“ขอพระคริสต์ทรงเป็นผู้อ้อนวอนของเรา และโดยพระโลหิตและความดีงามของพระองค์ อ่านจากหนังสือของพระองค์ว่าเราเป็นอิสระพร้อมกับทุกคนที่ได้รับชีวิตเป็นมรดก จากนั้นเราจะเห็นพระองค์แบบหน้าต่อหน้า พร้อมกับธรรมิกชนทั้งสิ้นของพระองค์ในสถานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระองค์ทรงซื้อไว้เพื่อเรา “โอ พระเยซูคริสต์ ขออย่ารีรอ แต่โปรดเร่งเร้าความรอดของเรา บ่อยครั้งเราหวั่นไหวบนเส้นทางของเรา ในความกลัวและความทุกข์เวทนา โอ โปรดฟังและโปรดให้ตามคำร้องขออย่างร้อนรนของเรา เสด็จมาเถิด ผู้พิพากษาองค์ยิ่งใหญ่ และปลดปล่อยเราทั้งหลายให้เป็นไท จากความตายและความชั่วทุกอย่าง” ในขณะที่หลายคนชอบแบ่งปันประสบการณ์ประจำวันของตนบนสื่อสังคม แต่มีหลายคนที่นิยมการบันทึกเหตุการณ์และการจดบันทึกความคิดและเหตุการณ์ในชีวิตของตนด้วยรูปแบบดั้งเดิมมากกว่า แม้เราไม่จดบันทึกประจำวัน แต่ชีวิตของเราก็ถูกจดบันทึกไว้โดยพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าก่อนที่เราจะเกิดด้วยซ้ำไป ผู้เขียนสดุดีกล่าวถึงความอัศจรรย์แห่งการเอาใจใส่ดูแลของพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้ไว้ว่า “วันทั้งหลายทุกๆ วันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (สดุดี 139:16ข) การรู้ว่าชีวิตของเราได้รับการค้ำจุนไว้ในพระหัตถ์พระเจ้าอย่างใกล้ชิดนั้นทำให้รู้สึกสบายใจ พระองค์ทรงรู้จักวันเวลาของเราก่อนที่เราจะพบกับวันเหล่านั้น... Continue reading