ไปฟังพร้อมๆกันได้เลยครับ
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้ใหญ่ได้สร้าง "สนามเด็กเล่นขยะ" ขึ้นมาเพื่อได้เด็กๆได้ปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างเต็มที่
และจะเป็นอย่างไรเมื่อเรานำแนวคิดนี้มาใช้ใน "โรงเรียน"
การให้อิสระโดยไม่มีแม้แต่กำแพงห้องมาปิดกั้น เด็กทุกชั้นนั่งเรียนรวมกัน โรงเรียนที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง
ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ไปฟังพร้อมๆได้เลยครับ
ปรากฏการณ์พิกเมเลียน คือ เมื่อคนเรามี "ความเชื่อ" กับสิ่งใดมากๆ ในที่สุดสิ่งนั้นจะกลายเป็นจริง โดยได้มีการทำการทดลองกับเด็กนักเรียน และครู ผลที่เกิดขึ้นคือเมื่อเด็กและครูเชื่อว่า คนเด็กคนนั้นมีไอคิวสูง (แต่ในความจริงเป็นเรื่องที่กุขึ้นมา) ท้ายที่สุด ด้วยคำชมของครู และความเชื่อ เด็กก็มีไอคิวสูงขึ้นจริงๆ
ซึ่งตรงข้ามกับปรากฏการณ์โกเลม ที่เป็นความเชื่อในด้านลบ โดยมีการทำการทดลองโดยบอกกับเด็กว่า ตัวเด็กเหล่านั้นเป็นเด็กที่พูดไม่ชัด ซึ่งทำให้เด็กๆเมื่อโตขึ้นมาก็มีปัญหาด้านการพูดจริงๆ
ปรากฏการณ์โกเลม นี้คล้ายกับ "ยาหลอกเชิงลบ"
คำถามคือ แล้วเราจะใช้พลังแห่ง ความคาดหวัง ความเชื่อเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
การทดลองเรือนจำสแตนฟอร์ด เป็นการทดลองทางจิตวิทยาอันเลื่องชื่อของ ฟิลิป ซิมบาร์โด นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 ซิมบาร์โดประกาศรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลอง โดยบอกว่าเป็นการทดลองเกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำที่ใช้เวลา 2 สัปดาห์ และมีค่าตอบแทนให้คนละ 15 ดอลลาร์ต่อวัน จากนั้นพวกเขาจะถูกสุ่มให้รับบทเป็น ‘นักโทษ’ หรือ ‘ผู้คุม’ ในเรือนจำที่จำลองขึ้นอย่างสมจริง ณ ห้องใต้ดินของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ผลที่ได้การจากทดลองนี้ คือการที่ฝ่าย ‘ผู้คุม’ กระทำการคุกคามและใช้อำนาจกับ ‘นักโทษ’ จนนักโทษบางคนเริ่มทนไม่ไหว เช่น การบังคับให้นักโทษแก้ผ้า สุดท้ายการทดลองนี้ต้องยุติในเวลา 6 วัน จากกำหนดการเดิมคือ 14 วัน โดยที่ ซิมบาร์โด ได้สรุปผล การทดลองว่า สภาพแวดล้อมในเรือนจำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพฤติกรรมอันเลวร้ายของฝ่าย ผู้คุม
ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว..... การทดลองนี้เป็นเรื่องลวงโลก !!!
แท้จริงแล้ว ฟิลิป ซิมบาร์โด มีกระบวนการในการทดลองอย่างไร แล้วอะไรคือผลลัพธ์ที่แท้จริงของการทดลองนี้ เราไปค้นหาคำตอบนี้ด้วยกันครับ
ทำไมทหารที่ออกไปรบในสงคราม ทั้งๆอยู่ในความเป็นความตาย แต่ทหารเหล่านั้นส่วนใหญ่กลับเลือกที่จะไม่ยิงปืนออกไป มีเพียงไม่ถึง 20% ที่ยิงอาวุธออกไป
อารยธรรม นำมาซึ่งความไม่เท่าเทียมจริงหรือ ถ้าครั้งนึงพวกเราเคยอาศัยอยู่บนโลกที่เท่าเทียมกัน เกิดอะไรขึ้นโลกเท่าเทียมใบนั้นหายไปเมื่อไร่กัน แล้วเราจะสามารถกลับไปเป็นโลกแบบนั้นได้ไหม
รูปปั้นโมอาย บนเกาะอีสเตอร์ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ด้วยจำนวนรูปปั้นอันมากมาย ต้องใช้คนมากมายขนาดไหนในการสร้าง แล้วผู้คนเหล่านั้นหายไปไหน หรือว่าเคยมีการฆ่ากันระหว่างเผ่าบนเกาะอีสเตอร์กัน
มาร่วมกันหาคำตอบเหล่านี้ไปพร้อมๆกันใน EP นี้ครับ
EP นี้ จะพูดถึงวรรณกรรมขึ้นหิ้งของ วิลเลียม โกลดิ้ง ที่ชื่อว่า "วัยเยาว์อันสิ้นสูญ" เนื้อหาหลักจะเป็นเรื่องราวที่เด็กกลุ่มหนึ่งติดอยุ่บนเกาะร้าง เพราะเครื่องบินตก โดยที่ไม่มีผู้ใหญ่รอดชีวิตเลย เด็กต้องดำรงชีวิตอยู่กันเอง อันนำมาซึ่งเรื่องราวที่แสดงถึงความ มืดดำของจิตใจมนุษย์
ทว่า แท้จริงแล้วจิตใจของมนุษย์เราเป็นแบบในวรรณกรรมจริงหรือ คำถามนี้นำมาซึ่งการค้นหา "วัยเยาว์อันสิ้นสูญของจริง" ที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับในวรรณกรรม
ในบทถัดมาเล่าถึงการทดลองที่พยายามทำให้จิ้งจอกสีเงินที่เป็นสัตว์ดุร้ายมากๆ เชื่องลงจนคล้ายสุนัข ด้วยการผสมพันธุ์หลายๆรุ่นโดยใช้ปัจจัยในการคัดเลือกแค่อย่างเดียวคือ เลือกตัวที่มี "ความเป็นมิตร" ที่สุด การทดลองนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่อาจเป็นการ เฉลยได้ว่าทำไมพวกเรา โฮโมเซเปียน ถึงเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์สายพันธุ์เดียวที่เหลือรอดมาได้ ทั้งๆที่ญาติของเรา โฮโมนีแอนเดอร์ทาล ที่ทั้งฉลาดกว่าและมีร่างกายที่แข็งแรงกว่ากับสูญพันธุ์ไป
หนังสือ "ที่ผ่านมา มนุษย์ไม่เคยไร้หัวใจ" หรือ "Humankind : A Hopeful History" เล่มนี้ จะพาเราไปสำรวจจิตใจมนุษย์ผ่านประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ด้วยมุมมองใหม่ที่ว่ามนุษย์ล้วนเป็นคนดีโดยกำเนิด โดยผู้เขียนได้สืบเสาะและค้นหาความจริง ด้วย การพาเราย้อนไปกว่า 200,000 ปี เพื่อที่จะค้นพบว่า โฮโมเซเปียนกลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวที่ครองโลกและได้ไปเหยียบดวงจันทร์ เพราะพวกเรามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน เขายังท้าทายทฤษฎีและการทดลองชื่อดังก้องโลกต่าง ๆ ที่ล้วนบอกกับเราว่า มนุษย์นั้นทำเรื่องชั่วร้ายได้มากมายเพียงใด นั่นรวมไปถึงการสังหารหมู่ชาวยิวของนาซี
ด้วยการสืบค้น สัมภาษณ์และเสาะหาข้อผิดพลาดจนพบว่า ความเชื่อที่เราถูกพร่ำสอนกันมาล้วนถูกบิดเบือน เพราะหลักฐานที่เขาค้นพบแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ไม่เคยไร้หัวใจ และเราไม่เคยทอดทิ้งกัน ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะมองมนุษยชาติในมุมใหม่ มุมที่ เราล้วนเป็นคนมีหัวใจ และพร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กันเสมอ
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ที่ต้องพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ ลูกไม่ค่อยจะฟังสิ่งที่เราพูด ลูกงอแง ยิ่งบอกให้เงียบยิ่งเสียงดัง
รวมถึงปัญหาเรื่องการเรียน ทำไมเราถึงรู้สึกว่าลูกเราเรียนไม่เก่ง สู้เพื่อนๆไม่ได้ จะให้ลูกที่อายุอ่อนเกณฑ์เข้าเรียนเลยดีไหม
EP นี้มีคำแนะนำดีๆให้คุณแน่นอนครับ กับหนังสือ "ดีต่อลูก"
ความสัมพันธ์กับลูกไม่ดี ลูกไม่ฟังเรา อยากเข้าใจลูก อยากให้ลูกเข้าใจเราบ้าง ลูกเรียนไม่เก่ง ลูกช้ากว่าเด็กคนอื่น ลูกวัยอนุบาลให้เรียนหรือเล่นดี กลัวลูกไม่ทันเพื่อน ทะเลาะกับลูก ไม่อยากรุนแรงกับลูกแต่หลุดทุกที สับสนเรียนแบบไหน ส่งเสริมลูกแบบไหนดีในยุคนี้ บางทีเราพ่อแม่เริ่มหมดกำลังใจ บางครั้งก็เหนื่อย หมดหวังกับลูก และหมดหวังกับสังคมกับเด็กสมัยนี้ นี่คือส่วนหนึ่งในอีกหลายๆสารพัดปัญหาของพ่อแม่ในยุคนี้ ยุคที่ความรู้หาง่ายแต่ไม่รู้จะหยิบอันไหนมาใช้ดี หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่หนังสือพัฒนาการเด็ก และไม่ใช่หนังสือเลี้ยงลูก แต่เป็นหนังสือที่พ่อแม่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ในสไตล์ดีต่อลูก เป็นหนังสือสำหรับพ่อแม่ทุกคนที่อยากจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ อยากเป็นพ่อแม่ที่มีความสุข มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก อยากให้ลูกมีพฤติกรรมดีขึ้น อยากเห็นสังคมดีขึ้น และอยากเห็นลูกเราและลูกคนอื่นอยู่ในสังคมด้วยกันได้อย่างปลอดภัย
EP นี้จะพูดถึงวิธีการฝึกสติแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถฝึกได้ทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนในการฝึกสะสมประสบการณ์เชิงบวก เพื่อฝึกสมองของเราให้เคยชิบกับการเก็บความทรงจำดีๆ รวมถึงวิธีการทำให้ความทรงจำที่ไม่ดีนั้น เบาบางลงได้
ลองฝึกกันดูนะครับ เพื่อให้เรา ไม่ต้องเป็นบ้าไปกับโลก
"หากคุณไม่จัดสำดับความสำคัญให้กับชีวิตตัวเอง คนอื่นจะจัดให้คุณ"
การจัดลำดับความสำคัญจะช่วยให้เรานั้น ใช้ทรัพยากรที่เรามีซึ่งก็คือเวลาและแรง อย่างคุ้มค่าที่สุด เรามีหน้าที่ต้องปกป้องเวลาของเราเอาไว้เพื่อใช้ในการทำสิ่งสำคัญอย่างมีสมาธิ แล้วคุณอาจจะเห็นผลลัพธ์ที่ทั้งคืบหน้าและมีคุณภาพ
หากคุณกำลังเหนื่อยล้า สับสน วิตกกังวลกับชีวิต หนังสือเล่มนี้ของ "นิ้วกลม" คือเพื่อนที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณและทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น ยิ้มง่าย มีสันติภายใน ลดการเปรียบเทียบแข่งขันในโลกที่หมุนไวขึ้นเรื่อยๆ และลวงตาว่าเราไม่เคยดีพอ พาคุณไปทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้วฉันไม่ได้ต้องการทุกสิ่ง และเพียงแค่บางสิ่งที่ฉันได้รับมาและมีอยู่แล้วนั้นก็เพียงพอต่อการมีชีวิตที่เป็นสุข สบุก และสงบ หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า 'ฉันกำลังเหนื่อยไปทำไม' นี่คือหนังสือสำหรับคุณ
เป็นเวลาราว 3 ปีแล้วที่เพจ "เข็นเด็กขึ้นภูเขา" เกิดขึ้นมาจากความคิดเล็กๆ ของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 4 คน ที่อยากจะมีช่องทางสื่อสารเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับคนทั่วไปในเรื่องสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น เพราะเชื่อว่าการป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิดย่อมง่ายกว่าการตามไปแก้ไขปัญหาในเวลาที่อาจจะสายเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมบทความในเพจ "เข็นเด็กขึ้นภูเขา" พร้อมความรู้ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้ใช้สำหรับการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้อง เพราะเส้นทางสู่การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย เปรียบเหมือนคนๆ หนึ่งกำลังปีนขึ้นสู่ยอดเขา อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาอาจทำให้มีน้ำตา และความสำเร็จที่คาดหวังก็ทำให้ยิ้มได้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเผชิญในเส้นทางสู่ภูเขาในชีวิตจริง
"หลายชีวิต" ของ "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช" ได้เคยตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสาร "สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์" และตีพิมพ์รวมเล่มอีกหลายครั้ง ได้รับความนิยมจากผู้อ่านด้วยดีเสมอมา นับจากระยะวลาที่ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ขึ้นราว พ.ศ. 2494 ด้วยเนื้อหาอันทรงคุณค่า แฝงด้วยข้อคิดและคติสอนใจ หลายชีวิตจึงเปรียบเหมือนวรรณกรรมที่มีความเป็นอมตะอยู่ตลอดกาล
โดยในเล่มบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายของผู้คน ซึ่งแตกต่างกันด้วยเพศ วัย และอาชีพ แต่ละคนมีภูมิหลังและทางเดินของชีวิตที่แตกต่างกัน คงมีสิ่งเดียวที่ตัวละครทุกตัวมีเสมอเหมือนกันนั่นคือ "กรรม" ตัวละครแต่ละตัวล้วนตกอยู่ภายใต้ "กฎแห่ง ธรรมชาติ" หรือ "สังสารวัฏ" อันมีกิเลสตัณหาเป็นเครื่องปรุงแต่งให้กับชีวิต ตัวละครบางตัวสร้างกรรมดี และตัวละครหลายตัวสร้างกรรมชั่ว แต่เพราะเหตุใด "หลายชีวิต" เหล่านี้จึงต้องวนเวียนมาบรรจบ ประสบชะตากรรม ณ สถานที่และอุบัติภัยในคราว เดียวกัน ซึ่งผู้ประพันธ์มุ่งหวังที่จะสร้างความแคลงใจทิ้งไว้ให้เป็นปริศนาธรรมหรือโศกนาฎกรรมให้ผู้อ่านได้ขบคิดอีกด้วย
การตั้งคำถามเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จิตใจของเราเติบโต เมื่อเราหาคำตอบให้กับคำถามนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น "นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ" หรือ "นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ หรือเปล่า" นั่นก็เท่ากับว่า เราหาเส้นทางที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ และหาความ หมายของการมีชีวิตอยู่จนเจอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว...ความสุขเป็นเรื่องของความถี่ ไม่ใช่ระดับความแรก
เคยไหมเวลาที่ชอบอะไร รู้สึกอะไร แต่ไม่กล้าแสดงออกไป เพราะกลัวว่าสิ่งที่เราคิดนั้นมันอาจผิด หรือแตกต่างจากคนอื่น จนสุดท้ายก็ได้ในสิ่งที่ไม่ต้องการมาแทน เกิดเป็นคำถามในใจว่า แท้จริงแล้วเราแคร์ใครมากกว่ากันนะ ตัวเองหรือว่าคนอื่น จริง ๆ แล้วสิ่งที่แตกต่างอาจไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากเป็นความกังวลใจของเราเองหรือเปล่า ที่ทำให้มันดูเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เราเกรงใจและยอมให้คนอื่นได้เสมอ ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องยอมให้หัวใจเรามีความสุขอย่างอิสระเสียที
ในขณะที่อ่านหนังสือเล่มนี้ เหมือนกับได้ทบทวนตัวเองไปด้วยว่า เราใจดีกับตัวเองบ้างไหม เปิดโอกาสให้กับตัวเองมากแค่ไหน และเรายังใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่า โลกใบนี้ต่างมีหลายมุม หลายด้านให้เราเลือกมอง ขอให้เลือกมองแค่มุมที่เราเพลินใจจะมอง และไม่เดือดร้อนใครก็พอ
EP นี้จะมาชวนกันตั้งคำถามที่น่าสนใจกับเรื่องราวของชาว introvert อาทิเช่น เวลาที่คนชอบเก็บตัวร้องไห้ ควรให้เขาได้อยู่กับตัวเองคนเดียวหรือความเข้าไปอยู่เป็นเพื่อน ทำไมคนเก็บตัวถึงเป็นคนติดบ้าน และการคิดมากเป็นอีกลักษณะของชาว introvert จริงหรือไม่
“ความสุขของคนชอบเก็บตัวนั้นลึกซึ้งและเป็นส่วนตัว เมื่อเข้าใจว่าอุปนิสัยชอบเก็บตัวหรือเข้าสังคมไม่ใช่ปัญหา ก็จะช่วยให้เข้าใจตัวเองอย่างถูกต้องและเกิดความสุขเช่นนั้นได้”
บุคลิกลักษณะของเราเสมือนเป็นตารางไล่โทนสี ในคนเดียวกันก็สามารถเป็น "คนชอบเก็บตัวที่มีลักษณะค่อนไปทางชอบเข้าสังคม" และสามารถเป็น "คนชอบเข้าสังคมที่ค่อนไปทางเงียบขรึม" ได้เช่นกัน จึงไม่อาจอธิบายได้ด้วยคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว การตอบคำถามว่า ตัวเรามีลักษณะนิสัยแบบไหนนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องถามใจตัวเอง ไม่ใช่การวัดด้วยไม้บรรทัดของคนทั่วไป "คนชอบเก็บตัวต้องรวบรวมความกล้าห้าครั้ง ถึงจะชวนคนอื่นคุยได้ คนชอบเข้าสังคมก็ต้องอดทนอดกลั้นห้าครั้ง เพื่อที่จะไม่พูดสุ่มสี่สุ่มห้าออกไป"
หนังสือ "ที่จริงแล้ว ฉันเป็นคนเก็บตัวนะ : Actually, I'm an Introvert" เล่มนี้ ดังจากเกาหลีใต้ที่โดนใจคนอ่านจนติดอันดับขายดี "นัมอินซุก" เธอเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้หญิงที่โตมากับการเป็นคนแบบอินโทรเวิร์ต ทำให้สายตาของเธอมองเห็นโลกเป็นอีกแบบ เป็นงานเขียนที่สะท้อนให้เห็นภาพของคนร่วมสมัยได้อย่างซื่อตรง และทำให้เข้าใจว่าความแตกต่างของคนเรานั้นล้วนมีที่ทางเป็นของตนเอง นี่คือเรื่องราวปลอบประโลมหัวใจของคนอินโทรเวิร์ตที่คนยุคนี้ต้องอ่าน
"ความสุขของกะทิ" นวนิยายรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2549 ที่จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งในสังคมแบบชนบทที่ดำเนินไปอย่างเนิบช้าและสงบงาม เป็นชีวิตอย่างที่ผู้คนจำนวนมากในเมืองต่างก็โหย หา แต่ลึกลงไปในใจของเด็กหญิง แม้จะมีทั้งตาและยายคอยให้ความรักและใส่ใจ เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงแม่ แม่ผู้เก็บความลับในชีวิตของเธอเอาไว้ แม่ผู้บอกเหตุผลได้ว่าทำไมเธอจึงต้องมาอยู่กับตายาย แทนที่จะอบอุ่นในบ้านที่มีทั้งพ่อและแม่ แม่ผู้จะตอบคำถามในใจของกะทิได้หมด แม้ว่าบางคำถาม กะทิจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าต้องการจะรู้หรือไม่ก็ตาม... ถ่ายทอดด้วยสำนวนภาษาอ่านง่าย สละสลวย คมคาย เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดูงดงามน่าอยู่ และเนื้อหาที่ลึกซึ้งกินใจ
