“สร้างบนศิลา คริสตจักรจะยืนหยัดแม้ในยามที่ยอดแหลมพังครืน ยอดตึกในทุกพื้นที่พังทลาย แต่ระฆังยังส่งเสียงกังวานและส่งเสียงเรียก เพื่อเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวและคนชราหยุดพัก แต่ดวงวิญญาณที่เป็นทุกข์เหล่านั้นโหยหาการหยุดพักชั่วนิรันดร์” “เราเป็นนิเวศของพระเจ้าที่ประกอบด้วยศิลาที่มีชีวิต สร้างไว้เป็นที่พำนักของพระองค์เอง โดยการบัพติศมาพระองค์ทรงเมตตาให้เราเป็นผู้รับมรดกแห่งความรอดอัศจรรย์ของพระองค์ เราบอกถึงพระนามเดียวของพระองค์ ถึงกระนั้นพระองค์ทรงยอมสถิตอยู่กับเราด้วยพระคุณและความโปรดปรานของพระองค์” เราอาจนึกถึงภาพการพังทลายลงของยอดแหลมและยอดตึกในที่ต่างๆ ออก แม้อาคารของคริสตจักรที่ค้ำยันหอคอยเหล่านั้นไว้ยังคงอยู่ ในหลายคริสตจักรยอดผู้เข้าร่วมนมัสการในคริสตจักรลดลง โรคระบาดทำให้คนมาคริสตจักรไม่ได้และหลายคนยังไม่กลับมา เสียงล่อลวงของโลกกลบเสียงระฆังที่เรียกผู้คนให้มานมัสการ สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของประชากรถูกกล่าวถึงในบางครั้งว่าเป็น “คนไม่มีศาสนา” เพราะเขาใส่เครื่องหมาย “ไม่มี” ในตัวเลือกเรื่องศาสนาของเขาบนแบบสำรวจ ถึงกระนั้นคนไม่มีศาสนายังเป็น “ดวงวิญญาณที่เป็นทุกข์” เขาโหยหา “การหยุดพักนิรันดร์” แม้ว่าเขาไม่รู้หรือปฏิเสธเรื่องความทุกข์และการโหยหานั้น ที่จริงคนเหล่านี้ไม่ใช่คนไม่มีศาสนาเสมือนหนึ่งว่าเขาไม่มีตัวตน คนเหล่านี้คือมนุษย์ที่พระเจ้าทรงรัก ผู้คนที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเขาและผู้คนที่ระฆังคริสตจักร... Continue reading