ข้อพระคัมภีร์: ขณะนั้นเขาพาคนหนึ่งมีผีเข้าสิงอยู่ ทั้งตาบอดและเป็นใบ้มาหาพระองค์ พระองค์ทรงรักษาให้หาย คนใบ้นั้นจึงพูด จึงเห็น… แต่พวกฟาริสีเมื่อได้ยินดังนั้นก็พูดกันว่า “ผู้นี้ขับผีออกได้ก็เพราะใช้อำนาจเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น” ฝ่ายพระเยซูทรงทราบความคิดของเขา จึงตรัสกับเขาว่า… หรือใครจะเข้าไปในเรือนของคนที่มีกำลังมาก และปล้นเอาทรัพย์ของเขาอย่างไรได้ เว้นแต่จะจับคนที่มีกำลังมากนั้นมัดไว้เสียก่อน แล้วจึงจะปล้นทรัพย์ในเรือนนั้นได้ (มัทธิว 12:22, 24-25ก, 29) คุณเคยสังเกตวิธีการที่พระเยซูทรงชอบเปรียบเทียบพระองค์เองกับผู้ปล้นทรัพย์อย่างประหลาดบ้างหรือไม่ พระองค์ทรงเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่งที่นี่เมื่อพระองค์ตรัสเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่บุกเข้าไปในบ้านของชายอีกคนหนึ่งและมัดเขาเอาไว้ จากนั้นชายคนนั้นก็ปล้นเอาทรัพย์สินที่ชายคนนั้นมีไป แล้วตอนไหนที่การปล้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตอนที่คุณกำลังปล้นจากผีมาร และนั่นคือสิ่งที่พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกเพื่อทรงทำการ เพื่อเอาชนะ “คนที่มีกำลังมาก” ที่เราเรียกว่าซาตานและปล้นทรัพย์ในเรือนของมัน พระองค์จะไม่เหลือของมีค่าไว้ในเรือนของมารเลยแม้แต่ชิ้นเดียว พระองค์จะไม่เหลือมนุษย์ที่มีค่าและผู้ที่พระเจ้าทรงรักเอาไว้เลย พระองค์จะทรงค้นทุกซอกทุกหลืบเพื่อค้นหาเราทุกคนให้พบ... Continue reading