Choojai Project: Recent Episodes

None

Podcast คริสเตียน จากชูใจ Project

View Details

ความชั่วร้าย อยุติธรรมที่โยบเห็นเป็นเพียงอาการจากความชั่วร้าย เบเฮโมทเป็นตัวแทนของความชั่วร้าย ( Evil )ความชั่วร้ายที่เกินความเข้าใจของโยบ แต่ “ความชั่วร้าย” เป็นเพียงสิ่งที่แสดงออกมาจากบางส่ิงที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ( Devil ) นั้นเป็นหัวใจของตอนนี้ที่เราจะมาตามดูไปด้วยกัน

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่

View Details

เมื่อเรื่องราวเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย คำตอบที่สองของพระเจ้า ที่น่าจะเป็นไคลแมกซ์ของเรื่องกลับกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ที่ทำให้ได้แต่สงสัย "นี่ตัวอะไร?"
เจอดาวยังเห็นได้ เจอสัตว์ป่ายังพอรู้จัก แต่ สัตว์ประหลาดนี่ ทำไมมาอยู่ตอนจบ!!?

"ทำไมอยู่ๆ เรื่องนี้ก็โผล่มา" หรือ มันมีที่มาที่ไป!?

เหมือนเรื่องของดาวที่พระเจ้าเก็บรายละเอียด เรื่องของสัตว์ที่พระเจ้ากำลังจะพาโยบไป พระเจ้าก็ค่อยๆตอบคำถามของโยบตลอดมา

หรือว่า โยบเคยถามอะไรไว้?

ถ้าอย่างนั้น สัตว์ประหลาดที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจ

จริงๆแล้ว พระเจ้ากำลังจะตอบอะไร
ไฮไลท์สองตอนสุดท้ายกำลังจะพาไปสู่บทสรุปในตอนจบอย่างไร

โยบ
.....................................................
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่

View Details

ดวงดาวคือวิชาแรกๆในโลก เพราะในคืนที่ฟ้ามืดมิด ดวงดาว พร่างพราว บนฟ้า มันขึ้นลงอย่างเป็นระบบ ให้คนสังเกตได้ เมื่อดาวกลุ่มนี้ขึ้น คือการมาถึงฤดูกาลใหม่ อีกดาวหนึ่งบอกทิศทางไม่เคยเปลี่ยน ฯลฯ

ดวงดาวคือเรื่องที่มนุษย์สังเกตได้ แต่ตอนนี้พระเจ้าพาไป สวนสัตว์เปิด สัตว์ที่มนุษย์เห็น แต่ควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง เพราะสมัยก่อน สัตว์เหล่านี้คือ สัตว์ป่าที่เกินกว่าประสบการณ์มนุษย์จะเข้าใจ แล้ว เรื่องราวครั้งนี้พระเจ้าจะพาไปไหน และ โลกที่เกินกว่าจะเข้าใจ

What a Wonderful World

..................

จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่

View Details

จากความสงสัย สู่บทสนทนา การถกเถียงที่ร้อนแรง จนนำมาสู่ช่วงสุดท้ายของเรื่อง

"คำตอบจากพระเจ้า"

เรามักอ่านด้วยคำว่า "พระองค์ตอบจากในพายุ" จนชวนคิดไม่ได้ว่า ในช่วงสุดท้ายพระเจ้าตอบในสิ่งที่เกินกว่าโยบจะเข้าใจ จนบีบให้ โยบ ยอมรับ ด้วยฤทธานุภาพ แต่หากเป็นเช่นนั้น

โยบจากที่พร้อมยอมตาย จากการที่เขาร้องขอคำตอบจากพระเจ้า ในบทก่อน ก็จะทำให้โยบดูเหมือนคนปากกล้าขาสั่น

หรือ

ถ้าพระเจ้ารอตั้งนานเพื่อจะมาตอบในสิ่งที่โยบไม่เข้าใจ ก็เหมือน กลบความสงสัยด้วยความยิ่งใหญ่ แล้วเรื่องที่คุย ที่ตั้งคำถาม จะมาจบแค่ที่ว่า "เชื่อๆไปเถอะ พระเจ้ายิ่งใหญ่อย่างนั้น?" ( ซึ่งเพื่อนโยบก็บอกแบบนี้ )

หรือ

พระเจ้ากำลัง "ตั้งใจ" ตอบ "โยบ"

ตอบแบบที่เขาเข้าใจ?

งั้นพระเจ้ากำลังจะบอกอะไร มาติดตามกันในช่วงสุดท้ายนี้

คำตอบของพระเจ้าตอนแรก

คำตอบจากพายุ

....................................

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสตธรรมเชียงใหม่

View Details

มาตามต่อกับความสำคัญของคนที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เอลีฮู ที่ทำหน้าที่ตั้งศูนย์ทางความคิด สะกิดกรอบความเชื่อ เพื่อเตรียมพร้อมกับสิ่งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมา

และ การตั้งศูนย์ให้ในตอนนี้จะไม่เพียงแต่ตั้งให้กับโยบ แต่จะมาถึงเราทุกคนในอนาคต กับการเล็งถึงพระกิตติคุณ!!

ใครไม่เคยอ่านเรื่องเอลีฮูดีๆ ตอนนี้กลับไปอ่านก่อนยังทันน๊า

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

บางคนเคยบอก วิธีอ่านโยบนั้นง่าย อ่านแค่ตอนต้นแล้วข้ามไปตอนจบ พระเจ้าตอบ โยบเงียบ ยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องเถียง พระเจ้าอวยพร จบ ~

แต่ผมรู้ว่าถ้าเราตามฟังกันมาถึงตอนนี้มันคนละเรื่อง!!

ถึงอย่างนั้น โมเม้นท์ที่ว่าก็จะกลับมาอีกครั้งเมื่อโยบถาม ขอพระเจ้าให้ตอบในครั้งที่แล้ว แม้แต่เราๆที่อดทนฟังกันมาตั้ง 9 ตอน ก็คาดหวังว่าพระเจ้าจะตอบ

แต่ยังก็อน!!!!

แทนที่พระเจ้าจะตอบ บุรุษผู้นั้นกลับอาศัยจังหว่ะที่ทุกคนเงียบขึ้นมา และ เขาคือ เอลีฮู!!! ฮูอาร์ยูว์!!!

สุดท้ายพระเจ้าก็ไม่ได้พูดถึงเขา ไม่มีใครโต้ตอบกับเขา แถมดูเหมือนเขามั่นใจ เหมือนคนหนุ่มกร่างๆที่หาจังหว่ะแทรกเข้ามาแต่ก็ไม่ต่างจากเพื่อนโยบ สารภาพว่าผมเป็นคนนึงที่อ่านข้ามช่วงของเอลีฮูบ่อยๆ เพราะเข้าใจแบบนี้

แต่.... อยากให้ผู้ฟังได้กลับไปพิจารณากันอีกสักนิดแล้วจะพบว่า

เอลีฮูได้บท ถึง 6 บท แบบไม่มีใครแทรกเลยทีเดียว!!

และ เมื่อได้ฟังดีๆแล้ว อาจมอง เอลีฮู ไม่เหมือนเดิมอีก

ความสำคัญของเขา ที่จะนำเรา สู่การได้เข้าใจ รู้จักกับพระเจ้า มากกว่าเดิม

เอลีฮู

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

บทที่ 29 30 31

โยบกลับมาระลึกถึงความหลังเมื่อเก่าก่อน ทั้งหัวข้อที่ชี้นำ จนเรามักอ่านแล้วเข้าใจว่า โยบยังคงหยิ่ง ยืนหยัดในความชอบธรรมของตัวเอง แต่หากย้อนกลับไปดูจริงๆ โยบยอมรับได้ตั้งแต่บทที่หนึ่งแล้วทั้งความสูญเสียทั้งสิ่งของ และ ความเจ็บป่วย

ถ้าอย่างนั้นโยบกำลังหวนคิดถึงอะไร?

อันที่จริงแล้ว โยบไม่ได้ยึดความชอบธรรมของตัวเอง

แต่โยบกำลังยึด ความสัตย์จริง ในหัวใจ

แต่การยืนหยัดต่อความสัตย์ซื่อของโยบ กำลังพาโยบไปเผชิญกับคำถามสำคัญ 3 ข้อ

กรอบคิดในการเผชิญหน้ากับความทุกข์

  • ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรามักมีกรอบคิดอยู่ โดยเฉพาะเมื่อพบกับความทุกข์ อย่างเพื่อนๆโยบ บอกว่ามันตายตัว เป็นเหตุเป็นผล ทำอะไรก็ได้รับอย่างนั้น ทำดีต้องได้ดี ทำไม่ดีก็รับผล ถ้าพระเจ้ารักคนของพระองค์ พระเจ้าต้องช่วยสิ แต่ถ้าคนที่รักพระองค์แล้วทุกข์ มันก็ไม่เป็นเหตุเป็นผล

แล้ว กรอบคิดของเราเป็นยังไง?

พระลักษณะของพระเจ้าเมื่อเราเผชิญหน้ากับความทุกข์

  • เมื่อเจอปัญหา เราสงสัย ทำไมพระเจ้าให้เกิด? พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้ายังแคร์ไหม? แล้ว พระเจ้าแฟร์ไหม?

ทำไมพระเจ้าให้เกิดกับฉัน?

วิธีการของพระเจ้าต่อความทุกข์

  • แล้วพระเจ้าจะจัดการไหมความทุกข์เนี่ย พระเจ้าจะจัดการไหม จะทำยังไง จะทำเมื่อไหร่

ปัญหาทั้งสามอย่างนี้ ยังคงสะท้อนในชีวิตของเราทุกวันนี้!!

ในโลกที่เต็มไปด้วยความบาปนี้

เราจะเผชิญหน้ากับมันได้อย่างไร

มาติดตามได้ในตอนนี้

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

มาถึงตอนนี้โยบไม่เหลืออะไรแล้ว

ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ลูกๆเสียไป เป็นโรคร้าย ถูกทิ้ง

ความเชื่อเดิมที่เคยเชื่อก็พังเหมือนปราสาททราย และ เพื่อนๆที่เชื่อๆมาแบบเดียวกันก็ไม่อาจตอบคำถามของโยบได้

อะไรคือความหมายของการมีชีวิต

ชีวิตเกิดมาก็เพื่อที่จะเป็นทุกข์อย่างนั้นหรือ?

เขายังคงเชื่อในพระเจ้า แต่ ทำไมเขาต้องเผชิญกับความทุกข์?

เขายังคงเชื่อว่าพระเจ้าอยู่ทุกแห่ง แต่ตอนนี้หันไปทางไหนก็ไม่พบ?

โยบยังคงหาคำตอบ

เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไรในความย้อนแย้งของชีวิตตอนนี้

………………………………………….

โยบ 27 -28 -29

เปลี่ยนโทนจากบทสนทนา มาสู่ภาษิตของโยบ โดยเฉพาะในตอนนี้ ที่เราจะกลับมาพูดถึงบทที่ 28 อีกครั้ง

เมื่อโยบสูญเสียทุกอย่างจึงเริ่มตั้งคำถาม “ความหมายของชีวิต”

และโยบบทที่ 28 นี้ เป็นอีกครั้งที่พาเรากลับมาพบกับคำว่า “ปัญญา”

มีสิ่งมากมายที่มนุษย์พบ

แต่เราจะพบ “ปัญญา” ได้จากที่ไหน

………………………………………….

มาติดตามตอนสุดท้ายของ ซีซั่น โยบ นี้นะครับ กับ โยบ บทที่ 28

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

บทสนทนาระหว่างเพื่อนกับโยบจบลงไปแล้ว

แม้แต่คำถามของซาตานก็ถูกปิดลง ไม่ได้พูดถึงอีก

เพราะ โยบ ยึดมั่นในความสัตย์จริง แม้จะไม่เหลืออะไรเลย

ปราสาทของความเชื่อเดิมพังทลาย แต่ก็ยังไม่พบคำตอบใหม่

โยบติดอยู่ตรงกลางในโลกของความย้อนแย้ง

โยบทำดี แต่ทำไมเหมือนถูกลงโทษ

ในขณะที่คนชั่วที่เห็นๆก็ไม่ถูกลงโทษแถมเจริญรุ่งเรือง

พระเจ้ายุติธรรมไหม?

แล้วถ้าพระเจ้าไม่ยุติธรรม แต่โยบก็ยังต้องการเรียกร้องความยุติธรรมจากพระเจ้า นี่ก็ย้อนแย้งด้วย

โยบไม่อาจเข้าใจพระเจ้าได้ แต่เขาก็ยังอยากเข้าใจเรื่องนี้ด้วยพระปัญญาของพระเจ้า

แล้วถ้าต้องมาเชื่อพระเจ้าก่อน พระเจ้าถึงจะอวยพร ไม่เชื่อก็ถูกลงโทษ อย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ไม่ใช่หรือ แล้วความหวังมันอยู่ตรงไหนถ้าพระเจ้าบีบบังคับกันแบบนี้

ความย้อนแย้งที่โผล่ล้อมโยบ

พระเจ้ายุติธรรมไหม ในชีวิตที่ย้อนแย้งแบบนี้

เนื้อหาในตอนนี้อยู่ระหว่างบทที่ 27-28

โปรดอ่านก่อน แล้วมาติดตามหาคำตอบไปด้วยกัน

กับตอนนี้ครับ :D

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

เมื่อบทสนทนาเดินมาถึงรอบที่ 3

(ถ้ามันเหมือนกันมันก็คงไม่ถึงสามรอบ)

บทสรุปของเพื่อนที่ปลายทาง

เอลีฟัส

สรุปให้โยบว่า ยอมรับผิดไปเถอะ ก็แค่รับผิด แล้วพระเจ้าก็จะกลับมาอวยพร ดีไม่ดีมากกว่าเดิมอีก

บิลดัด

บอกกับโยบว่าพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ เราไม่อาจเข้าใจ เพราะมนุษย์นั้นต่ำต้อยเกินกว่าที่จะเข้าใจพระเจ้า

โศฟาร์

….. เงียบ

บทสนทนาเดินมาถึง 26 บท และรอบนี้จะเป็นรอบสุดท้ายที่เป็นตอนจบ แต่กลับพบว่ามันเป็นทางตัน ซ้ำร้ายที่ทางปลายทางตัน รูเล็กๆที่เป็นรอยรั่วทำให้เราเห็นว่ามันกำลังจะพังทลาย

โยบไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร เมื่อมันพัง แต่เขายังคงยึดมั่นในความสัตย์จริง และ เชื่อว่าเขาจะพบคำตอบจากพระเจ้า

ความย้อนแย้ง ที่ยังไม่ได้รับคำตอบ พระเจ้าจะลงโทษความอยุติธรรม และ ประกาศว่าโยบไม่ผิดจริงๆ

จะมีไหมคนกลางที่จะมาว่าความตามที่เขาคาดหวัง คนที่ต้องอยู่ต่อหน้าพระเจ้าได้(เป็นพระเจ้า) และ คนคนนั้นจะต้องเป็นมนุษย์เพราะจะได้เข้าใจความเป็นมนุษย์

…………………

ความเชื่อของคริสเตียนก็เช่นกัน หากไม่ได้ตรวจสอบว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นตามสิ่งที่พระเจ้าประสงค์ เมื่อเจอลมพายุและความทุกข์ยาก มันอาจพังลงเป็นปราสาททรายเช่นกัน

…………………

พบกับตอนสุดท้ายของบทสนทนาระหว่างโยบและเพื่อนๆในตอนนี้

ตอนจบที่ไม่มีคำตอบ

แต่มี บทสรุป...

...............

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

โยบไม่เข้าใจเรื่องปัญญา

เพราะโยบไม่ได้เกิดมาแบบนั้น ขาดประสบการณ์ ขาดชุมชนที่ส่งต่อความรู้กันมา

เอลีฟัสบอกกับโยบ

มันเป็นผลของคนทำกรรมชั่ว

เหมือนต้นไม้ถูกถอน

เหมือนสัตว์ติดกับ

เหมือนอาชญากรที่ถูกตามมล่า

คนชั่วต้องถูกถอนรากถอนโคนแบบโยบนั่นแหละ

บิลดัดบอก

ส่วนโศฟาร์ก็มาลงท้าย

โยบไม่รู้จักพอ คนชั่วต้องรับผลแบบนี้

ผมรู้เพราะผมรู้ว่าพระเจ้าจะทำยังไง

เพื่อนที่มาคุยด้วยไม่ได้ให้คำตอบ

ภรรยาไม่ได้ให้คำตอบ

คนที่เคยรู้จักก็ไม่ให้คำตอบ

และเมื่อโยบมองไปที่พระเจ้าก็ไม่แน่ใจ

เพราะตอนนี้ดูเหมือนพระองค์จะเป็นศัตรู ยังไม่มีคำตอบ

เมื่อคำถามตันใจ แต่ไร้ทางออก
แล้วความหวังของโยบ จะไปอยู่ที่ไหน?

โยบจะพบคำตอบในเรื่องที่เขากังวลหรือไม่
ตอนนี้สิ่งที่ไม่เข้าใจมันหนักกว่าสิ่งที่เจอข้างนอกเสียอีก

ความเชื่อที่เขามี ชอบธรรม ยำเกรง หันเสียจากความชั่ว
เป็นเหมือนปราสาทที่เข้มแข็ง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเห็น

ว่ามันเป็นปราสาททรายและหากมันพังทลาย

"ความหวัง" ของเขาอยู่ที่ไหน

...............

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ
จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

พระเจ้าดี เราทำดี พระเจ้าก็จะปกป้องและอวยพร

พระเจ้าดี มีคนทำไม่ดี พระเจ้ายุติธรรมก็จะลงโทษทันที

แต่สมการที่โยบและเพื่อนเคยยึดถือนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่

โยบรู้ตัวว่าไม่ไม่ได้ทำผิด - พระเจ้าลงโทษคนไม่ดี

แต่ตอนนี้โยบกำลังเผชิญกับความทุกข์ราวกับโดนลงโทษ

สมการที่เคยยึดถือ จึงค่อยๆล่มสลาย เพราะมันไม่ถูกต้องในตอนนี้

ส่วนเพื่อนๆ ที่มีก็มาย้ำเตือน ว่าสมการชีวิตที่มีนั้นถูกต้องแล้ว

แต่โยบต่างหากที่ต้องทำอะไรผิดสักอย่างแล้วไม่ยอมสารภาพ

จึงมาช่วยเค้นกันดู ให้โยบรู้ตัวจะได้กลับใจ

………………………………..

ส่วนสำคัญในเรื่องโยบคือบทสนทนานี่แหละ

ที่พอฟังเพื่อนๆโยบพูดถึงพระเจ้าก็เหมือนจะถูก

และ โยบที่เหมือนจะผิด

หรือจริงๆแล้ว เป็นพระลักษณะของพระเจ้านั่นแหละที่เราไม่เข้าใจ ไม่ควรสงสัย ไม่ควรถาม?

แต่ตอนจบพระเจ้ากลับบอกว่าเพื่อนโยบพูดไม่ถูกต้อง

เดี๋ยวก่อน!! อย่าพึ่งรีบไปตอนจบ

เพราะบทสนทนานี้แหละ บทสนทนาที่กำลังสะท้อนเสียงความคิดของโยบ เพื่อนๆ รวมถึงพวกเราด้วย กำลังค่อยๆเปิดโปงความเข้าใจของเรากับพระเจ้าออกมา

เป็นเรื่องง่ายที่จะกระโดดไปยังบทสรุปแล้วชี้นิ้วบอกว่าเพื่อนๆของโยบผิด แต่เป็นเรื่องท้าทายกว่า ที่จะเข้าไปยังบทสนทนา แล้วค่อยๆริดเอาความคิดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพระเจ้าแบบเพื่อนของโยบออกไปจากความคิดของเรา

………………………………..

พระลักษณะของพระเจ้าในเรื่องนี้คืออะไร

และอะไรคือสิ่งที่พระองค์บอกกับโยบว่า เพื่อนๆโยบพูดถึงเรา

“ไม่ถูกต้อง”

มาค่อยๆติดตามบทสนทนานี้ไปด้วยกันในตอนนี้ครับ

………………………………..

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

หลังจากเงียบไป 7 วัน ความคับข้องใจก็พรั่งพรูออกมา "ไม่เกิดมาก็ดีกว่าถ้าต้องมาพบอะไรแบบนี้"

เมื่อโยบพูด เพื่อนก็เริ่มพูด เขาไม่ได้เงียบเพราะมาเป็นที่ปรึกษาด้านจิตบำบัด แต่เขารอให้โยบพูด เพื่อเขาจะได้เริ่มบอกกับโยบ

“ข้าเคยเห็นคนโฉดหยั่งราก แต่ทันใดนั้นเขาก็แช่งที่อาศัยของเขา

บุตรของเขาห่างไกลจากความปลอดภัย เขาถูกบีบคั้นที่ประตูเมือง และไม่มีผู้ใดช่วยกู้เขาได้”

(โยบ 5:3-4)

เอลีฟัสเริ่มพูดถึงเรื่องของคนที่แช่งที่อาศัยและแช่งวันเกิดตัวเอง นั่นก็คือโยบในบทที่ 3

“ผลการเกี่ยวของเขาคนหิวก็กินเสีย แม้ส่วนที่เอาหนามสะไว้ เขาก็เอาออกไป

และคนกระหายก็หอบฮักๆติดตามความมั่งคั่งของเขา

เพราะความทุกข์ใจมิได้มาจากผงคลี หรือความยากลำบากงอกออกมาจากดิน

แต่มนุษย์เกิดมาเพื่อแก่ความยากลำบาก อย่างประกายไฟย่อมปลิวขึ้นบน”

(โยบ 5:5-7)

ประกายไฟย่อมปลิวขึ้นข้างบน มันจะห้อยลงมาไม่ได้ เหมือนกับกฎแห่งการกระทำที่มีลักษณะตายตัวเช่นเดียวกัน ฉะนั้น บทนี้จึงเป็นการอธิบายว่ารากของปัญหาที่โยบเผชิญทั้งหมดเกิดจากการที่พระเจ้าลงโทษความชั่วร้ายของตัวโยบเอง

“ส่วนข้า ข้าจะแสวงหาพระเจ้า และข้าจะมอบเรื่องราวของข้ากับพระเจ้า”

(โยบ 5:8)

เอลีฟัสกำลังเอาตัวเองมาเป็นเครื่องเตือนใจว่า สิ่งที่โยบต้องทำหากเผชิญหายนะแบบนี้คือ กลับใจมาหาพระเจ้า ซึ่งบ่งชี้เป็นนัยว่าโยบทิ้งพระเจ้าแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเรื่องร้ายทั้งหมด เพราะพระเจ้ากำลังลงวินัยหรือลงโทษโยบเพื่อที่จะนำโยบกลับมาหา

สรุปสั้นๆนะโยบ กลับใจเถอะ....

.... แต่สำหรับโยบตอนนี้ มันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง

พระเจ้าดี เราทำดี = พระเจ้าอวยพร ดูแล

แต่ตอนนี้โยบรู้

โยบทำดี พระเจ้าดี = แต่ชีวิตกำลังเผชิญกับมรสุม

สมการมันไม่ถูกต้อง แล้วอะไรที่ไม่ถูก หรือในทางเลวร้ายคือ พระเจ้าไม่ดี!!

ซึ่งโยบก็เชื่อลึกๆอยู่ว่าไม่ จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร แต่มรสุมที่ถล่มเขานั้นก็เป็นเรื่องจริง อย่างนั้นแล้ว สมการ ที่ถูกต้อง มันเป็นยังไง ยิ่งคิดย่ิงไม่เข้าใจ

แล้วเพื่อนโยบก็มาช่วยตอบอีก

...................................

มาร่วมหาคำตอบจากบทสนทนา ระหว่างโยบและเพื่อนกันได้ในตอนนี้ครับ

...............

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้

www.choojaiproject.org/donate

View Details

หลังจากตอนที่แล้ว เราคงได้รู้ว่าพระเจ้าไม่ได้พนันขันต่อ ไม่ได้เห็นโยบเป็นเบี้ย แต่สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ “คำถามสำคัญ” ที่ถูกถามขึ้นมา จนพระเจ้าต้องอนุญาตให้ส่ิงเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นกับโยบ

เมื่อเผชิญความเศร้า ความลำบากทุกข์ใจหนักหนา จนเกินกว่าจะรับไหว สิ่งที่อยู่ภายในก็แสดงออกมาอย่างชัดแจ้ง คือ การเงียบ

หลังจากเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นโยบก็ทุกข์ใจและเงียบไปถึง 7 วัน และเพื่อนๆที่มาเยี่ยมก็เงียบไปด้วย

ว่าแต่ว่า!?

โยบทุกข์ใจเรื่องอะไร?

เมื่อต้อง “สูญเสียทรัพย์สิน และ ลูกๆ”

โยบกล่าวว่า “ทรงให้และทรงรับไป” (จนกลายมาเป็นเพลงที่เราร้องๆกัน)

ในเรื่องนี้โยบพอทำใจได้

เมื่อ “เกิดโรคร้าย ทำลายสุขภาพ”

ภรรยาบอกกับโยบว่า “ยังจะยึดมั่นในความสัตย์ซื่อกับพระเจ้าอีกหรือ แช่งพระเจ้าและตายเถอะ”

แต่ โยบตอบ“เราจะรับสิ่งดีจากพระเจ้า และจะไม่รับสิ่งไม่ดีบ้างหรือ?”

เรื่องนี้โยบก็พอทำใจได้

แต่ สุดท้าย โยบก็ทุกข์ใจอยู่ 7 วัน 7 คืน

สิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจจนพูดไม่ได้ ไม่ใช่เรื่อง การสูญเสีย หรือ สุขภาพ

หากแต่เป็นเรื่องอะไรที่ทรมานโยบอยู่อย่างนั้น

และ เมื่อโยบเริ่มพูด เราก็เริ่มมองเห็น สิ่งที่กำลังจะเปิดโปงความเชื่อของโยบ

และ เมื่อโยบเริ่มพูด ที่ตรงนั้นเพื่อนๆที่นั่งรออยู่ 7 วัน ก็รอที่จะพูดอยู่เช่นกัน

บทสนทนาที่กำลังจะเปิดโปงความเชื่อของโยบ เพื่อนๆ และ อาจเป็นของเราด้วย ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ติดตามได้ในตอนนี้ครับ

...............

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ?

คำถามสำคัญที่ถูกเปิดไว้ตั้งแต่บทแรกของพระธรรมโยบ

เป็นเรื่องใหญ่ที่หลายคนอาจมองข้าม!?

……………………..

กับประโยคที่ถูกวางไว้แต่ต้น บทที่ 1 ข้อ 1

  • โยบคนดีรอบคอบ ชอบธรรม ยำเกรงพระเจ้า หันจากความชั่ว

  • โยบมีบุตรชายหญิงนับสิบ มีปศุสัตว์นับหมื่น มั่งคั่ง

  • คุณภาพชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ

ที่วางคู่กับ

  • ความมั่งมีฝ่ายวัตถุ

ทั้งสองเรื่องนี้สัมพันธ์กันหรือไม่?

……………………..

พระเจ้าต้องอวยพรโยบ เพราะ โยบยำเกรงพระเจ้า?

เราทำแบบนี้ พระเจ้าก็ต้องทำแบบนี้สิ?

เช่นเดียวกับที่ซาตานจึงถามคำถามสำคัญ "โยบยำเกรงพระเจ้า เปล่าๆหรือ?"

แล้วพระเจ้าก็อนุญาตให้เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับโยบ!!?

พระเจ้ากำลังถูกท้าและมั่นใจว่าจะชนะ เลยเล่นพนันด้วยชีวิตโยบ?

หรือพระเจ้าไม่สนชีวิตคน?

ถ้าพระเจ้าดี แล้วทำไมพระเจ้าถึงอนุญาต?

……………………..

วิกฤตในชีวิตโยบ หรือ ในชีวิตของเราๆ อาจนำพาไปสู่คำถาม

พระเจ้าดี แต่ควบคุมทุกอย่างได้จริงไหม?

ถ้าพระเจ้ายิ่งใหญ่แต่พระองค์ปล่อยให้เกิดเรื่องไม่ดีแล้วพระเจ้าดีจริงไหม?

……………………..

คำถามมากมายถูกสุมตั้งแต่ โยบ บทที่ 1

……………………..

พระคัมภีร์อีกเล่มที่เรามักอ่านไปไวๆ จนถ้าไม่เบรกให้หยุด อาจได้คำตอบจากบทที่หนึ่งแล้วข้ามไป ตอนจบ สรุปง่ายๆว่า "เชื่อๆไปเถอะ" เดี๋ยวพระเจ้าก็จะกลับมาอวยพรเอง แล้วมันเป็นแบบนั้นไหม?

เล่มที่เรามักโค้ดบางตอนมาพูดแต่ไม่ทันสังเกตว่านี่เป็นคำพูดของเพื่อนๆโยบ ที่สุดท้ายพระเจ้าบอกว่า "ไม่ถูก" แล้วไม่ถูกยังไง?

เราอาจไม่ทันสังเกตว่าคำถามมากมายถูกประเคนถาโถมเข้ามากระตุกความคิดของเรา ตั้งแต่บทที่ 1 พออ่านจบแบบงงงง เราก็เลยมีอะไรค้างคา เหมือนกับว่าต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน

ดังนั้น รายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อน season นี้ เราจะพาไปฟังกับโยบกันทั้ง season โดยครึ่งแรกจะเป็นเรื่องของ บทสนทนา ครึ่งใหญ่ของพระธรรมโยบ ว่ากำลังจะพาเราไปทางไหน กำลังพูดเรื่องอะไร

มาร่วมหาคำตอบไปด้วยกันกับเราได้ ในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ในเรื่อง

"โยบ"

................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันพุธ

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

ตอนสุดท้ายของดาเนียล ที่กำลังจะเผยให้เราเห็นว่าพระเจ้าครอบครองอยู่เหนือประวัติศาสตร์ ซึ่งคำถามที่เรามักสงสัยแน่ๆเวลาพูดถึงเรื่องเวลา ก็คือ เมื่อไหร่? ประวัติศาสตร์กำลังเดินไปถึงตรงไหน?

แต่ดูเหมือนว่าเวลาของพระเจ้าในพระธรรมดาเนียล ไม่ได้ชี้ไปที่ “เมื่อไหร่” แต่กำลังชี้ไปที่ “ใคร” ต่างหาก

ใครคนนั้น คนที่เป็นบุคคลลึกลับ คนที่จะทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ และเป็นแผนการของพระเจ้าสำหรับบรรดาประชาชาติอีกด้วย คนนั้นคือใคร?

พบกับตอนจบที่จะนำเราไปสู่ บุคคลลึกลับ ที่จะทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ คนที่ดาเนียลเห็นก็ได้แต่สงสัย คนที่ยืนต่อหน้าพระเจ้า คนที่จะขมวดเนื้อหาของเล่มนี้ และทำให้เราได้เห็นแผนการของพระเจ้าที่ไม่ได้จบแค่ที่อิสราเอล แต่กำลังจะไปสู่บรรดาประชาชาติ ใน

ดาเนียล

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project
จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สิ่งที่เราไม่เห็นในดาเนียลคือเรื่องของ “ภาษา” เอ๊ะ ยังไง?

คือดาเนียลเนี่ยมีการเขียนด้วยสองภาษา บอกก่อนว่าไม่ใช่แบบ แปล ไทย อังกฤษ แล้ววางคู่กัน อะไรแบบนี้ แต่โครงสร้างเขามีสองภาษาในเล่มเดียว ประมาณว่าอ่านหนังสือภาษาไทยอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆก็ตัดฉึบเป็นภาษาอังกฤษ อ่าว งงเลยสิ!!

คือเปิดมาบทที่ 1 เนี่ย เขาเขียนด้วยภาษาฮีบรู

ส่วนบทที่ 2 ตอนกษัตริย์ฝัน ไล่ไปจนถึงบทที่ 7 ที่ดาเนียล ฝันนี่ ถูกเขียนด้วยภาษา “อาราเมอิก” (ภาษากลางของโลกยุคนั้น) ทีนี้พอมาบทที่ 8 ปุ๊บ ที่ทูตสวรรค์มาแปลความฝันก็ใช้ภาษาฮีบรู ไปจนจบ

ทำไมเป็นแบบนั้น?

คนเขียนมีสองคน? หรือ แค่ใส่ภาษาฮีบรูเพิ่มก่อนไม่งั้นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์? หรือ การตั้งใจใช้ “ภาษา” ในเล่มนี้ กำลังจะนำไปสู่เรื่องอะไร?

มาพบกับตอนที่สองของ “ดาเนียล” ที่การใช้ภาษากลายมาเป็นประเด็นสำคัญ และ การนำไปสู่ “เป้าหมาย” ของพระธรรมเล่มนี้

“ดาเนียล”

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

ดาเนียล

เรื่องของ “ดาเนียล” ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้โชกโชน เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ชีวิตจนหนักแน่น แต่เริ่มต้นด้วยชีวิตของกลุ่มคนวัยหนุ่ม ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ต้องการจะเปลี่ยนตัวตน แนวคิด จนถึงความเชื่อของพวกเขา

และ เรื่องราวใน “ดาเนียล” ไม่ได้แค่เล่าเรื่องของฮีโร่ทางความเชื่อ แต่กำลังเผยให้เห็นฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลังคอยดูแลและ “ให้” ส่ิงต่างๆเกิดขึ้น คือ ตัวพระเจ้าเอง

ชีวิตของคนหนุ่มในโลกที่ไม่เอาพระเจ้า ไม่ใช่การปลีกตัวออก แต่กลับเป็นการยืนหยัด กำลังนำไปสู่อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นกุญแจสำคัญ คือ การเชื่อฟัง ทนทุกข์ คือการมีชีวิตเพื่อให้คนอื่นได้มาถึงซึ่งความรอด

ติดตามฟังกันได้ในซีรี่ย์ผู้เผยพระวจนะเล่มสุดท้ายกับ

“ดาเนียล”

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

พระเจ้าไม่ได้ต้องการที่จะทำโทษ ไม่ได้ต้องการเห็นมนุษย์เจ็บปวด เพราะการไม่เชื่อฟัง แต่หัวใจของพระองค์คืออยากเห็นคนบาปกลับใจ

ด้ายสีหลักอีกเส้นในเอเสเคียลยังร้อยให้เห็นว่าการพิพากษาไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำโทษ และ ความสัตย์ซื่อบนความรักมั่นคงของพระองค์ไม่ได้จบที่แค่อิสราเอล แต่ กำลังจะไปสู่ทุกคนในโลกใบนี้

พบกับตอนสุดท้าย กับพระคัมภีร์เล่มที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่ให้ความหวังจนถึงที่สุด เพราะ "พระเจ้าจะเสริมกำลัง" จนถึงวันสุดท้าย

เอเสเคียล

ปล.ในคลิปพูดว่าเอเสเคียลตอนสี่ แต่ทั้งหมดมีแค่สามตอนครับ ขออภัยในความผิดพลาด
.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

เอเสเคียลไม่ได้มีแค่การพิพากษา และ เรียกร้องให้กลับใจ แต่บทสนทนาภายใน ยังจับใจความถึงการตัดพ้อ และ การตัดพ้อ กับ คำถามที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความน้อยใจที่เขาต้องตกเป็นเชลย แต่กำลังตั้งคำถามกับพระเจ้า

วิธีของพระเจ้ามันไม่แฟร์!!

ไม่มีเหตุผล

ไม่ดี

ไม่เวิร์ค

พระเจ้า...ไม่ยุติธรรม

…แล้วพระเจ้าก็ยกคำกล่าวหาเหล่านี้มาตอบผ่านเอเสเคียล

พบกับวิธีการอ่านเอเสเคียลตอนที่สอง ที่จับประเด็นสนทนาเหมือนการตอบโต้กันแบบหนังสืบสวนพิจาณาคดี (Court room) โดยมีพระเจ้าเองที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา

แล้วพระเจ้าก็ตอบพวกเขากลับ โดยคำตอบนั้นกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนหัวใจของพระองค์

มาติดตามกันได้ในตอนนี้

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

พระเจ้าใช้ให้เอเสเคียลไปเผยพระวจนะ แต่ต่างจากคนอื่นๆ เพราะพระเจ้าจะให้เขาเป็น "ใบ้" ด้วย อ่าววววว แค่เริ่มมาก็ยากแล้ว และ นี้ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

พบกับตอนแรกของผู้เผยพระวจนะที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง พอให้คิดหาข้อหนุนใจแบบเล่มอื่นๆก็นึกไม่ค่อยออก

แต่กลายเป็นยิ่งศึกษาค้นคว้า นั่งอ่านไปอ่านมา ก็ยาวจนมีถึงสามตอนทีเดียว

มาติดตามกันอย่างจุใจ เอเสเคียล พูดเรื่องอะไร กำลังจะพาไปไหน มาพบกับตอนแรกของผู้เผยพระวจนะคนนี้กัน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ
www.choojaiproject.org/donate

View Details

เยเรมีย์บทที่ 52 จบลงที่การล่มจมของเยรูซาเล็ม ทุกอย่างพังพินาศ เป็นจริงตามคำเตือนที่ผ่านมาทางเยเรมีย์ แต่ไม่มีใครเชื่อ ท่ามการแตกสลาย กดดัน บีบคั้นกลายเเป็นบทเพลง ที่ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ใช่เพียงเรื่องราวภายนอกนั้นที่แตกสลาย แต่ภายในก็ย่อยยับ และ แหลกเหลวไม่แพ้กัน

ความล้มเหลว ของการเป็นศาสนา นำพาให้ชนชาติเดินไปสู่ความพินาศ ปฏิเสธ และ หันหลังจากพระเจ้า บทเพลงงานศพที่ถูกบรรเลงขึ้น เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หม่นมืด

แต่ถึงอย่างนั้น ใจกลางที่มืดมิด ยังมีความหวัง

มาติดตามกันในตอนนี้ ว่าท่ามกลางบทเพลงแห่งความโศกเศร้า เราจะเห็นความหวังได้อย่างไร มาติดตามกันใน

บทเพลงคร่ำครวญ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

เขาเริ่มที่ ละทิ้ง “พระเจ้า” พอละทิ้งพระเจ้า

เขาก็ต้องไปหา “อย่างอื่น” มาแทนที่พระเจ้า

เมื่อไม่ได้ติดสนิทกับพระเจ้า ศีลธรรมก็เสื่อมทรามลง

ชีวิตก็ตกต่ำ ก็หันไปหาเฉพาะสิ่งที่อยากได้ยิน คือ การเผยพระวจนะเท็จ

และ เมื่อหมดหนทาง และไม่กลับใจ เขาก็ต้องไปพึ่งพาอย่างอื่น ที่ไม่ใช่พระเจ้า

เมื่อเขาฉีกพันธสัญญา

ยิ่งทิ้ง ยิ่งออกห่าง

ยิ่งเรียกให้กลับมา ยิ่งปฏิเสธ

ในตอนที่แล้วเราฟังพระวจนะกับเยเรมีย์ด้วยหูไปแล้ว

ในตอนนี้จะเป็นเวลาที่ได้ฟังด้วยตา

และ สุดท้ายฟังด้วยหัวใจ

หัวใจที่โศกเศร้า ไม่ใช่เพียงเพราะถูกปฏิเสธ

แต่เพราะการปฏิเสธพระเจ้ากำลังจะนำไปสู่การพิพากษา และ ความตาย...