คนส่วนใหญ่ก็แค่หัวเราะเมื่อได้ยินว่าความลับสู่ความสำเร็จคือ การให้... แต่ก็นั่นแหละ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่พวกเขาต้องการนี่” ยิ่งให้ยิ่งได้เล่าเรื่องของ โจ ชายหนุ่มทะเยอทะยาน ผู้ใฝ่หาความสำเร็จ แต่รู้สึกว่ายิ่งตัวเองทำงานหนัก ก็ ยิ่งอยู่ห่างไกลจากเป้าหมาย วันหนึ่งเมื่อเขากำลังสิ้นหวังจากผลตัวเลขที่ไม่เข้าเป้าในไตรมาส 3 เขาจึงไปปรึกษา พินดาร์ ชายลึกลับผู้ประสบความสำเร็จล้นฟ้า ที่ในวงการเรียกว่า ท่านประธาน โจหวังจะปรึกษาพินดาร์เรื่องการเจรจาต่อรอง และอิทธิพลเพื่อที่จะให้เขาได้งานขายสำคัญ แต่พินดาร์บอกโจว่า ความลับของการประสบความสำเร็จคือ การให้ เพราะเราไม่มีทางได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่เราจะได้ทุกอย่างที่เราหวังว่าจะได้
เรื่องราวเล็กๆ เกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจอินทรพลัง กฏแห่งความสำเร็จที่ทรงพลังที่สุด 5 ข้อ ที่ 9 ใน 10 คนอ่านแล้วชีวิตดีขึ้น
"ดินแดนคนตาบอด" เล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่พลัดหลงเข้าไปยังดินแดนที่มีแต่คนตาบอด โดยหวังว่าเขาจะได้รับการยอมรับและปกครองคนเหล่านั้นได้ ทว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสภาพดวงตาปกติ กลับเป็นสิ่ง "แปลกปลอม" และ "แปลกแยก" ต่อ เหล่าพลเมืองคนตาบอด
"ดินแดนคนตาบอด" นับเป็นวรรณกรรมประเภทดิสโทเปียที่มีมุมมองแหลมคม เป็นการตั้งคำถามและข้อสังเกตที่ยอกย้อนกลับหัวกลับหาง ซึ่งเทียบเคียงกับสภาพสังคมการเมือง ณ ปัจจุบัน ของหลาย ๆ สังคมได้อย่างแยบคายและชวนให้เราได้ขบคิดใน หลายๆแง่มุม
ต้นการบูรสุดลึกลับกับผู้คนมากมายที่เข้ามาต่างอธิษฐานขอพรให้ตนสมหวังในชีวิต แต่ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่…
นาโออิ เรโตะ ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม จึงขโมยของในที่ทำงานเพื่อแก้แค้น แต่พลาดพลั้งถูกตำรวจจับได้ขณะที่เขากำลังจะถูกดำเนินคดี ทนายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น และยื่นเงื่อนไขให้เรโตะทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างตน แลกกับการช่วยประกันตัวเขา ออกมา เรื่องประหลาดเริ่มขึ้นเมื่อหญิงสูงวัยที่ว่าจ้างทนายคนนั้นชื่อ จิฟุเนะ ซึ่งเป็นป้าของเขาเอง แต่เรโตะกลับไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีป้ามาก่อน และเงื่อนไขที่เธอต้องการให้เขาทำก็ประหลาดยิ่งกว่านั้น ป้าต้องการให้เรโตะคอยพิทักษ์ต้นการบูรศักดิ์สิทธิ์ใน ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งลือกันว่าหากใครอธิษฐานขอพรกับการบูรต้นนี้ ผู้นั้นจะสมหวังในสิ่งที่ขอ
แต่การขอพรต้นการบูรนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและกฎที่เข้มงวดมากมาย หนำซ้ำผู้เกี่ยวข้องทุกคนล้วนทำตัวมีลับลมคมในจนน่าสงสัย ต้นการบูรนี้ดลบันดาลให้สมความปรารถนาได้จริงหรือเปล่า เรโตะพยายามคลี่คลายความลึกลับของเรื่องราว พร้อกับ หน้าที่ผู้พิทักษ์ต้นการบูรแห่งนี้ เพราะนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้แก้ไขความผิดพลาดในชีวิตของตนเช่นกัน ผู้เขียน ฮิงาชิโนะ เคโงะ ได้ถ่ายทอดความคิดคำนึงและสายใยของผู้คนในแบบที่คาดไม่ถึง อีกทั้งยังคงสะท้อนปัญหาในสังคมญี่ปุ่นได้อย่าง แยบคายอีกเช่นเคย
ตอนสุดท้ายของหนังสือ Creative Blindness ที่จะมาพูดถึงเรื่อง โชค เทคโนโลยี และ ประชาธิปไตย ในอีกมุมนึงที่จะช่วยให้คุณนั้นมองสิ่งต่างๆที่พบเจอในชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป
ในตอนนี้จะเป็นเรื่องเล่าที่เป็นจุดกำเนิดของอุตสาหกรรม Fast Food อย่าง McDonald's
เรื่องของวงการฟุตบอลที่แก้ปัญหาคนไม่เข้าไปดุในสนามด้วยการถ่ายทอดสด
เพื่อแก้ปัญหาการติดโปสเตอร์ในที่สาธารณะที่ผิดกฏหมายด้วยการติดสติ้กเกอร์ทับลงไป
และทหารผ่านศึกที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เมื่อปลดประจำการ
ไปพบกับวิธีการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์อันน่าทึ่งกันได้เลยครับ
EP นี้ ยังคงมีเรื่องเล่าจาก Dave Trott นักคิดและนักโฆษณาระดับตำนาน ที่เป็นเรื่องราวการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่คุณคาดไม่ถึง
โดยเป็นเรื่องของการเดินขบวน การเล่นไพ่ รูปถ่าย และนั่งขี่จักรยาน ที่จะช่วยเปิดมุมมองของคุณเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ และอาจจะทำให้คุณได้ไอเดียใหม่ๆไปใช้ในงานของคุณได้อีกด้วย
ความมืดบอดเป็นปัญหาสำคัญของมนุษย์ ตาบอดทำให้เรามองไม่เห็น ใจบอดทำให้เรามีอคติ แล้วถ้า "สมองบอด" ล่ะ มันจะร้ายแรงขนาดไหน
"Dave Trott" นักคิดและนักโฆษณาระดับตำนาน จะพาคุณไปสำรวจกับดักทางความคิดที่ทำให้สมองตีบตัน พร้อมทั้งแนะนำทางออกที่ช่วยให้กลับมาคิดได้เฉียบคม และสร้างสรรค์ไอเดียดี ๆ แม้อยู่ในสถานการณ์ที่มืดมิดที่สุด
หยุด “ตี” และ “ดุ” ลูกได้แล้ว! พ่อแม่เลี้ยงลูกอย่างดีได้โดยไม่ใช้อารมณ์ หนังสือ พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู เล่มนี้เขียนโดย โทะกิโกะ โคโซะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูเด็กชาวญี่ปุ่น เนื้อหาในเล่มเขียนขึ้นเพื่อคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองที่กำลังประสบปัญหา เรื่องการจัดการอารมณ์เวลาต้องเลี้ยงดูลูก และรู้สึกผิดที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนนำไปสู่การตีหรือทำร้ายลูกโดยไม่ตั้งใจ ในเล่มนำเสนอแนวทางและวิธีการที่นำไปใช้ได้จริง เช่น การระงับอารมณ์ เทคนิคทำใจให้เย็นก่อนจะเผลอพลั้งมือ และวิธีรับมือ กับลูกๆ พร้อมเจาะลึกกรณีตัวอย่างต่างๆที่พ่อแม่ทุกคนต้องพบเจอ เพื่อเตรียมพร้อมให้คุณรู้เท่าทันอารมณ์และเลี้ยงลูกอย่างมีความสุขได้โดยไม่สร้างบาดแผลไว้ในใจ
เรื่องราวของเด็กชายน้อยๆ คนหนึ่ง ผู้มีนามว่า "เซดริก" เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น ผ่านการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนจากบิดามารดาผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณงามความดี เด็กชายเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกนึกคิด และจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมและความมีน้ำใจที่ดีงาม... ทว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น! เด็กชายผู้นี้มียศฐาบรรดาศักดิ์เป็น "ลอร์ด" ขึ้นในวันหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีความบริสุทธิ์ และพร้อมจะเข้าช่วยเหลือผู้อื่นได้ทุกเมื่อ... ลาภยศ ทรัพย์สมบัติ มิได้มีอิทธิพลต่อเขาแต่อย่างใด จน "ท่านเอิร์ล" ปู่ผู้ร่ำรวย แต่เห็นแก่ตัวของเซดริก ต้องยอมแพ้ให้กับความบริสุทธิ์ของลอร์ดน้อยฟอนเติ้ลรอย คนนี้ในที่สุด...
มนุษย์เราอาจมีเวลาในชีวิตไม่เท่ากัน บางคนสั้น บางคนยาว แต่ไม่ว่าจะยาวหรือสั้นแค่ไหน เราทุกคนต่างก็มีเวลาจำกัด เท่ากับชีวิตของเรา และนั่นย่อมหมายความว่า ไม่ว่าเราจะประหยัดเวลาสักแค่ไหน ไม่ว่าจะเร่งรีบทำการงานสักเพียงใดเวลาของเราก็ยังมีจำกัด เท่ากับชีวิตของเราอยู่ดี มนุษย์จึงต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะทำอย่างไรกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นเพราะ "เวลาคือชีวิต และชีวิตสถิตอยู่ในหัวใจ"
"โมโม่" เด็กหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ บ้านของเธอคือโรงละครร้างๆ ในเมืองเล็กๆ ทุกคนในเมืองนั้นชอบมาหาโม่โม่ ผู้ใหญ่ชอบมาเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ฟัง เด็กๆ ชอบมาจับกลุ่มเล่นกับโม่โม่ แต่เมื่อผู้ชายสีเทาเข้ามาในเมือง ทุกคนรอบข้างโมโม่ก็เปลี่ยนไป ผู้ชายสีเทาเข้ามายุยงให้ผู้คนพักผ่อนน้อยๆ ทำงานหนักๆ เลิกเสียเวลาติดต่อพูดคุยกับคนอื่น โมโม่ก็เลยโดดเดี่ยวขึ้นเรื่อยๆ เธอรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงว่ายิ่งมนุษย์พยายามจะประหยัดเวลามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีเวลาน้อยลงเท่านั้น เธอเลยพยายามช่วยเหลือให้สภาพสังคมแบบเดิมกลับมา ก่อนที่โลกนี้จะไม่เหลือเวลาให้คนได้พูดคุยกันอีกเลย…
“เรามีปฏิทิน และนาฬิกาสำหรับวัดเวลา แต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันมากไปกว่านั้น เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่า บางครั้งเวลาหนึ่งชั่วโมงก็นานเหมือนกับจะไม่รู้จักมีที่สิ้นสุด แต่บางทีกลับเหมือนเป็นเพียงพริบตาหนึ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะประสบอะไรในชั่วโมงนั้น เพราะเวลาคือชีวิต และชีวิตสถิตอยู่ในหัวใจ”
กลยุทธ์ในตอนนี้ เราจะพูดถึง "ความกล้า" ในการเอาชนะความกลัวที่เกิดขึ้นในวัยเด็กอันโหดร้าย มีผู้นำมากมายที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก ความสูญเสียเหล่านี้ส่งผลอย่างไรกับคนเหล่านั้น และนั่นกลับกลายมาเป็นความกล้าให้กับคนเหล่านี้ได้อย่างไร
อีกเรื่องเป็นการใช้ "อำนาจ" ที่จะทำให้พวกเรารู้ว่า บางครั้งการใช้อำนาจที่มีโดยไม่ได้คำนึงถึงฝั่งตรงกันข้ามนั้น อำนาจเพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่เราคาดหวัง แต่เราควรเลือกใช้กลยุทธ์ในทางตรงกันข้ามต่างหากที่กลับให้ผลลัพธ์อันยอดเยี่ยม
คุณคิดว่าการเลือกโรงเรียนที่ดีเลิศที่สุดให้กับลูกเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ ?
EP นี้ผมจะพาไปทำความรู้จักกับ "ทฤษฎีปลาใหญ่ในบ่อเล็ก ปลาเล็กในบ่อใหญ่" ที่จะช่วยให้คุณฉุดคิด ในการที่จะตัดสินใจเลือก ในทางเลือกครั้งใหญ่ๆในชีวิตว่าหลายๆครั้ง ตัวเลือกที่ดีเลิศก็มีข้อเสียหรือความเสี่ยงอยู่เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี "ทฤษฎีความยากลำบากอันพึงปรารถนา" ที่ทำให้ผู้ที่เป็นโรคดิสเล็กเซีย(ภาวะผิดปกติทางด้านการอ่าน) มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในฐานะผู้ประกอบการมากกว่าคนปกติได้อย่างไร
สามพันปีก่อน เด็กเลี้ยงแกะชื่อเดวิดสามารถโค่นยักษ์โกไลแอธลงได้อย่างราบคาบ ชัยชนะในครั้งนั้นเป็นที่กล่าวขานมานานหลายศตวรรษ เพราะมันดูเหลือเชื่อในสายตาทุกคน ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอะไรเลย การล้มยักษ์เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่เว้นแม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุด "มัลคอล์ม แกลดเวลล์" นักเขียนชื่อก้องโลก ออกเดินทางสำรวจปรากฏการณ์ "ล้มยักษ์" ที่เกิดขึ้นในหลายวงการ และได้ข้อสรุปว่าคนที่เหนือกว่า แข็งแกร่งกว่า หรือมีพื้นเพดีกว่าใช่ว่าจะได้เปรียบอย่างที่เข้าใจกัน อันที่จริงมันอาจกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่ทำให้พวกเขาเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับไก่รองบ่อน
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมกลยุทธ์แบบแหวกแนวสำหรับคนที่อยู่ในสถานะเสียเปรียบ ซึ่งต้องการชิงความได้เปรียบมาไว้ในมือ แล้วคุณจะรู้ว่า...การเป็นเด็กหัวช้าจะเพิ่มโอกาสให้คุณเป็นสุดยอดทนายความได้อย่างไร คุณจะใช้ไก่งวงขจัดปัญหาอาชญากรรมที่เรื้อรังได้อย่างไร การเลือกเรียนมหาวิทยาลัยชั้นรองจะทำให้คุณมีโอกาสได้ทำอาชีพที่ใฝ่ฝันมากขึ้นได้อย่างไร บางที "ยักษ์" ที่คุณเห็นอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และ "ความเป็นรอง" นี่ล่ะคืออาวุธอันทรงพลังที่สุด
หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับเรื่องราวของ 8 ชีวิต ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในซอยแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกนำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกัน ด้วยเหตุการณ์ที่จะทำให้คุณต้องประทับใจในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง แค่อ่านสองสามประโยคแรกก็รู้สึกได้เลยว่า เมื่ออ่านถึง ตอนจบต้องมีอะไรงอกงามในหัวใจของเราเป็นแน่ หากใครกำลังหาหนังสือดีๆ สนุกๆ สักเล่ม "824" คือหนังสือที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
"Surrounded by Idiots" สอนให้รู้จักมนุษย์ 4 แบบ (คนงี่เง่า 4 แบบ) ที่คุณจะพบเจอทั้งในงาน ธุรกิจ และชีวิตส่วนตัว โดย โดยแบ่งคนออกเป็น 4 สี "สีแดง" พวกชอบควบคุมและออกคำสั่ง "สีเหลือง" คนชอบสังคมและมองโลกแง่ดี "สีเขียว" คนสบาย ๆ เข้ากับคนง่าย และ "สีน้ำเงิน" ช่างคิดวิเคราะห์ มีความแม่นยำ ในฐานะบุคคลเมื่อเข้าใจสีทั้งสี่คุณจะรู้วิธีเข้าถึงใจคนทุกแบบมากขึ้น สื่อสารเก่งขึ้น และไม่ต้องปวดหัวกับความขัดแย้งอันงี่เง่าไร้สาระเหมือนเคย และในฐานะองค์กร หัวหน้า หรือ ผู้นำคุณจะเข้าใจมากขึ้นว่าจะรับมือบุคคลกรที่มีบุคลิกภาพแตกต่างหลากหลายได้อย่างไร สร้างกลุ่มที่มี "เคมี" ระหว่างกัน และมีประสิทธิภาพสูงจากคนที่แตกต่างหลากหลายได้อย่างไร ส่วนในชีวิตส่วนตัว คุณอาจกระชับความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความเข้าใจกันและกันมากขึ้น
"ตาราง 9 ช่องแบบทรีซ (TRIZ)" เครื่องมือการคิดอันทรงประสิทธิภาพ ที่ได้รับการยกย่องในหมู่นักคิดค้น และบริษัทผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลกด้วยเทคนิคง่าย ๆ ใช้ตารางเก้าช่องเพียงแผ่นเดียว ช่วยคุณประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ไอเดียสุดล้ำเหนือความคาดหมาย หรือเอาชนะปัญหาซับซ้อนที่ไม่เคยมีเครื่องมือใดจัดการได้มาก่อน ผลงานโดย "ทาคางิ โยชิโนริ" อดีตผู้วิจัยและคิดค้นนวัตกรรมจากบริษัท SONY
จัดการทุกเรื่องในชีวิตได้ 360 องศา ด้วยหลักการคิดภายในกรอบเก้าช่อง
Niksen คือปรัชญาของชาวดัตช์สำหรับผู้ที่อยากสงบจิตสงบใจและพักผ่อน ความหมายของคำนี้คือการไม่ทำอะไรเลย โดยไม่ต้องมีเป้าหมายอะไรทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่ความขี้เกียจหรือความน่าเบื่อ Niksen คือความสนุกในช่วงที่ชีวิตได้หยุดพักเล็กน้อย แนวคิดนี้จะช่วยปลดปล่อยคุณจากตารางงานที่วุ่นวายในแต่ละวัน ความต้องการของครอบครัว และแรงกดดันต่าง ๆ ของสังคม เพื่อลดความเครียดและหยุดทำสิ่งต่าง ๆ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตและช่วยให้คุณได้ปลดปล่อยอารมณ์ วิธีหลุดพ้นจากงานที่หนักเกินไป การทำหลายสิ่งหลายอย่างมากเกินไป ลบล้างความเชื่อที่ว่าเราต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ และหยุกพักซะ
ทำไม Korean Air ที่ประสบโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกซ้ำซาก พลิกกลับมาเป็นหนึ่งในสายการบินที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลกได้
การมาจากครอบครัวที่ทำนาข้าวทำให้นักเรียนจีนเรียนเลขเก่งกว่านักเรียนตะวันตกได้อย่างไร
คำตอบคือ "มรดกทางวัฒนธรรม" ที่สืบกันมาจากรุ่น สู่รุ่น
ใน EP นี้มาทำความรู้จักกับ มรดกทางวัฒนธรรม ที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าความแตกต่างเหล่านี้ เกิดจากอะไร และเรามีวิธีการจะแก้ไขหรือไม่
EP นี้เราจะมาเฉลยผลลัพธ์กันว่า ผู้ที่มี IQ สูงถึง 195 อย่าง "คริส แลงแกน" รวมถึงบรรดาเหล่า "เทอไมส์" ที่ผ่านการทดสอบมาว่าเป็นเด็กอัจฉริยะในช่วงวัยเด็กนั้น เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาเหล่านี้จะประสบความสำเร็จในชีวิตและกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้ หรือไม่
บิล เกตส์ และวง เดอะบีเทิลส์ ได้รับโอกาสพิเศษอะไรที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้พวกเขาประสบความสำเร็จในระดับโลก
ปีเกิด และช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์โลก เกี่ยวข้องอย่างไรกับ มหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง จอห์น ดี. ร็อคกี้เฟลเลอร์ และ แอนดรูว์ คาร์เนกี
ทำไมคนดังในธุรกิจเทคโนโลยีถึงเกิดในช่วงเวลาใกล้ๆกัน
มาค้นหาคำตอบของเหล่า Outliers เหล่านี้ไปพร้อมๆกันครับ
ทำไมบางคนถึงประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่นและจะเพิ่ม "โอกาสนั้น" ให้กับตัวคุณเองได้อย่างไร
