Life จิปาถะ... มุมมองของชีวิต
podcast นี้...ก็จะเป็นอะไรที่เรื่อยเปื่อย จากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เจอะเจอมา จะมีทั้งดีทั้งเลว ครบทุกรส มันส์ทุกรส แนวคิดและปรัชญาต่าง ๆ ก็จะแตกต่างกันไป ก็ลองติดตามกันดูนะครับ
การจากไปของน้องหยก ก็มีผลกระทบต่อเรานะ
และต่อครอบครัวที่เมืองไทยด้วย เพราะคุณน้าเราก็ follow page "J Migration" น้าเราก็รู้เรื่องราวจากสิ่งที่เรา post
แล้วก็เอาไปเล่าให้คุณแม่ฟัง นั่น นี่ โน่น
ทุกคนก็เกิดความสงสาร เพราะครอบครัวเราเพิ่งสูญเสียหลานชายไป พวกเรารู้ดีว่ามันเป็นยังไง
ขนาดคุณน้าเรา คุณแม่เรา ไม่รู้จักน้องหยก แต่ก็คอยอ่านตามที่เรา post คุณแม่กับคุณน้าเราก็ยังรู้สึกเสียใจเลย
การจากไปของหยกมีผลกระทบต่อหลายคนจริง ๆ
แต่ P' J ก็ต้อง move on นะ
P' J ก็ต้องทำงานของพี่ต่อ
ที่ผ่านมาพี่ก็คิดว่าพี่ได้ทำหน้าที่ของพี่แล้ว ที่เหลือก็ให้คนอื่นเขาประสานงานกันต่อ
เราเป็นคนนอก เข้าไปยุ่งมากไม่ได้
ทำเท่าที่ทำได้
ก็เพราะฉะนั้น มันถึงเป็นเช่นฉะนี้
Phased 2 ของการลดชั่วโมงการทำงาน
เริ่มแล้ว 01 July 2020
ก็ลดจาก
Mon-Sat: 9am - 9pm (72 hr) มาเป็น
Mon-Sat: 9am-5pm (48 hr) Phase 1
Phase 2: Mon-Fri: 9am-5pm (40 hr)
40 hr ก็ถือว่าเยอะละ
เอาแค่นี้พอ
เสาร์-อาทิตย์ จะได้มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นบ้าง
เดี๋ยว Phase 3 อีก quarter หน้า ยังนึกไม่ออกเลย จะออกมาในรูปแบบไหน แต่ก็คิด ๆ เอาไว้แล้วแหละ
วันอังคาร 23 Jun 2020: เราก็ต้องไปทำงานที่ Sydney office, face-to-face consultation
วันพุธ 24 Jun 2020: เรามีศาลอุทธรณ์ conference ที่ AAT, ที่ Sydney
เรื่องตื่นเช้า ไม่มีปัญหา เพราะเราตื่นเช้าอยู่แล้ว
อาจจะด้วยเรื่องการเดินทาง ขับรถและร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ
เช้าวันพุธ 24 Jun, ตื่นมาตอน 4:30am รู้สึกเวียน ๆ หัว ต้องนั่งพิงตัวเองอยู่ข้าง ๆ เตียง
พอเดินไปที่ในครัว ก็เวียนหัว ล้มตัวลง เข่าซ้ายกระแทกพื้น เข้าถลอกนิดหน่อย
นอนพักอยู่ที่พื้นสัก 1 นาทีก็ค่อยพยุงตัวเองขึ้น ดื่มน้ำ แล้วก็ดื่ม green tea อุ่น ๆ 1 แก้ว
วัดอุณภูมิตัวเอง 36.1 องศา เออไม่ได้เป็นอะไรมาก
ก็ไปทำงานตามปรกติ
กลับมาบ้าน ก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ 7pm
ร่างกายไม่เคยโกหก
เหนื่อยก็ต้องพัก
มันทำได้นะ
ไม่บ้างานมาก
ไม่ submit case หลัง 5pm
ก็อาจจะแอบ ๆ ส่ง email บ้าง
ทำ content บ้าง แต่ไม่นั่งทำ case ให้ลูกค้าแน่นอน
ชีวิตเรา เราเลือกได้
If I loved myself truly and deeply, what would I do?? :)
self love
ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบสวดมนต์
เพราะคิดว่า สวดมนต์คือยาทา ปิวัสนาคือยากิน
เราชอบปฏิบัติและวิปัสนามากกว่า