แต่ ยังมีหวัง!!?

เพราะการพิพากษา นั่น มาพร้อมกับ ความหวัง!!

แล้วความหวังนั้นคืออะไร?

มาติดตามบทสรุปของเยเรมีย์กันได้ในตอนนี้

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ

อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ผู้เผยพระวจนะเจ้าน้ำตา เป็นเหมือนฉายาที่ไม่รู้ใครตั้งเอาไว้ จนชวนให้เข้าใจไปว่า เยเรมีย์คงร้องไห้เพราะเป็นคนหนุ่มที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหนักหนาในการรับใช้ แต่เหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น!!

เพราะการร้องไห้ของเยเรมีย์ไม่ใช่เพราะความยากลำบากหรือทนทุกข์ แต่เป็นความเสียใจอย่างถึงที่สุด ต่อการปฏิเสธที่จะกลับใจของอิสราเอล ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเยเรมีย์ยังสงสัยว่าทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้

ภาพนี้เป็นเหมือนกับเรื่องช่างปั้นหม้อ ที่เราอาจเคยได้ยินเพลง "พระเจ้าเป็นช่างปั้น และ เราเป็นก้อนดิน" เราก็ยอมให้พระเจ้าปั้นเป็นหม้อ เป็นอะไรที่ใช้การได้ แต่ในบริบทเยเรมีย์นั้นกลับเป็นคนละเรื่อง เพราะอิสราเอลเป็นดิน ที่หนีไม่ยอมให้ปั้น ยิ่งหนี ดินก็ยิ่งแห้ง แข็ง จนไม่สามารถจะเอาไปทำอะไรได้ และ นั่นนำไปสู่ การพิพากษา

มาติดตามกันในตอนนี้กับความเศร้า การถูกปฏิเสธ และ การเปิดเผยถึงพระลักษณะของพระเจ้าผ่านผู้เผยพระวจนะคนนี้

เยเรมีย์

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ความย้อนแย้งเหมือนเหรียญสองด้านเต็มไปหมดในอิสยาห์ ในตอนแรกเราได้รู้แล้วว่า ไฟแห่งการพิพากษา ก็ เป็นไฟแห่งการชำระ เป็นเหมือนเหรียญที่มีสองหน้า แต่เป็นเหรียญเดียวกัน

แต่ก็ยังมีอีกหลายความย้อนแย้งที่อยู่ในอิสยาห์รอให้เราไปค้นหา

เมื่อคนอิสราเอลล้มเหลว ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พระเจ้าไม่ล้มเลิก

พระเจ้าที่ชอบธรรม จะนำคนที่ไม่ชอบธรรมกลับมาได้อย่างไร

การพิพากษาจะไปพร้อมกับการให้อภัยได้อย่างไรในขณะที่ยังคงความยุติธรรม

และ พระเจ้าจะสร้างโลกใหม่ที่กลับไปมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า บนโลกที่พังเพราะความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่ล้มเหลวได้อย่างไร

มาตามกันต่อในตอนนี้ "อิสยาห์" .......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี

ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS) .........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ

www.choojaiproject.org/donate

View Details

เพราะพระเจ้าชอบธรรม จึงนำไปสู่ การที่พระองค์ "ต้อง" พิพากษา อิสราเอล แต่ พระเจ้าก็เป็นพระเจ้าที่อุดมด้วยความรักมั่นคง และ ให้อภัย นั่นจึงนำไปสู่ปัญหาที่ "ย้อนแย้ง" ถ้าอิสราเอลต้องย่อยยับเพราะการพิพากษา ไหนหล่ะ คือ ความรักมั่นคง และ การให้อภัย แต่ถ้าพระองค์ให้อภัยอิสราเอลโดยไม่มีการพิพากษา พระเจ้าก็ไม่ยุติธรรม พระลักษณะของพระเจ้านำไปสู่ปัญหาที่เป็นเหมือนเหรียญสองด้าน ที่ทางออกต้องไปคนละทาง การพิพากษา และ ให้อภัย จะไปด้วยกันได้อย่างไร พระองค์จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร!!?โดยไม่ขัดกับพระลักษณะของพระองค์เอง พบกับ ทางออกที่เกินความเข้าใจ ในผู้เผยพระวจนะใหญ่เล่มแรก... อิสยาห์ .......................................#ชูใจproject#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับทุกวันศุกร์ 17.00จัดทำร่วมกับอ.ธนิต โลเกศกระวีผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่..................................."ดูเถิด เรากำลังทำสิ่งใหม่! มันเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ?...... "อิสยาห์ 43:19(TNCV)

View Details

วันนี้เป็นช่วงพักก่อนจะเข้าสู่ซีรี่ย์ใหม่ "ผู้เผยพระวจนะใหญ่"

อิสยาห์ เยเรมีย์ บทเพลงคร่ำครวญ เอเสเสเคียล และ ดาเนียล

ทำไปทำมารวมๆแล้ว 10 ตอนอยู่นะครับ เอาจริงๆคือ ตอนนี้ก็ยังทำไม่เสร็จ เพราะแต่ละตอนต้องเตรียมเยอะมาก แน่นอนว่าเนื้่อหาก็แน่น และ สนุกตามไปด้วย

ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกเลยที่จะมาชวนผู้ฟังให้ลองมีโอกาส "อ่าน" ก่อนจะฟัง คือถ้าผ่านๆตามาสักหน่อยก็ดี เพราะแต่ละเล่มมีเนื้อหายาวมาก ถ้าไม่ผ่านตามาเลย อาจมีอาการตาล่องลอยแทนว่าพูดเรื่องอะไรกัน

ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้เป็นภาระ เลย พกเอาวิธีการอ่านพระคัมภีร์มาเล่าให้ฟังด้วย

รอติดตาม "ผู้เผยพระวจนะใหญ่"
เริ่มตอนแรก "อิสยาห์"
วันศุกร์ที่ 21 ก.ค. กันนะ

...........................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project
จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

ตอนนี้จะมาชวนอ่านคำอุปมากันต่อเป็นตอนสุดท้าย
ในวันนี้จะเป็นเรื่อง "ข้อควรระวังในการอ่านคำอุปมา"

ที่ต้องระวังก็เพราะถ้าเราเข้าโหมด "แล้วแต่จะตีความ" หรือ พยายามตีความให้ทุกอย่างเป็น "สัญลักษณ์ฝ่ายจิตวิญญาณ" ก็อาจพลาดจากสิ่งที่จะสื่อไปก็เป็นได้

หรือการเล่าเรื่องให้เว่อร์ให้ดูย่ิงใหญ่ เราอาจไม่ต้องไปสนใจในรายละเอียด แต่สนุกไปกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้เข้าใจถึงคำอุปมา

ที่สำคัญคือการมองให้ออกว่าคำอุปมานั้น ตัวไหนเป็นเรื่องหลัก ตัวไหนเป็นรอง อุปมานี่กำลังทำงานกับใคร

อย่างอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหาย ที่เรามักไปโฟกัสกับลูกคนเล็กที่หลงหาย จนพลาดคำถามสำคัญไป เพราะคำอุปมานั้นกำลังพูดกับพี่ชายคนโต!

พบกับข้อควรระวัง และ คำแนะนำ เพื่อที่เราจะเข้าใจ และสนุกไปกับการอ่านคำอุปมา

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project
จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

คำอุปมาพาเราเข้าไปในพื้นที่กลาง ที่ๆเราลดการ์ดของตัวเองลง ก่อนตั้งคำถาม ตามด้วยเขย่าเราด้วยแนวคิด ก่อนตบหน้าเบาๆให้ตื่น เพื่อให้เราตัดสินใจ!!

วันนี้มาติดตามกันต่อกับวิธีอ่านคำอุปมา กับชุด คำอุมาที่ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่ทำงานกันเป็นทีม แถมด้วยคำอุปมาที่เข้าใจยากๆ อย่าง พระเยซูที่ชมคนต้นเรือนที่ขี้โกง!? เอ้า หมายความว่ายังไง มาติดตามกันได้ในตอนที่สองนี้

......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project
จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

คำอุปมา หรือ เราควรจะเรียกว่า สุภาษิตของพระเยซู! กันดีนะ

คำอุปมามีเกือบ 1 ใน 3 ของคำสอนของพระเยซูเลยทีเดียว ว่าแต่ทำไมต้องเป็นคำอุปมา เป็นแค่เทคนิคอยากให้จำ? หรือ เป็นเทคนิคการสอน? แต่ดูเหมือนคนจะไม่เข้าใจมากกว่าที่จะเข้าใจ จนสาวกยังสงสัยว่าทำไมพระเยซูถึงสอนเป็นอุปมา

แถมถ้าอ่านกันไปดีๆเรายังพบอีกว่า พระเยซูไม่ได้เริ่มด้วยอุปมา แต่พอถึงจุดๆหนึ่ง พระเยซูก็มาใช้การอุปมาเป็นคำสอน จนดูเหมือนเจตนา ถ้าอย่างนั้น ทำไมพระเยซูถึงเทศนาเป็นคำอุปมา แล้วคำอุปมากลายมาเป็นเรื่องที่สำคัญในพระกิตติคุณได้ยังไง

มาติดตามกันได้ในตอนนี้ครับ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project
จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ถ้าพระคัมภีร์เป็นเพียงหนังสือตัดแปะ ชีวิตของพระเยซูก็เป็นเพียงอัตชีวประวัติ และ พันธกิจ

แต่ถ้าเราเข้าใจว่า ด้ายเส้นสำคัญที่ร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดในพระคัมภีร์นำมาสู่พระกิตติคุณ เราอาจจะอ่านพระกิตติคุณ และ พระคัมภีร์ในมุมมองที่สดใหม่ และ เห็นภาพใหญ่ของพระวจนะของพระเจ้า

มาติดตามกันในตอนนี้ ให้พระกิตติคุณเป็นแกนของทุกอย่าง

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ในคืนปัสกานั้น ทำไมพระเยซูถึงเรียกว่า โลหิตแห่งพันธสัญญา?

การที่พระองค์บอกว่าหิวน้ำบนกางเขนก็มีความหมาย!

ทำไมทหารต้องมาทุบขา หรือ เอาเสื้อผ้าของพระองค์มาทอยลูกเต๋า

เรื่องเหล่านี้เราไม่ได้พยายามใส่ความหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังเชื่อมโยงพระคัมภีร์ทั้งหมดให้เห็นว่าเรื่องราวเหล่านั้นมาถึงบทสรุป คือที่พระคริสต์ได้อย่างไร

อ่านพระกิตติคุณให้สนุกไปด้วยกันกับตอนนี้ครับ

......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

คำพยากรณ์ในการบังเกิดไม่ได้เริ่มที่พระคัมภีร์ใหม่ แต่มีมานานก่อนหน้านั้น ทั้งชื่อ สถานที่เกิด จนถึงเรื่องที่ต้องหนีไปอียิปต์!

พระเยซูไม่ได้สอนเป็นคำอุปมาเพื่อให้ต้องคิดตาม ให้เป็นแค่เทคนิคการสอนที่ดูเท่ๆคูลๆ หรือ การเริ่มต้นพันธกิจทำไมต้องเริ่มที่กาลิลี จนถึงหนังสือม้วนที่รับมาอ่านในธรรมศาลา

พระกิตติคุณไม่ได้อยู่ๆกระโดดขึ้นมา ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสือบันทึกอัตชีวประวัติของพระเยซู แต่เรื่องราวเหล่านี้ร้อยเรียงต่อกันมาตั้งแต่พระคัมภีร์เดิมและกำลังชี้ไปถึงเป้าหมายที่สำคัญที่รวมทุกอย่างเอาไว้คือ...

มาอ่านพระกิตติคุณให้เข้าใจและสนุกมากขึ้นกับพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับในตอนนี้ วิธีอ่านพระกิตติคุณในแนวลึก ลึกไปถึงพระคัมภีร์เดิมกันเลยทีเดียว

......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

มาตามกันต่อกับตัวอย่าง การอ่านแบบเปรียบเทียบ ย่ิงฟัง จะยิ่งเห็นว่าความต่างกัน กลับทำให้เห็นภาพของพระเยซูในแง่มุมต่างๆชัดขึ้น.......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ทำไมแต่ละเล่มบันทึกไม่เหมือนกัน? บางตอนมีหนึ่งคน อีกเล่มมีสองคน หรือว่ากว่าจะเขียนมันนาน คนเขียนเลยลืมรายละเอียด?

ทำไมคำเทศนาบนภูเขา ผู้เป็นสุขเหมือนกัน แต่ดันมีไม่เท่ากัน?

เราอาจเคยได้ยินซีรี่ย์ พระเยซูพูดบนไม้กางเขน แต่อันที่จริงแล้วพระองค์ไม่ได้พูดอะไรมากมายในมาระโก สั้นๆเท่านั้น แต่มีความหมาย

ทำไมถึงต่างกัน? แล้วทำไมการมามองหาจุดต่างเหล่านั้น กลับทำให้เราเข้าใจถึงเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อมากยิ่งขึ้น

มาติดตามกันในตอนนี้ที่เราจะอ่านพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มแบบเอามาเปรียบเทียบกัน!!! เป็นการอ่านแบบขนาน ตามแนวนอน

......................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ครึ่งหลัง มาต่อกับ สองเล่มที่เหลือ ลูกา และ ยอห์น

ลูกาที่เป็นหมอ ในช่วงเวลาที่กำลังเกิดความวุ่นวาย ลูกากำลังจะบอกอะไร และ ยอห์น ที่เนื้อหาแทบไม่เหมือนกับสามเล่มแรกเลย แถมเขียนห่างจากเล่มอื่นๆอีกหลายสิบปี แต่เนื้อหาของยอห์นกลับเติมเต็มภาพของพระเยซูให้สมบูรณ์

ส่วนฟังแล้วมีข้อสงสัย มีอะไรที่ค้างคาใจ ส่งคำถามมาถามกันได้นะครับ :D

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ทำไมพระกิตติคุณถึงมี 4 เล่ม เอามารวมเป็นไทม์ไลน์ให้ศึกษาอัตชีวิประวัติของพระเยซูก็พอไหม หรือ มีอะไรมากกว่านั้น?

สำหรับตอนแรกนี้ เราจะมาอ่านพระกิตติคุณกันแบบ "แนวตั้ง" คือ ถ้าสมัยก่อนเป็นหนังสือม้วน เราก็จะเอามาแขวน แล้วอ่านกันทีละเล่ม แต่ละเล่มต้องการเน้นอะไร ผู้เขียนใช้อะไรเป็นจุดเน้น และ การรู้จุดเน้นเหล่านั้นจะช่วยให้เราเข้าใจพระกิตติคุณได้อย่างไร

ใครกำลังจะเริ่มอ่านพระกิตติคุณ หรือ อ่านอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน มาติดตามกันในซีรี่ย์นี้ แล้วรับรองว่าสี่เล่มนี้จะอ่านสนุกกว่าเดิมแน่นอน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

แวะพักตอนนี้สั้นมาก จะบอกว่าช่วงนี้หยุดพักทำตอนใหม่อยู่ ซึ่งตอนใหม่จะเป็นเรื่องวิธีการอ่านพระกิตติคุณ ไปเตรียมอ่านกันมาล่วงหน้าได้ หรือใครเตรียมจะอ่านช่วงปลายปีถึงปีใหม่ก็มาตามฟังซีรี่ย์นี้กันได้ครับ

ตอนต่อไปเป็นวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน มาติดตามกันครับ

View Details

ตัวผมเองครั้งแรกที่เข้าไปเรียน "ปฐมกาล" ก็เข้าไปแบบงงงง ดีที่ว่าเคยอ่านพระคัมภีร์มาเป็นพื้นบ้าง เลยพอตามทันและสนุกจนเรียนไปเรื่อยๆ แต่สำหรับเล่มอื่นๆ ถ้าไม่พอรู้เบื้องหลัง หรือ หัวใจของเล่มนั้นๆ เวลาอ่านก็เป็นเหมือนอ่านให้จบเฉยๆ ยิ่งอ่านยิ่งไม่เข้าใจ จนเบื่อไปเลยเหมือนสมัยก่อน คงจะดี ถ้าเรามีพื้นฐานที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่ก่อนอ่าน เพราะถ้าเราจับหัวใจของแต่ละเล่มได้ ก็จะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ จนเข้าใจพระคัมภีร์ได้มากขึ้นแน่นอน

วันนี้เลยชวนพี่ไช้ มาแนะนำคอร์ส "สัมผัสพระคัมภีร์แบบไทยๆ" คือสัมผัสแบบไทยๆ ที่ว่านั้นหมายถึง การเอาเรื่องสำคัญในแต่ละเล่มมาเรียงกันให้อ่านแบบเป็นสัมผัสเพื่อให้จดจำง่ายขึ้น และเป็นการปูพื้นฐานพระคัมภีร์ใหม่ทั้ง 27 เล่ม

ถึงจะไม่ได้ลงลึก แต่จบคอร์สนี้แล้ว คงพอจะจับทางพระคัมภีร์แต่ละเล่มได้แน่นอน แล้วการอ่านพระคัมภีร์จะสนุกขึ้นครับ ;D

.........................................

"สัมผัสพระคัมภีร์ใหม่แบบไทยๆ" สอนโดย อาจารย์ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสตธรรมเชียงใหม่

คอร์สระยะสั้น ราคา 499 บาท ลิ้งค์สำหรับสมัครลงทะเบียน https://www.ctsthailand.org/online/ .........................................

พระคริสตธรรมเชียงใหม่ Chiang Mai Theological Seminary โทร. 052-005272

View Details

แผนที่ไม่ได้ช่วงแค่พาเราเข้าไป แต่ยังช่วยพาเรากลับออกมาได้ด้วย เปาโล ตั้งใจเรียบเรียงจดหมายฝากเป็นอย่างดี ตั้งแต่การเกริ่นนำในหัวจดหมาย ผ่านย่อหน้าด้วยความห่วงใย จนถึงการวางโครงสร้างที่นำไปสู่จุดมุ่งหมายของเนื้อหาในแต่ละฉบับ

หากเราเข้าใจโครงสร้างที่ตั้งใจวางไว้ เราจะไม่อ่านพระคัมภีร์แล้วหลงทาง เดินเข้าไปแล้วกลับออกมาด้วยความงงงวยแน่นอน .......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

คนที่จะแบ่งย่อหน้าได้ดีที่สุด ก็คือผู้อ่านอย่างเราๆนี่แหละ ที่อ่านไปก็สังเกตกันไป

มาติดตามกับตัวอย่างที่สอง คือ โคโลสี และ ตัวอย่างสุดท้ายคือ ฟิเลโมน ซึ่งถ้าเราอ่านตามติดเป็นย่อหน้า เราจะเห็นได้ว่า ฟิเลโมน ไม่ได้เป็นแค่จดหมายเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นศาสนศาสตร์ที่ลึกซึ้ง และไม่ได้ท้าทายแค่ฟิเลโมน แต่ท้าทายความเชื่อของเราด้วยเช่นกัน

มาลองอ่านไปด้วยกันนะ

......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

เราอาจเข้าใจว่า โครินธ์พูดเรื่องความรัก กาลาเทียเรื่องผลของพระวิญญาณ และ โคโลสี คือ งานแต่งงาน เพียงเพราะเราหยิบข้อพระคัมภีร์บางข้อมาใช้

เราอาจถนัดอ่านพระคัมภีร์แบบเป็นข้อ เพื่อยกมาใช้ จนอาจพลาดไปไม่เห็นบริบท เรื่องราว ที่อยู่ในช่วงนั้นๆ

ในตอนนี้เราจะมาลองอ่านกันเป็นก้อนๆ เป็นช่วงๆ เป็นย่อหน้าของเนื้อหา เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของลำดับความคิดของ เปาโล ที่ต้องการสื่อเอาไว้

แล้วการอ่านพระคัมภีร์ของเราจะไม่เหมือนเก่า และ สนุกกว่าเดิมแน่นอน

......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ครึ่งหลังของตอนนี้จะมาฟังตัวอย่างในฉบับสั้นอย่าง ฟิเลโมน ที่เปิดเพลินๆอาจไม่เจอเพราะสั้นมาก กับ โรม จดหมายฉบับยาว ที่อ่านทั้งเล่มคงไม่จบในตอนนี้ แต่การเข้าใจหัวจดหมาย ก็พอทำให้รู้ว่า กรอบเรื่อง ของจดหมายฉบับนี้กำลังจะพูดเรื่องอะไร

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

หัวจดหมาย ที่แม้จะเป็นเหมือนธรรมเนียมในการเขียน แต่สำหรับจดหมายของเปาโล ธรรมเนียมการเขียนที่ปรกตินี้กลายเป็นการเตรียมผู้อ่านเพื่อเข้าสู่ประเด็นสำคัญไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าเราสังเกตหัวจดหมาย ก็จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าจดหมายแต่ละฉบับนั้นกำลังจะนำไปสู่เรื่องอะไร

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

มาฟังกันต่อในครึ่งหลัง โคโลสี และ ฟีเลโมน

ที่จะรู้ว่า จดหมายฝากไม่ได้เพียงแค่เป็นจดหมายตักเตือน แต่ยังสะท้อนถึงเรื่องราวที่สำคัญ คือ ความเข้าใจต่อข่าวประเสริฐ และ การตอบสนองต่อข่าวประเสริฐนั้น จาก ผู้ที่ได้รับจดหมายฝากของเปาโล .......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

อ่านจดหมายฝากยังไงให้รู้เรื่องดี ตอนแรกนี้พบกับวิธี Mirror Reading เหมือนมองกระจกย้อนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อจะได้เข้าใจคร่าวๆถึงบริบทในช่วงเวลานั้น

ในตอนนี้จะยกตัวอย่างจากจดหมายสั้นๆสามฉบับ ฟิลิปปี โคโลสี ฟิลีโมน แล้วมาฟังกันว่าการเข้าใจบริบทช่วยให้เราเข้าใจพระคัมภีร์มากขึ้นได้อย่างไร

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

บางที เราอ่านเป็น "คัมภีร์" โดยลืมไปว่ามันเป็น "จดหมาย" เลยพลาดที่จะเห็นหัวใจของผู้เขียน ซึ่งทำให้พลาดที่จะเห็นใจความสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับศาสนศาตร์ไปด้วย

และ เปาโล ไม่ได้เขียน จดหมายแบบคิดได้ก็เขียน แต่ค่อยๆบรรจง เรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ จนเป็นจดหมายฝากหลายฉบับ

ที่ไม่ได้เป็นจดหมายเพียงเพื่อแก้ปัญหา ณ เวลานั้น แต่ยังเป็นจดหมายที่ตรงมาถึงเราทุกคนในปัจจุบันอีกด้วย

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

บางที เราอ่านเป็น "คัมภีร์" โดยลืมไปว่ามันเป็น "จดหมาย" เลยพลาดที่จะเห็นหัวใจของผู้เขียน ซึ่งทำให้พลาดที่จะเห็นใจความสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับศาสนศาตร์ไปด้วย

และ เปาโล ไม่ได้เขียน จดหมายแบบคิดได้ก็เขียน แต่ค่อยๆบรรจง เรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ จนเป็นจดหมายฝากหลายฉบับ

ที่ไม่ได้เป็นจดหมายเพียงเพื่อแก้ปัญหา ณ เวลานั้น แต่ยังเป็นจดหมายที่ตรงมาถึงเราทุกคนในปัจจุบันอีกด้วย

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ถ้าสังเกตดีๆ เนื้อหาเกินกว่าครึ่งในพระคัมภีร์ใหม่เป็นจดหมายฝาก

พระเจ้าคงไม่ได้มาบอกกับเปาโลว่า เนี่ยต่อไปจดหมายที่เขียนจะถูกใช้เป็นพระคัมภีร์นะ ตั้งใจเขียนหน่อย และ เปาโล คงไม่ได้บรรจงเขียนเพราะตั้งใจจะรวบรวมให้เป็นคัมภีร์ด้วยเช่นเดียวกัน

แล้วทำไมถึงต้องเป็น "จดหมาย"?

จดหมายมีรูปแบบที่น่าสนใจยังไง?

มาคุยกันในตอนนี้กันก่อน เพื่อหาที่มาที่ไป ก่อนจะเข้าสู่ซีรี่ย์ การอ่านพระคัมภีร์ตอนใหม่ ในเรื่อง "วิธีการอ่าน จดหมายฝาก"

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ถ้าสังเกตดีๆ เนื้อหาเกินกว่าครึ่งในพระคัมภีร์ใหม่เป็นจดหมายฝาก

พระเจ้าคงไม่ได้มาบอกกับเปาโลว่า เนี่ยต่อไปจดหมายที่เขียนจะถูกใช้เป็นพระคัมภีร์นะ ตั้งใจเขียนหน่อย และ เปาโล คงไม่ได้บรรจงเขียนเพราะตั้งใจจะรวบรวมให้เป็นคัมภีร์ด้วยเช่นเดียวกัน

แล้วทำไมถึงต้องเป็น "จดหมาย"?

จดหมายมีรูปแบบที่น่าสนใจยังไง?

มาคุยกันในตอนนี้กันก่อน เพื่อหาที่มาที่ไป ก่อนจะเข้าสู่ซีรี่ย์ การอ่านพระคัมภีร์ตอนใหม่ ในเรื่อง "วิธีการอ่าน จดหมายฝาก"

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

แวะพักชวนคุยก่อนจะไปซีรี่ย์ถัดไป คือ จดหมายฝาก

เมื่อก่อนผมเองอ่านจดหมายฝากเป็นเหมือนเรื่องราวในอดีต หยิบเอาข้อพระคัมภีร์สั้นๆมาหนุนใจ แบ่งปัน โดยไม่เคยเห็นเลยว่าแต่ละฉบับนั้นถูกร้อยเรียงเป็นอย่างดี และมีความหมายลึกซึ้ง ทั้งความรู้สึก และ ศาสนศาสตร์

แต่ก่อนจะไปซีรี่ย์ถัดไปวันนี้ผมได้มีโอกาสชวน อ.ธนิต คุยในมุมกลับ ปกติ คนฟัง ก็ฟังเพลินๆสนุก แต่คนเตรียมมาเล่าอย่าง อ.ธนิต ก็สนุก และ ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับเราเช่นกัน สนุกยังไงก็มาลองฟังกันดู

อีกส่วนที่สำคัญ คือ ตัวผมเองมองพระคัมภีร์เปลี่ยนไป เหมือนตัวอย่าง สาวกที่เดินไปเอมมาอูส เคยได้ยิน เคยโตมาในโบสถ์ พระคัมภีร์ก็อ่านแล้ว คิดว่าเข้าใจแล้ว จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนให้มองต่างไป คือการได้ไปเรียนคอร์ส ปฐมกาล สั้นๆ

ตั้งแต่นั้นเลยเกิดรายการนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่า ก็คงมีบางคนที่รู้สึก คิด แบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ จนอาจพบกับจุดเปลี่ยนถ้าได้ฟังว่าจริงๆแล้วพระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร

ส่วนการเทคคอร์ส ลงเรียน ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนได้เหมือนกัน ผมเลยแนบลิ้งค์มาในส่วนล่าง ถ้าสนใจอยากลองเรียน อย่างเช่นวิชา การตีความ ที่เรียนแล้ว เราอาจเลิกพูดกันว่า "แล้วแต่จะตีความ" ไปเลยก็ได้ ถ้าเรามีหลักการที่ถูกต้อง

สำหรับคนที่สนใจอยากลองเรียนคอร์สออนไลน์ เรียนสดจากที่บ้าน ตามต่อได้ที่ลิ้งค์นี้

https://www.ctsthailand.org/th/

วิชาที่กำลังจะเปิดสอน 31 ตุลาคม - 10 มีนาคม

View Details

แวะพักชวนคุยก่อนจะไปซีรี่ย์ถัดไป คือ จดหมายฝาก

เมื่อก่อนผมเองอ่านจดหมายฝากเป็นเหมือนเรื่องราวในอดีต หยิบเอาข้อพระคัมภีร์สั้นๆมาหนุนใจ แบ่งปัน โดยไม่เคยเห็นเลยว่าแต่ละฉบับนั้นถูกร้อยเรียงเป็นอย่างดี และมีความหมายลึกซึ้ง ทั้งความรู้สึก และ ศาสนศาสตร์

แต่ก่อนจะไปซีรี่ย์ถัดไปวันนี้ผมได้มีโอกาสชวน อ.ธนิต คุยในมุมกลับ ปกติ คนฟัง ก็ฟังเพลินๆสนุก แต่คนเตรียมมาเล่าอย่าง อ.ธนิต ก็สนุก และ ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับเราเช่นกัน สนุกยังไงก็มาลองฟังกันดู

อีกส่วนที่สำคัญ คือ ตัวผมเองมองพระคัมภีร์เปลี่ยนไป เหมือนตัวอย่าง สาวกที่เดินไปเอมมาอูส เคยได้ยิน เคยโตมาในโบสถ์ พระคัมภีร์ก็อ่านแล้ว คิดว่าเข้าใจแล้ว จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนให้มองต่างไป คือการได้ไปเรียนคอร์ส ปฐมกาล สั้นๆ

ตั้งแต่นั้นเลยเกิดรายการนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่า ก็คงมีบางคนที่รู้สึก คิด แบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ จนอาจพบกับจุดเปลี่ยนถ้าได้ฟังว่าจริงๆแล้วพระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร

ส่วนการเทคคอร์ส ลงเรียน ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนได้เหมือนกัน ผมเลยแนบลิ้งค์มาในส่วนล่าง ถ้าสนใจอยากลองเรียน อย่างเช่นวิชา การตีความ ที่เรียนแล้ว เราอาจเลิกพูดกันว่า "แล้วแต่จะตีความ" ไปเลยก็ได้ ถ้าเรามีหลักการที่ถูกต้อง

สำหรับคนที่สนใจอยากลองเรียนคอร์สออนไลน์ เรียนสดจากที่บ้าน ตามต่อได้ที่ลิ้งค์นี้

https://www.ctsthailand.org/th/

วิชาที่กำลังจะเปิดสอน 31 ตุลาคม - 10 มีนาคม

View Details

"จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง"

ปญจ 12:13

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

"จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง"

ปญจ 12:13

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สุภาษิต ปัญญาจารย์ โยบ วรรณกรรมภูมิปัญญา ทั้งสามเล่มที่ได้ฟังไป ไม่ได้อยู่กันแบบโดดๆ แต่ยังถูกร้อยให้เป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับตอนนี้มาติดตามกันว่าทั้งสามเล่ม สามารถอ่านให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร กับบทสรุปในตอนนี้

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สุภาษิต ปัญญาจารย์ โยบ วรรณกรรมภูมิปัญญา ทั้งสามเล่มที่ได้ฟังไป ไม่ได้อยู่กันแบบโดดๆ แต่ยังถูกร้อยให้เป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับตอนนี้มาติดตามกันว่าทั้งสามเล่ม สามารถอ่านให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร กับบทสรุปในตอนนี้

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สมการของภรรยาโยบ ก็รู้ว่าโยบไม่ผิด แต่โยบต้องทนทุกข์ ดังนั้นพระเจ้านั่นแหละที่ผิด

ส่วนเพื่อนโยบนั้นเชื่อว่า พระเจ้าไม่ผิด แต่โยบต้องทนทุกข์ แสดงว่า โยบต้องทำอะไรผิดแน่ๆ

โยบรู้ตัวเองดี และ โยบเริ่มตั้งคำถาม

พระเจ้าสร้างโลกนี้ด้วยความเข้าใจจริงๆหรือ?

พระเจ้ายุติธรรมจริงไหม?

ว่าแต่ว่า

แล้ว สมการของพระเจ้า คืออะไร?

มาตามต่อกันในครึ่งหลัง สมการของพระเจ้า และ คำถามที่ใหญ่ที่สุดในเล่มนี้ ความ "เปล่าๆ?" คืออะไร

คำที่จะไข และ วกกลับมาถามตัวเราเองในที่สุด

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

โยบ

เป็นคู่มือสำหรับอ่านเมื่อประสบความทุกข์​ เพราะ เราเห็นว่าโยบเจออะไรมาหนักเหลือเกิน?

หรือ ถ้าเราต้องเจอความทุกข์ เราก็แค่ยอมรับๆไปอย่างสัตย์ซื่อ ไม่ต้องถาม แล้วเชื่อว่าพระเจ้าจะอวยพรคืน "สองเท่า" เช่นเดียวกับโยบ?

แต่ดูเหมือนว่าพระธรรมโยบจะไม่ใช่การเป็นคู่มือการเผชิญทุกข์ เพราะอ่านจนจบก็ไม่พบวิธีแก้ และคำถามที่ใหญ่กว่าความทุกข์ ก็ไปไกลกว่านั้น

"โยบ รักพระเจ้า เปล่าๆ หรือ?"

มาตามกันต่อในตอนนี้ ตอนที่จะค่อยๆคลี่วิธีอ่านโยบ ให้พบว่าแท้จริงแล้ว โยบ กำลังจะบอกอะไร และ คำถามที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คืออะไร พบกับรายการตอนนี้ได้ใน "โยบ"

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

"มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์...

...พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์ด้วย แต่มนุษย์ยังค้นไม่พบว่า พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดท้าย

บทสรุปของพระธรรมปัญญาจารย์ ที่พาเราไปไกลกว่าใต้ดวงอาทิตย์ และ เกินกว่าความตาย

จุดเปลี่ยนแห่งอนิจจังชีวิต ไปสู่เส้นทางแห่งความหวัง

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate/

View Details

"มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์..."

ปัญญาจารย์ผู้มีสเตตัสระดับพระราชา สามารถเข้าถึงความรู้ อำนาจ และ ความมั่งคั่ง ผู้ได้ทดลองแสวงหาทุกอย่างที่จะมีความสุขได้ แต่ก็มาจบพบกับคำตอบที่ว่า “กินลมกินแล้ง” และพบว่าชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ใต้ดวงอาทิตย์ ถ้าสรุปง่ายๆตามมุมมองของปัญญาจารย์แล้ว อาจสรุปแบบบ้านๆว่าความสุขที่ดูจะไม่รบกวนใครที่สุดนั้นคือ ทำงานให้หนักแล้วจบที่หมูกะทะ...

ถ้าเป็นอย่างนั้น พระคัมภีร์ ปัญญาจารย์ กำลังสอนให้เราเรียนรู้เรื่อง “อนิจจัง”

คือทุกส่ิงไม่เที่ยง ให้ทำใจยอมรับ ปลง และ กินดื่มให้เต็มที่ก็พอ อย่างนั้นหรือ

หรือมีอะไรมากกว่านั้น?

ลองมาติดตามกันได้ในตอนนี้ แล้วจะพบว่า ชีวิตไม่ได้จบที่ความอนิจจัง ความสิ้นหวัง และที่สำคัญ มันมีอะไรมากกว่าที่ปัญญาจารย์ได้บอกเราไว้...

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ครึ่งหลังของพระธรรมสุภาษิต เราจะมาฟังกันว่า ทำไมเราต้องมีปัญญา แล้ว กลุ่มเป้าหมายของวรรณกรรมภูมิปัญญาคือใคร

ที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้เรากลายเป็นคนที่มีปัญญา

" ถ้าเจ้าร้องหาความรอบรู้ และ เปล่งเสียงของเจ้าหาความเข้าใจ

ถ้าเจ้าแสวงหาปัญญาดุจหาเงิน และ เสาะหาปัญญาอย่างหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้

นั่นแหละ เจ้าจะเข้าใจ

.... ความยำเกรงพระเจ้า"

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ที่ไหนๆใดๆในโลกก็ล้วนมี สำนวน มีภาษิต เป็นประโยคสั้นๆง่ายๆเอาไว้เตือนสติ มีไว้ให้ฉุกคิดเวลาดำเนินชีวิต แล้วใช้ภาษิตอย่างอื่นไม่ได้หรือ? หรือ เป็นแค่หนังสือรวบรวมภาษิตภูมิปัญญาชาวบ้าน?