• ทำไมเด็กอัจฉริยะจำนวนมากที่มีไอคิวสูงกว่าไอน์สไตน์ถึงเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีชีวิตล้มเหลว • บิล เกตส์ เหมือนกับวงดนตรีเดอะ บีเทิลส์ ตรงไหน • ทำไมนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติเช็กมากกว่าร้อยละ 70 ถึงเกิดในเดือนมกราคมถึงมีนาคมเท่านั้น • เพราะอะไรบรรดานักกฎหมายชั้นนำในนิวยอร์กส่วนใหญ่ถึงมาจากครอบครัวที่ทำงานตัดเย็บเสื้อผ้า • ทำไมบางสายการบินถึงประสบโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกซ้ำซาก และอะไรทำให้สายการบินเหล่านั้นพลิกกลับมาเป็นหนึ่งในสายการบินที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลก • การมาจากครอบครัวที่ทำนาข้าวทำให้นักเรียนจีนเรียนเลขเก่งกว่านักเรียนตะวันตกได้อย่างไร
เล่มนี้คิดว่าน่าจะไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เป็นหนังสือปรัชญาที่เขียนโดย ผช.ศจ.น้อย พงษ์สนิท จากภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษศาสตร์ มหาวิยาลัยเชียงใหม่ โดยเนื้อหาเป็นการเรียบเรียงตั้งแต่ประวัติศาสตรฺ์จีนในยุคราชวงศ์ต่างๆ เพื่อปูพื้นให้เข้าใจถึงปรัชญาในแต่ละยุค จากนั้นจะเป็นการเล่าถึงหลักปรัชญาของนักปราชญ์แต่ละท่าน ทั้ง ขงจื้อ เหล่าจื้อ เม่งจื้อ โมจือ ฯลฯ
"อยู่เฉยๆ เหอะ จะหาเรื่องใส่ตัวทำไม, เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่, ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง" นั่นคือความคิดที่ฝังอยู่ในหัวคนส่วนใหญ่เมื่อมีใครสักคนเสนอให้ทำอะไรต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จึงลงเอยด้วยความล้มเหลว หรือไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะถูกต่อต้านจากคนที่มองว่าทุกอย่างปกติดีและไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำอะไร หารู้ไม่ว่า... "เมื่อทุกอย่างดูปกติดี คือเวลาที่เราควรลงมือเปลี่ยนแปลงมากที่สุด" หนังสือจะมาแนะนำเทคนิคง่ายๆ ผ่านเรื่องราวของเพนกวินหนุ่มที่นำพาฝูงเพนกวินให้รอดพ้นจากหายนะได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งที่ตัวเองไม่มีอำนาจใดๆ อยู่ในมือ แล้วคุณจะพบว่า... เพียงรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ต่อให้การเปลี่ยนแปลงจะเป็นเรื่องยากแค่ไหน คุณก็สามารถทำสำเร็จได้ 100 เปอร์เซ็นต์
ความอัจฉริยะของ "มาทิลดา" สร้างความแตกตื่นและตื่นเต้นให้แก่ผู้ใหญ่ที่เห็นคุณค่าและมีความคิดอย่าง บรรณารักษ์ห้องสมุด และครูฮันนี่ เพราะแม้อายุจะไม่ถึง 5 ขวบ มาทิลดาก็เริ่มเดินเตาะแตะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเอง แถมหนังสือที่อ่านก็ยังเป็นหนังสือที่ฅนตัวโตๆ บางคนอ่านไม่เข้าใจด้วย
แต่ความช่างคิด ช่างจำ ชอบอ่านหนังสือของมาทิลดาจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเธอต้องอยู่ท่ามกลางพ่อผู้มีนิสัยฉลาดแกมโกง แม่ที่ชื่นชอบการเล่นบิงโกและดูทีวีมากกว่าดูแลลูกๆ และพี่ชายซึ่งพร้อมจะเชื่อฟัง ศรัทธาในเล่ห์เหลี่ยมของพ่อ จึงเป็นธรรมดาที่มาทิลดาจะเป็นผู้รองรับอารมณ์บูดๆของพ่อเป็นประจำ จนคิดแก้แค้นด้วยกลอุบายแสบๆ คันๆ ผู้ใหญ่บางคนอาจมองว่าบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ทำให้เด็กๆ แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แต่ "โรอัลด์ ดาห์ล" ก็แสดงให้เห็นว่า การกลั่นแกล้งพ่อของมาทิลดานั้น ทำให้พ่อของเธอมีพฤติกรรมดีขึ้นเพียงใด รวมทั้งชี้ให้เห็นว่า ความเฉลียวฉลาดรอบรู้ของเด็กๆ นั้น จะเป็นผลดีแก่ตัวเด็กเอง ก็ต่อเมื่อเด็กได้อยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลและเห็นคุณค่าในตัวเขาเท่านั้น
หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ หนังสือเล่มนี้ช่วยคุณได้ ลูกเลือกกิน และกินอาหารยาก ลูกไม่ยอมฟังสิ่งที่คุณพูด ไม่ทำตาม ลูกนอนดึก นอนไม่เพียงพอ ลูกไม่สามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้เอง ลูกไม่กล่าวคำทักทาย หรือไม่มีมารยาท ซื้อเกมให้ลูกดีมั้ย ไม่รู้จะจัดการกับลูกที่ติดเกม และโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้จะช่วยชี้แนะวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้คุณ อีกทั้งยังอธิบายวิธีการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นให้กับครอบครัวของคุณอีกด้วย
คิดถึงคนอื่น , รู้จักให้ , ฝึกทนอด , ฝึกขยับและหลับดี คือ 4 นิสัยสุดท้ายที่จะมาชวนเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่พึงพอใจในชีวิตมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีเขียนที่เรียบง่าย ทรงพลัง ลื่นไหล เป็นมิตร สนุก ได้แรงบันดาลใจ มีไฟทันทีตั้งแต่ยังอ่านไม่จบ แล้วจะพบว่ารักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
มาคุยกันต่อกับอีก 4 นิสัย ที่จะช่วยเปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่รักตัวเองมากขึ้น ประกอบไปด้วย การฝึกแพ้ ฝึกสมาธิ ฝึกช้า และฝึกฟัง นิสัยเหล่านี้อาจฟังดูธรรมดาๆ แต่ถ้าเราฝึกได้ผลลัพธ์บอกเลยว่า ไม่ธรรมดาเลยครับ
หนังสือ "Have a Nice Life : 12 นิสัยเปลี่ยนชีวิต" เล่มนี้ จะชวนสร้างนิสัยสำคัญ 12 อย่าง ซึ่งอยู่ใน 12 บทความ เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่พอใจในชีวิตมากกว่าเดิม ในเล่มนี้คุณจะก้าวผ่านแต่ละเดือนไปกับ "นิ้วกลม" จากมกราคมถึงธันวาคม จากนาที ที่ลืมตาตื่น จนถึงเอนตัวลงนอน ตลอดจนช่วงเวลาในแต่ละวันที่เต็มไปด้วยโอกาสทองมากมาย ให้เราได้พัฒนาตัวเอง ด้วยวิธีเขียนที่เรียบง่าย ทรงพลัง ลื่นไหล เป็นมิตร สนุก ได้แรงบันดาลใจ
1 วันของทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมบางคนถึงทำงานไม่ทัน ในขณะที่บางคนกลับทำงานเสร็จเร็วทั้งยังมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อีก คำตอบคือ "การบริหารเวลา" โกะโด โทคิโอะ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจ เปรียบเทียบวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของคนรวยที่รู้จักใช้เวลาให้คุ้มค่า ทุกการกระทำและการตัดสินใจล้วนผ่านการคิดคำนวณมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด โดยมีการเปรียบเทียบกับคนทำงานช้าที่เสียเวลาไปกับเรื่องไม่สำคัญ และมักไม่ได้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน หรือทำได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ เราซื้อเวลาไม่ได้ แต่บริหารเวลาให้คุ้มค่าได้
หยุดก่อน ถ้าคุณกำลังมอง "ความขี้เกียจ" ในแง่ลบและอยากกำจัดทิ้งให้สิ้นซากเรามีวิธีที่ดีกว่านั้น ว่ากันว่าคนขยันมีจุดอ่อน และคนขี้เกียจก็มีจุดแข็งเช่นกัน นี่คือสุดยอดเคล็ดลับที่จะทำให้คุณมองเห็นจุดแข็งของความขี้เกียจ และรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการคิดพลิกแพลงเพียงเล็กน้อย แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในทุกเรื่องได้แบบง่ายๆ สบายๆ โดยขี้เกียจได้อย่างเต็มภาคภูมิ กอดความขี้เกียจไว้ให้แน่น แล้วก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตไปด้วยกัน
คนสำคัญของโลกจำนวนมาก ล้วนได้รับ "แรงบันดาลใจ" ในการผลักดันตัวเองไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ผ่าน "แรงบันดาลใจ" จากบุคคลสำคัญท่านอื่นมาสู่จิตใจของตน "คนดลใจ" บอกเล่าเส้นทางชีวิตของคนสำคัญระดับโลกไว้ เพื่อดลใจผู้คนไม่ให้หยุดไขว่ คว้าฝัน เพื่อไปสู่เส้นชัยแห่งความสำเร็จ
"ยังหายใจ ต้องไม่แพ้" คือหนังสือที่รวมเรื่อง "ที่ดีที่สุด" จาก 19 เล่มฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ที่เขียนโดย "หนุ่มเมืองจันท์" ที่มุ่งเน้นการสร้างกำลังใจ ความหวัง และแรงบันดาลใจ เปรียบได้กับยาชูกำลังขนานดี ที่ท้าทายให้ผู้อ่านลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหา ด้วยคติในหัวใจที่ว่า ถ้าร่างกาย “ยังหายใจ” หัวใจนั้น “ต้องไม่แพ้”
EP นี้จะเล่าถึง จักรพรรดิถังไท่จง หรือพระนามเดิมว่า หลี่ซื่อหมิน ที่มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู้ นอกจากนี้การบริหารบ้านเมือง วิธีการปกครองของพระองค์ก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่ยอมให้ขุนนางสามารถคัดค้านได้อย่างเปิดเผย รวมถึงการที่พระองค์ จะทรงปลอมตัวไปเป็นสามัญชนเพื่อออกเยี่ยมประชาชนพร้อมๆกับตรวจงานของเหล่าข้าราชบริพารทุกๆปี
ส่วนจักพรรดิอีกพระองค์คือ จักรพรรดิคังซี ของราชวงศ์ชิง ที่พื้นแพไม่ใช่ชาวจีน คังชี ได้ครองบัลลังตั้งแต่ 8 พรรษา และครองอำนาจยืนยาวถึง 61 ปี ทั้งนี้ราชวงศ์ชิง ถือเป็นราชวงศ์สุดท้ายของการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของจีนอีกด้วย
ในหน้าประวัติศาสตร์จีนกว่า 5000 ปีมีบันทึกถึงเรื่องราวของบรรดากษัตริย์อยู่มากมายทั้งผู้ที่ยิ่งใหญ่ นาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง และที่เหลวแหลก ไร้ความความสามารถบางพระองค์ก้าวมาจากตาแหน่งขุนนาง บางพระองค์ขึ้นมาจากฐานะชาวนาชาวไร่นี่คือเรื่องราวของ 7 มหาจักรพรรดิผู้วางรากฐาน สร้างชาติจีนให้ยิ่งใหญ่จนต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก
รวมเรื่องราวความเป็นจริงง่ายๆ แต่ไม่มีวันตายของ “นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน” ที่ได้เปลี่ยนแปลงงานและชีวิตของผู้อ่านนับล้านทั่วโลก ทั้งข้อคิด แรงบันดาลใจต่างๆ รวมถึงการมีสติตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบัน การเรียนรู้จากอดีตและการสร้างอนาคต ด้วยคำเสนอแนะที่เป็นจริงได้และสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจให้กับคุณ เพื่อให้ค้นพบความสำเร็จและมีความสุข ทั้งในการงานและชีวิตส่วนตัว และของขวัญชิ้นเยี่ยม ผ่านเรื่องราวการพูดคุยระหว่าง ชายหนุ่มกับชายชราผู้ทรง ปัญญา
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "ทักษะความสุข" ที่ตั้งคำถามว่า ทำไมบางคนเกิดมาโชคดี มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่นๆ , การใช้ชีวิตแบบ Grateful Living คืออะไร และท้ายที่สุด เราจะมาสรุปกันว่า "ความสุข" คืออะไรกันแน่ ?
ตอนที่ 3 ของหนังสือ "ทักษะความสุข" ที่จะมาพูดถึง การที่คนเรามักเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ลงมือทำแล้วเกิดความผิดพลาด ทำไมถึงเป็นแบบนั้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความรัก "รักแท้ไม่โรแมนติก" ความรักที่โรแมนติก ไม่ดียังไง และคนเรามีความเข้าใจผิดเรื่องความรักกันอย่างไรบ้าง มาฟังและคิดหาคำตอบของคุณเองไปพร้อมๆกันได้เลยครับ
ใน EP นี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ "สิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลว" ผ่านประสบการณ์ของนักสกีกระโดดผู้ที่ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของการถูกผู้อื่นมาตัดสิน และ วิธีการแยกความสุขปลอม ออกจากความสุขจริง ผ่านเรื่องราวการกินอาหารแบบ "บุฟเฟ่ต์" กันครับ
ทำความเข้าใจ "ความสุข" ผ่านมุมมองของจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ สารเคมีในสมอง ความรัก กิเลส การจัดการเวลา ค่านิยมของสังคม ไปจนถึงดีเอ็นเอ เพื่อให้เห็นว่า "ความสุข" ฝึกกันได้
เนื้อหาในเล่มถูกเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากเนื้อหาของพอดแคสต์ "ความสุขโดยสังเกต พอดแคสต์" เป็นคู่มือเล็กๆ สำหรับการฝึกคิด ฝึกมอง ฝึกนิสัย และฝึกใจให้เป็นสุข เปิดอ่านวันละบท แล้วฝึกทักษะความสุขไปด้วยกัน เชื่อว่าเล่มนี้จะเติมพลังให้กับคุณได้อย่างแน่นอน
ในสังคมปัจจุบันที่คนในสังคมเอาแต่ตำหนิ บ่นด่า โทษสิ่งต่างๆ รอบตัว หรือเรียกว่าโรคด่าความมืด "จุดตะเกียงดีกว่าด่าความมืด" เล่มนี้ จะช่วยให้ผู้ที่ท้องแท้สิ้นหวัง ได้มีแรงฮึดสู้ พบทางออกในทุกปัญหา เพื่อออกมาทำสิ่งดีๆ เหมือนจุดตะเกียงในใจให้พบแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง และพร้อมส่งต่อแสงสว่างนั้นให้สังคมและโลกใบนี้ต่อไป
ใน EP นี้จะเป็นเคล็ดวิชาชเลียร์ที่ยกเอาข้อคิดจากสามก๊กในตอนที่โจโฉไปบุกเมืองที่กวนอูนั้นดูแลอยู่ แต่ตัวโจโฉเองก็ต้องการได้ตัวกวนอูมาเป็นลูกน้อง โจโฉจะใช้กลยุทธใดในสถานะการณ์นี้ นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้บทเรียนจากนิทานอีสปมาใช้แทนการพูดเหตุผลไปแบบตรงๆ ที่ทั้งน่าฟังกว่า และไม่ต้องวิจารณ์ผู้ที่มีอำนาจมากกว่าเราตรงๆด้วย
ไม่ใช่หนังสือที่สอนให้เลียแข้ง เลียขา หากแต่เป็นหนังสืออ้างอิงที่แนะแนวทางการวางตัวอย่างถูกต้อง การปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ทำอย่างไรจะให้คนอื่นยอมรับและให้การสนับสนุน โดยผู้เขียนมีการยกตัวอย่างประกอบ พร้อมกับมีสรุปข้อคิดที่เรียกว่า "เคล็ดวิชาชเลียร์" ผ่านเรื่องราวที่สนุกสนาน อ่านง่าย และสามารถนำไปใช้ได้จริง
แม้จะเป็นหนังสือที่เขียนมานานแล้ว แต่เนื้อหายังคงนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในทางธุรกิจ เรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัว และการทำงานได้เป็นอย่างดี
ความสุขเริ่มต้นที่สมอง เคนอิจิโร่ โมงิ นักวิชาการด้านสมองประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวถึงความสุขว่าไม่ใช่สิ่งที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสมอง สมองที่อยู่ในภาวะความสุขจะทำให้เราคิดแต่เรื่องที่เป็นความสุข และเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มาสร้างนิสัยให้สมองมองเห็นแต่ความสุขด้วยกิจวัตร 40 ประการที่จะเปลี่ยนความกังวลเป็นความหวัง เปลี่ยนความเครียดเป็นพลังบวก การเขียนและการคุยทำให้การจัดระเบียบภายในสมองง่ายขึ้นมาก คำพูดของคุณคือการตัดสินตัวเอง ให้สมองรับรู้ทีละน้อย สมองสับเปลี่ยนโหมดได้แม้ในยามกลุ้มใจ การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอจะทำให้สมองมีพัฒนาการ สมองดีใจเวลาเราเติบโตจากเมื่ออดีต
อะไรคือ การข้ามพ้นตัวตน และสิ่งนี้จะสามารถทำให้ชีวิตของเรามีความหมายมากขึ้นได้อย่างไร การเติบโตขึ้นทางจิตใจเกิดขึ้นได้อย่างไร ใน EP นี้ผมจะชวนทุกคนมารับฟังเรื่องราว ประสบการณ์ต่างๆ จากหลากหลายผู้คนที่ผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก ว่าพวกเขาเหล่านี้ผ่านมันมาได้อย่างไร และ....เราจะนำประสบการณ์เหล่านี้มาประยุกต์กับตัวเราเองได้หรือไม่
EP นี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ แก่นหลักที่ 2 คือ จุดมุ่งหมาย (Purpose) ที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าการใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายนั้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆอย่างเช่น การเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกๆ หรือแม้กระทั่งการอยากให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ก็สามารถทำให้ชีวิตของเรามีความหมายมากขึ้นได้ และแก่นหลักที่ 3 การเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่นอกจากจะทำให้คนฟังได้รับรู้เรื่องราวของเราแล้ว ยังเป็นการที่ตัวเราเองได้กลับมาคิดทบทวน ทำความเข้าใจกับชีวิตของตัวเราเองมายิ่งขึ้นอีกด้วย
อะไรคือความหมายของชีวิต? คำถามง่ายๆ คำถามที่มักผุดขึ้นเมื่อเราใช้ชีวิตมากขึ้น หนังสือเล่มนี้นำเสนอเรื่องราวของชีวิตผู้คน งานวิจัยร่วมสมัยทางจิตวิทยาและสังคม รวมถึงมุมมองจากงานวรรณกรรมและปรัชญา เพื่อค้นหาคำตอบว่า อะไรคือความแตกต่างระหว่าง ความสุข กับ ความหมาย ในชีวิต? อะไรที่ทำให้ชีวิตคนเรามีความหมายขึ้นมาได้? แห่งกำเนิดความหมายชีวิตอยู่ที่ไหน? เราจะมีชีวิตที่เปี่ยมความหมายได้อย่างไร? ที่สำคัญคือ เราจะพบความงานและความหมายของชีวิตท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ได้อย่างไร?
