“ตรงนี้ โอ้ พระเจ้าของข้าฯ ข้าฯ เห็นพระพักตร์พระองค์หน้าต่อหน้า ตรงนี้ที่ข้าฯ สัมผัสและจับต้องสิ่งที่มองไม่เห็น ตรงนี้ข้าฯ เข้าใจพระคุณนิรันดร์มากขึ้นและความเหน็ดเหนื่อยทั้งสิ้นของข้าฯ ฝากไว้กับพระองค์ “งานเลี้ยงแล้วงานเลี้ยงเล่าผ่านมาและผ่านไป แต่กระนั้น สิ่งที่ผ่านไปล้วนชี้ถึงงานเลี้ยงความยินดี ณ เบื้องบนด้วยการลองลิ้มรสอันหอมหวานของเทศกาลที่น่าเบิกบานใจ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงสมรสแห่งความสุขและความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเมษโปดก” เราภาคภูมิใจกับเหตุผลของมนุษย์และความสามารถของเราที่พระเจ้าทรงมอบให้ (อย่างน้อยก็เกือบตลอดเวลา) ในการคิดหาเหตุผล ถึงกระนั้นเมื่อพูดถึงการเข้าใจความลี้ลับมากมายแห่งความเชื่อของคริสตชนของเรา เราไม่อาจเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยความสามารถของเรา คุณอธิบายความลี้ลับของตรีเอกานุภาพ (พระเจ้าองค์เดียวในสามพระภาค) อันศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่ เราเชื่อว่าโลกถูกสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าด้วยพระวจนะของพระเจ้า เราเชื่อว่าพระเจ้าเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ในตัวบุคคลของพระเยซูคริสต์ เราเชื่อว่าพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อเราแม้เราไม่สามารถอธิบายความลี้ลับที่อัศจรรย์เหล่านี้ได้ก็ตาม สาวกของพระเยซูไม่สามารถอธิบายการเป็นขึ้นมาของพระองค์ได้และตอนแรกคนเหล่านั้นไม่เชื่อเรื่องนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าที่ถูกตรึงและคืนพระชนม์เสด็จมาหาสาวกของพระองค์เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงเชิญชวนให้พวกสาวกแตะและจับพระองค์เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงเป็นเนื้อและเลือดเพื่อดูและสัมผัสกับรอยตะปูที่พระหัตถ์และพระบาทของพระองค์... Continue reading