ถ้าเป็นแค่นั้น ทำไม สุภาษิต ถึงเป็นพระคัมภีร์

ในซีรี่ย์นี้เราจะมาฟังกันว่า วรรณกรรมภูมิปัญญา ที่อ่านแล้วปลง อ่านแล้วชวนหลับ แถมเนื้อหาก็ไม่ได้อลังการอ่านสนุก ไม่มีการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่เหมือนอพยพ ผู้เผยพระวจนะ ไม่มีฉากสงครามการต่อสู้อย่างในผู้วินิจฉัยหรือพงษ์กษัตริย์

แต่กลับมีเนื้อหาที่สำคัญมาถึงเราๆทุกคน มาฟังกันแล้วจะรู้ว่า สามเล่มนี้อ่านสนุก ลึกซึ้ง ชวนคิด และ ที่สำคัญ สามเล่มนี้จะอ่านรวมกันได้อย่างไร

มาติดตามกันในซีรี่ย์ วรรณกรรมภูมิปัญญากันครับ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ผู้เขียนสดุดี แยกเป็นเล่มๆ

บรรพ 1 จำนวน 41 บท ดาวิดเขียน 37 บท ไม่ระบุ 4 บท

บรรพ 2 จำนวน 31 บท ดาวิดเขียน 18 บท โคราห์ 7 บท ซาโลมอน 1 บท อาสาฟ 1 บท ไม่ระบึ 4 บท

บรรพ 3 จำนวน 17 บท อาสาฟ 11 โคราห์ 3 เอธาน 1 เธมาน 1 ดาวิด 1

บรรพ 4 จำนวน 17 บท โมเสส เป็นบทแรก ไม่ระบุ 14 ดาวิด 2

บรรพ 5 จำนวน 44 บท ไม่ระบุ 28 ดาวิด 15 บท

ลำดับเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอย่างไรในสดุดี ตามต่อกันได้ในตอนนี้ครับ แล้วจะอ่านสดุดีสนุกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สดุดี 5 เล่ม 150 บท ถูกรวบรวมเป็นพันปี แต่อ่านให้เป็นเล่มเดียวได้ยังไง

มาติดตามกันได้ในตอนนี้ครับ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ทำไมสดุดีมี 150 บท ทำไมบทที่ 119 ที่ยาวที่สุด ถึงมี 176 ข้อ รู้ไหมว่ามันมีที่มาที่ไปไม่ใช่แค่อยากเขียนเลยยาวๆไม่จบซักทีนะ

มาติดตามกันในช่วงที่สองของหนังสือสดุดีกัน

.....................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ทำไมแต่ละข้อมันโดนใจจัง พระธรรมสดุดีเลยถูกหยิบมาใช้บ่อยๆ เปิดอะไรโดนใจก็เอามาใช้

แต่รู้หรือไม่ว่าเนื้อหาแต่ละข้อ ถูกร้อยรวมกันในแต่ละย่อหน้า แต่ละย่อหน้าเป็นเรื่องเดียวกันกับบท

และ ถึงเราจะรู้ว่าสดุดีแบ่งเป็น 5 เล่มใหญ่ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งหมดถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน?

อ่านสดุดี 150 บท เป็นเรื่องเดียวได้!!

แล้วอ่านยังไง สดุดีกำลังจะบอกอะไร มาติดตามได้กันในตอนนี้

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ไม่ว่าจะลุก หรือ จะนั่ง ไม่ได้หมายถึงแค่ตอนนั่งหรือตอนลุก แต่หมายถึงตลอดเวลา หรือ ตะวันออกไกลจากตะวันตกไม่ได้หมายถึงระยะทั้งหมด เช่นเดียวกับ ผลไม้ในปฐมกาล ที่กินแล้วจะรู้ดีรู้ชั่ว ไม่ได้ความว่ารู้ดีรู้ชั่ว แต่หมายถึง รู้ทั้งหมด หรือ เป็นเช่นพระเจ้า!!

นี่แค่ตัวอย่างรูปแบบภาษาภาพเพียงอย่างเดียว ยังมีตัวอย่างอีกมากมายให้ไปติดตามฟังกัน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ในยุคที่ผู้คนยังส่งต่อบทเรียน ความรู้สึก ผ่านกลอน และ บทเพลง การใช้ภาษาภาพได้เปลี่ยนภาษา ให้กลายเป็นภาพในความคิด เปลี่ยนความคิดให้เป็นถ้อยคำสู่หัวใจ

ในตอนนี้จะพามาฟัง ภาษาภาพในพระคัมภีร์ ฟังไปคิดภาพตามไปด้วยกันนะครับ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ตัวอย่างรูปแบบเฉพาะเจาะจงของกวีนิพนธ์ การเข้าใจโครงสร้าง จะช่วยให้เราอ่านพระคัมภีร์ได้สนุกขึ้น

พระคัมภีร์แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่เปิดไว้ให้เราแสดงความรู้สึกอย่างจริงใจกับพระเจ้า นั่นทำให้เรารู้ว่า ความคิด ความรู้สึกของเรานั้น พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งหรือรังเกียจเลย แต่พระองค์สนใจต่อความรู้สึกที่เรากำลังเผชิญนั้น และ บอกกับพระองค์อย่างจริงใจ และเปิดเผย เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า

กวีนิพนธ์ยังเป็นกระจกสะท้อนตัวเรา ไม่ใช่แค่เราอ่านพระคัมภีร์ให้รู้เรื่อง แต่พระคัมภีร์กำลังอ่านเรากลับ เพื่อที่จะรู้จักตัวเราเองเช่นกัน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

เรายังคงอยู่กับซีรี่ย์ "การอ่านพระคัมภีร์" สำหรับช่วงนี้จะเป็นการ อ่านกวีนิพนธ์

นอกจากเรื่องเล่าแล้ว ยังมีเนื้อหาแบบบทกวีในพระคัมภีร์ด้วย แล้วทำไมต้องใช้บทกวี? บทกวีทำหน้าที่อะไร สำคัญยังไง เขียนเล่าเรื่องเหมือนตอนอื่นๆไม่ได้หรือ?

มาฟังกันกับพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับในตอนนี้ ว่ากวีนิพนธ์คืออะไร ทำไมถึงเป็นส่วนสำคัญ และ กลายมาเป็นข้อพระคัมภีร์ที่แตะใจจนหลายคนต้องยกขึ้นมาใช้บ่อยๆ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ปัญญาจารย์พูดว่าอนิจจัง อนิจจัง จนเราอาจคิดว่ามีแต่เรื่องอนิจจัง แต่ความหมายกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะมีมุมมองอื่นที่วางไว้แค่เราอาจผ่านเลยไปจนพลาดเป้าหมายที่แท้จริง

ส่วนเรื่องของโยบก็คุยกันไปมา แต่เนื้อหาไม่ได้พุ่งไปที่ความทุกข์ยาก หากแต่เป็นมุมมองถึง 7 มุมมองที่ซ้อนกันอยู่ในเรื่อง

ตอนสุดท้ายของวิธีการอ่านเรื่องเล่าในพระคัมภีร์ และบทสรุปของวิธีการอ่านเรื่องเล่า ที่จะทำให้เรากลับไปอ่านพระคัมภีร์ไม่เหมือนเดิม

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ในช่วงนี้เราจะมาลองเปิดพระคัมภีร์ไปพร้อมกับตัวอย่างของเรา "โนอาห์" เนื้อเรื่องที่เราชอบอ่านบ่อยๆแต่ไม่เคยมองเห็นถึงโครงสร้างสำคัญ ที่ทำให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ตอนนี้ได้มากขึ้น

View Details

ช่วงที่สองของเรื่อง Style เราจะมาเน้นกันที่ โครงสร้าง แล้วเราจะพบว่าพระคัมภีร์แต่ละตอนมีการวางโครงสร้าง อย่างประณีต และสวยงาม เพราะผู้เขียนต้องการจะส่งความหมายสำคัญในเรื่องของศาสนศาสตร์ให้ผู้อ่านอย่างบรรจง

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

เวลาไปห้างฯบางคนอาจหลงทางในตึก นั่นก็เพราะเราบางทีเราอาจไม่รู้ที่รู้ทาง ไม่รู้โครงสร้างว่าต้องไปทางไหน

สำหรับตอนนี้เราจะมาดูกันว่า การเข้าใจโครงสร้างต่างๆในการเขียน ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาในพระคัมภีร์ได้อย่างไร

ส่วนเรื่องทางเทคนิคเสียงในตอนนี้อาจฟังดูแปลกๆหน่อยเพราะเราต้องใส่แมสไปด้วยระหว่างการอัด เพราะอัดในช่วงที่สถานการณ์การระบาดกำลังเพิ่มขึ้นพอดี

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ตอนสุดท้ายในเรื่องของคาแรคเตอร์ กับตอนจบที่หลายครั้งเราอาจมองข้ามไป!!!

มาตามกันได้ในช่วงสุดท้ายของตอนนี้กันค่ะ

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อการแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

เราเคยได้ยินมาว่า

กิเดโอนขอการทรงนำ ให้ขนแกะเปียกแต่พื้นแห้ง เพราะขาดความมั่นใจ แต่รู้ไหมที่จริงแล้วเขาไม่อยากไปตามที่พระเจ้าบอก!!!

นาโอมีดูมีบทบาททำหลายอย่าง แต่พระคัมภีร์เล่มนั้นกลับชื่อ นางรูธ! และแม้จะดูเหมือนไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่บทบาทนางรูธกลับเป็นเรื่องที่สำคัญสุดๆที่ขาดไม่ได้!!!

หรือ เรื่องของดาวิดกับยักษ์ใหญ่โกไลแอท

ที่เรามักจะได้ยินการสอนต่อๆมาว่าให้เอาชนะปัญหาด้วยความเชื่อ แต่ หนังสติ๊ก ไม้เท้า และ การเผชิญหน้ากับโกไลแอทของดาวิด ที่บันทึกไว้กำลังนำไปสู่ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่า ซึ่งแม้แต่โกไลแอทก็เข้าใจ จนต้องตวาดใส่ดาวิดด้วยความโมโหว่า "นี่เห็นเราเป็นหมาเหรอ!!!"

พอดแคสตอนนี้ยังคงอยู่กับการเรียนรู้คนในพระคัมภีร์ คุณลักษณะภายนอก ภายใน และ บทบาท ทั้งหมดนี้เขียนเอาไว้ในพระคัมภีร์อยู่แล้วเพียงแต่เราอาจไม่สังเกต ลองมาฟังกัน แล้วการอ่านพระคัมภีร์สนุกยิ่งๆกว่าเดิม

......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อ

การแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

ดาวิดผิวแดง รูปงาม ซาอูลสูงกว่าคนทั่วไปกว่าไหล่ เอฮูดถนัดซ้าย WAT!! เรื่องแบบนี้พระคัมภีร์จะใส่เข้ามาทำไม หรือ ชื่อที่มีความหมายแปลกๆ อย่างเอเบล แปลว่าไอน้ำ เพราะโผล่มาแป๊บเดียว? ยาโคบ แปลว่า ฉกฉวย หรือ ขโมยนั่นแหละ แล้วยังมี อิสอัค ที่แปลว่า เขาหัวเราะอีก นี่เขาตั้งชื่อกันแบบนี้จริงๆ หรือ อันที่จริงมีความหมายอะไรมากกว่านั้น?

ในตอนนี้เราจะมาตามฟังกันว่า การเข้าใจบทบรรยายบุคคลในพระคัมภีร์ ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวมากขึ้นได้อย่างไร ฟังแล้วจะรู้ว่า มีหลายครั้งที่เราอ่าน แต่ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่ารายละเอียดเล็กๆเหล่านี้มีความหมายมากมายกว่าที่เราเคยรู้

และเพราะตอนนี้มีความยาวมาก เราจะแบ่งเป็นสองตอน ฟังกันให้จุใจไปเลย

สำหรับตอนแรกนี้ เราจะมาดูกันว่า Setting หรือ ฉากของเรื่อง มีส่วนให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ตอนนั้นมากขึ้นได้ยังไง แล้วจะพบว่า รายละเอียดที่เรามักเผลอข้าม ที่จริงแล้วกลับเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ได้มากขึ้นทีเดียว

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

โยบไม่ได้พูดเรื่องปัญหาของความเจ็บป่วย หรือ การอวยพร

เรื่องราวของยาโคบก็ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอิสราเอล

แต่ถ้าเรามองเห็นโครงเรื่องเราจะได้คำตอบ

ตอนนี้เราจะมาดู "โครงเรื่อง" ว่าการมองเห็นโครงของเรื่องทำให้เราเข้าใจพระคัมภีร์มากขึ้นได้ยังไง

หากชาวชูใจสงสัยมีคำถาม ส่งความสงสัยมาให้เราตอบได้เลย

แล้วเราจะได้สนุกไปด้วยกันกับการอ่านพระคัมภีร์

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อ

การแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

สำหรับตอนแรกนี้ เราจะมาดูกันว่า Setting หรือ ฉากของเรื่อง มีส่วนให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ตอนนั้นมากขึ้นได้ยังไง แล้วจะพบว่า รายละเอียดที่เรามักเผลอข้าม ที่จริงแล้วกลับเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ได้มากขึ้นทีเดียว

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน

การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ

ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย

การอธิษฐานเผื่อ

การแชร์บทความ

และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

View Details

พระคัมภีร์เป็นแค่เรื่องเล่าเป็นเรื่องที่แค่เอามาประกอบกันเท่านั้นเหรอ? อ่านแล้วก็สนุกดี แต่บางตอนอ่านก็งงไม่เข้าใจว่าใส่ไว้ทำไม? หรืออ่านไปเถอะ เดี๋ยวตีความเอาตามแต่ที่เราแต่ละคนได้?

หรือ เราควรจะมีวิธีการยังไงให้รู้เรื่องและเข้าใจกับเรื่องเล่าในพระคัมภีร์ให้มากขึ้น!

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับซีรี่ย์นี้ อ.ธนิต จะมาช่วยแนะนำวิธีการอ่านพระคัมภีร์

โดยเริ่มจากวิธีการอ่าน “เรื่องเล่า” ซึ่งเป็นส่วนที่มีเยอะมากในพระคัมภีร์

แล้วเราจะอ่านพระคัมภีร์สนุกกว่าเดิมแน่นอน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์

ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

ตอนนี้ผมได้มีโอกาสพิเศษได้สัมภาษณ์ อ.นิติเชษฐ์ หรือ พี่เชษฐ์ ผู้มีประสบการณ์ในงานรับใช้กว่า 50 ปี

เนื่องจากตอนนี้พี่เชษฐ์ได้เกษียณแล้ว แต่ไม่อยากให้ประสบการณ์หรือแนวคิดในการรับใช้ที่ผ่านมาตลอดนั้นหายไปทั้งเรื่องดีและไม่ดี จึงอยากแบ่งปันและแนวคิดเพื่อไม่ให้ผู้รับใช้รุ่นใหม่ต้องวนไปงมเข็มให้เสียเวลากันเปล่าๆ

พี่เชษฐ์ได้เขียนบทความแบ่งปันมุมมองและแนวคิดในการรับใช้ลงใน เพจเฟสบุ๊ค ซึ่งเราสามารถไปตามอ่านกันได้นะครับ

https://web.facebook.com/nitichet.blog

และเรื่องราวในตอนนี้มาจากบทความหนึ่งของพี่เชษฐ์ ในตอนที่ชื่อ

เลือกที่จะ...กอดคน หรือ กอดเงิน

https://web.facebook.com/nitichet.blog/photos/a.658639354843532/713395232701277/

ผมเห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์เลยลองมาทำเป็นบทสัมภาษณ์ในตอนนี้ครับ

ลองติดตามดูกันได้ค

View Details

เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา...

คำนี้ได้ยินเป็นประจำเมื่อถึงพิธีมหาสนิท แต่เคยคิดไหมว่าพระเยซูอยากให้เรานึกถึงพระองค์อย่างไร?

พิธีมหาสนิทคล้ายกับพิธีปัสกา แต่พระเยซูได้เปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างให้กลายเป็นพิธีมหาสนิท ขนมปัง น้ำองุ่น ล้วนมีความหมายมากกว่าที่เราคิด

และ ทำไม พระเยซูต้องเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็มตรงกับวันแรกของพิธีปัสกา

มาพบคำตอบกันในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนพิเศษได้ในตอนนี้

..........

View Details

เนื้อหาในตอนนี้

“คนอะไรคุยกับตัวเอง? บ้ารึเปล่า?” เราอาจเคยได้ยินคำถามทำนองนี้ หรือ อาจเคยเห็นตัวร้ายในละครหลังข่าวคิดเสียงดังเป็นฉากๆ ว่าตัวเองจะทำอย่างนั้นจะทำอย่างนี้ การพูดสิ่งที่คิดออกมาเป็นเสียงนั้นเป็นการคุยกับตัวเอง (self-talk) รูปแบบหนึ่ง แม้ว่าอาจจะฟังดูแปลกๆ สำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่ แต่การคุยกับตัวเองเป็นสิ่งปกติในขั้นตอนพัฒนาการการเติบโตของมนุษย์เรา ซึ่งพบมากในตอนที่เรายังเป็นเด็ก และแม้ว่าจะโตแล้วแต่การพูดกับตัวเองนั้นสำคัญมาก และเป็นเคล็ดลับในการจัดระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับชีวิตของเราอีกด้วย

วันนี้สวัสดีชาวโลก ชวนเรามา ทำความเข้าใจ โลกของคนชอบพูดกับตัวเองกัน ว่ามันเป็นยังไง และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

__________________________________________

  1. ทำไมคนเราถึงคุยกับตัวเอง [นาทีที่ 2.00]

ศ.พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ได้พูดเอาไว้ใน รายการปั้นใหม่ ทาง YouTube โดยสรุปว่า

การคุยกับตัวเองเป็นสิ่งธรรมดาที่เราทุกคนมักทำแต่เราอาจไม่ได้คิดว่ามันมีประโยชน์ยังไง เวลาเห็นเด็กๆ กำลังเล่นแล้วคุยกับตัวเอง พ่อแม่หลายคนอาจสงสัยว่าที่ลูกพูดกับตัวเองนี่ปกติรึเปล่า คุณหมอบอกว่าคนเราเมื่อยังเล็กๆ เราต่างก็มีความคิด แต่ยังคิดในใจไม่เป็น ดังนั้นในตอนเล็กๆ เราจึงมีเสียงพูดกับตัวเองว่าเราน่าจะทำอันนี้ดีกว่าทำอันนั้นดีกว่า หรือพูดกับตัวเองในเชิงของการเลียนแบบคำสั่งของพ่อแม่ออกมาเป็นคำพูดของตัวเอง

พอคนเราโตขึ้นไปอีก เราก็จะเริ่มมีความคิดในหัวสมอง (internalize thought) หรือมีบทสนทนากับตัวเองในเชิง Inner dialog และไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงออกมาอีก (แต่บางคนก็เปล่งเสียงออกมาอยู่) เมื่อโตขึ้นเราก็จะมีโลกส่วนตัว (โลกในหัวของเรา) สิ่งต่างๆ ในโลกส่วนตัวถ้าเราจัดการมันได้ดี ปัญหาต่างๆ ก็จะถูกแก้ไขไปด้วยดีด้วยนั่นเอง

  1. การพูดกับตัวเองส่งผลกับตัวเรามากแค่ไหน? [นาทีที่ 4.00]

“ความตายความเป็นอยู่ที่อำนาจของลิ้น และบรรดาผู้ที่รักมันก็จะกินผลของมัน” - สุภาษิต 18:21

พระคัมภีร์ของชาวคริสต์ได้พูดเอาไว้ถึงพลังของคำพูดที่สามารถกำหนดความเป็นความตาย ถ้อยคำอ่อนหวานนั้นเหมือนรวงผึ้งที่เป็นคุณแก่ร่างกาย (สุภาษิต 16:24) ในขณะที่ถ้อยคำเผ็ดร้อนเปรียบได้ดังกับไฟเผาใจเพราะลิ้นนั้นเป็นดั่งไฟ (ยากอบ 3:6) แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและอำนาจของคำพูด

คำพูดนั้นมีอำนาจและทรงพลัง เมื่อดังออกจากปากเข้าสู่หูก็จะส่งผลให้สมองคิดตามและเกิดผลกระทบด้านพฤติกรรมต่อผู้ฟัง หากเราฟังคำพูดจากคนรอบข้างๆ ซ้ำ เราอาจจะ “เชื่อ” คำพูดเหล่านั้นในที่สุดมันก็ส่งผลต่อเรา ในทำนองเดียวกันคำพูดที่เราพูดกับตัวเองทุกวันๆ ก็ส่งผลต่อความรู้สึก นึกคิด และการกระทำของเรา โดยบางทีเราก็ไม่รู้ตัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นไม่ว่ายังไงคนเราก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อตัวเองมากกว่าคนอื่น และเสียงจากข้างในนั้น ไม่ได้พุ่งออกจากปากผ่านอากาศเข้าสู่รูหู แต่วนๆ เวียนๆ อยู่ในสมองของเราโดยจำเป็นต้องไม่ผ่านตัวกลางใดๆ คำพูดที่เราพูดกับตัวเองจึงส่งผลต่อเราได้มาก

เมื่อเราพูดกับตัวเองทุกๆ วัน ความคิดในหัว (internalize thought) และ บทสนทนากับตัวเอง(Inner dialog) ในเชิงลบมันก็จะกัดกินใจข้างในทุกวันไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

  1. ฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก [นาทีที่ 8.00]

ถ้าเราพูดกับตัวเองในเชิงบวก ในเชิงที่สร้างความหวัง ก็จะส่งผลให้เรามีกำลัง จัดการกับเรื่องอึดอัดใจได้ดี แต่ถ้าพูดกับตัวเองในเชิงลบ ก็จะทำให้ยิ่งปัญหายิ่งเกิดขึ้น การพูดกับตัวเองเชิงบวกจะทำให้เรามีกำลังใจ หาทางออกได้ อีกทั้งยังเป็นระบายความเครียดออกไปและช่วยให้ไม่วุ่นวายใจ

ในสถานการณ์เลวร้ายของชีวิตการฝึกบอกกับตัวเองด้วยข้อความ หรือใส่ความคิดที่ทำให้มีกำลังใจให้กับตัวเอง จะทำให้ไม่เสียใจเกินไป หรือเศร้าเกินไป ถ้าเราฝึกคิดกับตัวเอง หรือใส่ข้อความที่เป็นเชิงบวกลงไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น เราก็จะมีแนวโน้มที่จะพูดกับตัวเองด้วยประโยคที่เราเคยชินนั้น ดังนั้นเราควรเปลี่ยนคำพูดกับตัวเองด้านลบเป็นคำพูดเชิงบวก ด้วยการพูดกับตัวเองอย่างจริงใจ มีเหตุผล ไม่หลอกตัวเอง

เช่น

“มันยากเกินไปฉันทำไม่ได้หรอก” เปลี่ยนเป็น “แม้ว่ามันจะยาก แต่เราต้องทำได้สิ”

“เห็นมั้ย สุดท้ายก็ล้มเหลวตามเคย” เปลี่ยนเป็น “ครั้งนี้เรายังทำไม่ได้ ครั้งหน้าจะทำมันให้ดีขึ้น”

“ฉันมันไม่ดี ฉันมันผิดเอง” เปลี่ยนเป็น “ฉันยังไม่รอบคอบพอ ต่อไปฉันจะต้องรอบคอบมากกว่านี้”

“ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า” เปลี่ยนเป็น “ฉันรู้ว่ายังมีคนที่รักฉันอยู่ และฉันต้องอยู่ให้ได้”

“ฉันมันร้องเพลงเพี้ยน ฉันไม่ควรมานำนมัสการเลย” เปลี่ยนเป็น “ฉันรู้ว่าการร้องเพลงเป็นจุดอ่อนของฉัน ฉันจะฝึกฝนให้มากขึ้นและเลือกเพลงที่ง่ายขึ้น”

สิ่งที่เราพูดกับตัวเองเป็นเพียงการสะท้อนมุมมองของเราต่อสถานการณ์ต่างๆ การฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวกนั้นมีเป้าหมายเพื่อให้เราสามารถเห็นคุณค่าในตัวเองหรือเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ ที่มีอยู่ท่ามกลางปัญหา ไม่ใช่เพื่อการบิดเบือน “ความเป็นจริง” หรือ “การโกหกตัวเอง”

ตัวอย่างบุคคลในประวัติศาสตร์ (นาทีที่ 11.30) แม้ว่าหลายคนจะมองว่า คือ ความพยายามของเขาความล้มเหลว โธมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟ มีมุมมองต่อการทดลองที่ไม่สำเร็จของเขาต่างออกไป

"ผมไม่เคยล้มเหลว ผมแค่พบ 10,000 วิธี ที่ใช้การไม่ได้เท่านั้น" – โทมัส อันวาเอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก

คำพูดของผู้อื่นอาจดูเหมือนคำตัดสินคุณค่าในตัวเรา แต่นั่นก็ไม่สำคัญไปกว่า เราเห็นคุณค่าในตัวเองยังไง ในบทสัมภาษณ์ของ เลดี้ กาก้า นักร้องและศิลปินระดับโลก เธอบอกว่าตัวเธอเองก็เคยถูกคนใกล้ตัวอย่างคนรัก ตัดสินเธอด้วยคำพูดที่ดูถูกดูแคลน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนอย่างคำพูดเหล่านั้นตราบใดที่เธอยังเชื่อในตัวเองอยู่

Lady Gaga Cosmopolitan Magazine Outtakes ฉบับ april 2010

“ฉันเคยมีแฟนคนหนึ่งที่บอกว่าฉันจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ไม่มีทางได้ชิงรางวัลแกรมมี่ ไม่มีทางทำเพลงฮิตและเขาก็หวังว่าฉันจะล้มเหลว ฉันบอกเขาว่า สักวัน (ตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว) เธอจะไม่มีทางดื่มกาแฟที่ร้านนั่นโดยที่ไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าฉัน” – เลดี้กาก้า ในนิตยสาร Cosmopolitan ฉบับ April 2010

ตัวอย่างบุคคลในพระคัมภีร์ที่มีความมั่นคงในตัวเอง เช่น

ดาวิด เชื่อว่า โดยการนำของพระเจ้า ตัวเองจะสามารถล้มยักษ์โกไลแอทได้ แม้ว่าจะไม่มีใครเลยที่เชื่อแบบนั้น ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ดาวิดเลือกที่จะ สรรเสริญพระเจ้าภายในใจของเขา โดยร้องเพลงถึงความดีที่พระองค์ได้กระทำ

  1. การฝึกพูดกับตัวเองเป็นการจัดระบบความคิด [นาทีที่ 15.20]

นอกจากการให้กำลังใจ หรือบั่นทอนกำลังใจของตัวเองด้วยคำพูดแล้ว วิธีที่เราพูดกับตัวเองยังเป็นการจัดระบบความคิดให้กับตัวเองอีกด้วย เช่น การที่เราพูดว่า “วันนี้เหนื่อยจังไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มอ่านหนังสือ” หรือ “วันนี้ฉันจะต้องอ่านหนังสือให้จบให้ได้” ย่อมส่งผลต่างกัน หรือ การพูดกับตัวเองว่า “ฉันจะไม่ยอมเกินเลยกับใครถ้ายังไม่แต่งงาน” กับ “อยากตื่นมาแล้วมีใครอยู่ข้างๆ จัง” ก็ทำให้เกิดการกระทำและการวางตัวที่แตกต่างกัน (ระหว่างดาวิด กับ โยเซฟ ในเรื่องนางบัชเชบา และภรรยาของโปฟิฟาร์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการมีจุดยืนในตัวเอง เพราะนำไปสู่การกระทำที่แตกต่างกันชนิดคนละขั้ว)

  1. ใช้พระคัมภีร์พูดกับตัวเอง และอย่าลืมที่จะพูดกับพระเจ้า [นาทีที่ 16.20]

“ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์” - สดุดี 119:11

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจะพูดกับตัวเองในแง่บวกแบบไหน ชูใจอยากบอกว่า...มีข้อพระคัมภีร์มากมายที่เต็มไปด้วยกำลังใจ ข้อความที่ให้ความหวัง และเพิ่มเติมกำลังใจให้แก่เราทุกคน การสะสมข้อความจากพระคัมภีร์ผ่านการอ่าน หรือฟัง จะช่วยให้เรามีถ้อยคำแห่งการหนุนใจเพื่อใช้สำหรับหนุนใจตัวเอง และผู้อื่น

และสุดท้ายนี้ ข้อดีของการได้เป็นลูกของพระเจ้าก็คือ เราไม่จำเป็นต้องพูดกับตัวเองเท่านั้น นอกจากการที่เราจะพูดกับตัวเองในเชิงบวกหรือพูดให้กำลังใจตัวเองแล้ว เราก็ยังสามารถขอกำลังที่มาจากพระเจ้าในการเผชิญกับสถานการณ์เหล่านั้นในชีวิตได้อีกด้วย เพราะว่าคริสเตียนยังพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในเรา ไม่มีอะไรต้องอายหรือปกปิดเมื่อเราเจอสถานการณ์ต่างๆ เราสามารถเปิดเผยและพูดกับพระเจ้าได้อย่างจริงใจเหมือนกับที่เราไม่มีอะไรต้องปิดบังตัวเอง เพราะพระเจ้าทรงรู้และพร้อมที่จะเป็นอีก 1 กำลังใจใหญ่ๆ ให้กับเรา

  • ข้อมูลเพิ่มเติม :

  • What Are the Benefits of Self-Talk? healthline.com , สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม ค.ศ. 2021

  • การคุยกับตัวเอง ศ.พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ , สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021
  • บทสัมภาษณ์ของเลดี้กาก้า www.popsugar.com ,สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021

View Details

เราน่าจะเคยเจอการหยิบเอาเรื่องถวายทรัพย์มาจากข้อพระคัมภีร์ในเล่มนี้ แต่นั่นอาจทำให้เราพลาดสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ถ้าลืมไปว่านี่คือหนังสือเล่มสุดท้ายที่ถูกวางไว้ในหมวดผู้เผยพระวจนะ

…..

ถ้าช่วงท้ายของภาพยนต์คือการขมวดปมปิดจบเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ มาลาคี หนังสือเล่มสุดท้ายในหมวดนี้และพระคัมภีร์เดิม ก็มีภารกิจปิดจ็อป ในฐานะผู้เผยพระวจนะคนสุดท้ายด้วยเช่นกัน

.

บอกได้เลยว่าเนื้อหาของเล่มนี้ ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าแค่เรื่องของการถวายแน่นอน

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

นี่ก็จะครบเจ็ดสิบปีที่พระเจ้าบอกว่า "จะรื้อฟื้น" แต่ก็ไม่เห็นพระเจ้าจะทำอะไร หรือ "พระเจ้าลืมสัญญา" ...

พระคัมภีร์เล่มที่ 11 ในหมวดผู้เผยพระวจนะน้อย ช่วงสามเล่มสุดท้ายน่าจะเป็นการสรุปบทเรียน มีเนื้อหาเบาๆเอาประเด็นต่างๆลง แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวกลับย่ิงพีคขึ้นเรื่อยๆ กับคำถามของเหล่าเชลยที่กลับมาจากบาบิโลน "ทำไมพระเจ้าไม่ทำตามสัญญา" เจ็ดสิบปีผ่านไป แต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

แต่คำตอบที่ เศคาริยาห์ให้ กลับกลายเป็น โลกสองใบ ที่เดินไปด้วยกัน แต่เรามองไม่เห็น และ เรื่องราวช่วงท้ายที่บอกได้แค่ว่า ขมวดปมหลายอย่างที่ค้างเอาไว้

ไม่ใช่ฤทธิ์ ไม่ใช่แรง แต่แข็งแกร่งด้วยพระวิญญาณ... ก็มาจากเล่มนี้

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เศคาริยาห์จะพาไปไหน อะไรคือโลกสองใบของ เศคาริยาห์ .......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project

จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

เมื่อการพิพากษาเกิดขึ้นใน เศฟันยาห์ ตอนก่อน

ในเล่มนี้ ฮักกัยก็พาเรา time skip ตัดภาพมาที่ชาวอิสราเอลที่กลับจากบาบิโลนหลังเป็นเชลยอยู่ 70 ปี

ซึ่งชาวอิสราเอลที่กลับมาก็มีเพียง 50,000 คนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเหลือกันอยู่แค่นี้ แต่มีคนที่ไม่อยากกลับเยอะกว่า เพราะอยู่บาบิโลนมันสบาย เวลาตั้ง 70 ปี เปลี่ยนทุกอย่างไปแล้ว

วิหารของพระเจ้า กลายเป็นจุดเริ่มต้นของฮักกัย ว่าทำไม ยังไม่เสร็จ? จนนำไปสู่ประเด็นที่ลึกซึ้งและยิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่แล้วๆมา ฮักกัยชวนคุณมาคิดว่า ว่าสิ่งนั้นคืออะไร?

พบกับ ช่วงสุดท้ายของ ผู้เผยพระวจนะน้อย เล่มแรก จากสามเล่มสุดท้าย "ฮักกัย"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามกันได้ในรายการ "พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ" กับ

ฮักกัย ผู้หนุนใจ เรียกร้องให้กลับมาสร้างพระวิหารอีกครั้ง

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

เฮเซคียาห์... ตอนแรกดี ตอนหลังชั่วร้าย มีลูกคือ

มนัสเสห์... ชั่วร้ายจนได้เป็นฉายาของอิสราเอล มีลูกคือ

อาโมน... ชั่วร้ายตามบิดาจนข้าราชการต้องรวมกันสังหาร มีลูกคือ

โยสิยาห์... เขาเป็นผู้นำการรื้อฟื้น และนำคนอิสราเอลกลับมาหาพระเจ้า

ชีวิตที่พลิกคอกแหกเจเนอเรชั่น? อะไรคือจุดเปลี่ยนของชีวิต และ กลายเป็นผู้ปฏิรูปความเชื่อ นำคนกลับใจ? อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตไม่ได้ลงเอยตามบรรพบุรุษ …

และ การพิพากษาของพระเจ้าที่มาแน่นอน ต่อจาก ฮาบากุก จะเป็นอย่างไร

พบกับรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ สั้นๆแต่ลึกซึ้ง

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

"ก็คนชั่วๆเต็มไปหมดแบบนี้ คนดีๆถึงต้องลำบาก" "ถ้าพระองค์ชอบธรรม ทำไมถึงไม่ทำอะไรสักที?" ฮาบากุก ยืนอยู่บนกำแพงเมือง ถามพระเจ้า! . . . . แล้ว พระเจ้าก็ตอบ ก่อนที่ ฮาบากุกจะต้องอึ้งถึงกับพูดว่า . "ไม่ พระองค์จะทำแบบนี้ไม่ได้"

....................................

ฮาบากุก ผู้เผยพระวจนะที่ไม่ได้ไปประกาศที่ไหน แต่เป็นตัวแทนของคนชอบธรรม! ยืนขึ้นถามความยุติธรรมของพระเจ้า ทำไมดูเหมือนพระเจ้าไม่ทำอะไรสักที?ในโลกที่บิดเบี้ยวไปด้วยความชั่วร้าย... พระเจ้ายังดูแลอยู่ไหม? . แล้วพระเจ้าก็ตอบ แต่พระเจ้าตอบว่าอะไรที่ทำให้ ฮาบากุกต้องอึ้ง . จนมาถึง ข้อพระคัมภีร์ ที่เราชอบโค้ดมาใช้ นิมิตนั้นรอเวลา? แม้มะเดื่อจะไม่ออกผล... แต่ข้าพเจ้าจะเปรมปรีด์ในพระเจ้า อาจมีเบื้องหลังมากกว่าที่เราคิด

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

พระเจ้าผู้ทรงแก้แค้น หวงแหน และ พระพิโรธ

ทำไมตอนนี้ถึงเปิดเรื่องเหมือนหนังบู๊แก้แค้น ฟังดูไม่เหมือนพระลักษณะของพระเจ้าที่ผ่านมาเลย พระเจ้าที่น่ารัก เมตตา อยู่ที่ไหน?

พระธรรมนาฮูมให้โอกาสเราได้พิจารณาตัวเราเองว่าเราเลือกที่จะเห็นเฉพาะพระลักษณะของพระเจ้าที่เราชอบหรือเปล่า จนลืมไปว่า พระเจ้าได้สำแดงพระองค์เองอย่างที่พระองค์เป็นจริงๆนั้นเป็นอย่างไร

พระเจ้าจะทำอย่างไรกับความ อยุติธรรม แล้วการแก้แค้นของพระเจ้าจะเป็นความหวังให้กับเราได้อย่างไร

มาร่วมหาคำตอบได้ใน รายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ กับ พระธรรม นาฮูม

.......................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

Micah นะไม่ใช่ Me-car เป็นอีกพระคัมภีร์สั้นๆที่ได้ยินชื่อมาบ่อยแต่ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร

ทั้งๆที่พระธรรมเล่มสั้นๆนี้เปี่ยมด้วยความหวัง และ การเปิดเผยพระลัษณะที่สำคัญของพระเจ้า

.........................................................................

มีชีวิตด้วยความยุติธรรม สำแดงความรักเมตตา ใช้ชีวิตอย่างถ่อมใจ

เราไม่ค่อยได้ยินสิ่งที่พระเจ้าคาดหวังให้เราทำนัก แต่พระธรรมมีคาห์บอกไว้อย่างชัดเจน ส่วนสามเรื่องสำคัญนี้มีผลต่อชีวิตเราอย่างไร มันเร่ิมมาจากตรงไหน

อีกพระคำที่เราไม่ค่อยรู้ แต่ล้วนเต็มไปด้วย "ความหวัง"

อย่าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ลองมาติดตามกันในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ แล้วคุณจะอ่านพระคัมภีร์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย การอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

พอพูดถึง "โยนาห์" ก็นึกถึงภาพปลายักษ์ที่กลืนโยนาห์ กับต้นละหุ่งที่เหี่ยวไป สงสัยมาตั้งแต่เด็กว่าปลาอะไร? รอดได้ไงตั้งสามวัน? แต่อันที่จริงแล้ว "โยนาห์" กำลังพูดถึงอะไร? กำลังจะพาไปทางไหน ทำไมต้องมีแต่อะไรใหญ่ๆ เมืองใหญ่ ปลาใหญ่ แล้ว ทำไมโยนาห์ต้องหนี? ฯลฯ

ถ้าจะมีพระคัมภีร์เล่มไหนที่มีจังหว่ะซิทคอมที่สุด ก็คือ เล่มนี้นี่แหละ!

โยนาห์เป็นพระคัมภีร์ที่มีโครงสร้างที่สวยงาม มีความหมายอย่างลึกซึ้ง น่าค้นหา ถ้าไม่อยากจบแค่ ปลายักษ์ และ ต้นละหุ่ง ก็อยากให้ลองมาฟังกันดู ในรายการตอนนี้

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ กับ พระคัมภีร์ โยนาห์

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจทั้งบทความและ Podcast ได้โดยการอธิษฐานเผื่อ การแชร์บทความ และการด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate .........................................................................