สวด 3 รอบ รอบละ 1.5 hr
ทั้งหมดก็ 4.5 hr
ออกมา 4pm ก็หมดเสียงแล้วจ๊ะ เสียงแหบเลย
โดยส่วนตัวแล้ว เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องสวดมนต์
ก็แค่อยากจะไปร่วมด้วย ช่วยกัน ก็แค่นั้นเอง
หักดิบ Mon-Sat: 9am - 5pm
Mon-Fri: ทำ case
Sat: เขียน blog เตรียม content
กับการที่ต้องทำงาน Mon-Sat; 9am - 9pm
วันละ 12 ชั่วโมง
6 วัน
12 x 6 = 72 hr
Phase #1: ลดชั่วโมงการทำงานก่อนก็แล้วกันนะ
ลดจาก 72 hr เป็น 48
ก็จะเป็น
Mon-Sat: 9am -5pm
ก็จะเป็น 9am - 5pm เหมือนชาวบ้านเขาหน่อย
แต่ก็จะยังทำงานวันเสาร์อยู่สำหรับ Phase แรก
ทุกอย่างจะค่อย ๆ ปรับตัว
เดี๋ยวรอดู Phase #2 ว่าจะอะไรยังไง
ก็กำหนด timelime เอาไว้แล้วประมาณ 01 Jul 2020
Step back เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ง่ายขึ้น
เพื่อที่เราจะไม่ได้กลายเป็น bottleneck ของธุรกิจ
ทุก ๆ quarter จะมี phase ของมัน
อิ...อิ
$4,000/3 วัน คุ้มมั้ย
คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม กับพลัง energy และความรู้ที่ได้มา
ของมันต้องลองเองจ๊ะ
Nail It & Scale It; #NISI2020
กับความสุขที่ได้ทำ
ได้ทำในสิ่งที่รัก
และรักในสิ่งที่ทำ
วาดภาพโดยที่ไม่มีใครดู
เขียนหนังสือโดยที่ไม่มีใครอ่าน
ทำ #podcast โดยที่ไม่มีใครฟัง
...#รัก...
ของเรามีการปรับเปลี่ยนยังไงบ้าง
เดี๋ยวมาฟังกัน
เรื่องเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
เรื่องอะไร ไปฟังเอง :)
โดยเฉพาะป้า ๆ ตาม facebook group
เห็นแชร์กันจัง เห็น forward กันจัง
ทุกคนอยากทำตัวเป็นสื่อ โดยทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ qualify
ตื่น 3am, early flight to Brisbane
ถึง Brisbane 7:40am
ถึง office 8:30am และก็เจอลูกค้าเลย 9am
หลายคน หลายชีวิต หลายเรื่องราว เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่หลาย ๆ คนเข้ามาปรึกษาเพื่อหาแนวนางและการใช้ชีวิตต่อไปที่นี่
บางคนก็มาไกลจาก Melbourne
บางคนก็มีภาระที่ต้องอยู่ที่นี่เพื่อทำงานส่งเสียพ่อแม่ที่เมืองไทย
ชีวิตคนเรามันมีทุกรูปแบบจริง ๆ นะ
เหนื่อยมั้ยที่ต้องเกิดมาเป็นมนุษย์...
ทำงานกับคนหมู่มาก
ร้อยพ่อ พันแม่
ก็อาจจะมีบ้างที่เราโดน push around
ก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า
ช่างมันเถอะ
คนที่เรารักก็ไม่อยู่แล้ว
คนที่เราห่วงที่สุดก็ไม่อยู่แล้ว
อย่าอะไรมากมายเลยกับชีวิต
เข้า seminar เรียนรู้เพิ่มเติม
พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ
อย่าเอาเลื่อยที่เข้าสนิมไปตัดต้นไม้
บางทีเราก็ต้องหยุดพัก แล้วเอาเวลาเหล่านั้นไปลับเลื่อยของเราให้มันคมมากขึ้น
ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ได้อะไรกลับมาบ้าง
Knowledge is KING
Knowledge leads to MONEY & WEALTH...