"โอกาดะ ชูอิจิ" เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ด้วยความหวังว่าจะมีอนาคตที่สดใส หลายปีผ่านไป เรื่องราวดูจะไม่เป็นอย่างที่คิด เขาขายประกันไม่ได้ตามเป้า แถมปัญหาครอบครัวยังรุมเร้าจนแก้ไม่ตก ในวันที่สิ้นหวังถึงขีดสุด ชูอิจิก็บังเอิญได้ขึ้นแท็กซี่ประหลาดคันหนึ่ง...มิเตอร์เริ่มต้นที่ราคาสูงลิบลิ่ว…ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงตามระยะทาง ขณะที่รถแล่นไป บทสนทนาที่คาดไม่ถึงจากคนขับก็ทำให้เขาได้เห็นอะไรบางอย่าง มันไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง...แท็กซี่คันนี้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ฟังดูเหมือนเรื่องปาฏิหาริย์ แต่คุณเองก็อาจได้เป็นผู้โดยสาร ในบางช่วงบางตอนของชีวิตเข้าสักวัน…
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "happy แบรนด์พลิกคน คนพลิกแบรนด์" ที่จะมาเจาะลึกถึงวิธีคิดแบบ "มวยรอง" ที่ช่วยให้ DTAC พลิกฟื้นแบรนด์ได้ในวันที่ย่ำแย่ทั้งการเงินและภาพลักษณ์ ทั้งการคิดโปรโมชั่นที่แปลกใหม่ วิธีคิดนอกกรอบ การปรับเปลี่ยนองค์กร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทิ้งท้ายด้วยแนวคิดของความสำเร็จที่จะช่วยลดอีโก้ของผู้บริหารในวันที่คิดว่าสมบูรณ์แบบแล้ว
ใน EP ที่แล้ว เราทิ้งท้ายไว้ที่ปัญหาอันมากมายขององค์กร DTAC ในช่วงเวลาที่การเงินย่ำแย่ จุดแข็งก็ไม่มี ขวัญกำลังใจของพนักงานเองก็หดหาย ช่วงเวลานั้น CEO คู่ คือ คุณซิกเว่ ที่เป็นฝรั่งอดีตนักการเมือง และคุณวิชัย ผู้ที่มีความอนุรักษ์นิยมแบบสุดขั้ว แม้จะดูภายนอกแล้วแตกต่างกันมากๆ แต่ทั้งคู่ก็มีจุดร่วมที่เหมือนกัน และสามารถนำมาใช้ในการกู้วิกฤติของบริษัทที่กำลังย่ำแย่ได้อย่างไร
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ เป็นเรื่องราวของการพลิกฟื้นบริษัทดีแทค ในช่วงปี 2002 ถึง 2007 โดยเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่ตกต่ำถึงขีดสุดจนพลิกฟื้นขึ้นมา ด้วยการใช้ศิลปะของการบริหารบุคคล การจัดการด้านการตลาด และการเงิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนในองค์กรที่แม้จะผ่านมานานแล้ว แต่แนวคิดหลายๆอย่างยังคงมาประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน
"พลังแห่งชีวิตพ่อ" เล่มนี้จะเรียกเสียงหัวเราะจากคุณพ่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อมือใหม่หรือคุณพ่อผู้แก่ประสบการณ์ทั้งหลาย และพร้อมกันนั้นก็จะมอบแรงบันดาลใจ และคล้ายจะเตือนให้คุณพ่อทุกคนได้คิดเสมอว่าพวกคุณไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางด้วยความอ้างว้าง ยังมีเพื่อนๆอีกมากมายบนเส้นทางเดียวกัน
ตอนจบของหนังสือ AI Superpowers ที่จะพูดถึง Super AI หรือ Artificial General Intelligence ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์อันแสนฉลาดและมันอาจจะแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกที่เราแก้ไม่ได้ แต่มันกำลังจะพามนุษยชาติไปยังแดนสวรรค์หรือแดนนรกกันแน่ เรามาฟังบทสรุปสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้กันครับ
ใน EP นี้จะพูดถึงความแตกต่างกันในด้านการเมืองของทั้งจีนและอเมริกาที่จะส่งผลอย่างมากในการวางแผนด้านเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคลื่น AI ทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย AI ที่ใช้ระบบการแนะนำ , AI ด้านธุรกิจ , AI แห่งการเรียนรู้ และสุดท้าย AI อัตโนมัติ ที่จะทำให้พวกเราเข้าใจการใช้งาน AI มากขึ้น โดยผู้เขียนยังให้คะแนนเปรียบเทียบกันด้วยระหว่างฝั่งจีนและอเมริกา ว่าปัจจุบันใครเป็นผู้ที่ได้เปรียบ และในอนาคตอีก 5 ปี ใครจะเป็นผู้นำใน AI ด้านนั้นๆ
หลังจากที่ หวังซิง ผู้ถูกตีตราจากฝั่งอเมริกาว่าเป็นนัก copy ประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว คำถามคือแค่การ copy นั้นเพียงพอหรือที่จะทำให้เขาสามารถทำให้บริษัทของเขามีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์
หรือจริงๆแล้วเป็นเพราะทางฝั่ง Silicon Valley ต่างหากที่ไม่เข้าใจตลาดของจีน และทำให้หลายๆบริษัทที่พยายามเข้ามาทำตลาดในจีนต้องพ่ายแพ้ให้กับบริษัทของจีนที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมากกว่ากันแน่
จากที่เป็นเรื่องสมมติในภาพยนตร์ เป็นของเล่นในห้องทดลอง ตอนนี้ AI พัฒนามาถึงจุดที่ใช้ได้จริงเรียบร้อยแล้ว มันจะเปลี่ยนชีวิตเราอย่างรุนแรงเทียบเท่าไฟฟ้า และยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ต
และจากที่ถูกตราหน้าเป็นดินแดนขี้ก๊อป สกปรก และยากจน จีนใช้เวลา 30 ปี ไล่ทันอารยธรรมตะวันตกที่สร้างมา 500 ปี... แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าตอนนี้จีนอยากท้าทายอเมริกา เพื่อขึ้นมาเป็นผู้นำเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกนี้โดยสิ้นเชิง "หลี่ไคฟู" อดีตประธานกูเกิลไชน่าและนักลงทุนชื่อดัง เชื่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะเกิดการเปลี่ยแปลงครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี! คุณจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังและคว้าโอกาสที่ดีให้ตัวเองและลูกหลายได้อย่างไร
"คู่มือเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสุขภาพจิตดีและมีความสุขได้ในโลกเบี้ยวๆใบนี้" หนังสือเล่มนี้เขียนโดย หมอตั้มกับหมอก้อย เจ้าของเพจ "เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ" โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่ไม่ได้เน้นไปที่ความฉลาดของลูก แต่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่ดี และมีความสุข
คนที่มีสุขภาพจิตดี จะเป็นคนที่มีความสุขได้ทั้งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เป็นคนที่สามารถปรับตัวและลุกขึ้นสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างไม่ย่อท้อในยามที่ชีวิตกำลังมีปัญหา เป็นคนที่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีข้อดีตรงไหน และมีอะไรที่ยังต้องพัฒนา เป็นคนที่สามารถมอบความรักและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมปล่อยให้ใครมาเบียดเบียนรังแกตนเอง ที่สุดท้ายแล้วเขาจะกลายไปเป็นผู้ปกครองที่ดีของลูก (ซึ่งก็คือหลานของ คุณ) เป็นเพื่อนบ้านและเพี่อนร่วมงานที่น่ารักของคนอื่น และเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป
เรื่องโลกร้อนไม่ได้เป็นแค่ปัญหา แต่ยังมาพร้อมกับโอกาสต่างๆ อีกมาก ในอีก 20-30 ปีต่อจากนี้ การแก้ปัญหาโลกร้อนจะต้องเป็นตัวกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาของโลก การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างไม่ต้องสงสัย
คุณรู้หรือไม่ว่า - เราทุกคนปล่อย(ใช้)แก๊สเฉลี่ยต่อปีมากขนาดไหน - การกินเนื้อวัวนั้นทำให้โลกร้อนขึ้นมากกว่ากินผัก ผลไม้ อย่างมาก - ถ้าเราช่วยกันปลูกต้นไม้มากๆจะช่วยได้ไหม - การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดหละ ช่วยโลกได้มากแค่ไหน
และสุดท้ายคือ เราจะช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง
หนังสือเล่มเล็กๆ แต่มากด้วยเนื้อหาเล่มนี้ มีคำตอบให้ครับ
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ทิ้งเป็น" ที่จะมาชวนคุณให้ลองทิ้งวิธีการเดิมๆที่พาคุณมาถึงจุดนี้ เพื่อพบการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต โดยในตอนนี้จะพูดถึง การเลือกรบในสนามของตัวเอง การใช้ความเป็นตัวองเป็นอาวุธ และแนวคิดที่ว่าไม่ผิดหรอกที่จะเป็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น
หนังสือ “ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ทิ้งเป็น” โดยผู้เขียน ชิฮาระ ทากาชิ ที่ปรึกษาด้านความสำเร็จที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยมและเป็นเซียนปาจิงโกะ เฝ้าสังเกตความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสำเร็จ” และ “ความสุขในใจ” ของผู้คนจนค้นพบว่า “คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากเป็นคนที่ทิ้งเป็น” จะมาเปิดเผยและแนะนำ “วิธีทิ้ง” เพื่อให้คุณได้ฝึกฝนจนเปลี่ยนแปลงจาก “คนที่ทิ้งไม่เป็น” และยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ไม่ว่าจะเพราะรู้สึกว่าทิ้งมันยาก เพราะความเสียดาย ความกลัว ความกังวล ไปสู่ “คนที่ทิ้งเป็น” ที่พร้อมจะทิ้งสิ่งเก่าๆ ทั้งวิธีทำ วิธีคิด ความสามารถ และทักษะเก่าๆ เพื่อก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตอย่างมีความสุขและไร้ความกังวลในทุกๆ ด้าน ทั้งการงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายชีวิตเพราะ “สมการความสำเร็จ” ของคนเราขึ้นอยู่กับการ “ทิ้ง” สิ่งที่อาจจะจำเป็นในช่วงชีวิตเก่า แต่ไม่จำเป็นสำหรับช่วงชีวิตใหม่จริงๆ
"บรัดเลย์" อาจจะไม่ใช่นักเรียนในฝันของครูหลาย ๆ คน เพราะเขามักจะสร้างปัญหาในโรงเรียน ไม่สนใจที่ครูสอน ชอบรังแกเพื่อน ไม่ทำการบ้าน ไม่คบหาสุงสิงกับใคร ซึ่งแน่ละว่าย่อมรับมือไม่ง่ายเท่าเด็กที่เชื่อฟังและตั้งใจเรียน และครูที่คิดว่างานของตนคือการ "สอน" เพียงอย่างเดียว ย่อมจะไม่ชอบใจ เพราะเด็กเหล่านี้สอน "ยาก" ดังนั้นสิ่งที่ครูเหล่านี้ทำ ถ้าไม่ไล่เด็กออกจากห้องเรียน ก็จะทำเป็นมองไม่เห็นพวกเขา ที่นั่งประจำของบรัดเลย์ โต๊ะตัวสุดท้ายแถวสุดท้าย จึงมักจะเป็นบริเวณสุญญากาศที่ครูมองไม่เห็นเสมอ
แต่ "คาร์ล่า" ไม่ใช่ครูแบบนั้น เธอมองเห็นสิ่งพิเศษที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป อย่าง "บรัดเลย์" เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากต่างดาว ไม่ใช่ตัวปัญหา ไม่ใช่เด็กเกเรอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ ปัญหาก็คือ เธอจะทำอย่างไรให้บรัดเลย์รู้ว่า เธอมองเห็นด้านลึกในตัวตนของเขา และเธอไม่ใช่ครูเหมือนครูอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอ ทำอย่างไรจะให้เขาเปิดใจรับเธอ เด็กบางคนอาจจะยากที่จะเข้าถึง ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเปิดประตูรออยู่ตลอดเวลา
สังคมปรับเปลี่ยนแต่ใจคนไม่เปลี่ยน สิ่งแวดล้อมไม่ดีคนยิ่งต้องป้องกันตัว รู้แจ้งเห็นจริงคือความรู้อย่างหนึ่ง ศึกษานิสัยใจคอได้เป็นยอดดี โคตรโกงสอนให้คุณรู้แจ้งเห็นจริงอย่างไรศึกษานิสัยใคคออย่างไร
นี่เป็นหนังสือที่สะท้อนภาพลักษณ์ของสังคมปัจจุบัน เรื่องทุกเรื่องชี้ถึงข้อดี ข้อเสีย การแยกแยะทุกอย่างจี้ถึงกลางเป้าหมาย โคตรโกงฉบับปรับปรุงใหม่ แปลเพิ่มและเรียบเรียงบทใหม่ ไม่เพียงเป็นหนังสือที่ต้องอ่าน หากแต่ต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเราไม่ได้สอนให้คุณโกง หากแต่แนะนำให้คุณเห็นซึ้งถึงเล่ห์กลการโกง ผ่านนิยายสั้นๆ โดยแต่ละเรื่องผู้เขียนยังได้สรุปกลยุทธต่างๆไว้ตอนท้ายบทอีกด้วย
"คนที่เก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยไม่ได้คือคนที่มีปัญหาทางใจ" ด้วยความเชื่อเช่นนี้ งานหลักของโทมาริ โอบะ นักจัดบ้านหญิงวัยห้าสิบสี่ จึงไม่ใช่การช่วยทำความสะอาดบ้านให้เหล่าลูกค้า แต่เป็นการแนะแนววิธีจัด "เก็บ" หรือเลือก "ทิ้ง" ข้าวของรอบตัว ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนมุมมองความคิดในการใช้ชีวิตของผู้คนเหล่านั้น โดยแต่ละคนนั้นล้วนต่างอาชีพ ต่างวัย ต่างสะสมสิ่งของและเรื่องราวต่างกันไป สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการใช้ชีวิตรก ๆ ของพวกเขาคืออะไร คุณเองกำลังประสบปัญหาคล้าย ๆ กับพวกเขาอยู่หรือไม่ ให้นิยายเล่มนี้ช่วยประเมินและไขคำตอบให้กับคุณ
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "ล้ม ลุก เรียนรู้" โดยใน EP นี้ผมเลือกเรื่องที่จะมาเล่า 2 เรื่อง คือ ผู้นำในภาวะวิกฤต ของ อ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอีกเรื่องคือ การเปลี่ยนการจับผิดเป็นจับถูก
และตลอดทั้ง 4 EP ที่ผ่านมานั้นเป็นแค่เนื้อหาบางส่วนเท่านั้นเอง หนังสือเล่มนี้ อ่านง่าย สนุก และได้ข้อคิดดีๆมากมาย แนะนำมากๆ เหมาะสำหรับทุกคนครับ
ยังคงอยู่กับหนังสือ "ล้ม ลุก เรียนรู้" ที่เล่าเคล็ดวิชาชีวิตผ่านประสบการณ์จริง ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา และการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก ผ่านเรื่องเล่าโดยพี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ โดยใน EP นี้จะเป็นเรื่อง เกมคิดดี ความโชคดีในโชคร้าย และกฎในการจำเรื่องประทับในที่ชื่อว่า peak-end rule ครับ
ใน EP นี้ ผมจะชวนมาฟังเรื่องราวของโครงการ The Impossible Race ที่จะพาผู้บริหารขององค์กรก้าวข้าม "กับดักความสำเร็จ" ไปให้ได้ ด้วยการร่วมมือ ร่วมใจกันทำภารกิจที่ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพูดในที่สาธารณะที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัญหาของคนทั้งโลก โดยคุณธนา ได้แชร์เทคนิคที่น่าสนใจมากๆ ที่จะช่วยให้คนที่เคยคิดว่าการพูดเป็นเรื่องของพรสวรรค์นั้นต้องเปลี่ยนความคิดกันเลยทีเดียว
“ทำอย่างไรเราถึงจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น” นี่คงเป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนในยุคนี้แบบเราๆเลย เพราะว่าเป้าหมายต่างๆของเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน ก็ล้วนน่าจะมีขึ้น เพื่อจุดมุ่งหมายปลายทางเดียวกันนั้นก็คือ “ เราอยากมีความสุข ” ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " ความสุขปัจจุบันสุทธิ " ของคุณ ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " ความสุขปัจจุบันสุทธิ " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์
Alljit แอปพลิเคชันเพื่อหัวใจ 💓 พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ พูดคุยระบาย เรียนรู้วิธีฮีลตัวเอง กับ Alljit ฟรี
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
นี่คือหนังสือที่อ่านแล้วทำให้คุณรู้สึกว่า ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา และการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นเต้นที่เราจะได้ฟังผู้บริหารมากประสบการณ์ เล่าถึงเส้นทางการย้ายตำแหน่งตัวเองจาก "เด็กปลายโต๊ะ" มานั่งหัวโต๊ะ ประสบการณ์ของเขาในการร่วม งานกับบุคลากรชั้นครูของประเทศ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เคล็ดวิชาจากปราชญ์หลายท่านในเล่มนี้เล่มเดียว
คุณจะได้พบเคล็ดวิชาจาก ประภาส ชลศรานนท์, ซิกเว่ เบรกเก้, คึกฤทธิ์ ปราโมช, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, สัตยา นาเดลลา, ธนินทร์ เจียรวนนท์, บรรยง พงษ์พานิช, อนันต์ อัศวโภคิน, ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, สุทธิชัย หยุ่น, จิระ มะลิกุล, หนุ่มเมืองจันท์, อุดม แต้ พานิช, วู้ดดี้ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับคุณ
ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " วิธีชนะมิตรและจูงใจผู้คน " ของคุณ Dale Carnegie ( เดล คาร์เนกี ) เป็นหนังสือระดับตำนานเล่มนี้จะว่าด้วยวิธีในการปฏิบัติตัวกับผู้อื่น วิธีที่จะทำให้คนอื่นชอบคุณรวมไปถึงเทคนิคในการจูงใจคน และ การเปลี่ยนแปลงผู้อื่นโดยที่จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ผิดใจกัน
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " วิธีชนะมิตรและจูงใจผู้คน " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : Dale Carnegie ( เดล คาร์เนกี ) ผู้แปล : อาษา ขอจิตต์เมตต์
Alljit แอปพลิเคชันเพื่อหัวใจ 💓 พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ พูดคุยระบาย เรียนรู้วิธีฮีลตัวเอง กับ Alljit ฟรี
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
"ไม่ใช่อยู่ๆ โชคดีจะมาหาคุณเอง แต่คุณเป็นคนสร้างเงื่อนไขที่จะให้โชคดีเกิดขึ้น"
Good Luck นิทานสอนบทเรียนอันมีค่า ที่ประยุกต์ใช้ได้ทั่วไป และสร้างแรงบันดาลใจอย่างไม่มีใครเหมือน ชี้ให้เห็นถึงวิธีที่จะคว้าโอกาส เพื่อให้ได้รับความสำเร็จในชีวิต
คุณเคยเครียดจนนอนไม่หลับบ้างไหม ? คิดมากจนนอนไม่หลับ มีนัดสำคัญใตอนเช้าจนนอนไม่หลับ หรือแม้แต่ทำงาน เล่นเกม ติดซีรี่ส์จนกินเวลานอนไป ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " Why We Sleep นอนเปลี่ยนชีวิต " ของคุณ Matthew Walker (แมตธิว วอล์กเกอร) ที่จะมาหาคำตอบกันว่าการนอนของเราสำคัญขนาดไหน ?