View Details

พระคัมภีร์ที่สั้นที่สุดในพระคัมภีร์เก่า มีเพียงสองหน้ากระดาษในพระคัมภีร์ เนื้อหาก็มีแค่ 21 ข้อ แบบเผลอเปิดเร็วๆอาจหาไม่เจอ แต่พระคัมภีร์เล่มสั้นๆนี้ กลับมี “ความหมายที่สำคัญ” ต่อชีวิตของ “ผู้เชื่อ” อย่างเรา

…………………..

ถ้าเรารีบกลับไปอ่านตอนนี้ ยังอ่านจบทันแบบสบายๆ แต่เรากลับจะพบว่าเนื้อหาหลักในโอบาดีห์ คือ การพิพากษา “เอโดม”

เอโดม ไม่ใช่มหาอำนาจ แต่เป็นเพียงชนชาติที่อยู่ข้างๆอิสราเอล แล้วทำไมถึงกำลังจะถูกพิพากษา? ทำไมถึงมีการเผยพระวจนะเป็นพิเศษถึงที่นี้?

แล้วการพิพากษา “เอโดม” จะมีความสำคัญเกี่ยวพันกับชีวิต “ผู้เชื่อ” ของเราได้ยังไง?

มาติดตามได้ในพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้

..................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

..................................

View Details

ในโลกของเรากำลังเกิดกระแสเรียกร้องความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เกิดขึ้นมากมายหลายที่ ตอนที่อัดตอนนี้ก็มีกระแส BLM เต็มไปหมด

แต่เรื่องราวในทุกวันนี้ดูจะละม้ายคล้ายคลึงเหมือนกับในสมัยผู้เผยพระวจนะ "อาโมส" ที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำ หากแต่ ผู้ที่เรียกร้องผ่านอาโมส คือ พระเจ้า

พระเจ้าจะตอบสนองต่อความอยุติธรรมอย่างไร เรื่องราวในพระคัมภีร์ตอนนี้กำลังจะพาไปจบที่ตรงไหน ร่วมหาคำตอบไปกับเราได้ ในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ..................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

..................................

Intro : สถานการณ์ในยุคของอาโมส

9.54 อาโมส มาเผยพระวจนะทำไม ภาพรวมของอาโมส

16.44 วันแห่งพระเจ้า

24.30 การครอบครองของพระเจ้า

37.20 พระวจนะของพระเจ้า

41.58 ความสัตย์ซื่อของพระเจ้า

View Details

ปลายปี 2019 มีข่าวตั๊กแตนฝูงมหึมาระบาด และทำลายพืขและอาหารในแอฟริกา ก่อนจะมายังตะวันออกกลาง อินเดีย และ ช่วงที่กำลังอัดพอดแคสตอนนี้ กลางปี 2020 มันลามมาถึงพม่าแล้ว และ มันอาจมาถึง ประเทศไทย!

“มาก็มาเหอะ มาถึงไทยจะจับกินหมด” ผมเห็นคนท้องถิ่นบางคนให้สัมภาษณ์ในข่าว ซึ่งในความคิดแว่บหนึ่งผมก็เห็นด้วย จนไปหาข้อมูลในเวปไซด์ของ เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ระบุว่า ฝูงตั๊กแตนที่ไปรุมทึ้งพืชผักก่อนหน้านี้นั้น ประเมินว่ามีอยู่ราวๆ 70,000 ล้านตัว! ถ้าให้คนไทยมากิน คงต้องช่วยกันกินคนละพันตัวทีเดียว

ภาพเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงความน่ากลัวของ “ตั๊กแตน” ในพระคัมภีร์โยเอลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และ อย่าพึ่งทำหน้างง ถ้าใครยังไม่เคยอ่านพระธรรมโยเอล เพราะพระคัมภีร์เล่มนี้มีแต่ “ตั๊กแตน” โผล่มาตั้งแต่บทแรก จนบทสุดท้าย นั่นก็เพราะว่าพระเจ้ากำลังจะใช้ “ตั๊กแตน” ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเผยพระวจนะ

ส่วนจะเผยยังไง ทำไมต้องตั๊กแตน มีความหมายว่าอะไร มาติดตามได้กับรายการ "พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้กัน

..................................

ชูใจprojectpodcast

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

หนังสือ โฮเชยา เหมือนจะเป็นเรื่องราวความรักที่ดราม่า เมื่อเปิดเรื่องมาก็พบกับเรื่องของคนรักที่นอกใจหอบทรัพย์สมบัติแล้วหนีตามแฟนใหม่ แถมทิ้งลูกไว้ให้อีกสามคน

"ความรักที่หมดไป" "เขาไม่ได้รักคุณแล้ว" "การแยกทางก็อาจดีกว่า" ถ้าโทรไปถามตามรายการในปัจจุบันคงได้คำตอบราวๆนี้

แต่ดูเหมือน โฮเชยา จะชอกช้ำระกำใจกว่า เมื่อพระเจ้าให้ไปตามกลับมาอีกครั้ง

ทำไมถึงดราม่าขนาดนี้ แล้วเรื่องแบบนี้ในพระคัมภีร์ผู้เผยพระวจนะกำลังจะบอกอะไร ลองไปติดตามกันต่อได้ในรายการ "พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อน" ตอนนี้

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

ในหมวดผู้เผยพระวจนะ ไม่ใช่ทุกเล่มที่เป็นเรื่องราวให้อ่านง่ายๆ เหมือน ปฐมกาล อพยพ หรือ เป็นเรื่องราวอย่างใน ผู้วินิจฉัย ซามูเอล พงษ์กษัตริย์ ไม่ได้เป็นแบบข้อคิดแตะใจอย่าง สดุดี สุภาษิต ปัญญาจารย์ . เลวีนิติ เฉลยธรรมบัญญัติ กันดารวิถี อ่านแล้วหลับสบาย เพราะดูคร่าวๆก็มีแต่กฏนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราก็ยังพอจำได้ว่ามันพูดเรื่องอะไร แต่ถ้าถามว่า ฮาบากุก เศฟันยาห์ โยเอล อาโมส ฯลฯ แค่ชื่อก็ “ห๊ะ!!ใครนะ” แล้ว แถมแต่ละคนกำลังพูดเรื่องอะไร จะมีกี่คนที่ตอบได้ ปวดหัวจริ๊งงง . . “ก็พิพากษาอิสราเอล ที่ทำบาปไง”. . ...แค่นี้? . . ถึงจะตอบแบบนี้ แต่ผู้เผยพระวจนะน้อย (Minor Prophet) ยังมีตั้ง 12 เล่ม นี่ยังไม่รวมเล่มใหญ่ กับบทเพลงที่เยเรมีย์น่าจะคร่ำครวญอีก ถ้าแค่กล่าวโทษกัน ต้องพูดตั้ง 12 เล่มเลยเหรอ? อะไรจะจริงจังเบอร์นั้น? . ถ้าอย่างนั้น พระคัมภีร์ชุดนี้กำลังจะบอกอะไร? . มาร่วมติดตามค้นหาไปกับเราได้ ใน Podcast รายการ “พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ” . ที่เก็บตัวไปทำนานนนนนนมาก กับซีรี่ย์นี้ ซี่รี่ย์ผู้เผยพระวจนะ(น้อย) (The Twelve) บอกเลยว่าถึง น้อยแต่(ยิ่งใหญ่)มาก

.........................................................................

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 9 ทะเล...ไม่ใช่เขา . วันที่เผยแพร่ : 1 ตุลาคม 2020 เรื่องนี้เกี่ยวกับ : การปกป้องของพระเจ้าในสถานการณ์อันตราย

...

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 9 ทะเล...ไม่ใช่เขา 🏖 . วันที่เผยแพร่ : 1 ตุลาคม 2020 เรื่องนี้เกี่ยวกับ : การปกป้องของพระเจ้าในสถานการณ์อันตราย

...

พระเจ้าทรงปกป้องเราเสมอแม้เราไม่รู้ว่ากำลังจะเจอกับอะไร

.

ไม่ว่าร่างกายต้องการทะเลหรือต้องการเขาเราก็ต้องไปค่ะ แน่นอนว่าในชีวิตของคนเราต้องเผชิญกับความอันตรายรอบตัว และในหลายครั้งเราเองก็ไม่รู้เลยว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตราย หรือหลายทีก็เราเองนั่นแหละที่เดินเข้าไปในจุดที่มันเสี่ยง ไม่ว่าจะเลี่ยงได้หรือไม่ก็ตาม

.

เพื่อนเล่า Podcast วันนี้ จากเรื่องเล่าของเพื่อนทางบ้านที่ไปค่ายอนุชนกันริมชายหาด โดยไม่เคยรู้เลยว่าในน้ำใสๆ มีอะไรซ่อนอยู่ ชีวิตของพวกเขาจะเป็นยังไงคงต้องฝากไว้ในมือของพระเจ้าแล้วล่ะ มาฟังคำพยานเรื่องใหม่เรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน 🙆‍♀️


เพื่อนเล่าPodcast

ดำเนินรายการ โดย พี่พี่ และ น้องบิว เพลงประกอบ โดย Joseph McDade

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com หรือ inbox เรื่องราวทาง Facebook ชูใจ Project จ้าาา 😉

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com หรือ inbox เรื่องราวทาง Facebook ชูใจ Project จ้าาา 😉

View Details

____________________________

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 8 ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ .

วันนี้รวย #พรุ่งนี้รวย

"อ๊อด อ๊อด…เลขที่ออกคือ" เสียงแห่งความหวังที่ทำให้หัวใจฟูขึ้นและแฟบไปภายในบ่ายวันเดียว คำสัญศัญที่เราให้กับตัวเอง และให้แก่กันและกันในวันหวยออก

ถ้าถูกรางวัลงวดนี้ ฉันจะ...ให้ตัวเอง , ฉันจะ...ให้เธอ

นอกจากเสียงสวรรค์ในวิทยุ หรือของแม่ค้าแผงหวย ยังมีเสียงไหนอีกมั้ยที่เราจะหวังได้อีกนะ เพื่อนเล่า Podcastวันนี้ พี่พีและน้องบิวกลับมาใน EP ใหม่ ที่ชวนเราคุยเรื่อง ความหวังและพลังแห่งวันหวยออก 😉 กับเรื่องราวของเพื่อนเจ้าของเรื่องในวันนี้ที่เล่าเรื่องที่เธอได้พบเจอแถวป้ายรถเมย์ท่ามกลางเมืองใหญ่ในวันหวยออก แถมด้วย บทความจาก Money Series ที่รวบรวมและตีแผ่เรื่องหวยด้วยวิทยาศาสตร์และสถิติ

อ่านเพิ่มเติมในเรื่องหวยกับคริสเตียน ได้ที่ บทความชุด Money Series ตอน >>> "ลุ้นโชค..ลองใจ"

เรื่องราวในตอนนี้เรียบเรียงจากคำพยาน ในคอลัมน์ ชูใจชวนแชร์ เรื่อง พรุ่งนี้รวย


เพื่อนเล่าPodcast

ดำเนินรายการ โดย พี่พี่ และ น้องบิว เพลงประกอบ โดย Joseph McDade

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 7 : ก็ฉันชอบ ‘เที่ยว’ มันผิดหรือไง?

ใครจะไปคาดคิดว่าข่าวประเสริฐจะอยู่ทุกที่แม้แต่วงเหล้า

#แล้วทำไมพระเยซูถึงต้องถือบังเหียนชีวิตเรา

“ให้พระเยซูกุมบังเหียนชีวิตคุณ” ใบปลิวแปลกๆ ของความเชื่อแปลกๆ กับคำที่ชวนให้สงสัยนี้ติดอยู่ในหัวของ ‘เพื่อนเจ้าของเรื่อง’ ตลอดมา

จากคนที่เรียนศิลปะที่รู้สึกไม่ชอบความคิดเรื่องการล้างบาป ในวันนึงเค้าก็เริ่มสนใจเรื่องของพระเยซูผ่านวงเหล้า ... หากพระเจ้ามีจริงเขาก็จะอธิษฐาน แต่ถึงอย่างนั้นคนชอบเที่ยวอย่างเขา คำอธิษฐานแรก ก็คือ... ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้เขาเที่ยวกลางคืนได้ โดยไม่โดนแม่ด่า บ้าหน่า... เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไงกันนะชาวชูใจ???

เรื่องราวการได้มาพบกับพระเจ้าสุดแปลก ของเด็กแนวคนนี้จะเป็นยังไง ติดตามฟังได้ใน เพื่อเล่า Podcast - EP7 ”ก็ฉันชอบเที่ยวมันผิดหรือไง?” ฟังพร้อมกันทั้งบนเว็บไซด์ และ แอพพลิเคชั่น Podbean

ดำเนินรายการ : พี่พี่ และ น้องบิว

เพลงประกอบ : Joseph McDade


เพื่อนเล่าPodcast

ติดตาม Podcast ทั้งหมดของชูใจได้ทาง เว็บและแอพลิเคชั่น Podbean >>> https://choojaiproject.podbean.com/ และทางเพจชูใจ Project ค่ะ

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 6 โอ้ย เจ็บไปทั้งหัวใจทำไมยังทน?

ทำไมต้องเป็นฉัน? ... ต้องทนเจ็บแบบนี้อีกนานเท่าไหร่?

คำถามที่บางครั้งเราอาจถามตัวเอง ในเวลาที่เจอเรื่องเลวร้าย หลายคนอาจมองว่าคนที่ถามคำถามนี้บางที “ขาดความเชื่อ” แต่เพราะยังคงเชื่อแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายนั่นแหละเราเลยยังมีคำถาม ตราบใดที่ยังมีคำถาม ตราบนั้นยังมีคำตอบอยู่เสมอ(เมื่อเราถามถูกคน) แน่นอนว่าคำถามท่ามกลางความเจ็บปวดของเรา อาจไม่มีใครตอบเราได้แม้แต่คนรอบข้าง หรือ ตัวของเรา แต่พระเจ้ามีคำตอบ

มีความเจ็บปวดที่อยู่ไม่นาน และมีบางความเจ็บปวดที่จะคงอยู่ไม่รู้หาย แต่พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าอยู่ด้วยกับเราเสมอแม้ในยามยากลำบากที่สุด และพระองค์ทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง เพื่อนเล่า Podcast วันนี้ เรามาคุยกันเกี่ยวกับ โรคที่ไม่มีวันรักษาให้หายของเพื่อนเจ้าของเรื่องคนนึง แต่ในใจกลางความเจ็บปวด พระเจ้าอยู่ตรงนั้น และทำให้เธอก้าวต่อไปได้ พี่ชูใจหวังว่า เรื่องเล่าเรื่องนี้ จะช่วยให้ชาวชูใจได้พบ “สันติสุข...ท่ามกลางความเจ็บปวด”

มาฟังและรับกำลังจากเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ :)


เพื่อนเล่าPodcast

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 5 เส้นทางลูกผู้ชาย

เส้นทางลูกผู้ชายมันก็ต้องมีตายมีเจ็บ

พี่เสกโลโซบอกเอาไว้แบบนี้ (ใครทันบ้าง) แน่นอนว่าเส้นทางของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบมีแค่ไหนงาน wedding เท่านั้นแหละ! เพื่อนเล่า Podcast วันนี้ มาพร้อมเรื่องราวแหวกแนวออกไปจาก EP ก่อนๆ เพราะเป็นเรื่องของลูกผู้ชายคนนึงที่มีเส้นทางสองทาง คือ เป็นทั้งลูกอาจารย์และปรมาจารย์นักบิดในเวลาเดียวกัน

เส้นทางใจนักเลงของเค้าจะบรรจบกับทางของพระเจ้าได้มั้ย? (ได้สิไม่งั้นจะเอามาเล่าได้ไงเนาะ) แล้วพระเจ้าใช้เหตุการณ์อะไรเพื่อนำสิงห์นักบิด กลับมาหาพระองค์ อันนี้พี่ชูใจก็อยากให้ไปตามฟัง สองสาวของเราเค้าเล่าเรื่องของเพื่อนเจ้าของเรื่องสายแว้นซ์คนนี้กันเอง

บอกได้แค่ว่า #บู๊แรงแดงกับเขียวมาก ป้าจินตนาการตามแทบไม่ทันจ้า

เหตุการณ์ในเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลกับพระเจ้า ไม่แนะนำให้ชาวชูใจเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ถ้าอยากกลับใจกลับได้เลยไม่ต้องใช้มอเตอร์ไซด์ก็ได้นะจ๊ะ ด้วยรักและชูใจ

View Details

ความเดิมจากตอนที่แล้ว พระเจ้าตรัสเพื่อแยกความดีความชั่ว แยกชีวิตออกจากความตาย และจะให้มนุษย์ปกครองร่วมกับพระองค์ โดยใช้มาตรฐานของพระเจ้า แต่มนุษย์กับเลือกเอามาตรฐานของตัวเองมาใช้ซึ่งนำไปสู่ความตาย แต่ถึงมนุษย์จะผิดพลาด พระเจ้าก็สัญญาว่า พระองค์จะมีแผนที่จะนำมนุษย์กลับมา กลับมาสู่แผนการของพระองค์ ซึ่งนำไปสู่พระคัมภีร์เล่มถัดไป คือ อพยพ นั่นเอง

เรื่องจะเป็นยังไง พระคัมภีร์ทั้ง 5 เล่มแรกจะให้สติปัญญาเราเรื่องความรอดได้อย่างไร ติดตามได้กับรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับในตอนนี้ได้จ้า ........................

อ่านแล้วอย่าลืมกลับไปอ่านพระคัมภีร์ดู แล้วจะอู้วหูวว่ามันมีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ

.........................

ข้อสังเกตเล็กน้อย

ตอนเริ่มต้น ปฐมกาลบทแรกเริ่มด้วยคำอวยพร ...ทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน ตอนจบปฐมกาล จบด้วยคำอวยพร พระเจ้าทรงดำริให้เกิดผลดี... คือช่วยชีวิตคนเป็นอันมาก เราจะเลี้ยงพี่ทั้งบุตรด้วย.... 

ตอนเริ่มต้นอพยพ เร่ิมด้วย พงษ์พันธ์ของอิสราเอลที่ทวีมากขึ้น แพร่หลายจนเต็มเมือง ตอนจบอพยพ พระเจ้าให้สร้างพลับพลา และ พระสิริพระเจ้าอยู่เต็มพลับพลา โมเสสเข้าไปไม่ได้ (นำไปสู่เลวีนิติว่าทำไมถึงยังเข้าไม่ได้)

ตอนเริ่มต้นเลวีนิติ พระเจ้าตรัสกับโมเสสจากในเต้นท์ (เพราะโมเสสอยู่ข้างนอกต่อจากอพยพ ยังเข้าไม่ได้) เลวีนิติจึงเป็นการบอกว่า มนุษย์ที่เป็นคนบาปจะอยู่กับพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้อย่างไร ตามมาด้วยวิธีและคอนเซ็ปต์เรื่องความบริสุทธิต่างๆ จนจบ

ตอนเริ่มกันดารวิถี พระเจ้าตรัสกับโมเสสในเต้นท์ (เข้าไปในเต้นท์ได้แล้ว เพราะผ่านกระบวนการในเลวีนิตินั่นเอง) ตอนจบกันดารวิถี เป็นสถานที่คือ ณ ทุ่งราบโมอับริมแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามกับเมืองเยรีโค

ตอนเริ่มเฉลยธรรมบัญญัติ แน่นอนทีเดียวว่าเริ่มด้วย ตำแหน่ง ว่า โมเสสเริ่มอธิบาย(รีวิวกฏ) ให้ฟัง ณ ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน  และ ช่วงสุดท้ายของโมเสส จบด้วยคำอวยพรให้แก่บรรดาคนอิสราเอล เช่นเดียวกับที่พระคัมภีร์เริ่ม ด้วยคำอวยพร นั่นเอง

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 4 แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร?

เค้าว่ากันว่าเงินไม่เข้าใครออกใคร แต่บางทีเงินเข้ามาแล้วก็ทำให้กลืนไม่เค้าคายไม่ออกอะจะ 😉

เพื่อนเล่า Podcast วันนี้ น้องบิวขอเล่าบ้าง ในหัวข้อเงินๆ ทองๆ กับ "เงินลึกลับ" ที่ทำให้คนได้รับต้องร้อง Oh my Gosh! กันเลยทีเดียว เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับเพราะมีคุณพี่ใจดีโอนเงินถวายมาให้ พร้อมๆ กับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากทางไกล

แหม นี่มันเรื่องบังเอิญ หรือ เจ้าของเงินตัวจริงเค้านำพาให้เรามาพบกัน กันแน่นะ พี่ชูใจฟังเพื่อนเล่า EP นี้แล้วก็คิดตามลุ้นกันไปด้วยเลย ในภาวะวิกฤต covid แบบนี้หลายคนก็คงรู้สึกมีความไม่มั่นคงทางด้านการเงินการคลัง(ส่วนตัว) เรื่องเล่านี้ อาจทำให้เราเห็นว่าพระเจ้า ช่วยเหลือเรา และให้เราได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ยังไงบ้าง

ร่วมฟังไปด้วยกันและรับพระพรไปด้วยกันค่ะ

สถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ยังเรื้อรังไปอี๊กกกก หลายคนอาจกังวลเรื่องกระเป๋าตังค์ แต่ไม่ว่าจะยังไงพระเจ้าไม่มีวันทิ้งเราแน่นอนนะชาวชูใจ

  • เรื่องเล่าตอนนี้ มาจากคำพยาน "เงินในบัญชีที่ไม่รู้พระเจ้าจะให้ใคร?" ในคอลัมน์ ชูใจชวนแชร์
  • อนึ่งค่าใช้จ่ายเรื่อง VISA ในเรื่องนี้ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางเอกสารและทางกฏหมาย และอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนในตอนที่เรื่องราวเกิดขึ้นจึงมีตัวเลขสูงกว่าปกตินะจ๊ะ ไปเที่ยวออสเตียเรียไม่แพงขนาดนี้นะ

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

บางทีภาพซูมเอ้าท์ไปไกลมากๆ เราก็ปะติดปะต่อไม่ถูก พอใกล้ๆแค่ตัวเราก็มองเห็นแค่เรื่องของเราไม่เข้าใจทั้งหมด สิ่งที่สำคัญจะช่วยเราให้อ่านพระคัมภีร์สนุกขึ้นได้คือการตั้งคำถามว่าแต่ละตอนที่ถูกเขียน เอาเรื่องไปวางตรงนั้นทำไม แล้วมันต่อกันยังไง โดยเฉพาะพระคัมภีร์สำคัญ 5 เล่มแรก ที่ตอนแรกก็ดูเหมือนจะเกี่ยวกันแต่อ่านๆไปแล้วงงเฉยๆเลย

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ จะมาสรุปให้ฟังว่า พระคัมภีร์ 5 เล่มแรก ให้สติปัญญากับเราในเรื่องความรอดได้ยังไง? เรื่องความรอดมาโผล่ตั้งแต่พระคัมภีร์ 5 เล่มแรก หรือ โทราห์ ได้ยังไง

View Details

นักเขียน ยังมีวิธีเล่า มีการวางโครงเรื่อง มีการใช้ภาษาในพาคนอ่านให้ตามไป พระคัมภีร์ก็มีนะเออ ผู้เขียนก็มีเทคนิคการเล่า การพาคนอ่านให้ตามไป แต่เขาใช้เทคนิคอะไรยังไง วันนี้เลยมาเล่าให้ฟังกับเทคนิคง่ายๆ 2  อย่างที่พระคัมภีร์ใช้ในการนำเสนอ

เหมือนนักเขียนที่มีวิธีการดำเนินเรื่อง พระคัมภีร์ก็มีรูปแบบให้เราจับได้อยู่เหมือนกัน อย่างน้อยถ้ารู้ว่ามี 2 เทคนิคนี้อยู่ แค่รู้ว่ามันทำงานยังไงก็น่าจะว้าวได้อีกเยอะ  ที่สำคัญ มันอยู่ในพระคัมภีร์ตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ววว ถ้าจับ Pattern ได้ การอ่านพระคัมภีร์ของเราจะสนุกกว่าเดิมแน่นอน

ลองฟังกันดูได้ในตอนนี้ อ่านให้เข้าใจมากขึ้นกับ 2 เทคนิคในพระคัมภีร์

ลองฟังดูแล้ว แนะนำ หรือ ติชมกันได้นะครับ

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 3 เปิดหม้อ ไม่มี ไม่มีข้าวสุก

เงินใกล้หมดยัง หรือกำลังรอเงินเยียวยาจากใครอยู่นะ 😉

ในช่วงวิกฤตของชีวิต คนเราก็คงหวั่นไหวกับเรื่องปากท้องไม่ต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนในวงกว้างแบบพิษเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบจาก โควิด-19 หรือ วิกฤตที่เกิดจากตัวของเราเองอย่างเช่น วิกฤต อันเนื่องจาก Midnight Sales , เกม Steam ลดราคา , กระเป๋าถืออันใหม่ , เครื่องสำอางครบเชต (เดี๋ยวนะ)

สาเหตุจะดีจะร้าย เมื่อวิกฤตมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องสู้ค่ะ!! ... ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เพราะคนไทย #เราไม่ทิ้งกัน นะจ๊ะ

เพื่อนเล่าวันนี้ น้องพี่และน้องบิว สองสาวของเรา จะมาหลาเรื่องคำพยานของชายหนุ่มออฟฟิศ ที่พลิกชีวิตไปเป็น คนขาย ”แซนวิส” เพื่อกู้วิกฤตด้านการเงิน แม้ว่าวิกฤตนี้จะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของตัวเค้าเองแต่ก็ทำให้รู้ว่าไม่ว่าวิกฤตไหนๆ พระเจ้าก็จะช่วยเราให้ผ่านไปได้

300 บาทสุดท้ายของหนุ่มมนุษย์กรุงเทพคนนี้ จะมีเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรบ้าง ก็ต้องลองมาฟังกันจ้า พี่ชูใจว่าฟังแล้วแบบ คิดถึงกระเป๋าตัวเองมากจาก เอามือจับๆ น่าจะแบนพอๆ กัน >___<

ฟังเลยแล้วจะรู้ว่าพระเจ้าไม่ทิ้งเรา จริงๆ

#ด้วยรักและชูใจไม่ทิ้งกัน

*** สถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ยังเรื้อรัง หลายคนอาจกังวลเรื่องปากท้องกัน วันนี้ชูใจขอนำเสนอคำพยานเกี่ยวกับการเลี้ยงดูของพระเจ้าในรูปแบบเสียง Podcast ด้วยรักและชูใจเหมือนเดิม นะจ๊ะ

เรื่องเล่าตอนนี้ มาจากคำพยาน "เมื่อแซนวิสเปลี่ยนชีวิต"

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

หลังจากทำมา 10 ตอนแล้ว ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ตอนนี้เป็นตอนพิเศษขออนุญาติแนะนำตัว ที่มาที่ไป และ เรากำลังจะไปต่อทางไหนกัน แวะพักกันสักนิดก่อนจะเดินทางไปต่อด้วยกันนะครับ

View Details

____________________________

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 2 แค่ฉันมีเธอ...ก็จบที่เธอคนนี้ ไม่มีใครใหม่

หลายครั้งสิ่งที่เราทำลงไปไม่ว่าดูดีหรือแย่แค่ไหน เหตุผลลึกๆ อาจเป็นเพราะเราต่างต้องการ "ความรัก" แม้บางครั้งเราอาจไม่เคยรู้ตัวว่ามันคือเหตุผลที่แท้จริงของสิ่งที่ทำลงไป

เพื่อนเจ้าของเรื่องวันนี้ ไม่เคยรู้ตัวเลยว่า สิ่งที่เค้าทำลงไปทั้งหมดสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร รู้แต่เพียงว่าสิ่งที่เค้ามีทั้งหมดนั้น ไม่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในชีวิตของเค้าได้เลย

จนกระทั้ง วันที่เค้าเจอคนๆ นึง ซึ่งทำให้เค้าได้รู้ใจตัวเองว่า ความจริงแล้ว เค้าต้องการ "ความรัก" และเป็นความรักแท้จริงของ พระเจ้าเท่านั้นที่มาเติมเต็ม ให้ชีวิตดีและมีความหมายขึ้นมา

ด้วยรักและดี๊ดี

*** Covid แบบนี้หาอะไรฟังที่ดี๊ดีต่อใจดีกว่า กับเรื่องเล่าคำพยานตอนใหม่ ที่ชูใจตั้งใจนำเหนอในรูปแบบเสียง Podcast จบ EP นี้ไม่รู้จะได้อัดกันอีกเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าถ้า Covid 19 ยังอยู่ พี่ชูใจก็ขอให้สู้กันไปก่อน ด้วยรักและชูใจ นะจ๊ะ

เรื่องเล่าตอนนี้ มาจากคำพยานใน คอมลัมน์ชูใจชวนแชร์ >>> EP 52 เปลี่ยนแปลงด้วยความรัก

.

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

บางครั้งเรานอนหลับตา หวังว่าพรุ่งนี้จะดีขึ้น แต่ไม่เลยจ้า เดี๋ยวนี้ตื่นมาเช็คข่าวแล้วรู้สึกว่าแย่ลงทุกวันทุกวัน โอ๊ยยย!!! พี่ก็เครียดจ้า ~

แต่...แย่ๆแบบนี้ยิ่งนึกถึงชีวิตของโยเซฟที่เราเคยฟังกัน ถูกพี่ขาย กลายเป็นทาส ถูกปรักปรำจนติดคุกเป็นปีๆ เหมือนจะมีหวังที่ช่วยคนอื่น แต่ก็ถูกลืมคาคุก ตื่นแต่ละวันมีแต่จะแย่ลง จนไม่รู้ตอนจบ แต่ แต่ แต่...แล้วอะไรทำให้ชีวิตโยเซฟยังไปต่อได้ ทำไมยังไม่จบ มาฟังบทสรุป และส่วนสุดท้ายของพระคัมภีร์ปฐมกาลกัน กับพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับในตอนนี้

ใครเข้าโหมดไม่ออกไปไหน ไม่ได้สังคมช่วงนี้เหมาะให้กลับพระคัมภีร์เพื่อความเข้าใจ สำหรับตอนนี้อยู่ในพระคัมภีร์ ปฐมกาล บทที่ 37-50 จ้า อ่านมาก่อนฟังแล้วพระคัมภีร์จะไม่ไหลกลับแน่นอน

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

เปิดอ่านชีวิตของยาโคบ นึกว่าอ่านพล็อตละครครอบครัว

ลูกชายสาย Introvert ของแม่ แต่พ่อรักพี่ชายมากกว่า เพราะพี่ชาย สายนายพรานออกล่าสัตว์ หาเนื้อมาให้พ่อกินได้ จนกลายเป็นปมมรดกที่ต้องชิงดีชิงเด่น ทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก

เหตุการณ์ทำให้ยาโคบต้องหนีตาย จนไปพบรักทางไกลในต่างแดน ชีวิตพลิกผัน หันตัวไปทำงานหนัก แค่อยากสมหวังในรักแท้ ขอแต่ได้แต่งงานกับเธอ แต่เรื่องราวพลิกกลับ โดนพ่อตาสลับสับเปลี่ยนลูกสะใภ้ให้วุ่นวาย ต้องทำงานชดใช้กันไปอีกยาว ลูกก็เยอะจนกลายเป็นปัญหาครอบครัวซ้อนครอบครัว ของครอบครัว

ถ้าอ่านมาหลายรอบแล้ว ยังสงสัย ทำไม พระคัมภีร์ถึงเอาเรื่องปัญหาครอบครัวมาเล่า แล้วทำไมในตอนสุดท้าย ยาโคบถึงกลายเป็นบรรพบุรุษทางความเชื่อ หรือว่าเรื่องตอนนี้จะไม่ใช่แค่ปัญหาครอบครัว หรือจะมีอะไรมากกว่านั้น

ลองมาตามติดชีวิตของยาโคบ ที่อ่านเผินๆเหมือนละคร แต่เรื่องราวที่อยู่ข้างในสะท้อนภาพชีวิตคริสเตียนได้อย่างอัศจรรย์

มาติดตามกับพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ ฟังแล้วพระคัมภีร์จะไม่ไหลย้อนกลับแน่นอนนนน

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

เพื่อนเล่า เรื่องที่ 1 ดอกไม้ / ประตู / แจกัน

หลายคนก็คงมีสิ่งที่อธิษฐานและรอคอยอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต การงาน พื้นฐานอาชีพ หรือ ความรัก

เพื่อนเจ้าของเรื่องวันนี้ เธอรอคอยพระเจ้า ตอบคำอธิษฐานในเรื่อง "บ้าน" และมันเป็นคำอธิษฐานแรก ตั้งแต่เธอเริ่มเชื่อพระเจ้า

...

เรื่องย่อคำพยาน :

ตั้งแต่เป็นเด็กมาแล้ว เพื่อนเจ้าของเรื่องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่า ที่เป็นบ้านครึ่งปูน-ครึ่งไม้ ตั้งแต่จำความได้ทุกครั้งที่พายุกระหน่ำ น้ำจะซัดดินโคลนเข้ามาใต้ถุนบ้านทั้งเละเทะและเกรอะกรัง ภาพที่เธอเห็นคือ พ่อและแม่ที่ต้องวิ่งออกมากลางดึกเพื่อจัดการกวาดเช็ดสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นให้หมดไปจากบ้านของเธอ เป็นมาอย่างนี้เสมอจนเธอเติบโต

เมื่อเธอมีโอกาสได้รู้จักกับพระเจ้า และรู้ว่าสามารอธิษฐานฝากทุกเรื่องราวกับพระเจ้าของเธอได้ ... 'บ้าน' จึงเป็น 'คำอธิษฐานแรก' และเป็นการรอคอยอันเนิ่นนาน

_______________________________________

มานั่งวงล้อม และฟังเรื่องเล่าเรื่องแรก ของเพื่อนเล่า Podcast ไปด้วยกัน

เพราะว่าใจของเธอคือบ้านของฉัน ...

ด้วยรักและชูใจ

ติดตามฟังเพื่อนเล่า Podcast ตอนต่อๆ ไป ได้ทาง Podbean และ เพจชูใจ ส่งเรื่องราวของคุณได้ ทาง we.choojai@gmail.com

View Details

เดินกันมาถึงตอนที่ 8 แล้ว

ตอนนี้เป็นฉาก EPIC!!! ที่หลายคนจำได้ หลังลุงอับราฮัมรอลูกชายผ่านมา สิบกว่าบท ยี่สิบกว่าปี ในที่สุดก็มีลูกชายชื่ออิสอัค แต่แต่แต่ อยู่ๆพระเจ้าก็บอกให้ถวายซะงั้น แล้วก็ บู๊ม!! ลุงอับราฮัมก็กลายเป็นบิดาแห่งความเชื่อ

เอ๊ะ!!! เอ๊ะ!!!เอ๊ะ!!!

