โรม 8:18-21, 31-32 – เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบันไม่สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย ด้วยว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว มีความเพียรคอยท่าปรารถนาให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น ด้วยมีความหวังใจว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และจะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้า… ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลายด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นในคริสตจักร ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าความหวังที่สัญญาไว้โดยพระคัมภีร์เป็นชีวิตหลังความตายอย่างไม่มีสิ้นสุดเมื่อวิญญาณออกจากร่าง นั่นคือความหมายของ “ชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์” สำหรับข้าพเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ล่องลอยอยู่ในก้อนเมฆและปกคลุมอยู่ในหมอกตลอดไป บอกตรงๆ ว่าภาพนั้นไม่ได้ดึงดูดใจของข้าพเจ้ามากนัก ข้าพเจ้าค่อนข้างชอบโลกกายภาพใบนี้ แต่ข้าพเจ้าเดาว่าพระเจ้าคงไม่มีผลประโยชน์ถาวรในโลกใบนี้ จากนั้นมีบางคนเปิดโรม 8... Continue reading