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " Why We Sleep นอนเปลี่ยนชีวิต " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : Matthew Walker (แมตธิว วอล์กเกอร) ผู้แปล : ลลิตา ผลผลา
Alljit แอปพลิเคชันเพื่อหัวใจ 💓 พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ พูดคุยระบาย เรียนรู้วิธีฮีลตัวเอง กับ Alljit ฟรี
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
ตอนที่ 2 ของหนังสือ tuesdays with Morrie ที่เป็นการเล่าเรื่องราวการพูดคุยของ ผู้เขียน กับครูคนโปรดสมัยมหาวิทยาลัยของเขาที่ป่วยกำลังป่วยเป็นโรคร้าย ที่แม้ร่างกายจะทรุดโทรมลงเรื่อยๆ แต่ในทางกลับกันความคิด ทัศนะคติ ปรัชญาการใช้ชีวิตของครูกลับเติบโตขึ้น หลายๆแนวคิดที่ครูได้ฝากเอาไว้เป็นมุมมองที่น่าสนใจมากเลยครับ
นี่คือชีวิตจริงของอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ที่ล้มป่วยด้วยโรคเอแอลเอส ซึ่งเป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษา โรคนี้ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายค่อยๆลีบ ไม่มีแรง และตายไปในขณะที่อวัยวะส่วนนั้นยังรู้สึกเจ็บและชา ความโหดร้ายของโรคนี้ อยู่ตรงที่มันจะไม่กระทบกระเทือนสมอง คนไข้จึงยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และรับรู้ความตายที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาจากปลายเท้า ขึ้นมาด้านบนของลำตัว รับรู้ความเสื่อมของร่างกายที่มีแต่ทรุดโทรดลงทุกวัน เป็นการรับรู้ซึ่งปวดร้าว เป็นสภาพที่ทรมาน และมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างแสนสาหัส
แต่ "ครูมอร์รี" กลับยอมรับความจริงนี้ได้อย่างกล้าหาญ และได้แสดงคติพจน์อันลุ่มลึกไว้เตือนใจ ทั้งคนที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายทำนองเดียวกับครูและคนที่กำลังต่อสู้กับมรสุมชีวิต ให้รู้จักหยุดพักสักนิดและใช้ชีวิตด้วยมุมมองใหม่ เนื้อหาอันลุ่มลึกในเล่มจะช่วยจุดประกายทางความคิดและเติมพลังแห่งชีวิตให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี
ตอนที่ 2 ของหนังสือ The Lost Skill ทักษะที่หายไปในศตวรรษที่ 21 ของ ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และ การบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ podcaster ชื่อดัง ที่พูดถึงทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในอนาคตอันใกล้ แต่เรากลับมองข้ามมันไป รวมถึงมุมมองของอาจารย์ต่อการเรียน การศึกษาในอนาคตที่ต้องบอกว่า น่าสนใจอย่างยิ่ง
ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในศตวรรษนี้คือ “การเปลี่ยนแปลง” เราจึงพยายามฝึกฝนและเพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ มากมาย โดยหวังจะใช้เป็นอาวุธเพื่อต่อสู้กับทุกความเปลี่ยนแปลง แต่นั่นก็ทำให้เรามองข้ามหรือกระทั่งหลงลืมทักษะสำคัญที่สุดของศตวรรษนี้ไปเช่นกันทั้งที่มันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะพาเราไปได้ไกลที่สุด หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปร่วมค้นหาคำตอบกันว่า อะไรคือทักษะที่หายไป และเราจะเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นได้อย่างไร
"กุยแก" ยอดกุนซือคนสำคัญ ผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุค "สามก๊ก" ซึ่งอยู่เบื้องหลังชัยชนะของ "โจโฉ" ในการทำสงครามหลายครั้ง โดยเฉพาะสงครามแตกหักกับ "อ้วนเสี้ยว" ทั้งๆ ที่มีกำลังพลน้อยกว่าถึง 10 เท่า กุยแกจึงนับเป็นกุนซือผู้มีความฉลาดหลักแหลมที่อาจเทียบได้กับ "ขงเบ้ง" แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ไม่เคยได้ประลองสมองและประชันฝีมือกัน เพราะกุยแกเสียชีวิตลงก่อนในวัยเพียง 38 ปี ด้วยมันสมองอันเป็นเลิศในการวิเคราะห์วางแผนกลศึก ทำให้ "กุยแก" เป็นตัวละครที่หลายคนเสียดายที่ต้องจบชีวิตไปก่อนเวลาอันควร และอยากรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาให้มากขึ้น ซึ่งในนิยายหงสาจอมราชันย์ ภาคพิเศษ เล่ม 8 เฟิ่งเสี้ยว (กุยแก) นี้ "หวังอี๋ซิง" ได้อาศัยข้อมูลจริงทางประวัติศาสตร์ผสมกับจินตนาการอันล้ำเลิศอธิบายเจาะลึกไปถึงต้นกำเนิดที่หล่อหลอมให้เกิดแนวคิด "พิชัยยุทธ์ทมิฬ" อันลือลั่นสะท้านไปทั้งสามก๊กของ "กุยแก" ได้อย่างสมจริงเสียจนผู้อ่านอาจจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
หนังสือเล่มนี้พูดถึงวิธีฝึกทักษะใหม่อย่างเป็นระบบและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งยังใช้ได้กับทักษะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา เขียนนิยาย วาดรูป ก่อตั้งธุรกิจ หรือขับเครื่องบิน หากคุณลงทุนในด้านเวลาแค่ 20 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้พื้นฐานของทักษะ คุณจะประหลาดใจว่าตัวเองพัฒนาทักษะดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วเพียงใด โดยไม่ว่าคุณอยากจะฝึกทักษะอะไร หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณทำสิ่งนั้นได้โดยใช้เวลาและพลังงานน้อยลง เพียงแค่อาศัยความพยายามเล็กน้อย อย่างจดจ่อและมีกลยุทธ์ แล้วคุณจะพบว่าตัวเองพัฒนาทักษะได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้สึกหงุดหงิดใจ และใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แนวคิดและวิธีฝึกนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย
คุณเคยสับสนในชีวิตไม่รู้จะไปทางไหนดีบ้างไหม ? แล้วในช่วงเวลาแบบนั้นเราอยากได้คนที่จะปรึกษา คนที่เป็นผู้ใหญ่ คนที่ผ่านโลกมามากสักคนหนึ่งมานั่งข้างๆเรามารับฟังเราบ้างไหม ? ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด " ของคุณ Rando Kim (รันโด คิม) ที่อาจจะช่วยเราได้
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย
ผู้เขียน : Rando Kim (รันโด คิม) ผู้แปล : วิทิยา จันทร์พันธ์
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "จดหมายเหตุสามก๊ก ตอน ยอดกุนซือวุยก๊ก" โดยใน EP นี้จะเป็นเรื่องราวของ กุยแก ยอดกุนซือจ้าวแห่งการวิเคราะห์ และ สุมาอี้ ผู้ชนะตัวจริงของสามก๊ก
คุณเคยรู้สึกไหมว่าในบางครั้งเราก็เป็นคนที่เยอะเกินไป ? เช่น คิดมากกับเรื่องเล็กๆ วิตกกังวลไปกับทุกๆเรื่อง จนอะไรๆในชีวิตมันดูยากและเยอะไปหมดเลย ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " เชื่อเถอะ อย่าเยอะเกิน Don't Sweat the Small Stuff and It's All Small Stuff " ของคุณ Richard Carlson (ริชาร์ด คาร์ลสัน) ที่จะทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วเราสามารถลดความเยอะนั้นลงได้ เพราะว่าการที่ถือเยอะเกินไปมันก็หนักเปล่าๆ
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " เชื่อเถอะ อย่าเยอะเกิน Don't Sweat the Small Stuff and It's All Small Stuff " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : Richard Carlson (ริชาร์ด คาร์ลสัน) ผู้แปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี
บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
หนังสือ "จดหมายเหตุสามก๊ก ตอน ยอดกุนซือวุยก๊ก" เล่มนี้ เป็นผลงานของ "ยศไกร ส.ตันสกุล" บันทึกเรื่องราวกุนซือวุยก๊กแต่ละคน อันมีบทบาทในการบริหารกิจการการเมืองการทหาร ร่วมสร้างอาณาจักรและแผ่ขยายอำนาจอิทธิพลของ "โจโฉ" ให้ยิ่งใหญ่ แต่กลุ่มกุนซือของวุยก๊กมีข้อแตกต่างจากกุนซือกลุ่มอื่น เหตุเพราะมีจุดยืนแบ่งออกเป็นสองขั้ว นั่นคือ กุนซือกลุ่มที่ภักดีต่อราชวงศ์ฮั่น และกุนซือที่สนับสนุนให้โจโฉตั้งตัวเป็นใหญ่เหนือองค์ฮ่องเต้ แต่ถึงกระนั้น ในแง่ของการบริหารและการทหารแล้ว ทั้งสองกลุ่มยังคงทำงานร่วมกันได้อย่างทรงประสิทธิภาพ โดยใน EP นี้จะขอยกมาเล่า 2 คน คือ ซุนฮก ผู้เป็นดังถุงปัญญาผู้วางรากฐานวุยก๊ก และ กาเซี่ยง เสนาธิการปีศาจ
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง
คุณเคยมีความรู้สึกทุกข์มากๆกันบ้างไหม ? แล้วคุณเคยมีความคิดว่าทำไมเราถึงโชคร้ายที่จะต้องมาเจออะไรแบบนี้บ้างไหม ? มันทุกข์มันเครียดสะจนไม่มีแรงที่จะทำอะไรเลย กินข้าวก็ไม่ลง นอนก็ไม่หลับ ในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนังสือที่มีชื่อว่า " วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข ( How to Stop Worrying and Start Living ) " ของคุณ Dale Carnegie (เดล คาร์เนกี) ที่จะทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วิธีชนะความทุกข์และสร้างความสุขนั้นไม่ยากอย่างที่เราคิด
หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข ( How to Stop Worrying and Start Living ) " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : Dale Carnegie (เดล คาร์เนกี) ผู้แปล : อาษา ขอจิตต์เมตต์
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี
บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
The Talk With a Mediterranean Rich เป็นเรื่องราวการพบพานระหว่างมหาเศรษฐีคนหนึ่งกับผู้เขียนนับตั้งแต่พวกเขาพบกันครั้งแรก กระทั่งถึงปัจจุบันที่มีทั้งหลักการใช้ชีวิต หลักการลงทุนที่บอกเล่าอย่างสนุกสนานสำหรับคนที่ฝันว่าอยากเป็นเศรษฐี หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณได้รับแรงกระตุ้นใหม่ๆอีกครั้ง และสำหรับคนที่ยอมแพ้กับเส้นทางเศรษฐีหนังสือเล่มนี้จะเป็นกลไกให้คุณได้พบกับจุดเปลี่ยนอันทรงคุณค่า โดยเราอาจเรียกได้ว่าเป็น Rich Dad Poor Dad ในเวอร์ชั่นเกาหลี ที่อ่านเข้าใจง่ายแต่มีสาระ บทสนทนาระหว่างผู้เขียนกับเศรษฐีเมดิเตอร์เรเนียนนั้นเหมือนแทนตัวเรากับผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน คำสอนของเศรษฐีฯ ชวนให้ฉุกคิดและย้อนพิจารณาตัวเอง โดยมีบทสรุปคำสอนในบทนั้นๆ ประมาณ 2-3 หน้าปิดท้าย ที่เราจะได้เรียนรู้คำสอนต่างๆไปพร้อมๆกับผู้เขียน
อ่านแล้ว อ่านเล่า x Alljit EP.04 ศิลปะ การอยู่ร่วมกับ คนเฮงซวย
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง
ไม่ว่าเราจะเรียน ทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันปกติ สิ่งหนึ่งที่เราต้องเจอและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนั้นก็คือ มนุษย์ Toxic หรือคนเฮงซวย ที่พวกเขามักจะแฝงตัวอยู่ในทุกๆที่ ยิ่งถ้าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธพฤติกรรมเหล่านั้นของพวกเขาได้ คงจะเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจมากๆเลยในแต่ละวัน หนังสือ " ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย " ที่พาจะมาทุกคนมาชวนกันหาคำตอบว่าเราจะสามารถอยู่ร่วม หรือรับมือกับคนเฮงซวยอย่างไหร่ดี ? ถ้าพร้อมแล้วเรามาท่องไปในโลกของหนังสือเล่มนี้กันเลย
หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย " เรามาท่องไปในโลกของหนังสือพร้อมๆกันเลย ผู้เขียน : Robert Sutton (โรเบิร์ต ไอ ซัตตัน) ผู้แปล : ไอริสา ชั้นศิริ
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
"เดอะลาสต์เลกเชอร์ : The Last Lecture" เล่มนี้ เป็นการบรรยายครั้งสุดท้ายของชายผู้เปลี่ยนโลก และกำลังจะเปลี่ยนชีวิตคุณ!! เมื่อ "ดอกเตอร์ แรนดี เพาช์" ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลล่อน คุณพ่อของลูกเล็ก ๆ 3 คน ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายที่ไม่มีทางรักษา ขึ้นบรรยายเลกเชอร์ครั้งสุดท้ายว่าด้วยการใช้ชีวิต และความฝันในวัยเยาว์ การบรรยายครั้งนั้นส่งผลต่อคนนับล้าน ๆ ชีวิตทั่วโลก ในการเลกเชอร์ครั้งสุดท้าย แรนดี ไม่ได้พูดเรื่องศาสตร์ที่เขาเชี่ยวชาญ ไม่ได้บรรยายเรื่องโรคร้ายในตัวเขา เขาเลือกที่จะพูดสิ่งที่ทำให้เขาเป็นอย่างทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น นั่นคือ การเรียนรู้ที่จะทำตามความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง และการใช้ชีวิตให้มีชีวิต
ผมไม่เคยอวดอ้าง หรือแม้แต่จะคิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้รอบรู้ที่ตอบได้หมดทุกคำถาม ว่ากันตามตรงทุกคำตอบมาจากประสบการณ์จริงที่ผมสัมผัส เรียนรู้ และใช้มันตลอดชีวิตที่ผ่านมา แน่ละหลายๆ คำตอบอาจไม่ตรงใจ ใครหลายคน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะในเหตุการณ์เดียวกัน แต่ละคนย่อมมีมุมมองที่ต่างกันออกไป
"โชคดีที่มึงได้อ่าน" จากที่สุดของ Content Online แห่งยุค เรื่องราวที่มีคุณค่า จากรายการ "อย่าหาว่าน้าสอน" ในช่อง "NANAKE 555" ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถูกร้อยเรียงเป็นตัวอักษรบรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของ หยิบอ่านได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
อ่านแล้ว อ่านเล่า x Alljit EP.03 นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง
คุณเคยเหนื่อยที่จะต้องทำตาม ความคาดหวังของคนอื่น บ้างไหม ?
อายุเท่านั้นต้องมีเงินเก็บเท่านี้ ต้องมีรถ มีบ้าน ทำงานที่มั่นคงตามที่คนอื่นๆเคยพูดและคาดหวังไว้ แต่นั่นใช่ความสุขของเราจริงๆหรอ ? จะเป็นอย่างไรถ้าเราไม่ได้ทำตามที่ใครหลายๆคนคาดหวังไว้ แต่เราเลือกที่จะทำในสิ่งที่เรามีความสุขและใช้ชีวิตในแบบของเราเอง หนังสือ " นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ " ที่พาจะมาทุกคนมาชวนกันหาคำตอบว่าจริงๆแล้วความสุขของชีวิตเราคืออะไรกันแน่ ถ้าพร้อมแล้วเรามาท่องไปในโลกของหนังสือเล่มนี้กันเลย
หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ " นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ " ผู้เขียน : ฮาวัน (Ha Wan) สำนักพิมพ์ : Springbooks
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
ปิดมือถือ ปิดหน้าจอทุกชนิด ปิดการติดต่อกับโลกภายนอก แล้วลองคิดว่า ทุกวันนี้คุณมีเวลานั่งเฉยๆ วันละกี่นาที... ในโลก 4.0 ที่การสื่อสารล้นเกินเช่นปัจจุบัน การนั่งนิ่งๆ อยู่กับความคิดตัวเองถูกมองเป็นการ "เสียเวลา" แต่การเสียเวลามันเลวร้ายขนาดนั้นจริงๆ หรือ? แอลัน ไลต์แมน ชี้ประโยชน์ที่เราคิดไม่ถึงของการเสียเวลาไว้ใน "In Praise of Wasting Time" เล่มนี้ บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าคือการ "เสีย" อาจเป็นโอกาสสู่การ "ได้" บางอย่างมาแทน
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ "สิ่งสำคัญของชีวิต"
อะไรคือสิ่งสำคัญของชีวิต ? คำถามที่สั้นๆง่ายๆ แต่การที่จะหาคำตอบนั้นไม่ง่ายเลย เรามาร่วมหาคำตอบของคำถามนี้ผ่านหนังสือที่มีชื่อว่า “สิ่งสำคัญของชีวิต” ที่คุณนิ้วกลมได้พูดคุยและสัมภาษณ์ คุณมานิต อุดมคุณธรรม ผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ประธานกรรมการบริหารห้างสรรพสินค้าโฮมโปร เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า S'fare และ P J Jeans และผู้ริเริ่มโครงการ Swan Lake แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจมามากมายแต่คุณมานิตกลับมีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และรวมไปถึงหลัก การที่ใช้ดำเนินชีวิตที่น่าสนใจอีกมากมายผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนี้
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
ดาวน์โหลดของ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=com.alljit
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลง" โดยใน EP นี้เราจะมีคุยกันในเรื่องของ skill ที่ผู่ก่อตั้ง startup ควรมี , เรื่องของการนำเสนอที่การให้ข้อมูลมากๆ อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป และสุดท้ายเป็นเรื่องของนิสัยเล็กๆที่เราทำได้โดยไม่ต้องออกแรงมากมาย แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆ เป็นปีๆ จะเปลี่ยนเราได้อยากมหาศาล
โลกเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้ที่ต้องวิ่งไล่ตามให้ทัน ถูกเสริมให้รุนแรงขึ้นอีกจากโรคระบาดครั้งใหญ่อย่าง โควิด-19 ในห้วงเวลาเช่นนี้นับเป็น "ช่วงเวลาสำคัญ" สำหรับทุกคน บางคนถึงขั้นบอกว่าเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาว่า ธุรกิจไหนจะอยู่ ธุรกิจไหนจะไป ในยามวิกฤตแบบนี้ แต่ละคนล้วนพยายามนิยามตัวตนใหม่ขึ้นมา ผ่านความมุ่งมั่นตั้งใจ ปรับเปลี่ยน พัฒนา วางแผน คิดค้นสร้างสรรค์ และทำทุกวิถีทางเพื่อปรับตัวให้เข้ากับโอกาสที่พอจะมองเห็น ทำทุกกระบวนท่าที่ทำให้ตัวเองอยู่รอด พร้อมกันนั้นก็หาวิธีพาผู้อื่นทั้งทีมงานและเพื่อนร่วมสังคมให้รอดไปด้วยกัน ช่วงเวลาเช่นนี้เองคือ "Defining Moment" ที่ทุกคนสามารถนิยามตนขึ้นมาใหม่ เป็น "รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลง" ที่สาดแสงของวันใหม่ หลังความมืดผ่านพ้นไป เราต้องการความรู้อะไรบ้าง ทักษะประเภทไหน มุมมอง ทัศนคติ วิธีคิด หรือข้อมูลอะไรที่จำเป็น
"รวิศ หาญอุตสาหะ" รวบรวมและเรียบเรียงแง่มุมสำคัญสำหรับห้วงยามเช่นนี้ ออกมาเป็นงานเขียนขนาดกระชับ แต่เข้มข้นด้วยเนื้อหาที่ชวนคิดตาม นับเป็นหนังสือที่เหมาะกับช่วงเวลาอย่างยิ่ง อ่านเพื่อเสริมมุมมองสำหรับตัวเอง ธุรกิจ และโลกขณะนี้ เพื่อนิยามตัวเองใหม่ ในช่วงเวลาของ... "รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลง"
Alljit ร่วมกับ อ่านแล้ว อ่านเล่ารายการที่จะพาคุณท่องเข้าไปในโลกของหนังสือ พร้อมๆกับท่องเข้าไปในจิตใจของตัวคุณเอง หนังสือที่เราจะมารีวิวในวันนี้ "กล้าที่จะถูกเกลียด" ผู้เขียน: คิชิมิ อิชิโร, โคะกะ ฟุมิทะเกะ สำนักพิมพ์: วีเลิร์น (WeLearn)
พูดความในใจ ระบายกับเราได้ฟรี บนแอปพลิเคชั่นออลล์จิต Alljit (พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ)
ดาวน์โหลดของ iOS https://apps.apple.com/th/app/alljit/id1549529345?l=th
"นิทานล้านบรรทัด เล่ม 1" เป็นนิทานแฝงปรัชญาชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เรื่องเล่าของ "ประภาส ชลศรานนท์" ในหนังสือเล่มนี้ จะพาผู้อ่านไปรู้จักนามธรรมที่ลึกซึ้งในตัวเรา หรือแม้แต่คนรอบตัวของเรา ทั้งความขี้กลัว ความรัก ความอิจฉาริษยา ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย และอีกมากมายที่เราไม่เคยได้รู้จักมันอย่างแท้จริง คมความคิดที่เล่าผ่านงานเขียนกึ่งนิทาน จะพาเราดำดิ่งลงสัญชาตญาณดั้งเดิมของมนุษย์ ที่ชอบความเรียบง่าย และสนุกสนาน
พบกับ "กฏ" สุขภาพอันเรียบง่ายและตรงไปตรงมา จาก "นายแพทย์ เดวิด บรี เอกุส" ศาสตราจารย์ด้านมะเร็งที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก ผู้เขียนหนังสือเล่มสำคัญ The End of Illness สู่คู่มือภาคปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ด้วยแนวคิดว่า สุขภาพอันเยี่ยมยอดเริ่มต้นจากสิ่งที่เราเป็นประจำในแต่ละวัน และการต้องพึ่งยา มักเป็นผลจากการละเลยสิ่งที่ควรทำก่อนหน้านี้ และหนังสือ "A Short Guide to a Long Life" เล่มนี้ คือหนังสือเล่มสั้น เพื่อให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวไปด้วยกัน สำหรับผู้ที่รักสุขภาพทุกท่าน ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้
ตอนที่ 2 ของหนังสือ Time Smart ความฉลาดทางเวลา ที่จะมาชวนคุณ "มองการไกล" ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือก การวางแผนชีวิตที่จะส่งผลกระทบด้านเวลาของคุณ เช่น การเลือกงาน การเลือกบ้าน นอกจากนี้ในบทสุดท้ายยังพูดถึงการออกแบบนโยบายต่างๆที่กระทบกับการจัดการเวลาคนทำงาน เช่น การประชุม การให้รางวัลเป็นวันลาพักร้อน การให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ และการลดงานเอกสารลง
หนังสือที่จะทำให้คุณไม่ยุ่งแทบบ้าและใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยศาสตราจารย์ด้านเวลาของ Harvard Business School ที่จะช่วยให้คุณเริ่มปรับแต่งการคิดและการตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละนาที ชั่วโมง สัปดาห์ ไปจนถึงในเรื่องใหญ่ระยะยาวในอนาคตแบบปลดเปลื้องภาระทางเวลาที่สกัดกั้นปัญหาในหลายด้านสำคัญของชีวิต
เรียนรู้วิธีจัดการกับเวลาของคุณที่ถูกฉีกออกเป็นริ้วๆ ด้วยสิ่งรบกวนของโลกทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือทัศนคติ หรือวิถีปฏิบัติด้านเวลาที่ผิดๆ ของตัวคุณและคนอื่นๆ ได้ดีขึ้น และเข้าใจตรรกะวิบัติเรื่องความมั่งคั่งทางการเงินที่เรายึดถือกัน และชั่งเงินกับเวลาในแบบที่เอื้อต่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในแบบของคุณเพียงได้เริ่มเส้นทางของคนที่มีทักษะแห่งความฉลาดทางเวลา การตัดสินใจแต่ละครั้งของคุณจะเป็นไปเพื่อความสุขสงบและประสิทธิภาพในอนาคต คุณจะปลดล็อกเวลาเพิ่มขึ้นมากมายในแต่ละวัน เดือน ปี เพื่อสิ่งสำคัญจริงๆ
"เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด" เปรียบเสมือนคู่มือในการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นที่กำลังทรมานใจ...ว่างเปล่า...หวั่นไหว...เปลี่ยวเหงา...โดดเดี่ยว...เพราะเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง ถูกเขียนขึ้นมาสำหรับวัยรุ่นที่ยังคงสับสนเพียงเพราะเป็นวัยรุ่นตัวคนเดียว ไม่มีคนที่คอยให้คำปรึกษา หรือไม่กล้าปรึกษาคนอื่นๆ หนังสือเล่มนี้อาจไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้คุณภายในสามนาที แต่ยืนยันว่ามีคำตอบปลายเปิดให้คุณได้ค้นหาว่าจะผ่านช่วงวัยเรียน วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร
"ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน" เป็นงานเขียนชิ้นเยี่ยมของ "เปาโล" ที่โด่งดังมาแล้วทั่วโลก เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะคนหนึ่ง ที่ฝันถึงขุมทรัพย์ในพีระมิดที่อียิปต์ และตัดสินใจออกเดินทางตามฝันของตัวเอง ตลอดการเดินทางเด็กหนุ่มได้พบกับอุปสรรคต่างๆมากมาย ในที่สุดเขาได้เผชิญกับเรื่องราวลี้ลับอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถหยั่งถึง หากเดินทางไปตามรอยฝัน และพร้อมที่จะฟังเสียงเรียกร้องในหัวใจของตนเอง เนื้อหาในเล่มอาจเป็นทางลัดด้านความคิดให้หลายคนได้เดินทางไปสุดปลายฝัน สู่ขุมทรัพย์ที่ถวิลหามาเนิ่นนาน...
