“ผู้ทรงทำให้อดีตและความหวังของสิ่งในอนาคตเป็นจริง เหล่าผองข้าฯ ร้องอวยชัยพระกายที่ทรงราศีของพระองค์และการไถ่ของเหล่าผองข้าฯ ที่ปรากฏเห็น” “ข้าแต่พระเป็นเจ้า เป็นการดีที่จะอยู่ตรงนี้ แต่กระนั้นเหล่าผองข้าฯ จะไม่คงอยู่ แต่นับจากที่พระองค์ทรงเรียกผองข้าฯ ทั้งหลายให้ลงจากภูเขา โปรดเสด็จไปสู่ที่ราบกับเหล่าผองข้าฯ” คงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งทีเดียวถ้าเราได้อยู่ร่วมกับสาวกสามคนบนภูเขาเพื่อดูองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจำแลงพระกายในสง่าราศี ใช่ไหม พระพักตร์ของพระเยซูเจิดจ้าเหมือนดวงอาทิตย์และฉลองพระองค์สว่างสุกใสระยิบระยับพอๆ กับโมเสสและเอลียาห์ที่สนทนาอยู่กับพระองค์ เปโตรเสนอให้สร้างเพิงสามหลังเพื่อสงวนสง่าราศีของพระเจ้าเอาไว้ บางทีอาจเตรียมไว้เป็นสถานที่พักและที่นมัสการ แต่เขาพูดพล่ามออกมาเพราะความกลัว “ที่เปโตรพูดอย่างนั้นก็เพราะไม่รู้จะว่าอย่างไร ด้วยเขาทั้งหลายกำลังกลัวนัก” (มาระโก 9:6) ความกลัวของสาวกเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเมื่อพระเจ้าพระบิดาตรัสออกมาจากเมฆว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด” (มาระโก 9:7ข) ด้วยใบหน้าที่ก้มหน้าลงถึงพื้นดิน สาวกเหล่านั้นรู้สึกโล่งใจที่เขามองออกไปและไม่พบผู้ใดนอกจากพระเยซู พระเยซูผู้ที่เขารู้จักมาโดยตลอด... Continue reading