ก็รู้สึกแบบนี้จริง ๆ
หวังว่าจะไม่เกิด drama นะ... :)
รู้แหละว่าต่อจากนี้ อะไรต่อมิอะะไรก็คงไม่เหมือนเดิม
แต่เราก็จะ "พยายาม" ที่กลับมาใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม ๆ same same กับ routine ชีวิตของเรา
เอาให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะชีวิตมันต้องก้าวเดินต่อไป
podcast ของเราสามารถรับฟังได้ทุกที่ทุกเวลาผ่าน Spotify, Apple Podcasts and many more
เราได้เรียนรู้อะไรจากการไปทำงานที่ Canberra ในครั้งนี้
ก็ได้รับ feedback อะไรบางสิ่งบางอย่างกลับมา
แล้วเราจะทำอะไรต่อไปจากนั้นหรือเปล่า
ลองฟังดู
เคยสูญเสียนะ ไม่ใช่ว่าไม่เคยสูญเสียเลย
แต่ทำไมครั้งนี้มันหนักที่สุด
เมื่อได้รัก มันก็รักหมดหัวใจจริง ๆ
แต่ละคนมี healing process ที่แตกต่างกัน
มันขึ้นอยู่ความรัก ความผูกผันที่เรามีต่อเขา
รักมาก ก็เสียใจมาก ทำใจไม่ได้ เพราะมันเกิดขึ้นเร็วเกิน
ของเรา แต่ละวันมันก็มีอารมณ์ที่แตกต่าง
บางวันก็ดูเหมือนจะเข้มแข็ง นั่งทำงานได้ทั้งวัน
บางวันก็ดูเหมือนจะอ่อนแอ ทำงานได้ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าว่าง สิ่งที่เรามองเห็นคือมองเห็นหน้าหลานตลอดเลย ทุก ๆ ที่ที่เราเดินไป
เรารู้แหละว่าเราต้องเข้มแข็ง
เรารู้แหละว่ามันต้องใช้เวลา
แต่ตอนนี้มันใหม่เกิน
มันคงต้องใช้เวลา และก็อาจจะนานหน่อย
ก็แค่อยากจะบอกว่า วันนี้เราเหนื่อยจริง ๆ
เสียใจจริง ๆ
อยากจะให้มันเป็นแค่ฝันร้าย
อยากจะตื่นขึ้นมา ก็ยังเจอหน้าหลานเหมือนเดิม
อยากจะได้อ่าน LINE อ่านข้อความจากเขา
อยากจะเห็นมาเที่ยวที่นี่ช่วงปิดเทอม
อยากจะเห็นเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่อันเป็นที่รักของครอบครัว
ก็แค่นั้นเอง...
ชีวิตต่อจากนี้เราก็ต้องอยู่ให้ได้
อยู่เพื่อคนที่เขายังอยู่
อยู่เพื่อคนที่เขาจากเราไปแล้ว
อยู่เพื่อคนรอบข้าง ที่เขารักเรา
อยู่เพื่อตัวเอง
ชีวิตต่อจากนี้ก็ต้อง re-assess ว่าจะยังไงต่อ
ชีวิตเราตอนนี้ก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว มันก็ต้องมีวางแผนว่าจะอะไร ยังไงต่อหลังจากนี้
ร้องไห้ได้
เสียใจได้
แต่ต้อง pick myself up แล้วเดินหน้าต่อไปให้ได้
ทุกเหตุการณ์มันสอนอะไรเราเสมอ
มันอาจจะเจ็บปวด
แต่มันก็คือสัจธรรมของชีวิต
ชีวิตมันต้องเดินต่อไปข้างหน้า
จะไม่ให้ใครเป็นห่วง ทั้งคนที่ยังอยู่และคนที่จากเราไปแล้ว
จะอยู่ต่อและทำหน้าที่ของเราต่อไป
ชีวิตต่อจากนี้ไป อะไรต่อมิอะไรก็คงไม่เหมือนเดิม
ก็ต้องฟื้นตัวให้ไวที่สุด
เก็บความทรงจำที่ดีจากทุกสิ่งอย่างในชีวิตที่มี
ชีวิตที่มันต้องก้าวเดินต่อไป
มันก็คงถึงเวลาแล้วสินะที่เราจะต้องเข้มแข็ง
เข้มแข็งเพื่อคนรอบข้าง
เข้มแข็งเพื่อคนที่ยังอยู่
เข้มแข็งเพื่อคนในครอบครัว
เชิดหน้า แล้วเดินต่อไป
เงยหน้า แล้วบอกกับฟ้าว่า "หนักว่านี้มีอีกมั้ย"
mixed emotional มันก็ยังมีช่วงโศกเศร้าอยู่บ้าง
แต่ก็ดีขึ้น ทุกคนที่เมืองไทยก็เปราะบาง
อารมณ์มันก็จะมีมาเป็นช่วง ๆ เราก็ต้องรับรู้และก็ยอมมัน
เศร้าก็ให้รู้ว่าเศร้า
ตอนนี้เราก็ต้องพยายยามโทรหาคนที่เมืองไทย พูดคุยปรับทุกข์
โดยเฉพาะคนแก่ ก็คงทำใจยากกับการสูญเสียในครั้งนี้
ครอบครัวก็ใกล้ชิดและเหนียวแน่นกันมากขึ้น
ก็เพราะชีวิตนั้นมันไม่เที่ยงเลยจริง ๆ
กับชีวิตของความเป็นลุง เมื่อหลานรักไม่อยู่
แน่นอน คนมันรักมาก มันก็ต้องเสียใจมาก
เมื่อวาน; 18 Feb 2020 เราเริ่มเข้มแข็งขึ้นแล้ว