พระเจ้าก็สัญญามาตั้งนาน พอมีลูกแล้วทำไมพระเจ้าถึงจะให้ถวายอิสอัค เอาไปเผาเป็นเครื่องบูชาเลยนะ 0_0!! แล้วทำไมลุงก็ทำตามจะถวายง่ายๆแบบนั้น แล้วพระเจ้ารู้ไหมว่าอับราฮัมจะทำตาม ถ้ารู้อยู่แล้วจะลองใจไปทำไม แล้วแค่ตอนนี้ตอนเดียวทำไมลุงอับราฮัมถึงกลายเป็นบิดาแห่งความเชื่อ ตอนเล็กๆแค่นี้ฟังมาแล้วก็ตั้งหลายรอบมันมีแค่นี้สั้นๆง่ายๆจบแค่นี้จริงหรือ หรือพระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร

มาติดตามกับพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ ฟังแล้วพระคัมภีร์จะไม่ไหลย้อนกลับแน่นอนนนน

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

เป้าหมายของ EP นี้ไม่ใช่เพื่อชี้นำ หรือโน้มน้าวแต่อย่างใด พี่ชูใจเพียงอยากเสนอให้เราเห็นอีกมุมนึงของการแพร่ข้อมูลข่าวสารในภาวะที่ไม่ปกติว่า เราจะรับข้อมูลข่าวสารแบบไหน และจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในภาวะเช่นนี้ได้ยังไง

ท่ามกลางกระแสข่าวการแพร่ระบาดของโคโลน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือ COVID 19 ที่เราได้รับอยู่ทุกวันนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย และส่งผลต่อการวางแผนในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของผู้คน หลายคนก็ปกป้องตัวเองด้วยการสวมหน้ากากบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอจะได้มีภูมิคุ้มกัน แต่ว่าป้องกันทางร่างกายกันพอสมควรแล้ว ก็ไม่ควรลืม สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจกันด้วย ไม่งั้นอาจจะวิตกจริต กันไปกว่าเหตุ

สวัสดีชาวโลกชวนมาสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสาร และยับยั้งการแพร่กระจายของข่าวร้ายๆ กันบ้าง ซึ่งบางทีมันก็ร้ายแรงกว่าความเป็นจริง ผ่านการเล่าถึงการระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ๆ ที่ผ่านมา ไวรัสที่ว่าร้ายในประวัติศาสตร์โลก ก็มีหลายตัว แต่บางทีที่ร้ายกว่าไวรัส ก็คือ “ไวรัล”

'ไวรัล (VIRAL)' คือการพูดปากต่อปาก แล้วการพูดกันปากต่อปากเนี่ย มันไม่ได้แพร่กันผ่านสารคัดหลั่ง หรือเชื่อโรค มันแพร่กันทางอากาศ ทางไวไฟ ทาง 5G มันเลยไวมากกกกกกกกก และคนที่ เผยแพร่ อะไรแบบนี้ได้เก่งมากๆ เลยก็คือ ชาวคริสตตตต์

“จิตใจของคนทนต่อความเจ็บป่วยได้ แต่จิตใจชอกช้ำใครจะทนได้เล่า?” – (สุภาษิต 18:14)

เนื้อหาในตอนนี้

ในการรับข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นเรื่องร้ายๆ ที่บอกต่อกันมา มากเข้าๆ หากเราไม่ระมัดระวังหรือรับข้อมูลโดยใช้ความรู้สึกมากเกินไป อาจทำให้เราได้รับผลแทรกซ้อนของข่าวสารที่เหมือนกับเชื้อร้ายทำลายจิตใจ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ สิ่งที่แผงมากับข่าวลือและข่าวร้ายเรื่องโรคระบาด 3 อย่างที่ควรระวัง ได้แก่

  1. เชื้อของความเกลียดชัง ที่แพร่มากับข่าวร้าย [นาทีที่ 2.40]

ภาพจิตรกรรมแสดงเหตุการณ์ ที่ชาวคริสต์ในฝรั่งเศส เผาชาวยิวในระหว่างการแพร่ระบาดของกาฬโรค หรือ ไข้ดำ ช่วงปี ค.ศ. 1340

  1. เชื้อของการปักใจเชื่อข้อมูลด้านเดียว ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด [นาทีที่ 10.10]

ภาพการแต่งกายของ หมออีกา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รักษา โรคไข้ดำ ในยุโรป

[Photo by - / POOL / AFP

ภาพข่าวและ เหตุการณ์ขอขมาต่อประชาวชนของผู้นำลัทธิที่เป็นเหตุของการแพร่เชื้อไวรัส Covid 19 ในเกาหลีใต้ วันที่ 2 มีนาคม 2020

  1. เชื้อของความเห็นแก่ตัว ที่อาจทำให้เราสูญเสียจุดยืนทางศีลธรรม [นาทีที่ 22.00]

FABRICE COFFRINI/AFP VIA GETTY IMAGES

องค์การอนามัยโลกประกาศให้ Covid 19 เป็นวาระที่โลกต้องให้ความร่วมมือกันในการแก้ไข

  • ข้อมูลเพิ่มเติม :

  • จาก 'กาฬโรค' ถึง 'เมอร์ส' ย้อนอดีตโรคติดต่อสุดสะพรึง!! ไทยรัฐออนไลน์ ,สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม ค.ศ. 2020

  • การระบาดของเชื้อโคโลน่าในลัทธิทางความเชื่อในประเทศเกาหลีใต้ สำนักข่าว CNN ,สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม ค.ศ. 2020
  • ซุบค้างคาวเป็นอาหารจานโอชะของชาวจีนจริงหรือไม่? www. france24.com ,สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม ค.ศ. 2020
  • อายพิศม์: ที่มาของโรคก่อนเชื้อโรค เว็บไซด์ศูนย์มานุษยาวืทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ,สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม ค.ศ. 2020

เป้าหมายของ EP นี้ไม่ใช่เพื่อชี้นำ หรือโน้มน้าวแต่อย่างใด พี่ชูใจเพียงอยากเสนอให้เราเห็นอีกมุมนึงของการแพร่ข้อมูลข่าวสารในภาวะที่ไม่ปกติว่า เราจะรับข้อมูลข่าวสารแบบไหน และจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในภาวะเช่นนี้ได้ยังไง

ท่ามกลางกระแสข่าวการแพร่ระบาดของโคโลน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือ COVID 19 ที่เราได้รับอยู่ทุกวันนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย และส่งผลต่อการวางแผนในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของผู้คน หลายคนก็ปกป้องตัวเองด้วยการสวมหน้ากากบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอจะได้มีภูมิคุ้มกัน แต่ว่าป้องกันทางร่างกายกันพอสมควรแล้ว ก็ไม่ควรลืม สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจกันด้วย ไม่งั้นอาจจะวิตกจริต กันไปกว่าเหตุ

สวัสดีชาวโลกชวนมาสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสาร และยับยั้งการแพร่กระจายของข่าวร้ายๆ กันบ้าง ซึ่งบางทีมันก็ร้ายแรงกว่าความเป็นจริง ผ่านการเล่าถึงการระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ๆ ที่ผ่านมา ไวรัสที่ว่าร้ายในประวัติศาสตร์โลก ก็มีหลายตัว แต่บางทีที่ร้ายกว่าไวรัส ก็คือ “ไวรอล”

'ไวรอล (VIRAL)' คือการพูดปากต่อปาก แล้วการพูดกันปากต่อปากเนี่ย มันไม่ได้แพร่กันผ่านสารคัดหลั่ง หรือเชื่อโรค มันแพร่กันทางอากาศ ทางไวไฟ ทาง 5G มันเลยไวมากกกกกกกกก และคนที่ เผยแพร่ อะไรแบบนี้ได้เก่งมากๆ เลยก็คือ ชาวคริสตตตต์

“จิตใจของคนทนต่อความเจ็บป่วยได้ แต่จิตใจชอกช้ำใครจะทนได้เล่า?” – (สุภาษิต 18:14)

เนื้อหาในตอนนี้

ในการรับข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นเรื่องร้ายๆ ที่บอกต่อกันมา มากเข้าๆ หากเราไม่ระมัดระวังหรือรับข้อมูลโดยใช้ความรู้สึกมากเกินไป อาจทำให้เราได้รับผลแทรกซ้อนของข่าวสารที่เหมือนกับเชื้อร้ายทำลายจิตใจ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ สิ่งที่แผงมากับข่าวลือและข่าวร้ายเรื่องโรคระบาด 3 อย่างที่ควรระวัง ได้แก่

  1. เชื้อของความเกลียดชัง ที่แพร่มากับข่าวร้าย [นาทีที่ 2.47]

ภาพจิตรกรรมแสดงเหตุการณ์ ที่ชาวคริสต์ในฝรั่งเศส เผาชาวยิวในระหว่างการแพร่ระบาดของกาฬโรค หรือ ไข้ดำ ช่วงปี ค.ศ. 1340

  1. เชื้อของการปักใจเชื่อข้อมูลด้านเดียว ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด [นาทีที่ 10.35]

ภาพการแต่งกายของ หมออีกา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รักษา โรคไข้ดำ ในยุโรป

Photo by - / POOL / AFP

ภาพข่าวและ เหตุการณ์ขอขมาต่อประชาวชนของผู้นำลัทธิที่เป็นเหตุของการแพร่เชื้อไวรัส Covid 19 ในเกาหลีใต้ วันที่ 2 มีนาคม 2020

  1. เชื้อของความเห็นแก่ตัว ที่อาจทำให้เราสูญเสียจุดยืนทางศีลธรรม [นาทีที่ 23.00]

FABRICE COFFRINI/AFP VIA GETTY IMAGES

องค์การอนามัยโลกประกาศให้ Covid 19 เป็นวาระที่โลกต้องให้ความร่วมมือกันในการแก้ไข

View Details

มาแล้วจ้าาาา!!!! กับครึ่งหลังของพระคัมภีร์ปฐมกาล ที่อยู่ๆก็ตัดฉับมาตามติดชีวิตลุงอย่างกับรายการคนค้นคน อ่านหลายรอบแล้วก็คิด ว่านี่เป็นบันทึกสารคดีชีวิตของอับราฮัมหรือเปล่า เป็นแค่สตอรี่ที่รวมไว้ หรือ กำลังถักทอด้วยความหมายบางอย่าง? พระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร มาเดินตามหาเส้นด้ายกัน กับ พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้

ที่จะพาเราตามติดชีวิตลุง ว่ากว่าจะเป็นบรรพบุรุษแห่งความเชื่อ ต้องผ่านต้องเจออะไร ทำไมต้องเป็นอับราฮัม เคยฟังมาแล้วบางเรื่องก็งง บ้างเรื่องก็ไม่เข้าใจ หรือ ที่เคยรู้จะมีอะไรมากกว่านั้นกันได้

เพื่อความ เอ๊ะ!! ในการฟัง สามารถไปอ่านพระคัมภีร์ก่อนได้ใน ปฐมกาล บทที่ 12-20 ไม่เยอะ อ่านแล้วจด จดแล้วเอามานั่งฟัง ก็สนุกไปอีกแบบนะ นี่บอกเลย

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

ผ่านมาครึ่งทางแล้วกับพระคัมภีร์ปฐมกาล ก่อนที่จะไปต่อในครึ่งหลัง เราลองมาฟังตอนพิเศษดู สำหรับตอนนี้เป็นวิธีที่เราอาจได้ยินผ่านๆ คุ้นๆ กับคำว่า ร้อยเรียงกันเป็นเส้น กับด้ายสีหลักของปฐมกาล มันร้อยเรียงกันยังไง อะไรคือด้ายสีหลัก ฟังตอนนี้แล้ว วิธีการอ่านพระคัมภีร์ของเราจะเปลี่ยนไปแน่นอน

ชูใจprojectpodcast #พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 18.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project จัดทำร่วมกับ อ.ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

View Details

“...และเขาตั้งใจจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น...”

เขาเลยชวนกันมาสร้างแลนด์มาร์คสูงเสียดฟ้า หรือว่าแค่แข่งกันสร้างตึกสูงเหมือนสมัยนี้ ก็ฟังดูดีมีการร่วมมือร่วมใจ

เอ๊า!! แล้ว พระเจ้าจะมาพังทำไม?

พระเจ้าที่แสนดี ในบทก่อนหน้านี้ ทำไมถึงต้องทำลายความตั้งใจของมนุษย์ หรือว่านี่เป็นแค่บันทึกจุดเริ่มต้นของภาษาอันวุ่นวายในโลก ฟังมาตั้งนาน อ่านมาไม่รู้กี่รอบ แต่ยิ่งอ่านยิ่งงง พระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร จะเขียนเข้าไปทำไม มาพบกับท้ายครึ่งแรกของพระคัมภีร์ปฐมกาลกันได้ ในรายการ พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ตอนที่ 5 (แล้วน๊าาาาา)

…. เพื่อความเข้าใจ เนื้อหาในตอนนี้อยู่ในพระคัมภีร์ ปฐมกาลบทที่ 11 ลองอ่านกันก่อนได้นะจ๊ะ

View Details

มาถึงตอนที่ 4 ละจ้า กับตอนที่คุ้นเคยตั้งแต่ครูสอนรวีเด็กเล่าให้ฟัง ขนาดหนังฮอลีวูดยังเอาไปดัดแปลงซ้ำแล้วซ้ำอีก จนตอนนี้เพื่อนในรวีมีลูกกันเกือบหมดแล้ว ก็ยังคงได้ยินเรื่องนี้อยู่ กับเรื่องราวของลุงโนอาห์กับฉากน้ำท่วมโลกยิ่งใหญ่อลังการ เรือใหญ่และฝนตกยาวนาน จนน้ำท่วมโลก!! แล้วน้ำท่วมแค่ไหน ท่วมหมดไหม พระคัมภีร์กำลังจะบอกอะไร ลองมาติดตามกันได้ใน "พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ" รายการที่ฟังแล้วพระคัมภีร์จะไม่ไหลย้อนกลับแน่นอน

สำหรับตอนนี้เพื่อความอินในเนื้อหา ลองกลับไปอ่านแบบมวลน้ำไหลหลากผ่าน ปฐมกาล บทที่ 6 - 9 (สั้นจริงๆ นะ) แล้วจะเห็นว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เคยเห็น

View Details

ในโลกนี้ไม่ใช่ทุกคนจะคิดเหมือนกันกับเรา สาเหตุของความไม่เข้าใจของใครหลายคน อาจไม่ใช่เพราะเข้ากันไม่ได้แต่เป็นเพราะเรายังมี ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) สวัสดีชาวโลกวันนี้ ชวนมาคุยกันเรื่อง คนในแต่ละรุ่น (Generation) ทั้ง 4 รุ่น ว่าทำไมถึงมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้าน บริบททางสังคมในยุคที่พวกเค้าเติบโตมา ลักษณะร่วมของคนในรุ่นเดียวกัน และ ในด้านมิติด้านความเชื่อืางศาสนา ว่ามีความแตกต่างกันแบบไหน

พูดคุยกันใน 4 รุ่น ทั้ง

  1. คนเจน เบบี้บูมเมอร์ Baby Bloomer (นาทีที่ 5.30)
  2. คนเจน X (นาทีที่ 11.25)
  3. คนเจน Y (นาทีที่ 16.55)
  4. คนเจน Z(นาทีที่ 23)

เพราะไม่ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร เราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คนในเจนเนอเรชั่นต่างๆ ได้ในบทความ "สแกนเจน คุณเป็นเจนเนอเรชั่นไหนในโบสถ์"

View Details

ทำไมพระเจ้าพอใจของถวายของอาเบล แต่ไม่โอเคกับของคาอิน หรือ พระเจ้าไม่ชอบผัก? หรือไม่ชอบอะไร? ยังไม่รู้แต่ที่เรารู้แน่ๆ ว่าคาอินหัวร้อนจนนำไปสู่ First Blood เลยทีเดียว พระคัมภีร์สั้นๆตอนนี้ แค่บันทึกคดีฆาตกรรมแรกของมนุษย์ชาติ หรือ กำลังจะบอกอะไร ลองไปติดตามกันได้ ในพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนที่ 3 ฟังแล้วพระคัมภีร์จะไม่ไหลย้อนกลับแน่นอน

สำหรับตอนนี้เพื่อความอินในเนื้อหา ลองกลับไปอ่านแบบเร็วๆสักนิดใน ปฐมกาลบทที่ 4 - 5 (สั้นจริงๆ นะ) แล้วจะเห็นว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เคยเห็น

View Details

"บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ทั้งหมด เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่"

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนที่ 2 กับ เรื่องราวที่เต็มไปด้วยคำถาม ต้นไม้ที่อยู่กลางสวน... ถ้ากินแล้วตายทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้น แล้วพระเจ้ารู้หรือเปล่าว่ามนุษย์จะกินจนได้ แต่ กินแล้วก็ไม่ตายจริงๆนี่ แค่ฟังก็ย้อนแย้ง แล้วพระคัมภีร์ตอนนี้กำลังจะบอกอะไร ลองไปฟังกันดูได้เลย

............................

รายการ พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ จัดทำโดย ทีมงานชูใจ ร่วมกับ อาจารย์ธนิต โลเกศกระวี ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS) ออกอากาศ ทุกวัน ศุกร์ 18.00 น.

รอติดตามกันได้จ้า

View Details

  1. เป้าหมายของเราไม่สอดคล้องกับค่านิยมของตัวเรา

ค่านิยมคือ สิ่งที่เราให้คุณค่าและยึดถือเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจในการดำเนินชีวิต แบบแผนพฤติกรรมต่างๆ ในชีวิตของเรามักจะสอดคล้องกับค่านิยมของเรา เช่น ถ้าเรามีค่านิยมเรื่องการกินที่ต่างกัน การเลือกกินมื้อเย็นว่าจะเป็นชาบูหรือหมูกระทะ ก็จะแตกต่างกัน (กินเพื่อความสุข หรือกินเพื่อสุขภาพ)

คนเรามีค่านิยมหลายอย่างและแต่ละอย่างเราให้ความสำคัญไม่เท่ากันต่างกันไปในแต่ละคน ตัวอย่างเช่น

  • ความสุขของตัวเอง
  • ความสุขของครอบครัว
  • หน้าที่การงาน
  • ความร่ำรวย
  • ความสะดวกสบาย
  • การเป็นที่ยอมรับ
  • สุขภาพที่ดี
  • ความรัก
  • ความมั่นคง
  • ความสนุก
  • มิตรภาพ
  • ความกตัญญู
  • ความดี ความงาม ความจรรโลงใจ
  • หรือบางคนต้องการ ความยิ่งใหญ่ อำนาจ บารมี
  • สำหรับคริสเตียนก็อาจจะมีค่านิยม อื่นๆ เพิ่มเข้ามา เช่น การรับใช้ให้เกิดผล ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาฯ ความสัมพันธ์กับพระเจ้า เป็นต้น

ซึ่งแต่ละคนให้ความสำคัญกับแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน ยิ่งเราให้ความสำคัญกับค่านิยมไหนมาก เราจะก็มี พลังใจ (will power) ในการทำเป้าหมายที่สอดคล้องกับค่านิยมที่เราให้ความสำคัญนั้น มากกกกกกกกกกกกกกก

เป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าที่เรายึดถือ “อาจเป็นเป้าหมาย ที่ไม่มีความหมาย”

ถ้าเป้าหมายที่เราตั้งไว้สอดคล้องกับค่านิยมของตัวเรา การทำให้สำเร็จก็จะไม่ใช่เรื่องยากมากมายนัก แต่ใน ความเป็นจริงเป้าหมายบางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ หรืออย่างน้อยเราก็ยังอยากทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ แม้ว่าจะมันขัดแย้งกับค่านิยมหลัก หรือ ไม่สอดคล้องกับค่านิยมที่เราเองให้ความสำคัญ แต่ในเมื่อมันไม่สอดคล้องกับค่านิยมที่เราให้ความสำคัญเราก็อาจมีพลังใจในการทำให้สำเร็จน้อยหน่อย แต่ถ้าเรายังคงตัดสินใจที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ เราสามารถปรับจเปลี่ยน Mind set ของเราเพื่อให้เรามีพลังใจมากขึ้น

  1. เป้าหมายของเราไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเรา แต่เป็นอิทธิพลจากคนอื่น+สังคม บอกเรา

เรียกได้ว่าเป็น “เป้าหมายของเราที่ไม่ใช่ของเรา” แม้ความต้องการหรือเป้าหมายบางอย่างที่เราตั้งขึ้นมันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงอีกด้วย

สิ่งเหล่านี้ครับ นักสังคมวิทยาและนักมานุษยวิทยาเราเรียกว่า เป็น “มายาคติ” (Mythology) ก็คือ ความคิดที่ครอบงำเราโดยเราไม่รู้ตัว โดยเราคุ้นชินกับความคิดนั้นไปแล้ว จนกระทั่งเราคิดไปเองว่าสิ่งที่เราคิดหรือเราเชื่อนั้นเป็นความจริงตามธรรมชาติ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือเรื่องของชวิตที่ดี และประสบความสำเร็จ ในแบบสูตรสำเร็จ ตามแบบฉบับ ความฝันอเมริกัน (American Dream )

ผู้คนจำนวนมากต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่ง “สิ่งที่เป็นความฝันทำนองนี้” พอไม่ได้มาก็เหนื่อย หรือพอได้มาแล้วก็รู้สึกว่างเปล่า เพราะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เค้าต้องการจริงๆ พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็ต้องมามีคำถามว่า นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่ เป้าหมายปีใหม่ก็เหมือนกัน ถ้าเราตั้งเป้าโดยวางอยู่บนอิทธิพลของสังคม หรือ อยู่ภายใต้มายาคติ เราก็อาจจะสับสน ดิ้นรนและต่อสู้ พอไม่รู้ว่าทำไปทำไมบางทีมันก็ไม่มีแรงทำ หรือ ต้องมาตั้งคำถามกับมันตลอดๆ ว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการจริงเหรอ?

พอเป้าหมายไม่ได้เป็นของเราโดยแท้จริง แต่ไปอิงกับคนอื่นมากเกินไป ก็เกิดความเครียด การเปรียบเทียบ ความกดดัน ท้อแท้ผิดหวัง

  1. เป้าหมายของเราไม่ (SMART)

ไม่เป็นรูปธรรม เป็นอุดมคติเกินไป ไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน วัดผลไม่ได้ ไม่สามารถทำได้จริง ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน

ไม่ว่าจะมีแผนยังไงก็ตาม สำหรับคริสเตียนเราก็ไม่ควรขาดความวางใจพระเจ้า พระคัมภีร์ได้หนุนใจเราไว้ใน สุภาษิตว่า ...

"จงมอบงานของเจ้าไว้กับพระยาห์เวห์ แล้วแผนงานของเจ้าจะได้รับการสถาปนา" - [สุภาษิต 16:3]

อ้างอิงเพิ่มเติม ::

  • Finnomena.com : ทำไม “เป้าหมายปีใหม่” (New Year’s resolution) ไม่เคยประสบความสำเร็จ
  • RACHEL MORELAND : เมื่อชีวิตต้องวิ่งไล่ตามความสำเร็จจนเหนื่อย
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วิธีการวางแผนแบบ SMART GOAL

View Details

อ่านยังไงก็ไม่เข้าหัว อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้พระคัมภีร์จะบอกอะไร ร่วมค้นหาความหมายไปกับเราได้ ในรายการ พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ... เริ่มต้นด้วยพระคัมภีร์เล่มแรก "ปฐมกาล"  ที่อ่านวนเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ... หรือ บทที่ 1 เป็นเพียงแค่บันทึกการสร้างโลก? 

View Details

“พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น” - (ลูกา 2:14)

คริสต์มาส เป็นเทศกาลสำคัญที่คริสเตียนทั่วโลกเฉลิมฉลอง เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการเสด็จมาของพระผู้ช่วยให้รอดบนโลกมนุษย์เพื่อไถ่บาป แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ ทั้ง การให้ของขวัญ การประดับตกแต่ง หรือแม้กระทั่งกิจกรรมต่างๆ ในวันนี้เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นมาทีหลังและไม่ได้มีอยู่ในพระคัมภีร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคริสต์มาสจะไม่มีความหมาย

วันนี้ชูใจชวนมาพูดคุยกันในเรื่อง สารพันสารพัดคำถาม ที่คริสเตียนอาจเคยสงสัย หรือมีคำถามกับคริสต์มาส ใน Podcast สวัสดีชาวโลกกันแบบสบายๆ เพื่อให้เรารู้เรื่องที่มาที่ไปของวัฒนธรรมต่างๆ ในเทศกาลนี้ และมีความเข้าใจโลกนี้มากยิ่งขึ้น

________________________________

(((ข้อมูลประกอบการฟัง PODCAST ))) คริสต์มาส คือวันระลึกถึงการมาเกิดของพระเยซูคริสต์ ซึ่ง ตลอดมานักประวัติศาสตร์หลายกลุ่มพยายามสืบค้นถึงวันที่แท้จริงที่พระกุมารบังเกิด เกิดเป็นหลากหลายคำอธิบาย ปัจจุบันชาวคริสต์ส่วนใหญ่ ยึดเอาวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ในการระลึก มีการเฉลิมฉลองตาม บ้าน โบสถ์ และสถานที่สำคัญหลายแห่ง

ภาพการประสูติของพระเยซู (1622) โดย Gerard van Honthorst

นอกจากนั้น อีกบุคคลที่คนทั่วไปมักจะคิดถึงในวันคริสต์มาสก็ คือ การให้ของขวัญ และซานตาคลอส ซึ่งกลายเป็นเหมือน Icon คู่กับเทศกาลคริสต์มาสไปแล้ว โดยซานตาคลอสที่เราเห็นในปัจจุบัน ถูกสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาในไม่กี่ศควรรตที่ผ่านมาเท่านั้นเอง แต่เดิมซานตาคลอส มาจาก ซินเทอร์กลาส หรือ ชื่อของนักบุญท่านหนึ่งในศาสนาคริสต์ คือ นักบุญนิโคลัส

ลาพลักษณ์ของเซนต์นิโคลัส (c. 280–343) ที่ปรากฏในงาน จิตรกรรมในศาสนา

ภาพลักษณ์ของซานตาคลอสที่เราคุ้นชิน นั้นเป็นอิทธิพลมาจาก ภาพวาดของ “โธมัส นาสต์” ศิลปินนักวาดภาพประกอบ และการ์ตูนล้อเลียนการเมืองชาวอเมริกาซึ่งวาดให้กับ หนังสือพิมพ์ ฮาร์เปอร์ วีคลี่ ในปี ค.ศ. 1881

ในปี 1931 บริษัท โคคา-โคล่า ได้ทำการว่าจ้าง ‘ฮัดดัน ซันบลูม’ (Haddon Sundblom) นักวาดภาพประกอบจากรัฐมิชิแกน ให้ดีไซน์ซานตาคลอสรูปลักษณ์ใหม่ สำหรับแบรนด์ของโคคาฌคล่า โดยเฉพาะ และด้วยความสำเร็จอย่างมากขึ้นส่งผลให้ เกิดซานต้าในรูปแบบโฆษณา print-ad ของโคคา-โคล่า เป็นที่จดจำและโด่งดังจนถูกผลิตซ้ำอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรต

ถ่ายโดย Jürgen Howaldt

ลักษณะของต้น Holly ที่ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งสถานที่ต่างๆ ในเทศกาลคริสตมาส นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้อื่นอีกหลายชนิดที่มีชีเขียวสดและสีแดง เช่น poinsettia หรือที่คนไทยเรียกต้นคริสต์มาสซึ่งมีถิ่นกำเนิดบริเวณอเมริกาใต้

"คำถามสำคัญที่สุดในวันคริสต์มาสไม่ใช่พระเยซูเกิดวันไหน? แต่อาจเป็นคำถามที่ว่าพระเจ้ารักเรามากขนาดไหน จึงทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาเกิดในวันนี้เพื่อช่วยเรา"

ข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม ::

ประวัติของเซนต์นิโคลัส แห่งตุรกี https://www.biography.com/religious-figure/saint-nicholas

“ซานตาคลอส” เคยใส่ชุดเขียว ก่อน “โธมัส นาสต์” จับสวมเสื้อแดง และไว้หนวดยาว จาก นิตยสารออนไลน์ The People : https://thepeople.co/santa-claus-thomas-nast/

ประวัติศาสตร์และความจริงของซานตาคลอส จาก National Geographic https://www.nationalgeographic.com/news/2018/12/131219-santa-claus-origin-history-christmas-facts-st-nicholas/

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันคริสต์มาส จาก วิกิพิเดีย https://th.wikipedia.org/wiki/คริสต์มาส

ที่มาของภาพประกอบ จาก

Background vector created by BiZkettE1 - www.freepik.com

https://www.evoluted.net/

Christmas vector created by freepik - www.freepik.com

View Details

ในโลกของการทำงาน...ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ทั้งงานทั่วๆ ในโลก หรืองานรับใช้ก็ตาม องค์กรต่างๆ ก็ล้วนอยากได้คนที่มีทักษะเก่งๆ กันทั้งนั้น แต่ว่าแค่นั้นยังไม่พอ เพราะต่อให้พนักงานในองค์กร จะมีทักษะการทำงานที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าทักษะทางสังคมไม่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้

การที่เรามีทักษะในทำงานเก่งนั้นก็เป็นเรื่องดี แต่อีกสิ่งกำลังเป็นที่สนใจขององค์กรต่างๆ มากขึ้นในทศวรรษนี้ก็คงหนีไม่พ้น “ทักษะทางสังคม” เพราะองค์กรณ์หลายแห่งมีบุคลากรที่มีทักษะการทำงานดีๆ เยอะแล้ว ต่อให้ทักษะไม่ค่อยดีเค้าก็จัดอบรมให้กันได้

แต่คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของคนในองค์กรก็สำคัญ และสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดก็คงเป็น ตัวคนในองค์กรณ์เองนั่นแหละ หลายๆ คนเป็นคนที่เก่งนะแต่ว่ามีความเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน (Toxic) การทำงานก็อาจสะดุด ดังนั้นคนก็เลยหันมให้ความสำคัญทักษะอีกแบบที่ไม่ใช่แค่ความรู้หรือความเก่ง แต่เป็นเรื่องของความดี ไม่ใช่แค่นิสัยดีนะแต่เป็นคนที่อยู่แล้วดีต่อองค์กร

"ซึ่งคุณลักษณะที่ดีต่อองค์กรและการทำงานนั้นเค้าก็เรียกกันว่ามันเป็น Soft skill ที่ควรมีในการทำงาน"

ชาวชูใจอาจจะเคยได้ยินเรื่องของ Hard skill และ Soft skill ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าในการรับใช้ที่คริสตจักรนั้นเราสามารถนำ soft skill มาช่วยทำให้การรับใช้ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเหมือนกัน!

รู้จักกับคำว่า Hard skill และ Soft skill กันก่อน

‘Skills’ เป็นคำที่หลายคนรู้จักดีว่าแปลว่า “ทักษะ”

แต่สำหรับคำว่า ‘Hard Skills และ Soft Skills’ ไม่ได้แปลกันตรงตัวแบบ ‘ทักษะแข็ง และทักษะนิ่ม’ นะ แต่หมายความว่า ‘ทักษะด้านความรู้ (Hard Skills ) และทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skills)’

เราคุ้นเคยกับ Hard Skill อยู่แล้ว

hard skill คือ 'ทักษะหลักที่ใช้ในการทำงานในสายวิชาชีพต่างๆ ที่เราสามารถเรียนรู้ผ่านการเรียนในสถาบัน หรือการฝึกฝนจนชำนาญ'

เช่นวิศวกรต้องมีความรู้เรื่องโครงสร้างตึกและคำนวนการรับน้ำหนักได้ ดีไซน์เนอร์ต้องมีความรู้เรื่องสี เรื่องรูปทรง มาสเตอร์เชฟต้องเข้าใจเรื่องวัตถุดิบและวิธีการปรุง (เตือนแล้วนะ!)

สำหรับงานรับใช้ในโบสถ์ก็ไม่ต่างกัน เช่น ผู้รับใช้เราก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์และศาสนพิธี สามารถเขียนโครงร่างคำเทศนาได้ หรือหากเป็นผู้นำนมัสการ เราก็ต้องมีทักษะในการร้องเพลงบ้างและอาจต้องรู้ทฤษฎีดนตรีนิดหน่อย เป็นต้น ซึ่งทักษะเหล่านี้มีสอนกันในโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนพระคริสต์ธรรมที่เราต่างคุ้นเคย และยังหาได้จาก youtube อีกต่างหาก!

นอกเหนือจากการนำนมัสการและการเทศนา มี Hard skill อีกมากมายที่เราเห็นบ่อยๆ เช่น ทักษะการเล่นดนตรี การสอนรวี การนำเกมเพลงสั้น การร้องการเต้น การเขียนและกำกับบทละคร การทำผัดไทและต้มไข่อีสเตอร์ การประกาศ การถ่ายรูป การตัดต่อวีดีโอ งานประดิษฐ์และงานช่าง สารพัด skill ที่เราเรียกได้ว่าเป็น “งาน” นั้นล้วนแล้วแต่เป็น Hard skill ทั้งนั้น

ในพระคัมภีร์เอง ก็ได้พูดถึง hard skill ที่มาจากพระเจ้าด้วย ซึ่งก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเต้นนมัสการ โดย มีผู้ชาย 2 คนที่ได้รับพระราชทานทักษะจากพระเจ้า เพื่อให้เค้ามีความชำนาญในการทำงานช่างต่างๆ ที่จะใช้สำหรับการสร้างเต้นนัดพบ ซึ่งสองคนนั้นก็คือ “เบซาเลลกับโอโฮลีอับ” (อพยพ 35:30-36:1)

ที่พระเจ้าประทานความสามารถแบบนั้นให้กับทั้งคนก็เพื่อที่จะให้เค้าเป็นคนที่ใช้การได้ สำหรับงานของพระองค์ แต่พอเราพูดถึงคำว่า “ใช้การได้” หลายๆ ครั้งสำหรับคริสเตียนแล้ว เราไม่ได้หมายถึงทักษะในการทำงาน แต่เป็นเรื่องของทักษะชีวิต หรือการมีคุณลักษณะที่ดีบางประการที่สามารถเสริมสร้างชีวิตของคนเหล่านั้น ให้เป็นคนที่ใช้การได้

'คุณลักษณะส่วนบุคคลที่ดี รวมถึงทักษะทางสังคมที่ดี นั้นสำหรับโลกของการทำงานแล้วเค้าก็เรียก คุณลักษณะเหล่านี้ว่าเป็น soft skill นั่นเอง'

แล้วอะไรคือ (soft skill) คือ ทักษะทางอารมณ์และสังคม ทักษะประเภทนี้เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นเป็นรูปธรรมแต่มีส่วนสำคัญที่ทำให้การทำงานลุล่วงราบรื่น ส่วนใหญ่เป็นทักษะที่ไม่มีสอนโดยตรง แต่อาศัยการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การทำงานกหรือการรับใช้ร่วมกับผู้อื่น อาจเกิดการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) โดยมากเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร กระบวนการคิด ความสามารถในการเข้าใจและควบคุมตัวเอง และทักษะทางสังคม ตัวอย่างเช่น

  • ทักษะที่เกี่ยวกับความคิด (Thinking Skill)

  • ความคิดสร้างสรรค์ Creative Thinking (ดาวิด ซาโลมอน)

  • การคิดเชิงวิพากษ์ Critical Thinking (เปาโล)
  • การแก้ไขปัญหา Problem Solving (อาบิกายิล)
  • นอกจากนี้ยังมีอีกมากมาย เช่น การเรียบเรียงความคิด, การคิดอย่างเป็นระบบ, การคิดเชื่อมโยง, การประยุกต์, การวิเคราะห์, สังเคราะห์ (แบบที่สอบ O-net A-net นั่นแหละ)

  • ทักษะด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Communication & Leadership Skill)

  • การสื่อสารในที่สาธารณะ (Public speaking)

  • การถ่ายทอดความคิด
  • การทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกับผู้อื่นนอกทีม* (Teamwork & Co ordinating with other)
  • ภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี (Leadership)

  • ทักษะทางสังคม (Social Skill) .

  • การมีจิตใจรักการบริการ (Service orientation) หรือ (หัวใจแห่งการปรนนิบัติ Version ของคริสเตียน)
  • ความฉลาดทางอารมณ์ EQ
  • มารยาททางสังคม
  • ความสามารถในการรับรู้ความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
  • ทักษะในการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกับผู้อื่น

  • ทักษะส่วนบุคคล (Personal Skill) .

  • วินัยและการรู้จักบังคับตน Self Control (ตัวอย่าง ดาเนียล)
  • ความเข้าใจในความเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ
  • ความสามารถในการเข้าใจตนเอง (รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รู้สึกอะไร อะไรเป็นจุดอ่อนจุดแข็ง)
  • ความสามารถในการเรียนรู้ได้ไว (Fast learning)
  • การทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน (Multitasking)
  • ทัศนคติที่ดี (Good attitude)
  • ความรับผิดชอบ (responsibility)
  • ความยืดหยุ่น (Flexibility) ไม่ใช่ผลัดวันประกันพรุ่งนะเออ
  • การบริการจัดการเวลา (Time Managing)
  • ความอดทน ความทุ่มเท ความละเอียดรอบคอบ

ทำไม Soft skill ถึงจำเป็นต่อการรับใช้? คำตอบก็คือ ... 'เพราะการรับใช้มีเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพื่อความสำเร็จแต่เพื่อความสุขของผู้คน'

ความสำเร็จอาจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกการทำงานในโลกใบนี้ แต่ไม่ใช่กับงานรับใช้ครับ แน่นอนว่าในการรับใช้เราเองก็ต้องการให้เป้าหมายลุล่วงสำเร็จ แต่สิ่งที่เราควรห่วงใยเป็นพิเศษไม่ใช่ผลงานแต่เป็นผู้คนต่างหากเพราะงานรับใช้เป็นงานที่ต้องทำกับคน คริสตจักรคือครอบครัว คือชุมชน ไม่ใช่ออฟฟิศ เพราะเราลาออกไม่ได้ เราต้องอยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกันอย่างเป็นสุขดีกว่า

เพราะงานรับใช้ที่ดีคือการสร้างชีวิตที่เกิดผล ไม่ใช่การสร้างผลงาน ชีวิตที่เกิดผลดี มาก่อน ผลงานที่ดี เพราะพระเจ้าประธานของประทานทั้งสิ้น เผื่อให้เรารับใช้ซึ่งกันและกัน พระเจ้าปรารถนาให้เราอยู่ร่วมกัน ตะลันต์และของประทานต้องมีความรัก “การทำได้ตามเป้าก็อาจไม่มีค่าอะไรหากการกระทำของเราปราศจากความรัก” (1 ดาเนียล 1-14 : ตัวอย่างซักหน่อย เรื่องของการทำงานรับใช้ ในองค์การณ์อย่างเกิดผล)

“เพราะจุดประสงค์ของงานรับใช้นั้น ไม่ใช่เพื่อการสร้างผลงานที่ดีเท่านั้น...แต่เพื่อการสร้างชีวิตที่เกิดผลด้วย”

__________________________

แบบฝึกหัดการเข้าใจชาวโลก ตอนที่ 4

  • จากที่ฟังมาทั้งหมด ชาวชูใจคิดว่า ตัวเองมี Soft Skill ในด้านไหนบ้าง?

  • นอกจากที่ได้ฟังไปแล้ว คิดว่ามีคุณสมบัติไหนอีก ที่ถือว่าเป็น soft skill ของเรา และเราจะพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้ยังไง?

สวัสดีชาวโลก เผยแพร่วันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยนะ ^^

View Details

คริสเตียนลอยกระทงได้ไหม?

คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยโดยเฉพาะผู้เชื่อใหม่ เพราะเราต่างอาศัยอยู่ในสังคมไทยที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับความเชื่ออื่นๆ มากมาย ทั้งก่อนที่เราจะมาเป็นในพระเจ้านั้นเราก็ต่างเคบเกี่ยวข้องกับประเพณีต่างๆ เหล่านี้ เทศกาลลอยกระทงก็เป็นหนึ่งในประเพณีที่มีความผูกพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างมาก เพราะคนไทยมีความผูกพันธ์ใกล้ชิดกับน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งของชีวิต

จากความสงสัยที่มากนี้วันนี้ชูใจจึงอยากชวนชาวชูใจมาพูดคุยกันในประเด็นนี้ร่วมกัน

เราจะมีจุดยืนในความเชื่อของเราอย่างไรท่ามกลางประเพณีต่างๆ รวมทั้งเทศกาลลอยกระทง

  • พิจารณาว่ากิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับศาสนา หรือความเชื่ออื่นแค่ไหน? ทุกพิธีกรรมนั้นล้วนมีบ่อเกิดจากความเชื่อ หากพิธีกรรมหรือกิจกรรมนั้นเกี่ยวข้อกับความเชื่ออื่นโดยตรง ลองคิดดูว่าเราจะสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างไร?
  • พิจารณาว่าการมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเหล่านั้นจะทำให้คนอื่นสะดุดรึเปล่า? การกระทำเหล่านั้นจะมีโอกาสทำให้พี่น้องที่ได้เห็นเราท่ามกลางกิจกรรมเหล่านั้นสะดุด หรือมีคำถามหรือไม่?