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "งานประจำสอนทำธุรกิจ" ที่จะเป็นเรื่อองราวประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจของหลายๆคนที่ "เริ่มต้น" ธุรกิจของตัวเองในวันที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อม 100% นอกจากนี้ยังมีเทคนิดที่ผู้เขียนเรียกว่า 3 เสาหลักของการทำธุรกิจ ใครที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ขอบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยนะครับ
ยังคงอยู่กันกับหนังสือ "งานประจำสอนทำธุรกิจ" โดยตอนนี้ จะเป็น part ที่ 3 ที่ชื่อว่า โรงเรียนธุรกิจที่ชื่อว่า "งานประจำ" ที่ผู้เขียนเล่าถึงการทำงานประจำซึ่งจะช่วยสอนให้เราเข้าใจการทำธุรกิจ โดยการทำงานประจำนั้นถือได้ว่าเป็นครูที่สอนเรื่องธุรกิจได้โดยเราไม่ต้องเสียเงิน แถมยังได้เงินเดือนอีกด้วยครับ
EP นี้จะเป็น ส่วนที่ 2 ของหนังสือ ที่พูดถึงความรู้ที่เราควรมี ถ้าสนใจที่จะทำธุรกิจ เช่น ความรู้ทางการเงิน การขาย การเขียน และความแตกต่างที่ได้จากการอ่านหนังสือ โดยผู้เขียนได้มีการสรุปวิธีการและกระบวนการต่างๆ ที่เราเองก็สามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริงอีกด้วยครับ
การมีธุรกิจเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายแถมพอวาดฝันไว้แล้ว... การทำงานประจำก็ดูกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องอดทนให้ผ่านไป จะดีแค่ไหน ถ้าเราเปลี่ยนการทำงานประจำในแต่ ละวันให้กลายเป็นบทเรียนสอนวิชาสร้างธุรกิจ ให้เราใช้เวลาแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่าคูณสอง เป็นมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพอย่างเต็มภาคภูมิ และเตรียมพร้อมเป็นเจ้าของธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เพราะคุณเริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้ส่วนที่ว่าจะเริ่ม "อย่างไร" หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้คุณ
หนังสือนิทานภาพชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้เข้าใจความหมายของมิตรภาพและคุณค่าที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา
ณ เมืองปล่องควันที่พ่นควันโขมงปกคลุมท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา มนุษย์ขยะได้ถือกำเนิดขึ้นมา หัวจดเท้าประกอบด้วยขยะหลากชิ้น เนื้อตัวเหม็นหึ่ง เมื่อเขาเดินเข้าไปในเมือง ทุกคนต่างพากันรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งชื่อลูบิชชี่ ซึ่งเนื้อตัวมอมแมมไม่แพ้กัน ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรัก ลูบิชชี่ตั้งชื่อให้มนุษย์ขยะว่าปูเปลล์พร้อมเล่าความลับที่พ่อเขาพบเหนือควันดำบนท้องฟ้าให้ฟัง และนั่นนำไปสู่การผจญภัยและการค้นพบความจริงบางอย่างที่สุดแสนประทับใจ
เหตุใดคนญี่ปุ่นถึงทุ่มเททำเพื่อผู้อื่น เหตุใดคนญี่ปุ่นถึงมีวินัยสูง เหตุใดคนญี่ปุ่นถึงอดทน จากคำถามเหล่านี้ทำให้ "เกตุวดี Marumura" ตัดสินใจไปหาคำตอบด้วยตัวเอง สอบชิงทุนรัฐบาลญี่ปุ่น บินลัดฟ้าไปเรียนปริญญาตรีและปริญญาโทถึงภูมิภาคคันไซ ต้องปรับตัวขนานใหญ่จากเด็กไทยที่เพิ่งจบมัธยมปลายสู่มหาวิทยาลัยโกเบ ตลอด 8 ปี ที่ไปเรียน ไปอยู่ ไปคลุกคลีกับเพื่อน อาจารย์ และประเทศนี้ ทำให้เธอได้พบคำตอบเหล่านี้จากการเคี่ยวเข็ญของเซนเซญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการเขียนจดหมายขอบคุณ และการไปทัศนศึกษา หรือเรื่องท้าทายอย่างการนำเสนองาน ต่อหน้าประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ อ่านกุศโลบายที่อยู่เบื้องหลังทุกคาบเรียน และสารพัดข้อคิดที่ซ่อนอยู่ในทุกกิจกรรม แล้วจะรู้ว่าคนญี่ปุ่นสร้างคนญี่ปุ่นอย่างไร
เจ้าชายน้อย ผลงานของ อองตวน เดอ แซ็งแต็ก-ซูเปรี นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส หนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้ปรากฏขึ้นตราตรึงใจนักอ่านทั่วโลก เพราะสิ่งที่เจ้าชายน้อยมาบอกกล่าว มาตั้งคำถามเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใจผู้คนทุกยุคทุกสมัยอย่างมหัศจรรย์เสมอด้วยเจตจำนงเพื่อสื่อสาร แต่ทว่าเสน่ห์ของเจ้าชายน้อยและการเดินทางท่องจักรวาลที่จับใจเด็ก ๆ อย่างน่าอัศจรรย์นั้นทำให้นักวรรณกรรมทั้งโลกต่างยกย่องให้มันเป็นผลงานชิ้นเปล่งประกายที่สื่อถึงคุณค่าสากลอันเป็นความหมายของชีวิตได้อย่างลึกซึ้งและหมดจดงดงามอย่างที่สุด เจ้าชายน้อยแสนอ่อนโยน และผู้คนบนดาวกลับมาโลดแล่น พร้อมให้เราได้ทำความรู้จักกันใหม่อีกครั้ง
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "เชื่อเถอะ อย่าเยอะเกิน" ที่จะมาบอกวิธีที่จะทำใจจิตใจของคุณสุขสงบมากขึ้น ด้วยเทคนิคและวิธีการต่างๆที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก ทั้งการทำสมาธิ การฝึกโยคะที่จะช่วยทั้งร่างกายและจิตใจให้ผ่อนคลาย การฝึกเป็นคนที่ตื่นเช้า เพื่อให้เราได้ทำในสิ่งที่ชอบ การพยายามทำความเข้าใจในมุมมองของผู้อื่นมีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร และการใช้ชีวิตให้เหมือนกับเป็นวันสุดท้าย
เพราะชีวิตนั้นสำคัญเกินกว่าจะจริงจังกับมันมากเกินไป อย่าเมื่อไปเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ
ใน EP นี้ เราจะมาพูดกันถึง เทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณมองให้ออกว่า อะไรที่ควรใส่ใจ และอะไรที่ควรปล่อยไป เช่น การหยุดหาข้อบกพร่อง การทำทีละอย่าง การคิดถึงสิ่งที่มีอยู่แทนสิ่งที่อยากมี รวมไปถึงเทคนิคที่จะช่วยให้คุณมีความอดทนมากขึ้น การปล่อยตัวเองให้เบื่อบ้างนั้นดีอย่างไร
เมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต จะมีสักกี่คนที่พึงพอใจกับชีวิตที่ตึงเครียดขนาดนั้นของตัวเอง เวลาผู้คนนึกถึงชีวิตที่ผ่านมา ขณะนอนรอความตาย เกือบทุกคนจะอยากจัดลำดับสิ่งสำคัญของชีวิตเสียใหม่ แม้จะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็อยากให้ตนไม่มัวเสียเวลากับเรื่องเล็ก ๆ จนเกินไป อยากใช้เวลากับผู้คนและกิจกรรมที่ตนรักอย่างแท้จริงมากขึ้น และเสียเวลาน้อยลงกับการวิตกกังวลถึงแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น การจินตนาการว่าคุณอยู่ที่งานศพของตัวเอง จะทำให้คุณย้อนมองชีวิต ในขณะที่ยังมีโอกาส สร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญบางอย่างอยู่
ภายใต้ความเรียบง่ายและท่วงท่าสบาย ๆ ของหนังสือ "เชื่อเถอะ! อย่าเยอะเกิน : Don't Sweat the Small Stuff and It's All Small Stuff" เล่มนี้ มีความเข้าใจทางจิตวิทยาและข้อสังเกตพฤติกรรมมนุษย์แฝงไว้อย่างสำคัญยิ่ง รวมถึงความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วในชีวิตคนเรา อะไรที่สำคัญแท้จริง และอะไรที่ให้ความหมายแก่ชีวิตเรา
ตอนสุดท้ายของหนังสือ "คิดแบบนี้โชคดีตลอดกาล" ที่จะชวนให้คุณให้ความสำคัญกับคนธรรมดาๆใกล้ตัว ชวนให้คุณคิดลบสักนิดเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น การไม่จำกัดความเป็นไปได้ของตัวเอง และการหลีกหนีให้ไกลจากมนุษย์เจ้าปัญหา
เคล็ดลับต่างๆเหล่านี้ อาจจะช่วยให้คุณค้นพบ "โชคดี" ได้มากขึ้น ที่สำคัญยังทำตามได้ไม่ยากเลยครับ
ใน EP นี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ทุกๆคน "เพิ่มโชคดี" ให้กับตัวเองได้ ด้วยวิธีการง่ายๆแต่ได้ผล เช่น การมีงานอดิเรกที่หลากหลายขึ้น มีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น รวมไปถึงว่าทำไมคนที่ชอบเข้าสังคมถึงโชคดีมากกว่าคนอื่น กับหนังสือ "คิดแบบนี้โชคดีตลอดกาล" ของ นักอ่านใจ ไดโกะ (Mentalist DaiGo)
เคยคิดไหมว่าตัวเองนั้นไม่มีพลังเปลี่ยนโชคจนต้องพึ่งพาวัตถุเสริมดวงชะตาหรือไม่ก็เวทมนตร์คาถา แต่ในใจก็สงสัยว่าของพวกนี้จะช่วยคุณได้จริงหรือ หากเคยคิดอย่างนั้นละก็ หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณ นักอ่านใจ ไดโกะ (Mentalist DaiGo) นักเขียนด้านจิตวิทยาที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น จะมาบอกวิธีสร้างโชคและควบคุมโชคด้วยมือของคุณเอง
หนังสือเล่มนี้คือการชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า จริงๆ แล้ว โชคและดวง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบที่เรากำหนดไม่ได้ และแบบที่เราสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง โดยผู้เขียนเน้นให้ความสำคัญกับการจัดการโชคและดวงในแบบหลัง ตามหลักแนวคิดในแบบวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา แล้วสรุปออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าคนโชคดี และคนโชคร้าย มีลักษณะนิสัย และวิธีบริหารจัดการโชคและดวงชะตาของตนเองอย่างไร แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคและดวงที่ถูกกำหนดขึ้นแล้วส่วนหนึ่งได้ แต่หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทราบถึงเคล็ดลับในการสร้างโอกาส หรือเสริมศักยภาพพื้นโชคและดวงที่เรามีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น หรือให้เป็นไปตามทิศทางที่เราต้องการให้ได้มากที่สุด
หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มของผู้เขียนหนังสือ Who Moved My Cheese ? ที่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องช่วงเวลาที่ดีและร้าย หรือช่วงเวลาแห่งความสุขและ ทุกข์ที่แต่ละคนต้องเผชิญในชีวิตมานำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม ผ่านเรื่องเล่าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขา โดยชายหนุ่มได้มีโอกาสพบกับชายชราผู้ที่แนะนำแนวคิด "ยอดเขาและหุบเขา" ที่กล่าวถึงการตระหนักและยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้งในชีวิตและการทำงานด้วยความเข้าใจให้มากขึ้น โดยนำเสนอทั้งแนวคิด วิธีจัดการ และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง เพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ตอนที่ 2 ของหนังสือที่จะช่วยให้คุณสามารถจัด port การลงทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการที่ใครๆก็สามารถทำได้เอง โดยในตอนนี้จะลงลึกในส่วนของ หุ้น บอนด์ และสินค้าโภคภัณฑ์ รวมไปถึงแนะนำวิธีการเริ่มลงทุนแบบเป็นขั้นตอน แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนวัยทำงาน
การลงทุน ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร่ ยิ่งดี อยากให้ทุกๆคนลองศึกษาดูนะครับ ไม่ยากอย่างที่คิด
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งในคนธรรมดาที่ต้องทำงานหาเงิน และคอยกังวลว่าจะมีเงินพอใช้ตอนแก่หรือเปล่า หนังสือเล่มนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณตามหา นี่คือหนังสือที่จะช่วยให้เข้าใจการใช้พอร์ตลงทุนกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด เรียนรู้ตอบแทนของหุ้น บอนด์ สินค้าโภคภัณฑ์ และกองทุนอต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างเจาะลึก เข้าใจวิธีลงทุนที่ทำให้ประหยัดภาษีสูงสุด โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานลงทุนมาก่อน ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย และนำไปใช้ได้จริง
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "Powerism" ที่เขียนโดยคุณ โตมร ศุขปรีชา นักเขียน นักคิด นักแปล และคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER โดยใน EP นี้เนื้อหายังคงเข้มข้นไม่แพ้ตอนแรก โดยจะเป็นการถกปัญหาเรื่องคอนเซอร์เวทีฟ ว่าทำไมคนที่เคยมีแนวคิดแบบลิเบอรัลสมัยยังหนุ่มๆสาวๆ แต่พออายุมากขึ้น ส่วนมากกลับกลายเป็นคอนเซอร์เวทีฟซะอย่างนั้น และคอนเซอร์เวทีฟในไทยเหมือนกับในโลกตะวันตกหรือไม่
บทถัดมาจะเป็นเรื่องของคนดีกับอำนาจ ทำไมในหลายๆครั้งเราเคยคนที่เคยเป็น "คนดี" แต่พอได้รับอำนาจแล้วกลับกลายเป็น "คนไม่ดี" ที่บ้าอำนาจ แล้วในสังคมของเรา จะมีหนทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
หนังสือที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับ "อำนาจ" ที่ซุกซ่อนอยู๋ในสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นของกินอย่าง "มะเขือเทศ" ที่เคยตกอยู๋ในฐานะสิ่งต้องห้าม สถานะของ "อาหารไทย" ที่กำลังจะถูกกำหนดให้มีรสชาติเหมือนๆ กัน วันแห่งความรื่นเริงอย่าง "คริสต์มาส" ที่มีฉากหลังเป็นเรื่องราวของการต่อสู้ หรือแม้กระทั่ง "ลวดหนาม" ก็มีพลังแอบแฝงที่มีค่ามากกว่าการกั้นอาณาเขต ที่เขียนโดยคุณ โตมร ศุขปรีชา นักเขียน นักคิด นักแปล และคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER
เราทุกคนรู้ดีว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ความเคยชินกับสิ่งที่ทำอยู่ซ้ำเดิม และคิดว่าสิ่งนั้นดีที่สุดแล้ว ทำให้อดเป็นกังวลและต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ได้ เนยแข็งชิ้นเดิมที่เราว่าอร่อยล้ำนั้น แท้จริงเป็นเพราะเรายังไม่เคยได้ลิ้มรสเนยแข็งแบบอื่น เมื่อต้องสูญเสียเนยแข็งชิ้นเดิมไป คนเป็นจำนวนมากจึงรู้สึกเหมือนกับสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุด บ่อยครั้งที่การเปลี่ยนแปลงได้นำโอกาสใหม่ๆ มาให้แต่ละคน ฉะนั้น ถ้าเราเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก็เท่ากับเตรียมตัวเปิดทางกว้างไกลให้แก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน ชีวิตส่วนตัว และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย
หนังสือ "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป" ของผู้เขียน "นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน" นั้นเกริ่นนำถึงความพิเศษของแนวคิดเพียงจุดเล็กๆ เรื่องเล่าของตัวละคร 4 ตัว ในเขาวงกต และการอภิปรายในกลุ่มเพื่อน เพื่อสรุปแนวคิดเรื่อง "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป" หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วจับประเด็นมาอภิปรายในหมู่ผู้ร่วมงานและเพื่อนฝูง น่าจะได้ตัวอย่างประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ หรือในชีวิตของแต่ละคน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปได้มากเลยทีเดียว สมกับที่เป็นหนังสือ Classic ที่พิมพ์มากว่า 20 ปีแล้ว แต่เนื้อหาไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลาเลย
จับกระแสการเปลี่ยนแปลงรอบโลกระลอกล่าสุด ในแบบอ่านสนุกเข้าใจง่าย ตั้งแต่ศิลปะการสร้างสุขของเกาหลี การออกแบบชีวิตให้เรียบง่ายเบาสบาย การเอาชนะสิ่งลวงตาความสุข การใช้โซเชียลมีเดียที่ดีต่อใจและความสัมพันธ์รอบตัว เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ปรับตัว และมองหาความสุขในโลกใหม่ ด้วยแว่นตาใหม่ เลนส์ใหม่ ภายใต้ยุค disruptive technology ที่ทำเอา “โลกป่วน” จน “หัวปั่น” โดยผู้เขียน วรากรณ์ สามโกเศศ ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์และคอลัมนิสต์ผู้เป็นเจ้าของงานเขียนมากกว่า 30 เล่ม รวมทั้งหนังสือสามัญประจำบ้านชุด “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” และ “Edutainment Essay”
