ต่อพระนามของพระเยซู ทุกหัวเข่าจะค้อมลง ทุกลิ้นจะยอมรับว่าบัดนี้พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งสง่าราศี นี่คือความปิติยินดีของพระบิดาที่เราควรเรียกพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นวาทะที่เกรียงไกรมาตั้งแต่ปฐมกาล “ถ่อมพระองค์ลงในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อรับเอาพระนามจากริมฝีปากของคนบาปที่พระองค์เสด็จมาเพื่อเขา พระองค์ทรงรับเอาพระนามนั้นอย่างสัตย์ซื่อและไร้ตำหนิจนวินาทีสุดท้าย ทรงนำพระนามนั้นกลับมาอย่างมีชัยเมื่อพระองค์ทรงออกมาจากความตาย” บ่อยครั้งเราจะอธิษฐานถึงด้วยพระนามต่างๆ เช่น องค์พระผู้เป็นเจ้าหรือพระบิดา (ซึ่งเป็นที่ถูกต้อง) แต่พระเจ้าทรงมีพระนามเช่นกัน เมื่อพระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้นำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ โมเสสทูลว่าคนอิสราเอลคงต้องการที่จะรู้จักพระนามของพระเจ้าที่ปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ พระเจ้าตรัสว่า “เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า ‘พระเจ้าของเราเป็นได้ส่งข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน…นี่เป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์ เป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์’” (อพยพ 3:15) พระเจ้าผู้มีพระนามว่า “เราเป็น” ทรงมีอีกพระนามหนึ่งเช่นกัน นี่เป็นพระนามที่พระองค์ทรงเลือกเพื่อพระองค์เอง แต่เป็นพระนามที่ได้รับ “จากริมฝีปากของคนบาปที่พระองค์เสด็จมาเพื่อเขา” ทูตสวรรค์กาเบรียลกล่าวกับมารีย์ว่า “เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู” (ลูกา... Continue reading