สดุดี 32:3-5 – เมื่อข้าพระองค์ไม่แจ้งบาปของข้าพระองค์ ร่างกายของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำของข้าพระองค์ พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปอย่างความร้อนในหน้าแล้ง ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของ ข้าพระองค์ต่อพระเจ้า” แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์ เรามักไม่ค่อยนิ่งเงียบต่อหน้าพระเจ้า ปกติเรามีหลายอย่างที่จะทูลกับพระองค์ แต่อาจมีข้อยกเว้นจากคำอธิษฐานที่ทำอยู่เสมอของเรา เมื่อเราคิดถึงบาปของเรา เราก็มักไม่มีอะไรจะพูด ผลของความเงียบนั้นเรามีความยุ่งยากใจเหมือนที่ผู้เขียนสดุดีได้รับ เป็นความรู้สึกว่าพระหัตถ์ที่หนักอึ้งของพระเจ้ากำลังเรียกเราให้กลับใจ การหลงหายในความผิดบาปทำให้เราคร่ำครวญและรู้สึกเหมือนกระดูกของเราร่วงโรยไป เราต่อสู้จนไม่หลับนอน กำลังของเราก็อ่อนแอลง ขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงขับเคลื่อนให้เรากลับใจ เราจะหยุดความเงียบงันของเรา เรายอมรับความผิดของเราและสารภาพบาปต่อพระเจ้า แล้วพระองค์ทรงยกโทษทั้งหมดให้เราเปล่าๆ เราไม่ถูกลงโทษเพราะว่าพระเยซูทรงถูกลงโทษแล้ว มิใช่เพราะบาปของพระองค์เอง... Continue reading