เพิ่มเติม : อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมจากบทความที่ชูใจเคยเขียนไปแล้วได้โดยคลิกที่ชื่อบทความ "คริสเตียนลอยกระทง...หลงทางรึเปล่า?"

_________________________________________________

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการลอยกระทง ที่ไม่ได้พูดถึงใน Podcast ลอยกระทง เป็นพิธีกรรมที่พบได้ในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สืบทอดมาจากประเทศอินเดีย โดยมีตำนานเกี่ยวกับที่มาว่า "เป็นการบูชาพระบาทของพระพุทธเจ้าที่ริมแม่น้ำ" ในคราที่เสด็จลงไปโปรดพญานาคในบาดาลและกลับขึ้นมาได้ประทับรอยพระบาทไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้ลอยกระทงเป็นการสักการบูชา และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระพระอุปคุต (พระอรหันต์องค์หนึ่ง) ผู้บำเพ็ญตนอยู่ในสะดือทะเลและเป็นผู้ปราบพญามารไม่ให้พยามารมารบกวนพิธีฉลองการสร้างพระสถูปเจดีย์ ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชของอินเดีย

  • สำหรับประเทศไทย มีบันทึกเกี่ยวกับการลอยกระทงว่า มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป" ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปผสาน จึงให้มีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ก่อนที่นางนพมาศ สนมเอกของพ่อขุนรามฯ จะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม และก็เกิดเป็นการลอยกระทงในน้ำสืบต่อมา

ต่อมาการให้ความหมายต่อการลอยกระทงกลายเป็นการบูชาพระแม่คงคา และผนวกการสะเดาะเคราะห์แบบไทยๆ เข้าไป จนในที่สุดเริ่มกลายเป็นเทศกาลการท่องเที่ยวและงานรื่นเริงมากขึ้น คอนเซ็ปท์ ณ ตอนนี้หลักๆ ก็คือ ขอโทษพระแม่คงคาที่ใช้น้ำ สะเดาะเคราะห์ และเพื่ออธิษฐานขอพร

  • ส่วนการลอยโคมลอย ที่แพร่หลายอยู่ในภาคเหนือนั้น แต่เดิม

เป็นพิธีกรรมเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนาว่าผู้คนที่เกิดมานั้นควรจะได้บูชาพระธาตุอันเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ซึ่งวัดพระธาตุเหล่านี้ก็จะตั้งอยู่ตามวัดสำคัญต่างๆ ทั่วภาคเหนือ เพราะคนล้านนาจะเชื่อว่าก่อนที่คนเราจะเกิดมาเป็นมนุษย์ วิญญาณของเราจะไปชุหรือพักอยู่ที่พระธาตุประจำปีเกิดก่อนที่จะจุติมาเป็นคน ดังนั้นในช่วงชีวิตหนึ่งที่เกิดมา ทุกคนควรจะได้ไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของตนเองให้ได้สักครั้ง อย่างเช่นคนเกิดปีชวดมีพระธาตุประจำปีเกิดคือพระธาตุศรีจอมทองก็ต้องไปไหว้พระธาตุจอมทอง ส่วนคนที่เกิดปีอื่นๆ ก็ไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเองไปซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในเขตล้านนา แต่สำหรับคนที่เกิดปีจอแล้ว มีพระธาตุประจำปีเกิดคือพระเกตุแก้วจุฬามณี ซึ่งเชื่อว่าตั้งอยู่บนสวรรค์ หรือในสมัยก่อนการที่เราจะเดินทางไปยังพระธาตุต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจึงต้องมีการลอยโคมเพื่อไปสักการะพระธาตุเหล่านั้นแทนตัวเรา

ปัจจุบัน เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ ให้ประสพแต่สิ่งดีงาม มีความเชื่อว่าการจุดโคมลอยและปล่อยขึ้นไปในอากาศเป็นการปลดปล่อยความทุกข์โศกและเรื่องร้ายๆ ให้พ้นตัวและลอยไปกับอากาศ (จาก Voice TV https://www.voicetv.co.th/read/150921)

  • “ทุกประเพณีมีรากของมัน อยู่ที่เราจะมีจุดยืนทางความเชื่ออย่างไร ”

__________________________

แบบฝึกหัดการเข้าใจชาวโลก ตอนที่ 3

  • ชาวชูใจคิดว่าในปัจจุบันประเพณีลอยกระทงยังมีความหมายในพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อแบบเดิมอยู่ไหม?

  • เราจะมีจุดยืนอย่างไรในเทศกาลลอยกระทงนี้

View Details

  • วันที่ 31 ตุลาคมสำหรับชาวยุโรป เป็นวันฮาโลวีน ที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อวันปล่อยผี เทศกาลฮาโลวีนนี้จริงๆ แล้วมาจากไหนแล้วทำไมเมืองคริสต์จ๋าอย่าง ยุโรปและอเมริกันถึงมีเทศกาลนี้ แล้วจริงๆ ฮาโลวีนแปลว่าอะไร แล้วเป็นเทศกาลเพื่อการทำอะไรกันแน่?

ฮาโลวีนในความเข้าใจของคนไทย (นาทีที่ 1.00)

สำหรับคนไทยถ้าพูดถึงเทศกาลฮาโลวีน เราอาจจะมีภาพจำดกี่ยวกับ การแต่งตัวเป็นผีและไปเที่ยวเคาะประตูบ้านของขนม การแต่งตัวแฟนซีและร่วมวงแอลกอลฮอล หรือ การประดับประดาบ้านช่องด้วยโคมไฟฟักทอง และแสงเทียน ที่เรารับรู้ภาพของวันฮาโลวีนในแบบนี้ เพราะเรารับรู้มาจากสื่อตะวันตก ทั้งทีวี นิตยสาร และภาพยนตร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการนำเสนอความจริงเกี่ยวกับวันฮาโลวีนเพียงด้านเดียว

ความจริงแล้ว ชื่อวันฮาโลวีน เป็นเทศกาลของชาวคริสต์ (นาทีที่ 2.25) + Hollowed เป็นคำในภาษาแองโกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีความหมายเดียวกันกับคำว่า sanctify ที่มีรากมาจากภาษาละติน ก็คือทำให้บริสุทธ์ศักดิ์สิทธ์ ซึ่งผู้ที่ถูกทำให้ศักดิ์สิทธ์ ก็คือ Saint นั่นเอง ส่วนคำว่า Saint ก็แปลว่า ผู้ศักดิ์สิทธ์ หรือนักบุญ + ตัวชื่อของเทศกาล "Hallow" นั้นมาจากฐานคิดแบบคริสเตียน อันที่จริงแล้วคืนนี้เป็นคืนที่เรียกว่า Hallow'eve หรือแปลง่าย ๆ ว่าคืนก่อนวัน Hallow เพราะวันต่อมา คือ 1 พฤศจิกายน นั้นคือวัน All-Hallow day หรือ All Saint Day วันระลึกถึงผู้ชอบธรรมที่ล่วงหลับไปแล้วทั้งหลายซึ่งคาดว่าถูกกำหนดวันอย่างนี้ในช่วงศตวรรษที่ 8 โดยสันตะปาปาเกรกอรีที่ 3

Halloween เองก็เหมือนกันเทศกาลอื่น ๆ ที่เราพบเห็นได้ในปฏิทินคริสเตียน (Liturgical Calendar) ที่หลาย ๆ เทศกาลนั้นรับอิทธิพลมาจากเทศกาลอื่น ๆ ในสังคมยุโรปโบราณและถูกใส่ความหมายใหม่เข้าไป บางเทศกาลเช่นคริสมาสต์กับอีสเตอร์ก็อาจจะชนะและได้รับความหมายแบบคริสเตียนเต็มที่แม้จะยังหลงเหนือบางอย่างจากวัฒนธรรมเดิมเช่นไข่และกระต่ายเอาไว้แต่ความหมายของวัฒนธรรมเดิมก็ถูกแทนที่ได้ไปเรียบร้อย แต่บางเทศกาลอย่างเช่น Halloween นี้ก็อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จในการช่วงชิงความหมายสักเท่าไหร่





ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับโลกของผีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในวันฮาโลวีน (นาทีที่ 7.00)
 แต่ก่อนที่จะเป็นวันก่อนวันระลึกถุงนักบุญ วันที่ 31 ตุลาคม เคยเป็นวันปล่อยผีมาก่อน และที่มาแบบนี้เองที่ทำให้ ชาวคริสต์สมัยใหม่หลายคนที่อนุรักษ์นิยม รู้สึกไม่สบายใจกับที่มาอันน่าสะพรึงนี้





วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปีเป็นเทศกาลวันฮัลโลวีนซึ่งในธรรมเนียมของโลกปัจจุบันนั้นสืบทอดมาจากประเพณีของชาวเซลติก(celts) ชาวพื้นเมืองเดิมแถบเกาะไอร์แลนด์ และอังกฤษ ที่ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเฉลิมฉลองเทศกาลวันสุดท้ายของฤดูร้อน ซึ่งเป็นเวลาสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวพืชไร่ (เช่นฟักทอง) และนับเป็นการเริ่มต้นของฤดูหนาว ซึ่งหมายความว่าชาวบ้านในแถบนั้นจะปลูกอะไรไม่ได้เลย


โดยมีธรรมเนียมดั้งเดิมมาจากความเชื่อว่า “วิญญานแห่งฤดูหนาว” จะมาเยือนผู้คนตามบ้าน หากใครถวายอาหารให้ วิญญาณนั้นก็จะอวยพรให้ได้รับโชคตลอดทั้งฤดู แต่จริง ๆ แล้วประเพณีดังกล่าวน่าจะเป็นกุศโลบายให้คนมอบความช่วยเหลือแก่เพื่อนบ้านขี้อายที่อาจประสบกับความอดยากจากปัญหาผลผลิตไม่ดีในปีนั้น ประเพณีเคาะประตูตามบ้านนี้ ไป ๆ มา ๆ เลยกลายเป็นธรรมเนียมที่เด็ก ๆ แต่งชุดผีแล้วออกเดินตระเวนเคาะประตูเพื่อนบ้านในชุมชนพร้อมกล่าวประโยคว่า Trick or Treat (จะหลอกหรือจะเลี้ยง) ซึ่งเป็นการละเล่นที่ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา


แน่นอนว่าชาวเซลติก ไม่ได้อยู่ในทวีปอเมริกา แต่วัฒนธรรมนี้มันหลั่งไหลไปกับชาวยุโรปที่ย้ายถิ่นฐานไปนั่นเอง








ความหมายใหม่และความหมายเก่าของฮาโลวีน (นาทีที่ 14.10)

หลังจากสังคมยุโรปได้เปลี่ยนจากสังคมที่นับถือผี สู่สังคมที่รับถือศาสนาคริสต์มีความพยายามในการที่จะเปลี่ยนแปลงเทศกาลเดิมและให้ความหมายแก่วันเทศกาลใหม่ แต่บางครั้งชาวบ้านเองก็ยังคงผสมผสานความเชื่อเดิมเข้าไปในประเพณีต่างๆ ที่เคยเชื่อถือ จึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมในระบบดับชาวบ้าน แม้ว่าศาสนาจะปฏิเสธวิธีการเหล่านั้น

หลังจากชาวพื้นเมืองยุโรปได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์แทนที่จะฉลองวันปีใหม่แบบเดิม จึงเกิดธรรมเนียมประเพณีของชาวคริสเตียนแทนที่ ค่ำคืนวันที่ 31 ตุลาคมนั้น จึงถูกเรียกว่า All Hollow’s eve หรือเรียกง่าย ๆ ว่า All Saints eve ตั้งแต่ปี ค.ศ. 731 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 3 ตั้งวันนี้ขึ้นเพื่อระลึกถึงและแสดงความเคารพเหล่านักบุญผู้เคยมีคุณูปการณ์แก่ศาสนา


อย่างไรก็ตามคืนฮาโลวีนก็ เป็นค่ำคืนที่คริสตชนระลึกถึงบรรพบุรุษทางความเชื่อ เหล่ามิชชันนารี หรือ อาจารย์ต่าง ๆ ที่นับถือ ( หากเป็นพี่น้องคาทอลิกก็จะระลึกถึงนักบุญและเหล่าผู้พลีชีพเพื่อความเชื่อในอดีต) และในวันรุ่งขึ้น หรือ วันที่ 1พฤศจิกายน ก็จะเป็นวัน All Saints Day คริสเตียนบางส่วนจะถือโอกาสไปยังสุสานเพื่อทำความสะอาดสุสานและระลึกถึงบรรพชน ส่วนพี่น้องคาทอลิกจะเข้าโบสถ์เพื่อระลึกถึงเหล่าวีรชนแห่งความเชื่อและนักบุญ

ไม่ว่าเราจะมองวันฮาโลวีนอย่างไรและมีจุดยืนกับเทศกาลนี้อย่างไร อย่าลืมว่า ไม่ว่าเราจะร่วมกิจกรรม หรือปฏิเสธที่จะเข้าร่วมอย่างไร เราก็ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความรัก







“ไม่สำคัญว่าฮาโลวีนเป็นวันอะไร...สำคัญว่าเราทำอะไรในวันนี้มากกว่า”



\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_

แบบฝึกหัดการเข้าใจชาวโลก ตอนที่ 2

  • ภาพของวันฮาโลวีนในประสบการณ์ส่วนตัวของเราเป็นแบบไหน?

  • พอฟังจบแล้ว เรามีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับวันฮาโลวีน

View Details

วันนี้พี่ชูใจขอแนะนำ สวัสดีชาวโลก! Podcast ที่จะทำให้คุณเข้าใจโลกนี้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวและโลกที่เราอยู่ก็เปลี่ยนไปทุกวัน :)

ทำไมต้องเข้าใจ? (นาทีที่ 1.00)

ความไม่เข้าใจกันทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน ตัวอย่างเช่น การที่เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมบางอย่างหรือความชื่นชอบบางอย่าง เช่น เรื่องความคลั่งไคล้ในการ์ตูนของคนที่ เป็น “ชาวโอตาคุ” ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่นิยมคลั่งไคล้ในอะไรบางอย่างเป็นชีวิตจิตใจ ในที่นี้เราหมายถึงคนที่ชอบการ์ตูนมาก และในกลุ่มโอตาคุการ์ตูนนั้น ก็มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบตัวการ์ตูนจนแต่ง ตัวเป็นตัวการ์ตูนเหล่านั้น หรือเรียกว่า การแต่ง Cosplay

ถ้าเราไม่เข้าใจความคิด หรือมุมมองในด้านของเค้าเลย เราก็อาจเผลอไผลไปตัดสินตัวตนของเค้าหรือเข้าใจเค้าผิดได้ ซึ่งมันทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหาได้

เราควรเข้าใจอะไรบ้างเพื่อนอยู่กับชาวโลกอย่างมีความสุข? (นาทีที่ 7.25)

  • เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม (นาทีที่ 7.40)

นอกจากวัฒนธรรมของชาติ อย่างเช่น วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมญี่ปุ่น แล้ว ในโลกใบนี้ยังมีวัฒนธรรมของคนกลุ่มย่อยๆ ที่ไม่เหมือนกันด้วย เช่น วัฒนธรรมวับรุ่นต่างๆ ทั้ง โอตาคุ เด็กบอร์ด Rapper กลุ่มนักวิ่ง กลุ่มแฟนดอมเกาหลี และอื่นๆ ความคิดและค่านิยมของแต่ละกลุ่มก็มีความแตกต่างกันไป การที่เรา เข้าใจการมีอยู่ และเข้าใจแนวคิดของกลุ่มคนในวัฒนธรรมอื่นๆ นอกจากเรา ก็จะทำให้เราเห็นความสวยงามในวัฒนธรรมของพวกเขา * เข้าใจความแตกต่างทางความคิด (นาทีที่ 8.30)

คนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน เพราะ บริบทในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งการเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม ปูมหลัง ประสบการณ์ ที่หล่อหลอมให้เราแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกัน แม้ในเรื่องๆ เดียวกันคนเราจึงมีความคิดต่อเรื่องๆ นั้นที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถใช้ความคิดของเราเป็นบรรทัดฐานในการวัดว่าความคิดของใครถูกหรือผิด * เข้าใจความแตกต่างทางความเชื่อ (นาทีที่ 15.50)

ความเชื่อบางอย่างอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน และการตอบสนองต่อความเชื่อนั้นก็อาจแสดงออกมาแตกต่างกันตามความเชื่อส่วนบุคคล หากเรามองข้ามรายละเอียดปีกๆ ย่อยๆ แล้วเราอาจจะได้เห็นว่า แก่นแท้ของความเชื่อที่แตกต่างกันเหล่านั้น เป็นแก่นเดียวกันก็ได้ และแม้กระทั่งกับคนที่มีความเชื่อที่แตกต่างกับเรา เราก็ควรให้เกียรติความเชื่อของเขาเหล่านั้นด้วย เพราะทุกคนล้วนแต่มีสิทธิ์ในการเลือกและตัดสินใจที่จะเชื่อด้วยตัวเอง การให้เกียรติกันและกันคือกุญแจแห่งการเปิดใจ

เพราะวัฒนธรรมโลกนี้มีความหลากหลาย และเราอยู่ท่ามกลางความหลากหลาย การที่เราจะเข้าใจคนอื่นนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและเป็นเหมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของคนสองคนนั่นเอ๊งงงงงงงง


แบบฝึกหัดการเข้าใจชาวโลก ตอนที่ 1

  • มีวัฒนธรรมกลุ่มย่อยๆ อะไรบ้างในโลสถ์ของเรา หรือ โรงเรียนที่ทำงานที่เรารู้สึกว่ายังไม่เข้าใจกลุ่มคนเหล่านั้นบ้างนะ?

  • แล้วคิดว่า วัฒนธรรมนั้นๆ มีข้อดียังไงบ้าง?

  • เคยเจอกับคนที่มีความคิดในเรื่องบางเรื่องแตกต่างกับเราแบบสุดขั้วมั้ย?

  • นอกจากความคิดที่แตกต่างกันเค้ามีความคิดอะไรที่เหมือนกับเราบ้างรึเปล่า?

View Details

ในชีวิตคริสเตียนเราย่อมต้องมีการทำงานรับใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิต แต่หากเราไม่ได้จัดสมดุลย์ให้ดี ระหว่างการดูแลสุขภาพ ร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณแล้วล่ะก็ การตั้งหน้าตั้งตารับใช้ หรืออุทิศตัวแก่คริสตจักรอย่างหนักเกินไป อาจส่งผลเสียต่อเราจนถึงขั้น หมดไฟในการรับใช้หรือ Burn out ได้ คริสเตียนจำนวนมากเมื่อเริ่มเติบโตขึ้นในความเชื่อก็มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นตามไปด้วย

วันนี้ชูใจจึงอยากจะชวนเรามาสำรวจตัวเองว่าเรากำลัง เสี่ยงหรืออยู่ในภาวะหมดไฟ Burnout รึเปล่า? และ เราจะมีวิธีการยังไงเพื่อเติมไฟในการรับใช้ และรับใช้อย่างมีความสุข?

10 สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าเราอาจ Burn Out จากการรับใช้ [นาทีที่ 2.40] * เริ่มอ่อนเพลียทางด้านร่างกายและจิตใจ * เริ่มขาดแรงจูงใจในการรับใช้ * เริ่มมองโลกในแง่ลบ * มีความเครียดเรื้อรัง และไม่มีสมาธิ * ประสิทธิภาพในการทำงานรับใช้ลดลง * มีปัญหากับคนรอบข้าง * ไม่มีเวลาดูแลหรือเพิกเฉยที่จะดูแลตัวเอง * หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องงาน/การรับใช้ แม้ในเวลาที่ควรพักผ่อน * ความสุขในการรับใช้ลดน้อยลง (ขาดสันติสุขในการรับใช้) * สุขภาพย่ำแย่ เป็นโรคและอาการเจ็บป่วย ที่มีผลมาจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และผลพวงจากความเครียด

4 เคล็ดลับในการจุดไฟในการรับใช้ [นาทีที่ 5.25] 1. หมั่นทบทวนเป้าหมายในการรับใช้ของเรา (ทบทวนเรื่องการทรงเรียก เพื่อให้เราระลึกได้อยู่เสมอว่า สิ่งที่เรารับใช้นั้นทำไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร) 2. เข้าสู่โหมดพักอย่างแท้จริง (ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพักสงบในพระเจ้าเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระองค์) 3. เปิดใจพูดคุย/ระบายความในใจกับเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนฝ่ายจิตวิญญาณ (เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เห็นใจ และเป็นที่สนับสนุนทางจิตใจแก่กันและกัน) 4. จัดระเบียบชีวิตให้ดีขึ้น (บ่อยครั้งความวุ่นวาย ยุ่งเหยิงในการรับใช้ของเรา มีปัจจัยมาจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงของตัวเราเอง การจัดการกับตัวเองจะช่วยให้เรารับใช้ได้ราบรื่นขึ้น Work Smart not Work Hard)

_________________________

“การรับใช้ด้วยหัวใจ คือ...หัวใจแห่งการรับใช้”

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

  • ความเข้าใจเรื่องผีและอำนาจเหนือธรรชาตินั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคริสเตียน พระคัมภีร์ไม่ได้ปฏิเสธว่าในโลกนี้ไม่มีผี แต่บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า มีวิญญาณชั่วและสิ่งที่มีอำนาจซึ่งปกครองโลกนี้อยู่ สิ่งสำคัญที่ชาวชูใจควรรู้นั้นไม่ใช่เรื่องผีแต่เป็นการที่มนุษย์หันเหไปจากพระเจ้าและกราบไหว้บูชา หรือ พึ่งพาสิ่งเหล่านี้ที่ไม่ใช่พระเจ้า ว่านั่นเป็นการกระทำที่ไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้าเลยนะ

สาเหตุที่คนเราพึ่งพาสิ่งเหล่านี้มีหลายสาเหตุ เช่น

+ คนเราอยากรู้อนาคต และต้องการมีความปลอดภัยในชีวิต เพราะมีความกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอน
+ คนเรามีความทุกข์และไม่รู้จะออกจากความทุกข์ยังไง รวมถึงการอยากแก้แค้น
+ คนเราคาดหวังที่จะ ควบคุมและกำหนดชีวิตของตัวเองได้
  • แม้ว่าเราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เพราะ หวังจะได้รับสิ่งดี แต่การเข้าไปเกี่ยวข้อกับวิญญาณนั้นส่งผลเสียต่อเราทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทางตรง เช่น ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าห่างเหินกัน อาจทำให้เรารู้สึกผิดต่อพระเจ้า รวมทั้งหลงผิดลส่งผลต่อความเชื่อ

ทางอ้อม เช่น ทำให้เราเกิดความกลัวในจิตใจ ไม่มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต แสวงหาทางออกไม่รู้จบ และเสพติดการพึ่งพาไสยศาสตร์

เราจะป้องกันตัวเองให้พ้นจาก เรื่องผีๆ ได้อย่างไร?

1. หลีกเลี่ยงและไม่นำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับสื่อของวิญญาณต่างๆ เช่น หนังผี พิธีกรรมที่เกี่ยวกับผี
2. ทำความเข้าใจพระวัจนะของพระเจ้าอย่างถูกต้อง
3. รู้ว่าเรามีอำนาจเหนือมารซาตาน ผ่านพระโลหิตและพระนามของพระเยซูคริสต์

_________________________

“โดยโลหิตของพระเยซูคริสต์ เราก็ได้มีชัยชนะเหนือมารซาตานเรียบร้อยแล้ว”

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

“ เพราะว่า เหมือนกับร่างกายเดียวที่มีหลายๆ อวัยวะ และอวัยวะทั้งหมดของร่างกายนั้นแม้จะมีหลายส่วน ก็ยังเป็นร่างกายเดียว พระคริสต์ก็ทรงเป็นเช่นนั้น” - 1 โครินธ์ 12:12

_________________________

  • ความแตกต่าง คือ ความไม่เหมือนกันของคนสองคน หรือ กลุ่มสองกลุ่มไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ วิถีชีวิต (Life Styles) ความชอบ ความสนใจ เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ ฯลฯ

  • ความแตกแยก คือ ปัญหาหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะความแตกต่างกัน ที่ไม่อาจประสานความแตกต่างนั้นให้อยู่ร่วมกันได้

แม้ในหมู่ผู้เชื่อที่เรียกว่า เป็นกายเดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่าง แต่การเข้าใจความแตกต่างจะทำให้ไม่เกิดความแตกแยก แม้แต่ในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ก็ยังมีความแตกต่างกันมากๆ จนเกือบจะทำให้คริสตจักรไม่สามารถรวมตัวกันได้ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นใน คริสตจักรเมืองโครินธ์ แต่อาจารย์เปาโล เปรียบเทียบว่า ผู้เชื่อนั้นมีความแตกต่างกัน แต่มีพระเยซูคริสต์เป็นศรีษะ และเราเป็นร่างกายเดียวกัน

ติดตามฟังรายละเอียดว่าเราจะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ได้ยังไงใน Podcast ตอนที่ 6 จากพี่โจโจและอิ่มเอมโอปป้าเลยค่ะ

_________________________

“ความแตกต่างที่อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ จะไม่นำไปสู่ความแตกแยก”

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

“จงระวังให้ดีออย่าให้ใครขาดจากพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมาก่อความยุ่งยากให้ และทำให้ตัวเองเป็นมลทิน” - ฮีบรู 12:15

_________________________

“รากขมขื่น” เป็นประเด็นสำคัญหนึ่งที่มีผลต่อชีวิตคริสเตียน

รากขมขื่น คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตมีผลเกี่ยวข้องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนเกิดเป็นปมในจิตใจ ส่งผลกระทบมาถึงการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อจิตใจและอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายจนเกิดเป็นอาการเจ็บป่วยทางร่างกายต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน

...ซ้ำร้ายรากขมขื่นอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตวิญญาณของเรา…

เปรียบภาพของรากขมขื่น ก็เหมือนกับวัชพืชที่คอยเบียดเบียนขัดขวางการเติบโตของต้นไม้ใหญ่ ส่งผลให้ต้นไม้นั้น แคระแกรน เหี่ยวเฉา ไม่ผลิดอกออกผล หรือแม้กระทั่งทำให้ต้นไม้นั้นตาย ตัวอย่างในชีวิตจริงเช่น น้อง ก. มี่คุณพ่อที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อน้อง ก. มีประสบการณ์แบบนั้นเมื่อมาเป็นคริสเตียน ทำให้น้อง ก. ไม่สามารถเห็นภาพของพระเจ้า ในมุมของพระบิดผู้รัก น้องได้อย่างเต็มที่

3 วิธีแก้ไขรากขมขื่น

  • แก้ไขที่ตัวเรากับพระเจ้า [นาทีที่ 5.15]

พื้นฟูความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ผู้เป็นแหล่งพลังชีวิตของเรา อาจใช้เวลาในการแสวงหาพระเจ้า หากมีเวลาสามารถปลีกตัวออกไปยังที่สงบๆ ใช้เวลากับพระเจ้า และขอการเปิดเผยรากขมขื่นในจิตใจ แน่นอนว่าหากได้พบกับรากนั้นอาจมีความรู้สึกเจ็บปวดในจิตใจ เราสามารถอธิษบานของให้พระเจ้าผู้เป็นหมอทางจิตวิญญาณ ทรงเข้ามารักษาบาดแผลในจิตใจนั้น

  • ปลดปล่อยและให้อภัยตัวเอง และคู่กรณี [นาทีที่ 7.00]

บางครั้งรากขมชื่นนั้นอาจเกิดมาจาก ความผิดพลาดที่เกิดจากตัวเราเอง เราควรยกโทษและให้อภัยตัวเอง และหากมีคู่กรณีเราก็ควรให้อภัยเขาด้วย แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่อยู่แล้วก็ตาม การให้อภัยเป็นการเลือกที่จะตัดสินใจที่จะไม่จดจำความผิดเหล่านั้น ไม่ใช่การลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพราะเราไม่สามารถลืมเหตุการณ์เหล่านั้นได้

  • ขอความช่วยเหลือจากชุมชนผู้เชื่อ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา [นาทีที่ 10.00]

การได้พูดคุยหรือระบายความอัดอั้นตันใจออกไป จะช่วยให้เราสามารถปลดปล่อยปมที่อยู่ในใจได้ เราสามารถหาผู้ที่จะเป็นที่ปรึกษา และเข้าใจเราได้ ทั้งเพื่อน พี่เลี้ยง ผู้ที่รักเรา ไม่ควรแบกความเจ็บปวดทางใจไว้คนเดียว และในกรณีที่ความเจ็บปวดนั้นลึกและหนักเกินไป เราสามารถเข้าพบกับแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ เพื่อการรักษาและรับการช่วยเหลืออย่างแท้จริงโดยไม่ต้องอายนะ

_________________________

“เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่เราเลือกที่จะตัดสินใจที่จะให้อภัยและเริ่มต้นใหม่ได้”

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

ในบางครั้งเราอาจมีช่วงเวลาที่เราคิดว่า เอ๋...ถ้าหากฉันมีปัญหาบางอย่างและอยากย้ายโบสถ์นั้นเป็นไปได้ไหม?

พี่ชูใจอยากให้ใจเย็นๆ และฟัง Podcast นี้ก่อน เพราะอาจที่เคยพูดคุยกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า “คริสตจักร” ไม่ใช่เพียงแค่ตัวอาคารแต่เป็นชุมชนของผู้เชื่อ การย้ายโบสถ์จึงอาจไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ในการนมัสการ แต่เป็นการเปลี่ยนบริบทและผู้คนรอบตัวของเราไปอีกด้วย ดังนั้นต้องรอบคอบนะจ๊ะ

การย้ายโบสถ์นั้นมีจากเพราะปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการย้ายเพราะจำเป็นตามปกติ เช่น การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย การย้ายไปทำงานไปเรียนต่างถิ่น เราก็อาจต้องย้ายสถานที่นมัสการเพราะความจำเป็นเรื่องการเดินทาง หรือ การย้ายไปช่วยงานรับใช้หรือแม้ย้ายตามสายสัมพันธ์ เช่นการแต่งงาน การย้ายในแบบที่ว่ามานี้ไม่ได้เป็นปัญหากระทบชีวิตคริสเตียน แต่หากการย้ายโบสถ์ไม่ใช่จากความจำเป็นปกตินั้น เราควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

....ติดตามได้ใน Starter คริสต์ EP นี้...

หลักการ 3 ข้อที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจย้ายโบสถ์

  • ล้มที่ไหนควรลุกที่นั่นก่อน (นาทีที่ 4.20)

หากมีปัญหาที่ไหนก็ควรเครีย หรือแก้ไขก่อน เปรียบเสมือนการล้มแล้วลุกทางกายภาพ ก็คือการล้มที่ตรงไหนก็ควรลุกที่ตรงนั้นแล้วยืนขึ้นอย่างสง่าผ่าเผยก่อน เพราะการที่เราไม่จัดการตัวเองให้ชัดเจนก่อนย้ายไปยังที่ใหม่นั้น อาจสร้างความมึนงงตกใจสงสัยไม่ชัดเจนแก่สถานที่ใหม่ที่เราจะไป เช่น การเครียกับคนที่เราทะเลาะด้วยก่อน หรือทำการพูดคุยกับผู้นำ แจ้งสาเหตุให้รับทราบ เป็นต้น เพื่อความชัดเจนและสบายใจของทุกฝ่าย

“จัดการกับปัญหาที่เดิมก่อนด้วยความรัก”

ลองปรึกษาผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณก่อน (นาทีที่ 6.00)

  • บางครั้งเราอาจไม่เห็นภาพรวมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหา ลดอคติ หรือ บรรเทาอารมณ์ที่ไม่ปกติของเราให้เบาบางลงได้ เราอาจพบกับวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าเราตัดสินใจเอง เพราะเราอาจกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดและมองไม่เห็นทางออก

หาคริสตจักร (นาทีที่ 7.25)

  • ชูใจไม่สนับสนุนให้เราย้ายคริสตจักร แต่หากเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เราอาจทำแล้วละก็ ขอให้พิจารณาเรื่องต่อไปนี้ก่อน

  • การย้ายคริสตจักรไม่ใช่การ (Set Zero) การย้ายโบสถ์ไม่ใช่การรีสตาร์ทหรือเริ่มต้นใหม่ เพราะเรายังคงเป็นคนเก่าอยู่ดีหนีความจริงไม่ได้

  • เรามีเหตุผลแอบแฝงหรือเปล่า ? สำรวจในใจของเราลึกๆ เราต้องการอะไรเราอาจมีเหตุผลที่ดูดีในการย้าย แต่ภายในลึกๆ แล้วเราอาจหนีปัญหา หรือ มีอะไรซ่อนอยู่ ขอให้เราทบทวนและแก้ไขสิ่งนั้นด้วยตัวเองเพราะหากเราไม่ได้แก้ไข การย้ายสถานที่อาจไม่ได้ทำให้ปัญหานั้นหายไป

_________________________

“ไม่มีคริสตจักรไหนที่ไม่มีปัญหา แต่ทุกที่จะสมบูรณ์ได้ด้วยความรัก การให้อภัย และความเข้าใจ” - (พี่โจโจและพี่อิ่มเอมอปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

"ว่ากันว่าปัญหาใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ 99.99% เป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์" - (พี่โจโจว่าเอง)

ที่ความสัมพันธ์เป็นเรื่องใหญ่เพราะพระเจ้าทรงเรียกให้เรามีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นกายเดียวกัน บางครั้งอาจมีการกระทบกระทั่งกันโดยไม่ได้ตั้งใจเหมือนลิ้นกับฟัน และเพราะความใกล้ชิดกันหลายครั้งความเจ็บปวดจึงมากเป็นพิเศษ เหมือนที่มี Quote ของละครเรื่องเลือดข้นคนจางได้บอกไว้ว่า “ไม่มีอะไรทำร้ายเราได้เจ็บปวดเท่าเราทำร้ายกันเอง”

เมื่อความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราชาวโบสถ์จะต้องทำยังไง?

พี่โจโจและอิ่มเอมโอปป้า ขอเสนอ...

3 วิธีการจัดการความขัดแย้ง อันได้แก่ 1. การยอม 2. การตกลงพบกันครึ่งทาง 3. การหันมาร่วมมือกัน

*** ชาวชูใจสามารถฟัง ตัวอย่างเหตุการณ์ทั้งในพระคัมภีร์และจากเหตุการณ์จริงของสองพี่ผู้ใยดี ได้ใน Podcast เลยจ้า ฟังแล้วคิดเห็นอย่างไร หรือมีข้อสงสัยอยากถามทั้งพี่โจโจและอิ่มเอมโอปป้าก็สามารถฝากคำถาม หรือกำลังใจได้ทาง Inbox ในแฟนเพจของชูใจ Project เลยค่าาาาาาา

#ด้วยรักและชูใจ

View Details

การสะดุดทางความเชื่อ เกิดขึ้นเมื่อเราได้พบเห็นหรือรับรู้พฤติกรรม ความคิดหรือทัศนคติบางอย่างของผู้อื่น แล้วสิ่งนั้นมีผลต่อความเชื่อของเรา และสิ่งเหล่านั้นเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางความเชื่อ การสะดุดเกิดขึ้นได้ทั้งจากการที่เราไปสะดุดคนอื่นและจากการที่คนอื่นมาสะดุดเรา

  • การสะดุดมีลักษณะแบบไหน
  • และจะทำอย่างไรเพื่อลดการสะดุดที่จะเกิดขึ้น

ติดตามฟังได้ใน Starter คริสต์ ตอน ทำอย่างไรเมื่อหัวใจสะดุดเลยค่ะ

_________________________

"ความรักเป็นเหมือนแสงสว่างที่ไม่ทำให้สะดุด แต่อคติและความเกลียดชังบังตาทำให้เราสะดุด” - พี่โจโจ

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

  • สำหรับ iphone สามารถติดตามฟังใน ได้ทาง App Podcast ได้แล้วนะคะ >>> วิธีการฟังรายการ Starter คริสต์ใน iphone

คนเราอาจทำความผิดพลาดกันได้ บางครั้งความผิดนั้นอาจทำให้เราถอยห่างจากชุมชนของพระเจ้า หากเรามีความต้องการจะกลับไปโบสถ์ ในมุมของผู้ที่ผิดพลาดนั้นเราจะมีวิธีการเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร และเพื่อนๆ ในชุมชนของพระเจ้าจะมีส่วนช่วยเหลือผู้ที่อยากกลับมาสู่คริสตจักรได้อย่างไร ติดตามได้ใน Stater คริสต์ ปี 3 ตอน ผิดไปแล้วจะกลับไปโบสถ์ได้อีกมั้ย

ก่อนอื่นเราควรทำความเข้าใจนิยามของ "โบสถ์" และ "คริสตจักร" ก่อน

  1. โบสถ์ หมายถึง อาคารหรือสถานที่ที่เราใช้สำหรับนมัสการการพระเจ้าร่วมกัน
  2. คริสตจักร หมายถึง ผู้คน และชุมชนของผู้เชื่อที่มาอยู่ร่วมกัน

ในมุมของผู้ที่อยากกลับสู่ชุมชนของพระเจ้า [นาทีที่ 3.40] * ควรเริ่มต้นด้วยการขอโทษ ด้วยความจริงใจ ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยความถ่อมใจ อาจต้องต้องรับว่าแม้เราจะได้รับการยกโทษจากคริสตจัก และจากพระเจ้าแล้ว แต่ผลกระทบของการกระทำผิดนั้นอาจยังคงอยู่ เช่น หากเราโกหก เราอาจขาดความน่าเชื่อถือ (การกระทำผิดบางอย่างอาจมีผลทางกฎหมาย) สำหรับในคริสตจักรเราอาจต้องยอมรับเงื่อนไขบางอย่างของชุมชน เช่น อาจต้องพักงานรับใช้ก่อน เป็นต้น

ในมุมของคริสตจักร [นาทีที่ 6.45] * คริสตจักรเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ ที่จะให้อภัยด้วยความรักต่อความผิดทุกรูปแบบ ชุมชนควรมีเมตตาอย่างพระคริสต์ เพราะเครื่องบูชาที่ดีที่สุดคือการคืนดี

“เพราะฉะนั้น ถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว และระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา และกลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน” – (มัทธิว 5:23-24)

ขั้นตอนการเตรียมตัวกลับสู่คริสตจักร [นาทีที่ 9.00] * ติดต่อกับคนในชุมชน หรือผู้นำที่เราสะดวกใจและไว้ใจ เพื่อให้เขาเป็นผู้ช่วยเราในการเชื่อมต่อกับคนในคริสตจักร เพื่อความเป็นปกติสุข สงบเรียบร้อย และไม่ทำให้เราเคอะเขิน ทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เยอะเกินไป หรือน้อยเกินไป

สิ่งที่ชุมชนควรทำเพื่อช่วยเหลือผู้กลับมา [นาทีที่ 11.20] * ให้โอกาส * ให้อภัย * นำการคืนดี

_________________________

"จงอดทนต่อกันและกัน และถ้าใครมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงให้อภัยกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านอย่างไร ท่านก็จงทำอย่างนั้นด้วย” - (โคโลสี 3:13)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

บริบทสังคมไทยยังไงพ่อแม่หรือผู้ปกครองก็มีส่วนชี้อนาคตของลูกอยู่มาก แต่ถ้าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้เรา ไม่ใช่สิ่งที่เราโอด้วย จะเอาไงดีละทีนี้? ฟังชูใจ Podcast ในช่องทางอื่นๆ: 🔹 ฟังผ่านเว็บชูใจ : https://bit.ly/2ITRkYk 🔹 ฟังผ่าน Spotify : https://open.spotify.com/show/00LiVwkMt7RmZyfBpsxAOl


ผู้ดำเนินรายการ: พี่หญิง ปวีณา: Counselor ประจำมูลนิธิจิตรักษ์ และ ผอ.ด้านการพัฒนาการให้คำปรึกษาไทย พี่จิ๊ก สิริวรรณ: บก.ชูใจ Project เรียงเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ ตัดต่อ: โจ้ นิธิวัฒน์ ภาพประกอบ: ลาเบย พรรณนิดา


ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชูใจ ด้วยการถวายสนับสนุนเว็บไซด์ชูใจ Project ได้เช่นเดิม อ่านรายละเอียดได้ตรงนี้จ้า >>> https://www.choojaiproject.org/donate/

View Details

ถ้าไม่เรียนคณะนี้แล้วจะเรียนอะไร? ไม่เสียเวลาแย่เหรอ? จะบอกพ่อแม่ยังไงดีล่ะ? แล้วถ้าคณะที่ซิ่วไปไม่ชอบอีกล่ะ ทำไงดี?