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "Futuration เปลี่ยนปัจจุบันทันอนาคต" นี้จะขอเล่าถึงเรื่อง Big Data ว่าข้อมูลมหาศาลเหล่านี้มีที่มาจากไหน มีประเด็นทางนโยบายที่น่าสนใจอย่างไร รวมถึงหน้าที่ของภาครัฐในการกำกับดูแล นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Cryptocurrency และการวางยุทธศาสตร์ชาติในโลกใหม่ที่ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจแบบพลาดไม่ได้เลยครับ
"ดร.สันติธาร เสถียรไทย" นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ได้อธิบายถึงประเด็นที่น่าคิดต่าง ๆ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งหนังสือ "Futuration เปลี่ยนปัจจุบัน ทันอนาคต" เล่มนี้ ผู้เขียนได้จรดนิ้วพิมพ์งานเขียนที่เปรียบเสมือน "จดหมาย" ถึงลูกชายตนเองไว้เป็นหลักฐานถึง "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ซึ่งส่งผลมาจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีดิจิทัล นับได้ว่าเป็นบทบันทึกสำคัญที่ส่งต่อให้กับคนรุ่นถัดไปได้ศึกษาเรียนรู้เข้าใจ และเดินไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง โดย EP นี้จะพูดถึงเรื่องอนาคตของการศึกษา เส้นทางสายไหมที่จะเป็นยุทธศาสตร์หลักในการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจของจีน และเรื่องของ Reserve Currency ว่าเงินหยวนของจีนจะสามารถขึ้นมาแทนที่เงินดอลลาร์ของอเมริกาได้หรือไม่
ตอนที่ 2 ของหนังสือ Healthitude ที่จะพาพวกเราไปรู้ถึงประโยชน์อันมากมายของ vitamin D ความสำคัญของลำไส้ การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และสุดท้ายคือโทษของสารเคมีสะสมที่เราอาจได้รับในชีวิตประจำวัน
"Healthitude" มาจากคําว่า "Healthy" กับคําว่า "Attitude" เป็นหนังสือที่จะกระตุกทุกอณูของร่างกาย ให้พวกเราฉุกคิด ชวนย้อนกลับปรับมองมุมใหม่ ๆ เปลี่ยนแปลงกรอบความคิด และปรับทัศนคติ (Attitude) ที่มีต่อการดูแลสุขภาพ (Health) ของตัวเรา ของคนที่เรารัก และรวมไปถึงทุกคนที่อยู่รอบข้างเรา ผู้เขียนตั้งใจรวบรวมองค์ความรู้และงานวิจัยใหม่ๆ ทางการแพทย์ ที่คนยุคนี้ควรต้องเข้าใจและเกิดการตระหนักรู้ โดยพยายามย่อยเรื่องที่เข้าใจยาก ๆ ให้อ่านง่ายขึ้น เพื่อให้สามารถนําไปปรับใช้กับชีวิตประจําวันได้จริง
EP นี้จะเป็นตอนที่ 2 ของหนังสือ "คนสำเร็จเขามีนิสัยแบบไหน" โดยเราจะมาคุยกันต่อถึงเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนตัวคุณให้ดีขึ้นได้ใน 30 วัน ด้วยเทคนิค เช่น การให้อภัยทุกคน ไปก่อนเวลานัด การทำให้สูงกว่าความคาดหวัง เลิกนิสัยขี้บ่น การใช้เวลา ระหว่างเดินทางอย่างฉลาด ใครที่ชอบหนังสือแนวพัฒนาตนเอง เล่มนี้ไม่ควรพลาดครับ
นานเท่าไหร่แล้วที่คุณ... เฝ้ารอว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ หวังว่าโชคชะตาจะบันดาลให้รวยขึ้น ฝันลมแล้งๆ ว่า ปัญหาที่มีจะหายไปเอง แล้วเมื่อไหร่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง? "หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณภายใน 30 วัน" ด้วยเทคนิค เคล็ดลับ และแบบฝึกหัด ที่จะนำไปใช้ปรับปรุงชีวิตได้ดีกว่าที่คุณคาด เพียงแค่ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ฝันทุกอย่างก็สามารถเป็นจริงได้ด้วยมือของคุณเอง
EP นี้จะเป็นตอนที่ 2 ของหนังสือ "แด่คุณที่กลัวการเปลี่ยนแปลงมาตลอดชีวิต" ที่เขียนโดย "Mentalist DaiGo" เพื่อช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยเทคนิค "Positive Change" โดยเราจะมาคุยกันต่อกับ 7 สวิตช์ ที่จะช่วยเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ และ การฝึกฝน 5 สัปดาห์ ที่จะช่วยดึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณออกมา
"อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักที" หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคที่เรียกว่า "Positive Change" ที่จะช่วยให้คุณสนุกไปกับการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาไปเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้ ขอเพียงแค่เลิกมองว่าจะต้องพยายามและอดทนทำสิ่งที่ไม่ชอบเสียก่อนถึงจะบรรลุเป้าหมายได้ เพราะจริงๆแล้วเราสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายได้ เมื่อคุณรุ้สึกสนุกเท่าไร่ คุณก็จะยิ่งอยากลงมือทำมากขึ้นเท่านั้น
สายธารแห่งปัญญา ถูกเขียนขึ้นในรัชสมัยราชวงศ์หมิง โดยมิใช่เป็นหนังสือธุรกิจ มิใช่เป็นหนังสือทางวิชาการ แต่เป็นปรัชญาชีวิตเพื่อฝึกอบรมตนเอง ที่มีความหมายลึกซึ้ง แต่กลับอ่านสนุกเพราะเป็นการสอนปรัชญาผ่านเรื่องเล่า เป็นคติมีทัศนะโดดเด่นที่นักวิสาหกิจของญี่ปุ่นคนหนึ่งพูดว่าหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจมีเป็นพันเป็นหมื่นเล่ม ก็สู้หนังสือเล่มนี้ไม่ได้
หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปเรียนรู้ประสบการณ์ของเหล่า Entrepreneur ชื่อดัง 12 คน โดยคุณ กรณ์ จาติกวณิช ทำหน้าที่ในการบอกเล่าเรื่องราว และถอดบทเรียนการก่อตั้งธุรกิจแบบเข้มข้น พร้อมบทวิเคราะห์จากประสบการณ์ทางธุรกิจของตัวคุณกรเอง ใครที่มีความฝันอยากจะเป็น Entrepreneur ถ้าได้อ่านเล่มนี้ รับรองว่าไฟลุกโชนอย่างแน่นอน
1984 คือ วรรณกรรมอมตะที่ มีความโดดเด่น เนื้อหาเข้มข้น และเสียดสีการปกครองแบบสุดขั้ว ทั้งยังสอดแทรกนวัตกรรมล้ำยุค (ในสมัยนั้น) เช่น โทรภาพที่รับ-ส่งข้อมูลและเสียงได้ในเวลาเดียวกัน เครื่องที่สามารถเขียนตามคำพูดได้ นอกจากนั้นยังมีแนว คิดที่เสียดสี เช่น พี่เบิ้ม (Big Brother) , คิดแบบสองชั้น (Doublethink) , 2 + 2 = 5 , อาชญากรรมความคิด (Thoughtcrime)
แม้กาลเวลาจะผ่านมากว่า 70 ปีแล้ว แต่เนื้อหาของ 1984 กลับยังคงตามมาหลอกหลอนเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ และดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่กับสังคมสมัยใหม่ไปอีกนาน...แสนนาน
ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณทำอะไรแต่อยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะ "ไม่ทำอะไร" ต่างหาก เวลามองไปยังคนที่ประสบความสำเร็จ คุณอาจคิดว่าพวกเขาคงมีชีวิตที่แสนยุ่ง มีอะไรที่ต้องทำมากมายก่ายกอง...แต่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่พวกเขาทำคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำเท่านั้น! เพราะจริง ๆ แล้ว "สิ่งสำคัญ" ที่ส่งผลต่อความสำเร็จนั้นมีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง
"ไบรอัน เทรซี่" นักเขียนระดับโลก จึงได้รวบรวม 6 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณค้นหาสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้คุณสามารถทำแต่สิ่งที่มีความสำคัญและสร้างผลกระทบได้อย่างแท้จริง แล้วคุณจะบริหารชีวิตได้ดีขึ้นเหลือเวลาไปทำในสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ทั้งยังสามารถประสบความสำเร็จในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หนังสือเล่มนี้จะชวนคุณมาสอดส่อง เจาะลึก ถอดรหัสวัฒนธรรม "POP" รอบตัว จากมุมมองของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เคยตกเป็นทาสเกมลูกกวาดสีหวานซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรม POP อย่างไม่ตั้งใจ ให้คุณได้เข้าใจความหมายของ วัฒนธรรม "POP" ว่าคืออะไร? มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร? และมีสิ่งใดอยู่เบื้องหลังวัฒนธรรมเหล่านั้น? ซึ่งส่งผลให้คนจำนวนมากเกาะติดกระแสความฮิต อินกันจนถอนตัวไม่ขึ้น ให้คุณได้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความแตกต่างทางความคิดอย่างชัดเจนมากกว่าที่เคย
พบกับหนังสือที่รวบรวมความฮา ของ "เจม" เด็กเกรียนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา 1 ปี หนังสือเล่มนี้ได้มีการเขียนและเผยแพร่ในเว็บไซต์ Dek-D.com จากบล็อก "1 ปี อเมริกา" ในเว็บ Dek-D Exteen และ Facebook ที่เขียนมานานกว่า 7 ปี ซึ่งเป็น เรื่องราวของผู้เขียนเมื่อ 7 ปีก่อน สมัยที่เป็นเด็กเกรียนติดเกม ไม่เคยออกจากบ้าน แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับอยากไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา โดยที่ภาษาอังกฤษ ไม่ได้สักตัว โง่คณิตและเล่นกีฬาไม่เก่ง แถมทำอะไรด้วยตนเอง ไม่เป็นเลยสักอย่าง
EP นี้เป็นตอนที่ 2 ของหนังสือ "นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ" ที่จะชวนคุณมองสิ่งต่างๆในมุมมองที่น่าจะให้ชีวิตของคุณ ช้าลง และมีความสุขกับสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น พร้อมๆกับคอยย้ำเตือนตัวเองว่า "นี่เรากำลังใช้ชีวิต ให้มันยากเกินไปหรือเปล่านะ"
หนังสือเล่มนี้ จะเสมือนพาคุณไปนั่งฟังเพื่อนสนิทของคุณเล่าเรื่องราวชีวิตของเขา ประสบการณ์ต่างๆในชีวิตของ ฮาวัน นักเขียน นักวาดรูปประกอบชาวเกาหลีที่เรียกได้ว่าชีวิตพบเจอกับความผิดหวังมากกว่าความสำเร็จ ผู้เขียนชวนเราตั้งคำถามมากมาย กับชีวิตในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความที่ต้องประสบความสำเร็จ ชีวิตที่ต้องพยายามมากเกินไป(ในความคิดของผู้เขียน) ผ่านสำนวนการเขียนที่เรียบง่าย คล้ายการเล่าให้เพื่อนฟัง ทั้งยังมีรูปประกอบที่เป็นการ์ตูนสุดฮาโดยฝีมือของผู้เขียนเอง อ่านแล้วคุณอาจจะคิดได้ว่า เอ.... นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ
ใน EP นี้ผมจะพาทุกคนไปยังจุดกำเนิดของยาที่จะมาปฏิวัติวงการแพทย์ที่ชื่อว่า "เพนิซิลลิน" ที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญในห้องทดลอง และในบทสุดท้ายจะเป็นการอธิบายว่าการที่เชื้อโรคเกิดการ "ดื้อยา" นั่นเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่สำคัญกว่านั้นคือมีวิธีการแก้ไขหรือไม่ และมนุษย์มีหนทางที่จะต่อสู้อย่างไรให้ "ชนะ" ในสงครามที่เราได้พยายามต่อสู้กับเชื้อโรคมาอย่างยาวนาน
เรื่องราวที่เราจะเดินทางไปค้นพบในหนังสือเล่มนี้เป็นประวัติศาสตร์ของการแพทย์ เป็นมหากาพย์แห่งสงคราม ระหว่างมนุษย์กับเชื้อโรคที่ดำเนินมาแล้วนับเป็นพันๆ ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ เราจะเดินทางไปดูกันตั้งแต่โลกในยุคสมัยก่อนที่จะมียาปฏิชีวนะนั้นเป็นอย่างไร สู่การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คน จนเกิดเป็นทฤษฎีเชื้อโรคหรือ germ theory of disease ขึ้นมา และนำมาสู่การค้นพบยาปฏิชีวนะเมื่อประมาณ 70-80 ปีก่อน มนุษย์ "เกือบ" เอาชนะเชื้อโรคได้อย่างไร และทำไมทุกวันนี้จึงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่ามนุษย์ไม่มีทางชนะด้วยวิธีการรบแบบที่เราใช้กันมาเกือบร้อยปีอย่างแน่นอน
ยังคงอยู่กันกับหนังสือ "โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก" ของคุณวีรพร นิติประภา โดยใน EP นี้ยังคงมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ที่ทำให้พ่อแม่ได้ขบคิดในมุมมองที่อาจจะไม่เคยได้คิดมาก่อน เช่น อย่าพยายามเข้าใจลูกมากเกินไป การขอโทษลูกให้เป็น การใส่ใจในการสร้างค่านิยมให้มากขึ้น คำพูดของพ่อแม่มีผลอย่างมากต่อตัวลูก และบทส่งท้ายที่ยังคงกระตุกต่อมคิดของเราได้อย่างแรงที่ย้ำเตือนเราว่า "ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า"
เล่มนี้สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ ขอบอกเลยครับว่า "ห้ามพลาด" ด้วยประการทั้งปวง
ขณะที่พ่อแม่ประกาศชัยชนะของการเลี้ยงลูกได้อย่างใจปรีดา ในความสำเร็จของการปลุกปั้นลูกให้โตขึ้นเป็นคนดีศรีสังคม คนหนุ่มสาวของเราจำนวนมากกลับล้มเหลวในการเป็นมนุษย์ปุถุชน สิ้นสามารถแม้แต่จะมีความสุขในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต... ทุกอย่างมาจากการที่พวกเขาถูกเลี้ยงให้เป็นลูก ไม่ใช่มนุษย์มีเลือดเนื้อ พ่อแม่ สังคม โรงเรียน ลิดรอนครอบงำพวกเขาเกือบทุกสิ่งอย่างมาตลอดทาง จนไม่รู้ว่ามีความสามารถอะไรบ้าง จะทำอย่างไรกับชีวิตได้บ้าง เป้าหมายในวัยเรียนก่อนหน้าของพวกเขา มีเพียงทำทุกอย่างอย่างที่พ่อแม่บอก เรียนให้จบให้ได้ หางานทำให้ได้ เพื่อที่จะได้หนีไปให้พ้น ๆ จากบ้าน หรืออย่างน้อย ๆ เพื่อพ่อแม่จะได้เลิกยุ่งกับเขาเสียที
หนังสือเล่มนี้เป็นแค่ความหวังเล็กๆ ว่าอาจช่วยให้พ่อแม่มองหาและมองเห็นบางรายละเอียดระหว่างเส้นทางการเลี้ยงดูลูก แค่บาง...ไม่ใช่ทั้งหมด บางอย่างเล็กจ้อยอันอาจเป็นที่มาของความไร้สุข บางอย่างที่อาจพรากเราออกห่างคนละฟากจักรวาลทั้งๆ ที่นั่งอยู่กันตรงนั้น บางอย่างอ้างว้างเกินไปในความรัดแน่นเกินไป บางเปราะบาง กรีดบาด แตกร้าว
หนังสือเล่มนี้เป็นสุดยอดคู่มือคู่ใจคนสไตล์เป็ด ที่ถ่ายทอดโดยสุดยอดเป็ดแห่งยุค "นัดเป็ด" แอดมินแห่งเพจเป็ดตัวพ่อที่มีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์มากกว่า 1.5 ล้านคน ผู้ที่สามารถงัดพลังเป็ดออกมาเฉิดฉายได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา เขาจะมาชำแหละความเป็นเป็ดที่เหมาะกับโลกปัจจุบันในทุกแง่มุม ปลุกกระตุ้นให้ฮึกเหิม ตลอดจนแสดงพลังให้กำลังใจคนเป็ด ๆ รอบด้าน ให้ได้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ทั้งยังให้ได้รู้ขีดจำกัดแห่งพลังซูเปอร์ไซเบอร์เป็ดอย่างเต็มที่อีกด้วย
โดยนอกจากจะเป็นคู่มือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานสำหรับคน กลาง ๆ เพื่อใช้ทักษะ กว้าง ๆ ที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ในหนังสือยังมีการ์ตูนแก๊กตลกตามสไตล์เพจนัดเป็ดเพื่อไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไปอีกด้วย
เรื่อราวของ ซุนเซ็ก ต่อจากตอนที่แล้ว การที่ได้แม่ทัพอัจฉริยะ "จิวยี่" เข้ามาร่วมด้วย ได้ช่วยแบ่งเบาภาระในการทำศึกและขยายเครือข่ายความสัมพันธ์กับบรรดานักปราชญ์ในแดนกังตั๋ง อันส่งผลดีต่อการวางรากฐานของ "ง่อก๊ก" ให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากจิ วยี่แล้วยังมี "ไทสูจู้" ศัตรูที่มีฝีมือในการรบสูสีกับซุนเซ็ก ที่ภายหลังกลายเป็นหนึ่งในขุนพลเอกของง่อก๊ก
ซุนเซ็ก ยังมีการใช้กลยุทธในการ "สร้างแบรนด์" อย่างการที่ใช้การแต่งงานกับลูกของผู้มีอิทธิพลเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไปพร้อมๆกับการผูกใจขุนพลเอกได้อย่างแนบเนียน เรื่องราวเหล่าที่ควรค่าอย่างยิ่งที่เราควรศึกษาไว้เพราะกลยุทธต่างๆของซุนเซ็กนั้นไม่ได้ตก ยุคไปตามเวลาเลย
"ซุนเซ็ก" ขุนพลหนุ่ม ผู้สร้างและวางรากฐานไว้ให้กับง่อก๊ก ที่ไม่เพียงมีฝีมือเก่งกล้าในการรบเท่านั้น ในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงกลยุทธ์ความสำเร็จที่เขาใช้ในการรวบรวมบุคลากรชั้นเลิศที่พร้อมจะติดตามเขาแม้ว่าจะเป็นทางเลือกที่เสี่ยง รวมถึงแนวคิดในการสร้างตัวที่เทียบเคียงได้กับการสร้างตัวของคนในยุค Gen C อย่างน่าสนใจและพลาดไมได้ด้วยประการทั้งปวง