เราเริ่มดีขึ้น
กาลเวลาก็คงจะช่วยเราอะไรหลาย ๆ อย่าง
ชีวิตเราก็ต้องดำเนินต่อไป เป็นเสาหลักของครอบครัว
ดูแลครอบครัวที่นี่ ดูแลครอบครัวที่เมืองไทย; ดูแลน้องสาว แม่ น้า และ อา
ตื่นตอนเช้า ก็ยังมองเห็นหน้าหลานตลอด แต่ลุงก็ต้องลุกขึ้นมาและทำหน้าที่ของลุงต่อไปนะลูก
ก็ได้แต่คิดถึงหนู
ก็เพราะว่ารัก รักหมดหัวใจ รักอย่างไม่มีข้อแม้
แต่ลุงก็เป็นคนเจ้าระเบียบ
รักใน version ของลุง
สอนและเข้มงวดใน version ของลุง
พอเริ่มได้เข้ามาดูแล
มันก็เริ่มผูกพัน คลุกคลี
จะทำอะไรก็ต้อง include หลานไปด้วย
จะไปไหน ก็ต้องเอาหลานไปด้วย
มันก็เริ่มผูกพัน เป็นเหมือนลูกอีกคนหนึ่ง
เป็นพี่ชายของ Jovan เขาชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน
รักหมดหัวใจ รักมากที่สุด
เวลาลุงไปทำงาน เจอลูกค้าที่เมืองไทย หลานก็บินมาเจอกันที่กรุงเทพ มาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน พาเดินซื้อของ นั่น นี่ โน่น
กอดหลานชายครั้งล่าสุดวันที่ 20 Jan 2020 ที่สนามบินหาดใหญ่
หลานบินกลับสุวรรณภูมิ ลุงก็บินต่อสิงคโปร์
เรายังคุยอยู่เลยว่าปีหน้า มกราคม เราจะไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันอีกดีนะ
เราคุยกันครั้งล่าสุด Mon 3 Feb 2020, ถามเรื่องเรียน ว่าเป็นยังไงมั่ง
เรามั่นใจว่าหลานเราหล่อ มีเสน่ห์ นิสัยดี
สง่า ดูดี มีราศรี
อยู่ใกล้ใคร ใครก็รัก
มากกว่าคำว่า "เสียใจ"
มากกว่าคำว่า "สูญเสีย"
ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ชีวิตฉันเป็นเช่นดั่งละคร
face-to-face consultation ที่ Wollongong
feeling productive
feeling good Friday; ได้เปลี่ยนชีวิตคนไปหลายชีวิต
กับงานที่ทำ กับการที่ต้องเจอะเจอคนร้อยพ่อ พันแม่
เราโดนหลอกใช้หรือเปล่านะ
เราจะถูกใช้ ตกเป็นเครื่องมือของใครหรือเปล่านะ
รู้หน้าไม่รู้ใจ เราจะรู้ได้ไงคนไหนจริง คนไหนปลอม
ไม่ง่ายเลยนะ... ชีวิต...
...ชีวิตฉันเป็นเช่นดั่งละคร...
9am blue คืออะไร
มันก็ไม่มีอะไรมากจ๊ะ
บางมีคนเรามันก็ต้องมี moment แบบนั้นบ้าง
จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไร
มีความสุขกับสิ่งที่ทำ
ทำในสิ่งที่ชอบ และชอบในสิ่งที่ทำ #ikigai
face-to-face consultation
มันคือความอึด
มันคือความรับผิดชอบ
มันคือหน้าที่การงาน
ไม่ง่ายอย่างที่หลาย ๆ คนคิด
ชีวิตฉันเป็นเช่นดั่งละคร
เหนื่อยที่สุด ณ จุดที่เป็น
ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายทุกวัน
ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่หลาย ๆ คนคิด
ชีวิตมันไม่ได้ "บวก" ไปตลอดเวลานะ
แต่ก็ เหนื่อยได้ ท้อได้ บ่นได้ พักได้ แต่ไม่หยุด
วันนี้อาจจะไม่ใช่วันของเรา
เดี๋ยวพรุ่งนี้เริ่มต้นกันใหม่
วันจันทร์ ไม่จำเป็นต้อง busy crazy เสมอไป
ติดตามฟังกันได้ที่ Apple Podcast, Spotify & Anchor
วันนี้พยายามที่จะไม่รับสาย ไม่ตอบ inbox ไม่ตอบ LINE เพื่อที่จะไดมีเวลามนการทำงานได้อย่างเต็มที
ตื่น 3am นั่งทำงาน 8am เตรียมตัวออกเดินทาง เพื่อไปเข้า class ของครูโอ๋
Speaking to your audience
วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติ
นั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ
ทุกคนมี 24 ชั่วโมงใน 1 วัน ขึ้นอยู่กับการบริหารเวลา ว่าเราจะทำอะไร
Gut feeling ในการรับงาน เราเลือกลูกค้าได้ ไม่ใช่ลูกค้าเลือกเราเสมอไป
quality over quantity