สภาผู้แทนราษฏรของอินโดนีเซียได้ผ่านร่างกฎหมายการสร้างงาน หรือประมวลกฎหมาย ที่ชื่อว่า Omnibus Law เมื่อวัน จันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 สร้างความพึงพอใจให้แก่กลุ่ม นักธุรกิจที่ได้ตั้งความหวังไว้กับกฎหมายฉบับใหม่จะกำจัดปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคด้านการลงทุนใน อินโดนีเซีย และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจโดยเฉพาะ MSMEs และสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อการจ้างงานที่มากขึ้น

ขณะเดียวกันสหภาพแรงงานของอินโดนีเซีย ได้ประท้วงนัดหยุดงาน โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของแรงงานและการคุ้มครองแรงงานที่เคยได้รับอย่างมาก

อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจาะลึกกฎหมาย Omnibus Law อินโดนีเซีย โดยชี้ให้เห็นว่า แม้กฎหมายฉบับนี้ มีผลดีต่อธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งในอินโดนิเซีย และ นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน แต่เมื่อศึกษาในรายละเอียดของกฎหมายพบว่า มีการตัดสวัสดิการ และ สิทธิต่างๆที่ชอบธรรมด้านแรงงานของคนอินโดนิเซียไม่น้อย โดยเฉพาะ 6 ประเด็นที่เป็นฉนวนทำให้เกิดการประท้วงของแรงงาน ประกอบด้วย - ในกรณีเลิกจ้าง นายจ้างจะจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างจำนวน 19 เดือน จากเดิมนายจ้างต้องชดเชยให้ 32 เดือน - นายจ้างสามารถจ้างงานลูกจ้างในรูปแบบสัญญาชั่วคราวได้ โดยไม่มีกำหนด - งดจ่ายเงินให้ลูกจ้างหญิงในกรณีลาคลอดบุตร - จำกัดเวลาในการทำงานล่วงเวลาแบบได้รับค่าตอบแทน เพียงวันละ 4 ชั่วโมง (18 ชั่วโมง/สัปดาห์) - กำหนดวันหยุดจากเดิม 2 วัน/สัปดาห์ เป็น 1 วัน/ สัปดาห์ - ยกเลิกอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้อำนาจฝ่ายบริหารในท้องถิ่น และ นายจ้าง ร่วมกันพิจารณาตามความเหมาะสม

ทั้งหมดนี้ภาครัฐของอินโดเซียจะพิจารณาทบทวน หรือหามาตราการอื่นใดมาชดเชยให้กับภาคแรงงานหรือใม่ และกฎหมายฉบับนี้จะมีผลต่อภาคธุรกิจ ภาคการลงทุน ทั้งในและนอกประเทศอินโดนิเซียอย่างไร เป็นประเด็นที่น่าติดตาม

อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify

ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