หนังสือเล่มนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมมากมาย และแปลไปกว่า 41 ภาษาทั่วโลก โดยเป็นเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เหน็ดเหนื่อยกับชีวิตและหน้าที่การงานของตน เขาตั้งใจจะหลบมาชาร์จแบตแต่ระหว่างที่ขับรถไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยกลับหลงทางและได้ไปเจอคาเฟ่เล็กๆที่ชื่อ The Why Are You Here Cafe เขาจึงได้ลองเข้าไปเพื่อไปพัก แต่เมื่อเค้าหยิบเมนูอาหารขึ้นมากลับพบคำถาม 3 ข้อ ที่ทั้งชวนให้ประหลาดใจและ ..... มันอาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาและคุณไปตลอดกาล
ตอนสุดท้ายของหนังสือ Eat Move Sleep ซึ่งจะเป็นเคล็ดลับที่เกี่ยวกับการนอน ไม่ว่าจะเป็น การลองเพิ่มเวลานอนอีก 15 นาที ,หวงแหนชั่วโมงก่อนนอน ,white noise ,การนอนเพื่ออนาคต
ช่วงท้ายจะเป็นบทสรุปของหนังสือ ที่พูดถึงความสำคัญของการกิน หลับ ขยับตัวที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ เราต้องสะสมสิ่งเหล่านี้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเองทีละเล็กทีละน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และอายุที่ยืนยาวขึ้นของตัวเราเอง
ยังคงอยู่กันกับหนังสือ Eat Move Sleep ใน EP นี้ เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเคล็ดลับที่ทำอย่างไรเราจะ "ขยับตัว" ได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ผู้เขียนได้เน้นไปที่เรื่องของการนั่งที่นานเกินไปของคนปัจจุบัน และมันยังส่งผลร้ายต่อร่างกายของเราในแบบที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมยิ่งนั่งทำงาน คุณถึงยิ่งอ้วนและป่วยไข้ ทำไมหลังปาร์ตี้มื้อใหญ่ คุณถึงง่วงเหงาและหมดแรง ทำไมยิ่งอดนอน คุณถึงยิ่งอยากกินอาหารอุดมไขมันและน้ำตาลสูง แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าปีหนึ่งๆ มีคน 180,000 คนเสียชีวิตจากเครื่องดื่มผสมน้ำตาล คนอ้วนเสี่ยงเป็นมะเร็งทุกชนิดเพิ่มขึ้น 50% การอดนอน 4 ชั่วโมง เทียบเท่าคุณดื่มเบียร์ 6 กระป๋อง และการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงวันละ 15 นาที จะทำให้คุณอายุยืนขึ้น 3 ปี
หนังสือเล่มนี้รวบรวมงานวิจัยนับพันและนำเสนอเคล็ดวิธี "กิน หลับ ขยับตัว" ที่ใช้ได้จริง ขอแค่เพียงคุณตัดสินใจปรับเรื่องเล็กๆ อย่างการกิน หลับ ขยับตัว วันละนิด ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้นแบบมหาศาล โดยใน EP นี้จะเป็นเคล็ดลับ "การกิน" ที่จะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนนิสัยให้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น
เรียนรู้ภูมิปัญญา 3,000 ปี ผ่าน "กลยุทธ์ 3,000 ปี" หนังสือเล่มที่รวบรวมเอากลยุทธ์ต่างๆที่ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงยุคนำสมัยที่สุดอย่างศตวรรษที่ 21 ที่คุณจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้
ผ่านกลยุทธ์สงครามในสมัยโบราณ-ยุคกลาง-สมัยใหม่ , กลยุทธ์ด้านโครงสร้างอุตสาหกรรม , กลยุทธ์ด้านวัฒนธรรม , กลยุทธ์ในยุค IT ในรูปแบบของการสรุปเอาแนวคิดหลักๆของแต่ละกลยุทธ์มาย่อยให้อ่าน จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ก็คือการเล่าเรื่องโดยมาภาพประกอบที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
"คำ" บางคำที่เราตีความไม่ได้ หาใช่ไร้ซึ่งความหมาย และความหมายของคำบางคำ ก็อาจไร้ซึ่งความหมาย หากเราไม่คิด "ตีความ"
หนังสือเล่มนี้ ถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์จริงที่ผู้เขียนได้รับ ตลอดระยะเวลาของการบรรยายธรรม 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้พบเจอผู้คนหลากหลายสถานะที่สังคมกำหนดไว้ ทำให้เห็นว่า "คนทุกคน" ต่างมี "คำหลายคำ" ที่เกี่ยวข้องในชีวิต แต่เราอาจ "ลืม มอง ลืมคิด และ ตีตวามไม่เป็น" จึงทำให้พลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น จาก "คำ" เพียงไม่กี่ "คำ"
ในโลกปัจจุบันที่เราอยู่กับหน้าจอเป็นหลัก คุณรู้หรือไม่ว่าการอ่านจากหน้าจอดิจิทัลนั้น ทำให้ประสิทธิภาพการอ่านของเราลดลง 30% เลยทีเดียว ส่วนการอ่านหนังสือเองตัวเราก็เสียสมาธิง่ายเพราะจะถูกปัจจัยภายนอกที่เป็นสิ่งเร้ามาดึงความสนใจของ สมองเราออกจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่
หนังสือ "อ่านเร็วเข้าใจไม่มีวันลืม" Mark Tigchelaar ผู้เขียนที่เป็นนักประสาทวิทยา จะมานำเสนอเทคนิค UseClark ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนวิธีในการอ่าน เพื่อให้คุณจดจำได้ดียิ่งขึ้น จนผู้คนทั่วโลกที่ได้รู้จักเทคนิค Use Calrk ต่าง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "น่าจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว"
"ช่างแม่ง" เป็นคำที่หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ่อยครั้ง แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่าจริงๆแล้วเราสามารถ "ช่างแม่ง" กับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราได้ขนาดไหน
Mark Manson นักเขียนและบล็อกเกอร์ ได้สรุป "ศิลปะแห่งการช่างแม่ง" ผ่านการเล่าประสบการณ์ชีวิตของเขาเอง รวมถึงแนวคิดที่จะกระชากเรากลับมาแบบแรงๆว่าจริงๆแล้วเราควรจะ "ช่างแม่ง" กับสิ่งใด และอย่างไร ผ่านภาษาที่สุดกวน style ของบล็อกเกอร์ ที่รับรองเลยว่านอกจากคุณจะเพลิดเพลินกับการอ่านแล้วยังสามารถนำไปปรับใช้กับทั้งหน้าที่การงาน และความสัมพันธ์ของคุณให้ดีขึ้นได้อย่างที่คุณเองนั้นคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมบทความที่เขียนโดยคุณ นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน ที่ลงใน นสพ. posttoday โดยเป็นการมองประวัติศาสตร์จีนในหลายๆแง่มุม ตั้งแต่ สังคม วัฒนธรรม รวมไปถึงตำนานต่างๆ ที่จะทำให้เราได้กลับมาทบทวนตนเองและนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
เล่มนี้เป็นอีกผลงานของ เฮอร์มานน์ เฮสเส ที่ถูกเขียนขึ้นมาแล้วกว่า 100 ปี โดย เฮสเส ต้องการชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ร้ายแรงจากระบบการศึกษาในสมัยนั้น ที่ทำให้เด็กคนนึงผู้มีพรสวรรค์ด้านการเรียน ต้องถูกกดดันจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะด้วยความหวังดีหรือการใส่ความคาดหวังของตัวเองมาไว้ที่ตัวเด็ก จนสุดท้ายแล้วลงเอยด้วยโศกนาฎกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
โดยโทนหลักของเรื่องนี้จะค่อนข้างหดหู่และสิ้นหวังแทบจะตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งประเด็นปัญหาของระบบการศึกษาในเรื่องก็อาจจะยังเป็นสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 100 ปีแล้วก็ตาม
“ผมเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาหลอกหลอนคนที่อยู่ในโลกเก่า ความคิดเก่า ทำให้เกิดความละเมอหวาดกลัว และไม่มีอะไรที่จะเป็นเครื่องปลอบใจท่านเหล่านี้ได้ เท่ากับไม่มีอะไรหยุดยั้งความรุดหน้าของกาลเวลาที่จะสร้างปีศาจเหล่านี้ให้มากขึ้นทุกที”
ถ้าพูดถึงหนังสือเล่มที่จะถูกหยิบมาพูดถึงแทบทุกครั้ง เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมือง โดยประโยคข้างต้นนั้นเป็นคำพูดของ สาย สีมา ตัวละครหลักของเรื่องที่พูดกับท่านเจ้าคุณ
วรรณการเล่มนี้ของ "เสนีย์ เสาวพงศ์" เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างชนชั้นที่แตกต่างกันของทนายหนุ่มที่มาจากครอบครัวขาวนาในชนบท กับหญิงสาวที่มาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ ที่มีการสอดแทรกแนวคิดที่ก้าวหน้าของผู้เขียนผ่านตัวละครในเรื่อง
"ปีศาจ" เป็นวรรณกรรมที่ไม่เคยตกยุคนั้นเพราะเป็นการบอกถึงความเหลื่อล้ำ ปัญหาของความแตกต่างของชนชั้นในสังคม และในเมื่อปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกแก้ไข เชื่อว่า "ปีศาจ" ตนนี้ก็จะยังคงอยู่กับเราไปอีกนาน.......
"กฏมหัศจรรย์ที่จะช่วยแก้ไขทุกปัญหาในชีวิตของคุณ"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือผลลัพธ์ เมื่อมี "ผลลัพธ์" ก็ต้องมี "สาเหตุ" และสาเหตุนั้นก็มาจากจิตใจของเราเอง หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคือกระจกส่องสะท้อนจิตใจของเราเอง โดยหนังสือเล่มนี้จะอธิบาย กฎแห่งกระจก ผ่านเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีปัญหาทุกข์ใจอย่างมาก เมื่อลูกชายคนเดียวของเธอไม่ยอมเปิดใจพูดคุยด้วย โดยในท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวนี้จะเป็นข้อคิดที่ดีกับเราว่า "การให้อภัย" นอกจากจะเป็นการให้อภัยผู้อื่นแล้ว ยังเป็นการให้อภัยตัวเราเองเพื่อปลดปล่อยเราจะวังวนของความทุกข์ทรมานต่างๆอีกด้วย
เด็กน้อยสองคน หลงทางเข้าไปในเหมืองแร่เก่า ด้วยความมืดทำให้เด็กหลงทาง แล้วจู่ๆตัวก็ลอยและพุ่งออกไปจากปล่องภูเขาไป เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งทั้งสองพบว่าตัวเองอยู่บนหาดทรายที่เต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆหล่นอยู่มากมาย ทั้งคู่นั้นตกลงไปที่ "เกาะแห่งเวลาที่เสียไป" เกาะแห่งนี้เป้นที่รวมของสิ่งของต่างๆที่เรามาทำหายเป็นประจำ เช่น ร่ม พวกกุญแจ นอกจากสิ่งของแล้ว คนและสัตว์ที่หลงทาง ก็มารวมกันอยู่ที่เกาะแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เวลาบนเกาะนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าเพราะที่เกาะแห่งนี้ เวลามาจากบนโลกที่เหล่าคนขี้เกียจนั่งเฉยๆและปล่อยเวลาเหล่านี้ทิ้งไป
เด็กส่วนใหญ่ชอบที่จะอยู่บนเกาะนี้เพราะมีเวลามากมายให้ใช้ไปกับการเล่น การนอน โดยไม่มีพ่อแม่มาบอกให้ไปทำนู่นนี่ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กๆต้องกลับโลกไปเพื่อทำภาระกิจสำคัญ ก็คือการไปสอนให้คนบนโลกรู้จักกับ "ศิลปะแห่งการอยู่เฉยๆ" ที่เป็นช่วงเวลาผู้คนจะได้หยุดวิ่งตามความเร่งรีบของทุนนิยม และนั่งลงเงียบๆคุยกับตัวเองว่าเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงของเราคืออะไร
สิทธารถะ พราหมณ์หนุ่ม ผู้เสาะแสวงหาการหลุดพ้นด้วยวิถีทางของตนเอง ที่ชื่อคล่ายกับพระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมถึงการดำรงชีวิตของเขาที่ผู้เขียนนำเสนอราวกับต้องการให้เป็นไปดังเช่นพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยรูปทรัพย์ สติปัญญาอันเฉลียวฉลาด ตลอดจนสถานะทางสังคม แต่ภายในใจของสิทธารถะกลับอ้างว้าง เขากับโควินทะ สหายรัก จึงออกเดินทางเพื่อแสวงหาความเข้าใจต่อโลก และความหมายที่แท้จริงว่า ครรลองของชีวิตควรเป็นเช่นไร เมื่อค้นพบแล้วชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่
เป้าหมายหนึ่งเดียวสำหรับสิทธารถะ คือการได้อยู่ในสถานะว่างเปล่า ว่างเปล่าจากความกระหาย ความปรารถนา ความฝัน ความยินดีและความโศกเศร้า ไร้ซึ่งอัตตา จะต้องได้พบความสงบสันติด้วยดวงใจที่ปลดเปลี้องจนว่างเปล่า พร้อมเปิดรับสั่งอัศจรรย์ด้วยความคิดที่ไม่เห็นแก่ตัว นั่นคือเป้าหมายของเขา เมื่อไหร่ที่อัตตาถูกพิชิตและสูญไป เมื่อทุกความปรารถนาและความกระหายในหัวใจเงียบเสียงลง ส่วนที่ดีที่สุดจะตื่นขึ้น ส่วนที่อยู่ลึกสุดจะไม่ใช่อัตตาอีกต่อไป
เป็นไปได้ไหมที่จะทำงานที่เรารักโดยไม่ต้องรู้สึก "อยากจะบ้าตาย" อยู่ตลอดเวลา คำตอบคือ "เป็นไปได้" มาเรียนรู้ที่จะสร้างองค์กรและคนที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ที่ทำให้ "คน" และ "องค์กร" ปลอดความเครียดและความยุ่งเหยิง และระเบิดพลังสร้างสรรค์ผลงานขั้นสุดยอดด้วยการจัดการองค์กรยุคใหม่ที่ชาญฉลาด แหวกแนว และพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วว่า แม้จะอยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันและความกดดันสูงที่สุดในโลกอย่างธุรกิจ software ก็ตาม
พลิกมุมคิด เปลี่ยนมุมมองเติมชีวิตชีวาให้สมอง สองมือ และหัวใจ กลับมาอีกครั้งกับข้อคิดการใช้ชีวิตดีๆ สำหรับคนทำงาน ที่จะพาคุณไปทลายกรอบข้อจำกัดที่เคยขีดกำกับตัวเองไว้ และเติมแรงบันดาลใจในการทำงานให้คุณในทุกๆ วัน ความสำเร็จ ความล้มเหลว ความทุกข์ ความสุข บางครั้งก็ถูกสร้างหรือลบได้ไม่ยาก แค่เราอาจต้องปรับมุมมองการใช้ชีวิตจากที่โฟกัสชัดๆ อยู่แค่ในโลกเล็กๆ ของเราให้มีองศาที่แตกต่างจากมุมเดิมๆ
อะไรทำให้ GoPro แทรกตัวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของสมรภูมิกล้องยักษ์ใหญ่ อะไรทำให้ Cristiano Ronaldo เป็นนักเตะอันดับหนึ่งของโลก อะไรทำให้ Kim Kardashian เป็นเซเลบอันดับต้นๆ ของโลก
เคล็ดลับก็คือ เพราะพวกเขามีจุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ และทั้งหมดถูกรวบรวมทั้งไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว
เรายังคงอยู่กับหนังสือ "เด็กไม่ใช่ผ้าขาว อย่าเข้าใจผิด" ใน EP นี้จะเป็นเรื่องของการ "อย่าชมเพื่อเปรียบเทียบ" "เลี้ยงลูกไม่ใช่ซึมเศร้า" และเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆคือ "รู้จักกับกลไลทางจิต" ที่ใช้จัดการกับความเครียด
EP นี้เราจะมาพูดถึงความเชื่อที่ว่า “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว” กับ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ที่เสนอมุมมองใหม่ที่บอกว่า เด็กนั้นอาจจะไม่ใช่ "ผ้าขาว" หากแต่เป็น "ผ้าสีพื้น" ที่อาจมีสีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับพื้นฐานอารมณ์ของเด็กแต่ละคน โดยเราจะมารู้จักกับ "เด็ก 4 ประเภท" ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ นำไปสังเกตลูกของตัวเองและปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เหมาะสมกับเด็กประเภทต่างๆ นอกจากนี้ คุณหมอยังแนะนำ "ศิลปะในการเลี้ยงลูก 5 ข้อ" ที่นำไปปรับใช้กับลูกได้ทั้งในเด็กเล็กและเด็กโตไปจนถึงวัยรุ่นได้
"เคล็ดลับที่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นกับคนที่คุณไม่ชอบในที่ทำงาน"
กับหนังสือที่มีชื่อว่า "ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้" โดยผู้เขียนคุณฮิโรมิ ยามาซากิ จะมาบอกเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเพิ่มความสัมพันธ์กับเพื่อนในที่ทำงาน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์แบบหัวหน้า-ลูกน้อง ด้วยเคล็ดลับ "การเข้าใจถึงความแตกต่างตามรูปแบบความคิด" "การยอมรับในการมีตัวตน(ของเพื่อนร่วมงาน)" "กฏ YES-AND" และ "วิธีการรับมือกับความโกรธ"
ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของทั้งตัวเองและคนอื่นมากยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอย่างได้ผล
คนโง่อยู่รอบตัวเรา มีจำนวนมหาศาลเกินคาดคิด และกำลังครองโลกใบนี้
คนโง่ป่วนโลกโดยไร้ผู้นำ ไร้กฎหมายควบคุม ไร้ระเบียบแบบแผน และไร้เหตุผล เพื่อหยุดยั้งความก้าวหน้าและความผาสุกทุกหัวระแหง ตั้งแต่ในกรุ๊ปไลน์ครอบครัว ห้องประชุมออฟฟิศ โซเชียลมีเดีย ม้กระทั่งบนเก้าอี้ผู้นำประเทศ
"โง่ศาสตร์" หนังสือเล่มเล็กๆ ที่จะทำให้คุณรู้จักคนโง่มากขึ้นผ่านแว่นตาเศรษฐศาสตร์ ที่จะส่องให้เห็น "ปรากฏการณ์ความโง่" ที่เป็นมหาภยันตรายของมวลมนุษยชาติผ่าน “กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา 5 ประการ”