น้องหลายคนก็อยู่ในสภาวะของการต้องตัดสินใจ เมื่อเกิดเหตุการณ์ว่าสิ่งที่เลือกเรียนไปแล้ว กลับไม่ชอบ หรือสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คนอื่นบอกให้เรียน แต่มันไม่ได้จริงๆ ทีนี้จะเอาไงต่อดีอะ?

ใน EP นี้พี่หญิงและพี่จิ๊กเลยชวนมาทำความเข้าใจในการตัดสินใจ และปอกเปลือกตัวเองให้ได้มารู้จักตัวเองกันมากขึ้นและช่วยตอบคำถามมากมายที่เข้ามาในช่วงเวลานี้

View Details

“เราต้องดูก่อน ว่าเราอะ มีอะไร?” ประโยคคุ้นหูจากโฆษณารถยี่ห้อหนึ่งในโรงภาพยนตร์ที่เราได้ยินจนคุ้นหู แต่มันมีความจริงอยู่ในนั้นนะ

ในการค้นหาตัวเองและเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง การได้เริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีก็จะทำให้เราได้เปรียบหรือไปได้เร็วกว่าคนอื่นที่ไม่มี นั่นจึงเรียกว่า "ต้นทุน" แต่ประเด็นคือบางคนมองไม่ออกว่าเรามีต้นทุนอะไรบ้าง เพราะอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ได้เปรียบทางสังคมหรือการเงิน EP นี้ พี่หญิงกับพี่จิ๊กเลยจะมาชวนคุยว่า "ต้นทุน" มันคืออะไรที่ไม่ใช่แค่ฐานะทางเกินเงินได้อีกบ้าง? เราจะมองให้เห็นต้นทุนที่ว่าได้อย่างไร? และนำมาใช้ได้ยังไง? ไปฟังจ้า!

ฟังชูใจ Podcast ในช่องทางอื่นๆ:

🔹 ฟังผ่านเว็บชูใจ : hhttps://www.choojaiproject.org/2019/06/aow-ngai-dee-ep5-what-are-my-resources/ 🔹 ฟังผ่าน Spotify : https://open.spotify.com/show/00LiVwkMt7RmZyfBpsxAOl


ผู้ดำเนินรายการ: พี่หญิง ปวีณา: Counselor ประจำมูลนิธิจิตรักษ์ และ ผอ.ด้านการพัฒนาการให้คำปรึกษาไทย พี่จิ๊ก สิริวรรณ: บก.ชูใจ Project เรียงเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ ตัดต่อ: โจ้ นิธิวัฒน์ ภาพประกอบ: ลาเบย พรรณนิดา


ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชูใจ ด้วยการถวายสนับสนุนเว็บไซด์ชูใจ Project ได้เช่นเดิม อ่านรายละเอียดได้ตรงนี้จ้า >>> https://www.choojaiproject.org/donate/

View Details

ถ้าหนูไม่เรียนสายวิทย์ แสดงว่าหนูไม่ฉลาดใช่ไหม? คนเรียนหมอ เรียนวิศวะเท่านั้นถึงจะดูคูลดูเก่งรึเปล่า? เป็นคนชอบทำกิจกรรมมากกว่านักเรียนทฤษฏี อย่างงี้ต้องเรียนอะไร? ทำไมความฉลาดต้องหยุดอยู่แค่ EQ กับ IQ?

    • พหุปัญญาคืออะไร? - ทฤษฏีของดร.โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ที่จำแนกความฉลาดออกมาเป็น 8 ด้าน ลองอ่านดูในคู่มือเส้นทางสู่ฝันฉบับฉันเอง บทที่ 3 ได้ทางนี้ (หน้าที่ 23) >> http://resource.compassionth.com/?p=1320
    • จะรู้ได้ยังไงว่าเรามีความฉลาดด้านไหน? ทำแบบทดสอบได้ในคู่มือเส้นทางสู่ฝันฯ (หน้าที่ 27)
    • เอาไปประยุกต์ใช้กับการเลือกเรียนต่อยังไง?

ผู้ดำเนินรายการ: พี่หญิง ปวีณา: Counselor ประจำมูลนิธิจิตรักษ์ และ ผอ.ด้านการพัฒนาการให้คำปรึกษาไทย พี่จิ๊ก สิริวรรณ: บก.ชูใจ Project เรียงเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ ตัดต่อ: โจ้ นิธิวัฒน์ ภาพประกอบ: ลาเบย พรรณนิดา – – – – – – – – – – – – – – – – – – – ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชูใจ ด้วยการถวายสนับสนุนเว็บไซด์ชูใจ Project ได้เช่นเดิม อ่านรายละเอียดได้ตรงนี้จ้า >>> https://www.choojaiproject.org/donate/

View Details

“อยากเป็นแบบคนนี้จัง ทำไมชีวิตเค้าดี๊ดี” “ฉันไม่เห็นมีดีอะไรเลย” “เรื่องเรียนไม่ค่อยสนใจหรอก มาเรียนนี่เพราะมีเพื่อนต่างหาก” คำพูดเหล่านี้สะท้อนสิ่งหนึ่งก็คือ การขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง แล้วสิ่งนี้มันสำคัญยังไงกับการค้นหาตัวเองล่ะ?

"การไม่มี Self-esteem ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เมื่อมองไม่เห็น จึงเป็นอุปสรรคต่อการค้นพบศักยภาพและข้อดีที่มีอยู่ในตัวเอง"

    • Self esteem เกิดจากอะไร?
    • จะรู้ได้ยังไงว่าเรามี self esteem ไหม?
    • Safe people และกลุ่มคนที่ช่วยให้เกิด self-esteem
    • ถ้าไม่มีแล้วเราควรทำยังไง?

อ่านเรื่อง Self-esteem ต่อในชูใจได้ทางนี้ >> https://www.choojaiproject.org/category/articles/psychology/self-esteem/


ผู้ดำเนินรายการ: พี่หญิง ปวีณา: Counselor ประจำมูลนิธิจิตรักษ์ และ ผอ.ด้านการพัฒนาการให้คำปรึกษาไทย พี่จิ๊ก สิริวรรณ: บก.ชูใจ Project เรียงเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ ตัดต่อ: โจ้ นิธิวัฒน์ ภาพประกอบ: ลาเบย พรรณนิดา – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

View Details

การทำความรู้จักตัวเองมีกันอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตตัวเอง ตั้งคำถามกับตัวเอง เขียนไดอารี่ ฯลฯ แต่อีกสิ่งที่บางคนอาจไม่รู้ หรืออาจเคยรู้แต่ยังไม่ได้เอามาหยิบจับใช้ประโยชน์จริงจังก็คือ เครื่องมือหรือแบบทดสอบบุคลิกภาพ ซึ่งแบบทดสอบที่เราเลือกมาในวันนี้คือ MBTI

  • MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1943 โดย แคทลีน บริกส์ และลูกสาว อิสเบล ไมเยอร์ ใช้เพื่ออธิบายความแตกต่างของบุคลิกภาพ โดยแบ่งคนออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

    • ด้านที่ 1 การรับพลังงาน แยกคนออกเป็น 2 กลุ่ม Extrovert คือ พวกชอบสังคม กับ Introvert พวกชอบสันโดษ
    • ด้านที่ 2 การรับข้อมูล แยกคนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มคนที่รับข้อมูลโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า Sensing ส่วนอีกกลุ่มเรียกว่า Intuition คือรับรู้ข้อมูลโดยการคาดการณ์
    • ด้านที่ 3 แนวโน้มการตัดสินใจ แยกคนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ใช้ความคิด เหตุผล ตรรกะ ความถูกต้องยุติธรรมเป็นหลัก เรียกว่า Thinking อีกกลุ่มใช้ความรู้สึก ค่านิยม ความสัมพันธ์ ให้ความสำคัญความรู้สึกตนเองและคนอื่น เรียกกลุ่มนี้ว่า Feeling
    • ด้านที่ 4 เรามีวิธีการจัดการชีวิตอย่างไร แบ่งคนที่มีวิธีการทำงานและจัดการชีวิตใน 2 รูปแบบคือ Judging เป็นกลุ่มคนที่มีการวางแผนล่วงหน้า เป็นระบบระเบียบ ขั้นตอน ชัดเจน ควบคุม อีกรูปแบบหนึ่งคือ Perceiving เป็นกลุ่มคนที่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้เสมอ
    • การเอา MBTI ไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจเลือกเรียน
    • ข้อระวังในการใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ
    • ลิงค์หนังสือ “เส้นทางสู่ฝันฉบับฉันเอง” คู่มือจากคอมแพสชั่นประเทศไทย (หน้าแบบทดสอบหน้าที่ 10)
    • หรือ ลิงค์แบบทดสอบ MBTI Online ทางนี้จ้า

View Details

ผู้ดำเนินรายการ: พี่หญิง ปวีณา: Counselor ประจำมูลนิธิจิตรักษ์ และ ผอ.ด้านการพัฒนาการให้คำปรึกษาไทย พี่จิ๊ก สิริวรรณ: บก.ชูใจ Project เรียงเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ ตัดต่อ: โจ้ นิธิวัฒน์ ภาพประกอบ: ลาเบย พรรณนิดา – – – – – – – – – – – – – – – – – – – ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชูใจ ด้วยการถวายสนับสนุนเว็บไซด์ชูใจ Project ได้เช่นเดิม อ่านรายละเอียดได้ตรงนี้จ้า >>>https://www.choojaiproject.org/donate/

ปัญหาสุดคลาสสิกที่เมื่อพูดเรื่องการเลือกเรียนต่อ ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เราก็มักจะได้คำตอบจากเหล่ากูรูว่า “ให้เลือกเรียนอย่างที่ชอบสิ” แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายงั้น เพราะความชอบสำหรับบางคนมันไม่ได้ปิ๊งขึ้นมาเหมือนเราไปตกหลุมรักใคร EP นี้พี่หญิงกับพี่ิจิ๊กเลยจะมาชวนคุยกับคำถามที่ว่า "จะเอาไงดีถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร?"

Outline ของเนื้อหาใน Podcast

  • ทำไมการรู้จักความชอบของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญของการเลือกเรียนต่อ?
  • กรณีตัวอย่างของความสับสนที่ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่….
    • ตอนแรกนึกว่าชอบสิ่งนี้ แต่พอทำจริงๆ แล้วกลับไม่ได้ชอบ
    • ไม่รู้ว่าชอบอะไรกันแน่ ทำได้หมดแต่ก็ไม่ได้ดีมาก ไม่มีอะไรโดดเด่น
    • ชอบหลายอย่างจนเลือกไม่ถูก
    • ตามเพื่อน ตามพ่อตามแม่ ตามครู ตามกระแส
  • วิธีการค้นหาความชอบของตัวเอง

View Details

🎧 #ถึงเวลาที่จะคิดมีใครหรือยัง .

“มีคนเข้ามาจีบแต่ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมมีใคร เราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเราพร้อมจะเริ่มต้นความสัมพันธ์จริงจังกับใครซักคน?” .

หลากหลายคำถามทำนองเดียวกันที่ถามผ่านพี่ชูใจไปถึงเจเจ้ เรื่องพร้อมทางร่างกายและจิตใจก็คงดูกันไม่ยาก แต่ด้านจิตวิญญาณล่ะเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราพร้อมไม่พร้อม เพราะความรักมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ น่ะสิคะชาวชูใจ 💁‍♀

. Love Coach Talk ตอนนี้เจเจ้และพี่โจโจเจ้าประจำจะขอน้อมนำบทความแปลที่ชูใจได้เคยลงเอาไว้มาตอบคำถามเหล่านี้กันให้ชัดเครียยิ่งกว่าเดิมว่าคุณ ... พร้อมจะรักหรือยังนะ? กับวิธีการเช็คความพร้อมที่มีด้วยกันถึง 5 ประการเลยนะ

_______________________________________

หัวข้อต่างๆ ของ EP นี้

อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความฉบับเต็ม >>> https://www.choojaiproject.org/2016/12/are-you-ready-for-love/

_______________________________________

LoveCoachTalk ซีซั่นแรกจากเจเจ้และผองเพื่อนจบครบ 8 ตอนแล้วชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^ และถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรก็ยังสามารถพูดคุยกับพี่ชูใจตัวเป็นๆ ได้เหมือนเดิม

View Details

🎧 #เป็นหน้าที่ที่จะรักแต่จะใช่รักมั้ยถ้าทำไปแต่ไม่รู้สึก

"ถ้าเราทำอะไรให้ใครโดยเราไม่รู้สึกอะไรพิเศษแต่ทำเพราะควรทำ...แบบนี้ยังเรียกว่าความรักได้รึเปล่าคะ? เป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อความรักรึเปล่า แล้วมันผิดไหมที่ไม่รู้สึกอะไรเลย?" .

เวลาผ่านไปการแสดงออกถึงความรักอาจกลายเป็นเพียงหน้าที่ Love Coach Talk วันนี้โค้ชเจเจ้เลยจะมาตอบคำถามนี้ที่หลายคนสงสัย ความรักในมุมมองของพระคัมภีร์นั้นเป็นแบบไหนและจะใช่รักมั้ยถ้าเราไม่รู้สึก EP7 นี้ สำหรับชาวชูใจที่อยากฝากคำถามให้เจเจ้ช่วยตอบก็ Inbox เข้ามาได้เลย ขอพระเจ้าอวยพรในวาระโอกาสปีใหม่ไทยนี้ด้วยจ้าาา 💁‍♀

_______________________________________

หัวข้อต่างๆ ของ EP นี้

🔸ความรักในแบบที่แสดงออกมาเป็นหน้าที่ [นาทีที่ 1.15] 🔸ความรักในแบบที่เป็นความรู้สึกข้างใน [นาทีที่ 4.00] 🔸ความรักแบบในพระคัมภีร์พูดเป็นแบบไหน [นาทีที่ 6.45] 🔸4 วิธีที่จะนำความรักที่สมบูรณ์กลับมา [นาทีที่ 10.15]

_______________________________________

“อย่ารักใครเพราะแค่ความรู้สึก หรืออย่าตัดสินใจทำอะไรเพียงเพราะแค่หน้าที่ ให้ทำทั้งสองอย่าง เพราะความรักเป็นการตัดสินใจที่จะรัก” - เจเจ้

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

EP นี้เพื่อชาวชูใจทุกคนที่ต้องการให้การประกาศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  1. ทำยังไงให้เรามีความกล้าในการประกาศ [นาทีที่ 1.17]

การที่เราจะกล้าทำอะไรบางอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเชี่ยญชาญในการทำสิ่งนั้นๆ เช่น การพูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติในครั้งแรกๆ เราเองก็อาจจะไม่กล้าก็ได้ การประกาศก็เช่นเดียวกันในการประกาศครั้งแรกเราอาจมีความไม่กล้าพูดไม่ออก หรือพูดผิดๆ ถูกๆ แต่ถ้าเราทำบ่อยๆ เราก็จะมีความกล้ามากขึ้น สิ่งที่ทำให้เกิดความกล้าคือทักษะ

  1. การพัฒนาทักษะในการประกาศอย่างไร? [นาทีที่ 3.35]

ทักษะจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นจากการฝึก มีคนบอกว่าฝึกเท่ากับฝืนดังนั้นการฝึกอาจจะต้องใช้ความพยายามในการซ้อม

2.1 ฝึกพูดประกาศ

2.2 เตรียมคำพยานชีวิต

2.3 สร้างโอกาสในการประกาศ

  1. ท่าทีในการประกาศควรเป็นแบบไหน? [นาทีที่ 11.49] ท่าทีของเราควรสอดคล้องกับสิ่งที่เราพูด โดยเราต้องรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเราก่อนเราจึงอยากส่งต่อความรักให้ผู้อื่น และออกไปด้วยความรักที่พระเจ้ามอบให้กับเรา

__________________________________

“ความรักของพระเจ้าเหมือนกระแสน้ำ ที่ผลักดันเราให้ออกไปประกาศ” – (อิ่มเอม อปป้า)

สำหรับ EP.8 นี้เป็น EP สุดท้ายของ Starter คริสต์ ปี 2 ผู้ฟังสามารถติดตามตอนที่ผ่านๆ มาได้ทาง https://choojaiproject.podbean.com ชูใจ Project ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนผ่านการฟังให้กำลังใจและการแชร์รายการออกไป เตรียมพบกับ ปี 3 ของสตาร์ทเตอร์คริสต์ได้ทาง www.Choojaiproject.org และช่องทางการรับฟังต่างๆ

ด้วยรักและชูใจ

View Details

🎧 #3เรื่องที่ทำให้คู่รักผิดใจกัน

พี่ชูใจว่า...คนรักกันมันก็ต้องมีกระทบกันบ้างตามสไตล์ "ลิ้นกับฟัน" แต่ถ้ากระทบกันบ่อยๆ จนเป็นแผลร้อนในนี่มันก็น่าร้อนใจอยู่นะ 💁‍♀

Love Coach Talk วันนี้โค้ชเจเจ้จะมาเล่าว่าเราควรจัดการยังไงกับเรื่องใหญ่ 3 เรื่องที่มักทำให้คนรักมักผิดใจกัน 3 เรื่องที่ว่านี่มันเรื่องอะไร? แล้วเรากำลังเผชิญเรื่องเหล่านี้กันอยู่รึเปล่า? เจเจ้ฝากบอกมาว่า EP. นี้ฟังได้ฟังดี ทั้งคนมีคู่และคนที่ต้องเตรียมตัวมี เพราะ 3 เรื่องที่เจ้จะมาเล่านั้นมันต้องเจอ

อันนี้พี่ชูใจคอนเฟิร์มว่าต้องเจอจริงๆ

_______________________________________

หัวข้อต่างๆ ของ EP นี้

🔸เรื่องที่ 1 : เรื่องที่มาจากอดีต [นาทีที่ 1.10] 🔸เรื่องที่ 2 : เรื่องที่มาจากปัจจุบัน [นาทีที่ 6.10] 🔸เรื่องที่ 3 : เรื่องที่มาจากโลกอนาคต [นาทีที่ 12.00] 🔸เราจะแก้ไขยังไงเมื่อผิดใจกัน? [นาทีที่ 19.50]

_______________________________________

“อุปสรรคนั้นเป็นเหมือนอุปกรณ์ ยิ่งขัดแย้งยิ่งไม่เข้าใจยิ่งรักกัน”

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

" มารซาตานจะใช้คนบางคนเข้ามาเพื่อที่จะหลอกลวงให้คนออกจากทางของพระเจ้า "

ยูดา 1 : 4

“ เพราะว่าบางคนได้แอบแฝงเข้ามาในหมู่ท่าน การลงโทษคนพวกนี้มีเขียนไว้นานแล้ว พวกเขาเป็นคนอธรรมที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเรามาบิดเบือนเป็นช่องทางทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว ”

ทำไมมารซาตานจึงเกลียดมนุษย์ [ นาทีที่ 3.11 ] เพราะซาตานคิดว่ามนุษย์มาแย่งความรักจากพระเจ้าไป

วิธีการล่อลวงมนุษย์ให้ออกจากทางของพระเจ้า [ นาทีที่ 5.15 ] * สร้างความเชื่อผิด ผ่านลัทธิเทียมเท็จ * สร้างความสับสน ทำให้มนุษย์ให้ความสำคัญกับศาสนา พิธีกรรม มากกว่าให้ความสำคัญกับพระเจ้า * ทำลายความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อพระเจ้า

1 โครินธ์ 15 : 3-4

“ เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ ”

บทสรุป 3 เรื่องจากข้อพระคัมภีร์ เพื่อตรวจสอบความเชื่อที่ผิดเพี้ยน [ นาทีที่ 9.45 ] 1. พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ในเวลาเดียวกันเพื่อจะมีสิทธิในการไถ่บาปแทนเรา และทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเราทุกคน 2. มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาปและมี 2 ทางให้เลือก คือ ต้องการความรอดผ่านทางพระคุณของพระเยซูคริสต์ หรือ ปฏิเสธพระเจ้า 3. พระคัมภีร์เป็นหนังสือเล่มเดียวที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า

______________________

“สิ่งที่คล้ายบางครั้งเป็นสิ่งที่แยกแยะยากกว่า สิ่งที่เป็นของปลอม” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้า ^^

View Details

กับเลข 3 ที่ไม่ได้อยากเลือกกา แต่อายุมันเลือกให้เองพร้อมตีนกา อายุปูนนี้แล้ว...ยังไม่มีเค้าว่าจะเข้าคูหากาคนไหน ก็ไม่รู้จะเลือกใคร โหวต No ไปที่บ้านก็เอาแต่ถามยิกๆ คำถามคาใจคนโสด ที่ต้องทนฟังเสียงทั้งจากคนรอบข้างและงงกับตัวเอง "30 แล้วยังไม่มีแฟนผิดปกติไหม"

EP5 ของ Love Coach Talk วันนี้เจเจ้มาพร้อมกับหัวข้อฮอตฮิตที่ตอบ Inbox กันแทบไม่ทัน พูดคุยให้หายคาใจกับพี่พีโปรดิวเซอร์รายการที่ชวนมาพูดคุยเป็นแขกรับเชิญเองซะเลย

_______________________________________

หัวข้อต่างๆ ของ EP นี้

🔸30 แล้วยังไม่มีแฟนผิดปกติไหม และอะไรคือผิดปกติ? [นาทีที่ 1.00] 🔸คริสเตียนทุกคนจำเป็นไหมที่จะต้องแต่งงาน [นาทีที่ 5.00] 🔸พระเจ้าอยากให้เรามีสันติสุขแบบไหน [นาทีที่ 10.25]

_______________________________________

"ความชื่นชมยินดี ไม่ได้เกิดจากการที่มีคนๆ นึงทำให้เรามีความสุข แต่เกิดจากสัมพันธภาพเรากับพระเจ้าก่อน" - (เจเจ้)

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

  • ไม่ว่าสิ่งใดที่ทำแล้วเป็นป้ายชี้ทางไปถึงพระเจ้า นั่นคือการนมัสการพระเจ้าด้วยเช่นกัน
  • ของประทานที่เรามีนั้น ล้วนแล้วแต่ทำเพื่อเป็นการถวายเกียรติแก่พระเจ้า

ของประทานคืออะไร? [ นาทีที่ 0.48 ] คือ ของขวัญที่มาจากพระเจ้า อาจเป็นเรื่องของทักษะ การรับใช้พระเจ้าในชุมชนและนอกชุมชน

ซึ่งพระเจ้าทรงมอบให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ เพื่อถวายเกียรติแก่พระเจ้า

วิธีค้นหาของประทาน [ นาทีที่ 2.37 ] * ทำแบบสำรวจ * ลองนำมาปฏิบัติจริงแล้วดูผลลัพธ์ * ลองถามคนอื่นๆที่ใกล้ตัว

วิธีการใช้ของประทานให้เกิดผล [ นาทีที่ 7.16 ] * ใช้ของประทานที่มีให้ดีที่สุด เพื่อเสริมสร้างและยกชูพระเกียรติของพระเจ้า * ทำเพื่อให้คนอื่นรอบข้างรู้จักพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผ่านทางชีวิตของเรา

1 โครินทร์ 12 : 4

“ ของประทานนั้นมีต่างๆกัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน ทรงทำและจัดสรรค์สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์ เพราะว่าเหมือนกับร่างกายเดียวที่มีหลายๆอวัยวะ และอวัยวะทั้งหมดของร่างกายนั้นแม้จะมีหลายส่วนก็ยังมีร่างกายเดียว พระคริสต์ก็ทรงเป็นเช่นนั้น ”

________________________

“ ของประทานเป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบให้เราทุกคน สิ่งเหล่านี้ทำเพราะไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อพระสิริของพระเจ้า และเพื่อคนในและนอกชุมชนได้รู้จักกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้า ^^

View Details

_____________________

  • สำหรับ iphone สามารถติดตามฟังใน ได้ทาง App Podcast ได้แล้วนะคะ

วิธีการฟังรายการ Starter คริสต์ใน iphone

  • เราจะไม่มีทางรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าเลย ถ้าเราไม่รู้จักพระคัมภีร์
  • น้ำพระทัยของพระเจ้าจะสอดคล้องกัน เพื่อเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน
  • น้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นเหมือนป้ายชี้ทางและเกี่ยวข้องกับสติปัญญา
  • สติปัญญาเป็นของประทานจากพระเจ้า

กุญแจ 2 ดอกที่ทำให้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า [นาทีที่ 2.16] * สำรวจตัวเองดูว่าสิ่งที่เราทูลขอเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ข้อห้ามในพระคัมภีร์ * สำรวจดูว่าสิ่งที่เราทูลขอ ถวายเกียรติและจำเริญขึ้นในทางของพระเจ้า

วิธีสังเกตน้ำพระทัยของพระเจ้า 7 ข้อ [นาทีที่ 6.12] 1. อยู่ในกรอบของพระคัมภีร์

  1. เหตุการณ์รอบข้างสอดคล้องและส่งเสริมกัน

  2. มีสันติสุขในจิตใจ

  3. การแนะนำของคริสเตียนที่เติบโต

  4. ความปรารถนาส่วนตัวที่ถูกต้อง (ความชอบ)

  5. จิตสำนึกของเราที่จะฟ้องใจเมื่อทำสิ่งที่ผิด

  6. การสำแดงพิเศษที่มาจากพระเจ้า เช่น นิมิต หรือ การตรัสส่วนตัว

____________________

“ น้ำพระทัยของพระเจ้า เป็นเรื่องของการเป็นขั้นเป็นตอน พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยอันดีเลิศและเป็นพระเจ้าที่เดินไปกับเรา ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นของใคร และใครกำลังเดินกับเรา เราจะมั่นใจได้ว่าเป้าหมายที่เราเดินเป็นสิ่งที่ดีเลิศที่พระเจ้าจัดเตรียมให้กับเรา ” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้า ^^

View Details

เมื่อการกระทำไม่สอดคล้องกับสถานะทางความสัมพันธ์ความคลุมเครือจึงเกิดขึ้น หรืออะไรก็ตาม แค่ไหนถึงเรียกว่าเกิน พี่-น้อง , เพื่อน ถ้าไม่อยากให้อีกฝ่ายคิด หรือถ้าคิดจะไปต่อเราควรวางตัวอย่างไร???

EP4 ของ Love Coach Talk วันนี้กับหัวข้อ สถานะคลุมเครือ… โค้ชเจเจ้นำพามาอปป้า (คุณสามี) มีร่วม Talk อีกครั้งหลังจากปล่อยให้ไปเตะบอลซะนาน

_______________________________________

หัวข้อต่างๆ ของ EP นี้

  • สถานะคลุมเครือคืออะไรและเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? [นาทีที่ 0.55]
  • พฤติกรรม 3 อย่างที่ทำให้เกิดความคลุมเครือ [นาทีที่ 3.30]
  • การระวังการแสดงออกเรื่องภาษารักที่อาจทำให้เข้าใจผิด [นาทีที่ 13.40]
  • วางตัวอย่างไรไม่ให้คลุมเครือ และควรตกลงกันแบบไหน? [นาทีที่19.25]

_______________________________________

"สถานะมันชัดเจนอยู่แล้ว...แต่การแสดงออกต่างหากที่ทำให้เกิดความคลุมเครือ ดังนั้นถ้าไม่อยากคลุมเครือให้คุยกันให้ชัดเจน" - (เจเจ้)

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

เวลารักโลกทั้งใบก็เปลี่ยนสีเป็นสีชมพู อะไรๆ ที่ดูดีไปหมด จริงๆ แล้วมันดีไปหมดอย่างนั้นจริงๆ ไหม โลกสีชมพูดีอย่างไร และมีอะไรที่เราต้องระวังเมื่อตกอยู่ในห้วงเวลาต้องมนต์ของความรัก

EP3 ของ Love Coach Talk วันนี้กับหัวข้อ อันตรายของโลกสีชมพู… โค้ชเจเจ้และพี่โจโจจาก Starter Christ มาขอแนะนำยาแก้อาการโลกสีชมพู 3 ขนาน มาคุยกันให้รู้ดำรู้แดงกันไปว่าการอินเลิฟที่ดีนั้นมันต้องทำยังไง

_______________________________________

  • อาการโลกสีชมพูคืออะไร? [นาทีที่ 1.15]
  • ขณะอยู่ในอาการโลกสีชมพูต้องระวังอะไรบ้าง? [นาทีที่ 4.00]
  • จะรักษาโลกสีชมพูไว้อย่างไรให้ถูกต้องเหมาะสม? [นาทีที่ 11.45]

_______________________________________

_______________________________________

ป.ล. เจเจ้ขอให้อ่านเพิ่มเติมเรื่องภาษารักที่พูดไว้ใน Podcast >>> 5 ภาษารักที่พระเยซูแสดงออกต่อเรา

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

จากคำถามยอดฮิตของชาวชูใจเรื่องการพลาดพลั้งทำผิด จนมีความสงสัยในใจลึกๆ ว่า บาปเยอะบาปใหญ่ ที่เราทำลงไปนั้นแค่สารภาพเพียงพอไหม? หรือสารภาพอย่างไรท่าทีไหนถึงจะเหมาะสม . Starter คริสต์ วันนี้พี่ชูพี่โจโจและอิ่มเอมโอปป้ามาชวนคุยเรื่องนี้อย่างเปิดอก การสารภาพบาปที่แท้เป็นยังไง และพระเจ้ามองยังไงเมื่อเราทำผิดกันนะ ฟังได้เลยไม่ต้องกังวลจ้า ส่วนถ้าชาวชูใจคนไหนยังมีข้อสงสัยหรืออยากระบายไม่ว่าเรื่องบาปไม่บาปพี่ชูใจก็พร้อมอยู่ใน Inbox เจ้าค่ะ

  • การสารภาพบาปนำมาซึ่งการสำนึก และการเปลี่ยนแปลง
  • ชีวิตคริสเตียนจะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพระสัญญาไม่ใช่จากความรู้สึก
  • การสารภาพบาปเป็นเรื่องของความสัมพันธ์
  • ให้เราไวที่จะสารภาพบาป และเราสามารถสารภาพบาปได้เสมอ

การสารภาพบาปคืออะไร? (นาทีที่ 1.55) คือ การยอมรับและสำนึกว่าตนเองเป็นคนบาป และมอบความอ่อนแอไว้กับพระเจ้า จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต

สารภาพบาปเท่าไหร่ถึงจะหมด? (นาทีที่ 2.57) พระเจ้าทรงมีพระสัญญากับสิ่งที่เราทำ ชีวิตคริสเตียนจะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพระสัญญาไม่ใช่จากความรู้สึก

1 ยอห์น 1:9

“ ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเราและจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น ”

ยอห์น 1:12

“ แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า ”

ความจริงในพระวัจนะของพระเจ้า จากพระคัมภีร์ 2 ข้อ (นาทีที่ 6.50) * เราเป็นลูกของพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว * ลูกของพระองค์ทุกคนที่สารภาพบาป พระองค์ทรงยกโทษความผิดบาปทั้งสิ้นให้

ผลกระทบของการไม่สารภาพบาป (นาทีที่ 8.35) * ชีวิตของเราจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง * ทำผิดซ้ำเรื่องเดิมๆ

____________________

“ ดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับการเป็นบุตรของพระเจ้า เมื่อเราเผลอทำความบาป สิ่งที่จะทำให้เรากลับไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าได้ คือ การสารภาพบาป ” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

.

จากความคาใจของชาวชูใจหลายคน ที่กำลังโสดจนเริ่มสงสัยแล้วว่า คู่พระพรของฉันไปไหน?

EP2 ของ Love Coach Talk วันนี้… โค้ชเจเจ้ชวนพี่โจโจจาก Starter Christ มาร่วมคุยเรื่องคู่ว่ามีอยู่หรือไม่มี๊!!!

ว่า... "คู่พระพรมีไหม? แล้วมันต้องเป็นยังไง และทำยังไงถึงจะมีความรักอย่างเป็นพระพรบ้าง..."

_______________________________________

  • คู่พระพรมีจริงไหมตามพระคัมภีร์? [นาทีที่ 1.15]

นิยามของคู่พระพร - [นาทีที่ 2.30]

  • 4 เกณฑ์เช็คว่าพร้อมจะมีคู่และเป็นพระพรหรือยัง [นาทีที่ 3.40]

  • สรุป [นาทีที่ 8.40]

_______________________________________

ป.ล. เจเจ้ขอให้อ่านเพิ่มเติมเรื่องคู่พระพร >>> จะรู้ได้ไงว่าคนนี้คือคู่พระพร

“คู่พระพรคือการที่คนสองคนคบหากันแล้วเป็นพระพรต่อกันและกัน รวมถึงเป็นพระพรต่อคนรอบข้างด้วย” - (โค้ชเจเจ้)

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

"อ่านพระคัมภีร์ไม่เข้าใจ เพราะ ไม่เข้าใจภาพรวมของพระคัมภีร์"

ภาพใหญ่ของพระคัมภีร์คืออะไร? [นาทีที่ 3.07] คือ เรื่องราวของพระเยซูคริสต์ แผ่นดิน และการปกครองของพระองค์

  • แผ่นดิน คือ พระเจ้าจะมาปกครองโลก หรือปกครองเราทุกคนผ่านทางพระเยซูคริสต์

  • พระคัมภีร์เดิม เป็นเหมือนแบบจำลอง เป็นต้นแบบแต่ที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ทั้งหมดในพระคัมภีร์เดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร พระวิหาร การเผาเครื่องหอมบูชา ล้วนเล็งถึงพระเยซูคริสต์ทั้งสิ้น

มองภาพใหญ่ของพระคัมภีร์ จากนิ้วมือ [นาทีที่6.06] * นิ้วโป้ง พูดถึง การทรงสร้างเดิม * นิ้วชี้ พูดถึง เรื่องราวหลังจากที่พระเจ้าสร้างมนุษย์แล้ว แต่มนุษย์ปฏิเสธพระเจ้า มนุษย์ละทิ้งพระองค์และไม่ตอบสนองต่อน้ำพระทัยที่แท้จริง * นิ้วกลาง พูดถึงว่า พระเจ้ายังทรงรักมนุษย์อยู่ ดังนั้นพระเจ้าจึงมีพระสัญญาให้กับมนุษย์ * นิ้วนาง พูดถึง พระสัญญาทั้งหมดสำเร็จในพระเยซูคริสต์เรียบร้อยแล้ว * นิ้วก้อย พูดถึง การทรงสร้างใหม่ และการปกคริงของพระเจ้าที่จะมาถึง

ตัวอย่างพระคัมภีร์แต่ละเล่มระหว่างนิ้ว [นาทีที่9.51] * ปฐมกาล อยู่ระหว่าง นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง เพราะ มนุษย์ยังปฏิเสธพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงมีพระสัญญาในปฐมกาล บทที่3 * อิสยา อยู่ระหว่าง นิ้วชี้ และ กลาง เพราะ มนุษย์ยังปฏิเสธพระเจ้า ตกเป็นเชลย แต่ก็ยังได้พระสัญญาจากพระเจ้าผ่านทางผู้เผยพระวัจนะอิสยา * มัทธิว อยู่ระหว่าง นิ้วกลาง นิ้วนาง เพราะ มีพระสัญญาที่ทรงเห็นผ่านพระเยซูคริสต์ และมีพระสัญญาสำหรับการทรงสร้างใหม่เรียบร้อยแล้ว

_______________________

“ อ่านพระคัมภีร์เพื่อให้เรารู้จักกับพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น เพื่อพระเยซูจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และเราจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระองค์ได้ ไม่ใช่เพราะตัวเราเอง แต่เป็นเพราะการรู้จักกับพระเยซูคริสต์ผ่านทางพระคัมภีร์ ” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

แอบชอบนานแค่ไหนดี?

จากคำถามของน้องๆ หลายคน ที่กำลังชอบใครบางคนในแบบแอบๆ

EP แรกของ Love Coach Talk วันนี้... โค้ชเจเจ้เลยชวนอปป้า(สามี) มาร่วมคุยคุ้ยเป็นแขกรับเชิญคนแรก

ว่า... "ทำไมคนเราถึงต้องแอบ แล้วเราจะต้องแอบไปนานแค่ไหน แค่ไหนคือจุดสิ้นสุด และคริสเตียนควรแอบแค่ไหนให้พอดี..."

_______________________________________

  • ทำไมคนเราถึงต้องแอบชอบ [นาทีที่ 1.55]

  • แนวทางในการแอบชอบ [นาทีที่ 3.15]

  • วิธีการวางตัวสำหรับคนที่กำลังแอบชอบ [นาทีที่ 5.40]

  • เมื่อไหร่ถึงควรจะหยุดแอบชอบ [นาทีที่ 9.05]

  • สรุป [นาทีที่ 13.00]

_______________________________________

“พระเจ้าอยากจะให้ได้พบสิ่งที่ดีกว่า มากกว่าจะจมอยู่กับการถูกหลอกให้รักไปเรื่อยๆ” - (โค้ชเจเจ้)

LoveCoachTalk พบกับรักต้องพูด EP ต่อไปในวันอังคารหน้าเวลา 19.00 น.

ชาวชูใจสามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

"ไม่แปลกที่คนที่รู้จักเรามานาน จะคิดว่าเราเปลี่ยนไป เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์มักรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงมักไม่ปลอดภัย"

การต่อต้าน 3 รูปแบบ [นาทีที่1.57] * เกิดจากระบบความคิด ของคนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า ยังไม่ได้ใตร่ตรอง เกิดจากอคติ หรือ อาจเกิดจากความไม่เข้าใจในชุดความคิด ซึ่งเป็นชุดความคิดที่แตกต่างจากคริสเตียน ทำให้คนที่ไม่ได้เชื่ออาจจะไม่เข้าใจ * เกิดจากคำพูด การด่าทอ ล้อเลียน นินทา ทำให้รู้สึกเสียใจ บั่นทอนกำลังใจ * เกิดจากการกระทำ เช่น การข่มขู่ การแบนจากกลุ่มเพื่อน การห้ามไปโบสถ์ การถูกทำร้ายร่างกาย

วิธีรับมือเมื่อถูกต่อต้านหลังรับเชื่อ [นาทีที่10.04] * การอธิษฐาน เพราะการอธิษฐานเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับความคิด ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำได้ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ * ถ่อมใจ พูดคุยด้วยความสุภาพ ไม่ตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่ได้รับความเปลี่ยนแปลงหลังเชื่อ * ถ้ารุนแรงถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกาย หรือสูญเสียทรัพสิน สูญเสียสิทธิ์ส่วนบุคคล สามารถเรียกร้องความถูกต้องได้ตามสมควร

_______________________

“ ผู้เชื่อล้วนแล้วแต่ต้องเจอการต่อต้านไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือใหญ่โต แต่ต้องอาศัยความอดทนอดกลั้น และสำแดงชีวิต เพราะนี่อาจเป็นการทดสอบความเชื่อว่าเรายังสามารถเดินต่อไปข้างหน้ากับพระเจ้าได้อย่างมั่นคง ” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

View Details

"เพื่อเราจะไม่ตัดสินผู้อื่นโดยใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน หรือไม่ตัดสินตัวเองโดยใช้มาตรฐานของเราในการที่จะดูตัวเองหรือดูคนอื่น"

แก่นแท้ที่คริสเตียนเชื่อกับการแสดงออกของคริสเตียนต่างกันอย่างไร? [นาทีที่ 2.55]แก่นแท้ของคริสเตียน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า ถ้าเราอยากจะรู้จักกับพระเจ้าจริงๆ สิ่งที่ควรทำคือ * อธิษฐาน ซึ่งเปรียบเสมือนการพูดคุยกับพระเจ้า * อ่านพระคัมภีร์ ฟังเพื่อจะเข้าใจ เพราะพระเจ้าจะตรัสผ่านพระวัจนะของพระเจ้า * การสามัคคีธรรม คือ เราเองจะรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้นผ่านทางชุมชนผู้ * การประกาศ คือ แนะนำให้เพื่อนรู้จักกับพระเยซูคริสต์

จะแสดงออกอย่างไรได้บ้าง? [นาทีที่ 4.40]

  • การอฐิษฐาน แสดงออกได้โดยการอธิษฐานออกเสียง ในใจ ออกท่าทาง หรือการอดอาหารอธิษฐาน
  • การอ่านพระคัมภีร์ แสดงออกได้โดยการอ่านออกเสียง อ่านในใจ อ่านตอนเฝ้าเดี่ยว หรือตั้งเป้าหมายกับตัวเอง
  • การประกาศ แสดงออกได้โดยการแจกใบปลิว ยืนประกาศ พูดกลางชุมชน ประกาศส่วนตัวกับคนแปลกหน้าหรือกับเพื่อน จัดงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ
  • การสามัคคีธรรม แสดงออกได้โดยการสามัคคีธรรมในโบสถ์ ในบ้าน หรือกลุ่มเซลล์

ปัญหาจะไม่เกิดถ้าไม่เอาการแสดงของเรามาทับถมกันและตัดสินคนอื่น [นาทีที่ 7.44]

  • หลายครั้งที่เราชอบตัดสินกับสิ่งที่เราแสดงออกมาไม่เหมือนกัน และยึดติดกับวิธีการแสดงออกที่เราทำ ถ้าคนอื่นมีวิธีการแสดงออกไม่เหมือนเรา เราก็จะตัดสินคนอื่น ว่าคนอื่นไม่ติดสนิทกับพระเจ้า ทั้งที่จริงแล้วการแสดงออกนั้นมีหลายวิธีการ

_________________________

"ไม่มีการแสดงออกไหนเป็นการแสดงออกที่ดีที่สุดหรือดีไปกว่ากัน อยู่ที่ว่าการแสดงออกนั้นเหมาะสมต่อบริบทและความเป็นจริงในขณะนั้นหรือเปล่า” - (อิ่มเอม อปป้า)

Starterคริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ Podcast เฮฮากับสองพี่เลี้ยงอารมณ์ดี ที่จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องชีวิตคริสเตียนขั้นพื้นฐาน สามารถกดฟัง Podcast จากชูใจทุกตอนได้ทางลิงค์นี้ >>> https://choojaiproject.podbean.com และจะกด Follow เพื่อให้ไม่พลาดรายการใหม่ๆ ด้วยก็ยิ่งดีจ้าา ^^

.

View Details

เกร็ดความรู้พระคัมภีร์เข้าใจง่าย

EP. 4 - เกร็ดความรู้เรื่อง “บาลาอัมกับลา”

สวัสดีครับพี่ ๆ น้อง ๆ คริสเตียนเราทราบกันดีเกี่ยวกับลาที่พูดได้ โดยพระเจ้าทรงเปิดปากลาที่บาลาอัมใช้เป็นพาหนะเตือน บาลาอัมคือ เรื่อง การไปแช่งสาปชนชาติที่ได้รับพระพร(ชนชาติอิสราเอล) ตามคำสั่งของบาลาคเจ้าเมืองโมอับ

เบื้องหลังพระคัมภีร์

เรื่องคร่าว ๆ ก็คงเป็นตอนที่พระเจ้าทรงนำอิสราเอลผ่านถิ่นทุรกันดาร จนมาเดินทางถึงแผ่นดินโมอับ “บาลาค” ซึ่งเป็นเจ้าเมืองโมอับเห็นอิสราเอลก็กลัว เพราะได้ยินว่าอิสราเอลมีพระเจ้าสถิตด้วยและรบกับใครก็ชนะมาตลอดทาง บาลาคก็เลยให้คนไปตาม “บาลาอัม” เพราะเป็นที่ทราบกันดีในแถบนั้นว่า ถ้าบาลาอัมอวยพรใครล่ะก็คนนั้นก็จะสำเร็จตามนั้น แต่ถ้าแช่งใครแล้วล่ะก็ คนนั้นก็จะถูกแช่งสาปจริง ๆ ดังนั้น บาลาคก็เลยให้คนไปตามบาลาอัม เพื่อให้บาลาอัมมาแช่งชนชาติอิสราเอล สองครั้ง โดยครั้งแรก ส่งข้าราชการซึ่งก็มียศใหญ่โต พร้อมกับเงินทองและของกำนัลอีกเพียบ แต่พอไปถึงบาลาอัมก็ปฎิเสธ โดยบาลาอัมให้เหตุผลว่า “รอฟังพระเจ้าตรัสก่อน” และพระเจ้าก็ตรัสกับบาลาอัมคืนนั้นว่า “เจ้าอย่าไปกับเขาทั้งหลาย เจ้าอย่าแช่งชนชาตินั้น เพราะเขาทั้งหลายเป็นชนชาติที่จะได้รับพร” (กันดารวิถี 22 : 12) บาลาอัมก็เชื่อฟัง และครั้งที่สอง (กันดารวิถี 22 : 15) บาลาคก็ส่งข้าราชการซึ่งก็มียศใหญ่โตมากกว่าเดิมมาอีก แต่ครั้งนี้บาลาอัมก็ได้ตัดสินใจไปบาลาอัมผู้ที่ได้รับการทรงนำจากพระเจ้าอย่างชัดแจ้ง ตอนนี้กลับมีรูปเคารพในใจ กิเลสตัณหาได้ครอบงำ ทั้ง ๆ ที่พระเจ้าสั่งห้ามตั้งแต่ครั้งแรกว่า “อย่าไป”

จึงนำมาสู่การที่พระเจ้าใช้ลาของบาลาอัมที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งในสมัยนั้นคนทั่วไปใช้ลาเป็นพาหนะในการเดินทางอยู่แล้ว พระเจ้าก็ใช้ลามาแจ้งเตือนเจ้านายของตัวเองโดยการให้ลา เห็นทูตสวรรค์ถือดาบ (กันดารวิถี 22 : 23) ทำให้ลาเดินไปอีกทาง ซึ่งดูเหมือนกับว่ากำลังปกป้องเจ้านายไม่ให้ทูตสวรรค์ฆ่า แต่ว่าบาลาอัมตอบสนองด้วยการตีลาถึง สามครั้ง จากนั้นพระเจ้าทรงเปิดปากลาให้ลาพูดได้

แทนที่บาลาอัมจะตกใจที่ลาพูดได้ กลับไปนั่งเถียงกับลา

บาลาอัมไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า พระเจ้าไม่ทรงต้องการให้ไป แต่ต้องการให้บาลาอัมหันกลับ และโยนรูปเคารพในใจที่เป็นกิเลสตัณหา ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ ของเค้าออกไปและกลับมาเชื่อฟังพระองค์ แต่บาลาอัมก็ยังไม่ยอม และมากกว่านั้นพระเจ้าก็ยังส่งทูตสวรรค์ถือดาบมาปรากฎ เพื่อเตือนซ้ำอีก แต่บาลาอัมก็ยังเข้าใจผิด และเข้าข้างความตั้งใจ ความคิดในใจที่ถูกปิดบังด้วยความโลภสุดท้ายพระเจ้าก็ต้องทรงปล่อยให้เค้าไป

ลักษณะของลาในพระคัมภีร์ตอนนี้

  • มีความภักดีต่อนาย(บาลาอัม)ไม่เคยดื้อเลย

  • พระเจ้าทรงเปิดปากลา ทำให้ลาพูดได้

บทเรียนที่ได้รับ

1.) หลายครั้งเราเป็นอย่างบาลาอัม โดยรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเก็บรูปเคารพ บางอย่างไว้ในใจไม่ได้ให้พระเจ้าครอบครองทุกเรื่องในชีวิต

2.) คริสเตียนพยายามที่จะบังคับให้พระเจ้าทำบางอย่างตามใจที่เราอยากได้ โดยที่เรายอมอะลุ้มอล่วย ต่อความบาป

3.) คริสเตียนต้องไวต่อการที่พระเจ้าส่งสัญญาณเตือนผ่านคนใกล้ตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา เหมือนดังที่พระเจ้าทรงเตือนบาลาอัมโดยการทำให้ลาพูดได้

4.) พระเจ้าทรงเมตตาเราทั้งหลาย ให้เรากลับใจใหม่และเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ โดยการตักเตือนและตีสอนหลายต่อหลายครั้ง เหมือนกับ บาลาอัมที่พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ไปด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เชื่อต้องตอบสนองด้วยท่าทีก็คือ การเชื่อฟัง และสารภาพบาป ต่อพระเจ้าเมื่อทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ชาวชูใจสามารถฟังพระคัมภีร์เข้าใจง่าย Podcast ทางเว็บไซด์ www.choojaiproject.org ได้โดยตรง หรือ follow ทางแอพลิเคชั่น Pod bean ได้ทั้งมือถือระบบ Android และ iPhone และติดตามรายการคลิปเสียงอื่นๆ ของชูใจได้ทาง >>> https://choojaiproject.podbean.com ค่ะ

View Details

พระคัมภีร์เข้าใจง่าย

ในซีรีย์ “สัตว์มหัศจรรย์ในพระคัมภีร์”

  1. เกร็ดความรู้เรื่อง “ดาเนียลกับสิงห์”

วันนี้เราได้ดำเนินมาถึงตอนที่สามเกี่ยวกับดาเนียลผู้ถูกโยนลงไปในถ้ำสิงโต ชายที่ชื่อว่า ดาเนียลเป็นคนที่มีชีวิตติดสนิทกับพระเจ้า เขานมัสการพระเจ้าวันละสามรอบ คือ เช้า กลางวัน เย็น เป็นพระจำ โดยข้าราชการที่มีใจคิดอิจฉาดาเนียลก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วจึงวางแผนให้กษัตริย์ออกกฎไม่ให้ใครอธิษฐานต่อเทพเจ้าหรือมนุษย์นอกเหนือจากกษัตริย์ดาริอัสเป็นเวลา 30 วัน (ดาเนียล 6:7-8) เมื่อดาเนียลทราบดังนั้นแต่ก็ยังเลือกที่จะยืนหยัดในการอธิษฐาน ทำให้ดาเนียลถูกลงโทษโดยการจับโยนลงไปในถ้ำสิงโตเพื่อเป็นอาหารของมัน แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่นั้น เนื่องจากเมื่อดาเนียลตกลงไปในถ้ำสิงโต สิงโตกลับทำอะไรดาเนียลไม่ได้เลยเพราะมีทูตสวรรค์ของพระเจ้ามาปิดปากสิงโตไว้ (ดาเนียล 6:22) ผลสุดท้ายกษัตริย์ให้ดาเนียลรอด แต่ข้าราชการและครอบครัวที่ใส่ร้ายนั้นถูกโยนลงไปในถ้ำสิงโตและถูกสิงโตกัดตายในที่สุด

จากพระธรรมตอนนี้สามารถมองสิงโตได้ 2 อย่าง คือ 1. สิงโตเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ในสายตาของข้าราชการ กษัตริย์ คนทั่วไป สิงโตเป็นสัตว์ที่ดุร้าย เพราะฉะนั้นการลงโทษดาเนียลโดยการโยนลงไปในถ้ำสิงโตนั้นเป็นการลงโทษประหาร 2. สิงโตเป็นสิ่งทรงสร้างจากพระเจ้า เมื่อสิงโตเป็นสิ่งทรงสร้างจากพระเจ้านั่นแสดงว่าพระเจ้าสามารถควบคุมหรือมีอำนาจเหนือสิ่งเหล่านี้

บทเรียนที่ได้รับ

  1. จากชีวิตดาเนียลที่สัตย์ซื่อในการอธิษฐานต่อพระเจ้าแต่กลับถูกจับโยนลงถ้ำสิงโต เช่นเดียวกันหลายครั้งการเป็นคริสเตียนสัตย์ซื่อกับพระเจ้านั่นไม่ได้แปลว่าจะไม่ต้องพบเจอปัญหา อุปสรรค แต่ในทางกลับกันเมื่อเรายิ่งรับใช้ยิ่งเจอ การล่อลวง การทดสอบ ต่างๆมากมาย เพื่อให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้ามากขึ้น

  2. สิงโตที่ดุร้ายไม่สามารถทำอันตรายดาเนียลได้เพราะพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งเหล่านี้ ปัญหาและอุปสรรคไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระเจ้า เพราะฉะให้เราจดจ่อที่พระเจ้า ไม่ใช่ที่ปัญหา

View Details

เรียบเรียงเนื้อเรื่องใหม่ โดย ทีมชูใจ เกร็ดความรู้พระคัมภีร์เข้าใจง่าย โดย Doo -Too

......_____________________________________________________

เกร็ดความรู้พระคัมภีร์เข้าใจง่าย

EP. 1 - เกร็ดความรู้เรื่อง “งูในสวนเอเดน”

ชาวชูใจคงพอจะได้รู้มาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องงูที่ล่อลวงให้เอวาละเมิดคำสั่งของพระเจ้า นั่นคือการไม่เชื่อฟังพระเจ้าโดยการกินผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว

เบื้องหลังพระคัมภีร์ :

เรื่องราวในพระคัมภีร์ตอนนี้พูดถึงการที่มนุษย์ล้มลงในบาปครั้งเเรก โดยเป็นภาพของ เอวา กินผลไม้ต้องห้ามที่ถูกล่อชวนโดยงู ซึ่งงูก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง หลายคนอาจจะมีคำถามว่าในเมื่อพระเจ้าทรงสร้างให้สัตว์ทุกชนิดอยู่ใต้การครอบครองของมนุษย์แล้ว ทำไมงูจึงมาล่อลวงมนุษย์ และทำไมมันจึงพูดได้?

เพื่อให้รู้คำตอบนี้ เราต้องทำความเข้าใจ ลักษณะของงูในพระคัมภีร์ตอนนี้ คือ

  1. งูมีความฉลาด

พระเจ้าทรงสร้างงูให้ฉลาดหลักแหลมมากกว่าบรรดาสัตว์ (ปฐมกาล 3:1) แต่ในความฉลาดของงูในที่นี้เป็นการใช้ความฉลาดไปในทางที่ผิด เช่น ฉลาดเเกมโกง กลิ้งกลอก ร้อยเล่ห์ เหลี่ยมจัด เป็นต้น ก็คงเป็นเหมือนลักษณะของงูที่ใช้คำพูดหลอกล่อเอวา ดูเหมือนหวังดี แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดร้าย หรือ ไม่ได้หวังดีเหมือนอย่างที่พูด เหมือนดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “ปากหวานก้นเปรี้ยว” ดังนั้นงู ในสวนเอเดน จึงเต็มไปด้วย ความเจ้าเล่ห์ เพทุบาย

  1. ซาตานมาในคราบงู

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องราวตอนนี้คือคำว่า “งู” ในพระคัมภีร์มีการพูดถึงงูใน วิวรณ์ 12:9, 20:2 โดยใช้คำว่า “งูดึกดำบรรพ์” หรือตามบริบทนี้หมายถึง “ซาตาน” ซึ่งเป็นปรปักษ์ของพระเจ้า ดังนั้นการที่ จู่ ๆ งู มาล่อลวงเอวา ก็เป็นความต้องการของซาตานที่จะเอาชนะพระเจ้า โดยใช้วิธีการล่อลวงมนุษย์ที่พระเจ้าทรงรักให้ล้มลงในความบาป

บทเรียนที่ได้รับ

  1. การใช้ของประทานที่พระเจ้ามอบให้แต่ละคนได้เกิดผลในทางที่ถูกต้องเเละเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ระวังที่จะเป็นเหมือน งู ในพระธรรมตอนนี้ ที่ใช้ของประทานในทางที่ผิด

  2. การดำเนินชีวิตคริสเตียน เราต้องคอยระวังเเละเตรียมพร้อมต่อกลอุบายของมารซาตานอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มารซาตานได้เปรียบเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันเเล้วจากสิ่งที่พระเจ้าบอกในพระคัมภีร์ (2คร. 2:11)

ชาวชูใจสามารถฟังพระคัมภีร์เข้าใจง่าย Podcast ทางเว็บไซด์ www.choojaiproject.org ได้โดยตรง หรือ follow ทางแอพลิเคชั่น Pod bean ได้ทั้งมือถือระบบ Android และ iPhone และติดตามรายการคลิปเสียงอื่นๆ ของชูใจได้ทาง >>> https://choojaiproject.podbean.com ค่ะ

View Details

เกร็ดความรู้พระคัมภีร์เข้าใจง่าย

EP. 1 - เกร็ดความรู้เรื่อง “งูในสวนเอเดน”

ชาวชูใจคงพอจะได้รู้มาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องงูที่ล่อลวงให้เอวาละเมิดคำสั่งของพระเจ้า นั่นคือการไม่เชื่อฟังพระเจ้าโดยการกินผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว

เบื้องหลังพระคัมภีร์ :

เรื่องราวในพระคัมภีร์ตอนนี้พูดถึงการที่มนุษย์ล้มลงในบาปครั้งเเรก โดยเป็นภาพของ เอวา กินผลไม้ต้องห้ามที่ถูกล่อชวนโดยงู ซึ่งงูก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง หลายคนอาจจะมีคำถามว่าในเมื่อพระเจ้าทรงสร้างให้สัตว์ทุกชนิดอยู่ใต้การครอบครองของมนุษย์แล้ว ทำไมงูจึงมาล่อลวงมนุษย์ และทำไมมันจึงพูดได้?

เพื่อให้รู้คำตอบนี้ เราต้องทำความเข้าใจ ลักษณะของงูในพระคัมภีร์ตอนนี้ คือ

  1. งูมีความฉลาด

พระเจ้าทรงสร้างงูให้ฉลาดหลักแหลมมากกว่าบรรดาสัตว์ (ปฐมกาล 3:1) แต่ในความฉลาดของงูในที่นี้เป็นการใช้ความฉลาดไปในทางที่ผิด เช่น ฉลาดเเกมโกง กลิ้งกลอก ร้อยเล่ห์ เหลี่ยมจัด เป็นต้น ก็คงเป็นเหมือนลักษณะของงูที่ใช้คำพูดหลอกล่อเอวา ดูเหมือนหวังดี แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดร้าย หรือ ไม่ได้หวังดีเหมือนอย่างที่พูด เหมือนดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “ปากหวานก้นเปรี้ยว” ดังนั้นงู ในสวนเอเดน จึงเต็มไปด้วย ความเจ้าเล่ห์ เพทุบาย

  1. ซาตานมาในคราบงู

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องราวตอนนี้คือคำว่า “งู” ในพระคัมภีร์มีการพูดถึงงูใน วิวรณ์ 12:9, 20:2 โดยใช้คำว่า “งูดึกดำบรรพ์” หรือตามบริบทนี้หมายถึง “ซาตาน” ซึ่งเป็นปรปักษ์ของพระเจ้า ดังนั้นการที่ จู่ ๆ งู มาล่อลวงเอวา ก็เป็นความต้องการของซาตานที่จะเอาชนะพระเจ้า โดยใช้วิธีการล่อลวงมนุษย์ที่พระเจ้าทรงรักให้ล้มลงในความบาป

บทเรียนที่ได้รับ

  1. การใช้ของประทานที่พระเจ้ามอบให้แต่ละคนได้เกิดผลในทางที่ถูกต้องเเละเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ระวังที่จะเป็นเหมือน งู ในพระธรรมตอนนี้ ที่ใช้ของประทานในทางที่ผิด

  2. การดำเนินชีวิตคริสเตียน เราต้องคอยระวังเเละเตรียมพร้อมต่อกลอุบายของมารซาตานอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มารซาตานได้เปรียบเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันเเล้วจากสิ่งที่พระเจ้าบอกในพระคัมภีร์ (2คร.

View Details

อ่านสคริปต์ EP6 การถวายยยยยย ได้ในลิงค์นี้เลยจ้า https://www.choojaiproject.org/2017/11/give-offering/

View Details

อ่านสคริปต์ของ EP.5 ได้ตามลิงค์นี้นะจ๊ะ https://www.choojaiproject.org/2017/10/why-pray/

View Details

อ่านสคริปต์ของ EP.4 ได้ตามลิงค์นี้นะจ๊ะ https://www.choojaiproject.org/2017/10/why-pray/

View Details

อ่านสคริปต์เพิ่มเติมได้ใน  https://www.choojaiproject.org/2017/10/starter-christ-ep3-what-is-the-meaning-of-christian-worship/

View Details

Starter คริสต์ ตามติดชีวิตผู้เชื่อใหม่ ดำเนินรายการโดย พี่โจโจ และ อิ่มเอมอปป้า


Highlight * พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก พระองค์ทรงอยากให้มนุษย์ทุกคนมีความสุขแท้ แต่ที่เขากลับไม่มีความสุขแท้ เพราะว่าเขาทุกคนเป็นคนบาป และเขายังไม่ละทิ้งความบาป เขาจึงต้องรับผลของความบาปนั้นด้วย ทำให้พระเจ้าจึงต้องส่งพระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระองค์ลงมาในโลก เพื่อที่รับโทษแห่งความบาปแทนมนุษย์ทุกคน * การให้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าปราศจากการรับ มนุษย์ต้องตัดสินใจรับพระเยซูคริสต์เข้ามาประทับในจิตใจ เขาจึงจะได้รับความรอดนั้น * ถึงแม้เราจะเป็นคนบาปคนเดียวในโลกใบนี้ พระเยซูคริสต์ก็ยังจะทรงเสด็จมาตายเพื่อมาไถ่บาปของเราอยู่ดี

___________________________

การรับเชื่อคืออะไร ? [นาทีที่ 2.24] * คือการอธิษฐานต้อนรับ (ตอบรับ) พระเยซูคริสต์ด้วยความเชื่อ เพื่อให้พระองค์เข้ามาในจิตใจ ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด และจอมเจ้านายในชีวิต

ทำไมเราต้องรับเชื่อ ? [นาทีที่ 2.52] * เพราะเราต่างจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งความบาป และไม่อาจหลุดพ้นออกไปได้ด้วยตัวของเราเอง * แม้เราจะรู้วิธีการทำดีละเว้นความชั่ว เราอาจมีกำลัง ความรู้ และความสามารถ แต่เราไม่มีศักยภาพพอที่จะช่วยให้ตัวเองพ้นจากความบาปได้อยู่ดี ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาพระเยซูคริสต์เท่านั้น เพราะพระองค์เป็นผู้เดียวที่จะช่วยมนุษย์อย่างเราให้รอดจากโทษทัณฑ์ของความบาปทั้งหลายได้

พระสัญญาของพระเจ้าบอกว่าผู้ที่รับเชื่อแล้วจะได้รับ… [นาทีที่ 6.23]

  • ได้รับการอภัยโทษบาป เราไม่จำเป็นต้องรับโทษความบาปของเราทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะพระเยซูทรงรับไว้หมดแล้ว “ในพระบุตรนั้นเราจึงได้รับการไถ่ ซึ่งเป็นการทรงโปรดยกบาปทั้งหลายของเรา” โคโลสี 1:14
  • ได้รับฐานะเป็นบุตรของพระเจ้า ได้สิทธิพิเศษเข้ามาเป็นลูกในครอบครัวของพระเจ้า เมื่อเป็นลูกก็จะมีสิทธิ์ต่างๆ ที่ลูกจะได้รับจากพ่อ“แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า” ยอห์น 1:12
  • ได้รับชีวิตนิรันดร์ คือชีวิตที่ไม่ต้องตกนรก ไม่ต้องรับโทษจากความบาปที่ตัวเองเคยทำไว้ในโลกนี้

“เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าผู้ใดฟังคำของเราและวางใจในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์ และไม่ถูกพิพากษา แต่ได้ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว” ยอห์น 5:24 * ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มาจากพระเจ้า พระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตภายในของเรา”เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” 2 โครินธ์ 5:17 (อ่านข้อพระคัมภีร์เพิ่มเติม ยอห์น.10:10; 1 เธสะโลนิกา.5:18)

เพราะความเชื่อไม่ใช่ความรู้สึก การรับเชื่อจึงเป็นเรื่องของความจริง [นาทีที่ 10.23] * อย่าพึ่งพาเอาสถานการณ์ภายนอก หรือความรู้สึกของตัวเราเองมาเป็นปัจจัยในการรับเชื่อ แต่ให้พึ่งพาในความจริงที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ในพระวจนะของพระองค์

รับเชื่อกี่ครั้งถึงจะพอ? [นาทีที่ 11.10]

“ถ้าเรา…รับเชื่อไปแล้ว (ตอนยังไม่เข้าใจอะไรเลย) ต้องรับอีกไหม?”

การรับเชื่อสำหรับคริสเตียนคือการเข้าสู่ครอบครัวของพระเจ้า อย่างในพระสัญญาที่ได้บอกไว้ว่าเราเป็นลูกของพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องรับเชื่อซ้ำซ้อน

“ถ้าเรา…รับเชื่อแล้วไปทำบาป เรายังจะรอดไหม?”

“รอด” เพราะการกระทำที่ผิดพลั้งบาปของเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรอด ดังนั้น พระเจ้าในสถานะพ่อของเราจะให้อภัยเราแน่นอน เพียงแต่เราต้องกลับใจใหม่ การกลับใจใหม่ก็คือ ความเสียใจกับความบาปที่เคยทำไป อธิษฐานสารภาพกับพระเจ้า และตั้งใจที่จะไม่กลับไปทำความบาปนั้นอีก แต่หากเราเสียใจอย่างเดียว โดยไม่นำไปสู่ความตั้งใจที่จะไม่ทำบาปนั้นอีกก็ยังไม่ถือเป็นการกลับใจใหม่

4 อย่างที่ต้องมั่นใจเมื่อรับเชื่อ [นาทีที่ 16.05] * 1. พระเจ้า: เชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงมนุษย์นั้นทรงดำรงอยู่ และพระเจ้าทรงรักมนุษย์ * 2. ปัญหา: ปัญหาที่มนุษย์ไม่มีความสุขที่แท้จริงก็เพราะมนุษย์ทำบาป ความบาปที่ว่ามี 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ…

– บาปละเมิด : รู้ว่าอะไรไม่ดี แต่ก็ยังทำ – บาปละเลย : รู้ว่าอะไรดี แต่ก็ไม่ทำ

    1. ทางออก: พระเจ้าทรงส่งพระเยซูคริสต์มาเพื่อเป็นทางออกเดียวให้กับมนุษย์ที่จะรอดพ้นจากโทษทัณฑ์ของความบาป และรอดจากบึงไฟนรก เพราะพระองค์ทรงมารับความผิดบาปแทนเราบนไม้กางเขน
    1. ทางเลือก: มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อในพระเยซูคริสต์ หรือไม่เชื่อก็ได้ เพราะพระเจ้าให้อิสระ จึงทรงสร้างพวกเขาให้เป็นบุคคลที่สามารถตัดสินใจได้เอง และถ้าพวกเขาเลือกที่จะเชื่อพระเยซูคริสต์พวกเขาจะต้องตัดสินใจทำตามทั้ง 4 ข้อนี้ (ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้)
    2. ยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาปและช่วยให้ตัวเองรอดจากโทษของความบาปไม่ได้
    3. ตั้งใจละทิ้งความบาปและหันกลับมาหาพระเจ้า
    4. ยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า พระองค์มาตายบนไม้กางเขน และพระองค์ทรงฟื้นขึ้นจากความตายเพื่อไถ่บาปแทนเรา
    5. อธิษฐานรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในจิตใจ ในฐานะจอมเจ้านาย และพระผู้ช่วยให้รอด

“ถึงแม้เราจะเป็นคนบาปคนเดียวในโลกใบนี้ พระเยซูคริสต์ก็ยังจะทรงเสด็จมาตายเพื่อมาไถ่บาปของเราอยู่ดี”

อ่านสคริปต์เพิ่มเติมได้ใน https://www.choojaiproject.org/2017/09/starter-christ-ep-1-how-to-be-sure-of-my-salvation/

View Details

ความอ่อนแอทางใจคืออะไร?

“ความอ่อนแอทางใจคือ...การที่เราไม่มีกำลัง ไม่เข้มแข็ง และไม่แข็งแรง อาจทำให้ไม่มีพลังใจในการใช้ชีวิตเมื่อได้เจอหรือกระทบกับบางเรื่อง” - [นาทีที่ 1.26]

ลักษณะของความอ่อนแอแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. ความอ่อนไหว - [นาทีที่ 3.00]

ลักษณะ: เสียใจง่าย เศร้าง่าย และอ่อนไหวง่ายเวลาถูกวิพากษ์วิจารณ์ พยายามเอาใจคนอื่นจนละเลยความต้องการของตัวเอง ไม่กล้าปฏิเสธ รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เชื่อมโยงกับใคร ปม้มีผู้คนรอบกายแต่กลับรู้สึกว่าไม่มีเพื่อนเลย

  1. ความกลัว - [นาทีที่ 4.00]

ลักษณะ: ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ จนไม่กล้าทำอะไรเลย กลัวทำผิดพลาดกลัวทำผิดพลาดจนอาจกลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ เฉไฉ เพราะไม่กล้าเผชิญหรือจัดการกับปัญหาจึงเลือกวิธีหนี

  1. แสดงออกด้วยการใช้อำนาจ - [นาทีที่ 4.40]

ลักษณะ: เป็นผลจากความอ่อนแอภายในที่ถูกแสดงออกมาในทางตรงกันข้าม คือภายในอ่อนแอแต่แสดงออกมาอย่างรุนแรง มักทำให้เกิดพฤติกรรม หาข้อแก้ตัว อ้างไปเรื่อย ไม่ยอมรับความผิด อวดตัว ยกตนเองข่มผู้อื่น วางอำนาจ จอมสั่งการ จู้จี้ และพยายามควบคุมทุกอย่าง ชอบตัดสิน

  1. สนใจภาพลักษณ์ - [นาทีที่5.55]

ลักษณะ: เนื่องจากภายในรู้สึกอ่อนแอ แต่สิ่งที่แสดงออกมาคือใส่ใจสิ่งที่อยู่ภายนอกอย่างเช่น บุคลิกภาพลักษณ์ หรือ สิ่งของจนถึงขั้นวัตถุนิยม แคร์คนอื่นมากจนเกินไป เช็คเรตติ้ง หลงตัวเอง ชื่นชมตัวเองเพื่อให้รู้สึกดี เพราะข้างในจริงๆ รับความบกพร่องของตัวเองไม่ได้

"ความอ่อนแอนั้นเป็นพิษ... ทำให้รู้สึกด้อยค่า ไม่เหมาะสม ไม่สมควรที่จะได้รับความรักและคิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ" - [นาทีที่ 16.27]

___________________________

แยกแยะความอ่อนแอก่อน… เพราะพระเจ้าช่วยได้ [นาทีที่ 18.35]

ถามตัวเองก่อนนะว่าอะไรคือสิ่งที่เรากำลังต่อสู้หรือสิ่งที่เราอ่อนแอนี้เกิดจากอะไรระหว่าง

ความอ่อนแอที่เกิดจากความบาปหรือความอ่อนแอที่เกิดจากบาดแผลในอดีต?

ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนแอจากบาปหรือความอ่อนแอที่เกิดจากบาดแผลในอดีต พระเจ้าจะช่วยเหลือเราด้วยการ…

  • ช่วยให้ละทิ้งบาปต่างๆ : เพราะความบาปเป็นเรื่องที่คอนโทรลได้ และแม้ว่าบางคนจะใช้คำว่าธรรมชาติบาปมาเป็นข้ออ้างทำให้ตัวเองไม่สามารถเอาชนะหรือละทิ้งบาปนั้นไปได้ แต่ทางหนึ่งที่เราจะสามารถชนะบาปด้วยการละทิ้งได้แน่คืออาศัยฤทธิอำนาจของพระเจ้า

  • พระองค์ทรงสร้างใหม่: บาดแผลและความเจ็บปวดทั้งหลายในอดีตจะถูกรักษา และใจของเราจะถูกสร้างขึ้นใหม่ได้โดยพระเจ้า

วิธีเอาชนะความอ่อนแอ (3 ยอม) [นาทีที่ 22.44]

  1. ยอมรับความอ่อนแอ : ยอมรับกับตัวเองเสียก่อนว่าเราเป็นคนอ่อนแอเหมือนที่ มัทธิว 9:12 บอกไว้ว่า “คนเจ็บต้องการหมอ แต่คนสบายไม่ต้องการ”

  2. ยอมรับความจริงของพระเจ้า : กลับไปเปิดพระคัมภีร์ดูนะว่าพระเจ้าบอกอะไร ในความอ่อนแอของเรานั้น พระเจ้าพูดว่าอะไร?

  3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง : เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์และยอมรับด้วยใจ ไม่ใช่แค่จากความคิด พระคำของพระเจ้าจะส่งผลให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป

ระยะทางที่ไกลที่สุด บางครั้งคือจากสมองถึงหัวใจ

สุดท้าย… ความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป [นาทีที่ 35.08]

ความอ่อนแอเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราได้พึ่งพิงในพระเจ้า และเราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพราะในสิ่งที่เราทำไม่ได้นั้น เราจะได้่เห็นว่าพระเจ้าเป็นนายเหนือความอ่อนแอทั้งหลาย

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิขึ้นเต็มขณะที่นั่น” เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิเดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า

(2โครินธ์12:9)

___________________________

ระหว่างทางของชัยชนะในความอ่อนแอ คือเราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อน และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างปกติสุข

ขอขอบคุณที่ปรึกษาด้านเนื้อหา :

อ. วีรนุช วงค์คงเดช อาจารย์ประจำหมวดวิชาการให้คำปรึกษา โรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ สวนพลู (TBTS)