ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘คนรุ่นใหม่’ คือตัวแปรของโลก ไม่ว่าจะเป็นมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน รวมถึงทุกประเด็นที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน และอนาคตเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งการพัฒนา โครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคนภายในองค์กร และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมกับพื้นที่ระดับโลกอย่าง ‘One Young World’ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเวทีคนรุ่นใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2567 "One Young World Summit 2024” เครือซีพีฯ ส่งคนรุ่นใหม่ 20 คนของไทยไปร่วมทำกิจกรรมกับคนรุ่นใหม่จาก 196 ประเทศทั่วโลก ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในช่วงวันที่ 18 - 21 กันยายน 2567 โดยเป้าหมายการสร้างความร่วมมือผ่านความท้าทายทั้ง 5 ประเด็นซึ่งเป็นแนวคิดหลักของปีได้แก่1.Indigenous Voices เสียงของคนพื้นเมือง2.The Climate and Ecological Crisis การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 3.Artificial Intelligence ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI4.Health Equality ความเท่าเทียมทางสุขภาพ5.Peace สันติภาพของโลกสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ตัวแทน ‘ผู้นำแห่งอนาคต' ได้แก่ “นันทิช อัคนิวรรณ” (ปูน) จาก CP LAND และ “นวมลลิ์ เมธาทรงกิจ” (โบว์) จาก CP Axtra (Makro)“คนไม่รู้จักกันที่ภาษาและวัฒนธรรมต่างกันมารวมตัวกัน แต่สามารถพูดคุยกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันได้ มันเป็นสิ่งที่พิเศษมาก ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสแบบนี้ได้ง่ายๆ บางคนอาจสื่อสารไม่เก่ง แต่ก็หาวิธีการให้สื่อสารได้” นันทิช อัคนิวรรณ (ปูน) จาก CP LAND กล่าว“ถ้าเราเป็นคนที่มองเห็นปัญหา และไม่อยากปล่อยปัญหาไปถึงคนรุ่นหลัง หรือทิ้งปัญหาให้เป็นภาระของคนรุ่นถัดไป One Young World คือเป็นโอกาสที่ดีมาก เป็นเน็ตเวิร์คที่หาไม่ได้จากที่ไหน มันคืองานที่รวมตัวคนจากทั่วโลกไว้ในสถานที่เดียว” นวมลลิ์ เมธาทรงกิจ (โบว์) จาก CP Axtra (Makro) กล่าว‘ปูน’ และ ‘โบว์’ จะฉายภาพให้เห็นว่า หลังจากร่วม One Young World แล้ว คนรุ่นใหม่จะนำตัวเองไปอยู่ในสมการการพัฒนาโลกอย่างไร และนำองค์ความรู้ วิธีการ หรือไอเดียต่างๆ มาเปลี่ยนแปลงโลก ประเทศ หรือยกระดับองค์กรได้อย่างไรบ้างคุณผู้ฟังสามารถ อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ ‘นันทิช-นวมลลิ์’ 2 ตัวแทนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ เล่าพื้นที่เปลี่ยนโลก พลังคนรุ่นใหม่สร้างโลกยั่งยืน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2024/11/one-young-world-cp-group-2024/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ท่ามกลางงบประมาณกว่า 8 แสนล้านบาทของทุกหน่วยงานด้านการศึกษาที่มีจำนวนมากมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า การศึกษาไทยเต็มไปด้วยปัญหานานัปการ โดยเฉพาะมิติความเหลื่อมล้ำของครัวเรือนฐานะยากจน ซึ่งไม่มีหน่วยงานไหนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยเหตุนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. หน่วยงานด้านการศึกษาจัดตั้งขึ้นในปี 2561 เพื่ออุดช่องโหว่ด้านความเหลื่อมล้ำ โดยมีหัวเรือคือ “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจ-การเงินระดับประเทศ หันมาขับเคลื่อนประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนฯดร.ประสาร ฉายภาพให้เห็นว่า ภารกิจของ กสศ. ประกอบด้วยการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ 3 มิติ คือ (1) ความเหลื่อมล้ำเชิงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา (2) ความเหลื่อมล้ำเชิงคุณภาพการศึกษา และ (3) ความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาตลอด 6 ปี ของ กสศ. มีผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำมากน้อยขนาดไหน ตลอดจนข้อค้นพบจากการทำงาน จนนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและบทบาทการขับเคลื่อนถึงภาครัฐอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ 6 ปี กสศ. กับ “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อุดความเหลื่อมล้ำผ่าน ‘ทุนเสมอภาค’ ต่อลมหายใจด้วย ‘Learn to Earn’ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2024/04/6-years-of-equitable-education-fund/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
“คุกมีไว้ขังคนจน” ภาพสะท้อนระบบยุติธรรมแบบไทยๆ ที่ได้ยินกันมาช้านาน ลามเป็นปัญหาลูกโซ่ “นักโทษล้นคุก” เพราะคุกไทยเต็มไปด้วยคนจนจากตัวเลขผู้ต้องราชทัณฑ์ เดือนเมษายน 2567 พบว่า คุกไทยมีผู้ต้องขังมากกว่า 280,000 คน อันดับ 8 ของโลก ขณะที่เรือนจำของประเทศไทยทั้งหมด 143 แห่งรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 150,000 -160,000 คนเท่านั้นขณะที่คนจน ที่กระทำความผิด มักถูกจับขังโดยไม่มีเงินประกันตัว และเรียกโดยภาษากฎหมายว่า ผู้ต้องขังระหว่าง ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 59,000 คน คิดเป็น 20% ของผู้ต้องขังทั้งหมดเบื้องลึกของปัญหานักโทษล้นคุกเป็นอย่างไร ? “ผศ. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนวิเคราะห์สาเหตุ สภาพปัญหา ทางออก ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมตลอดจนการเตือนสติ ‘กรมราชทัณฑ์’ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบยุติธรรม ให้ยืนอยู่บนหลักการที่ถูกต้องสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ จาก “นักโทษล้นคุก” ถึงวิกฤติหลักนิติธรรม กับ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2024/04/rule-of-law-crisis/ อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
เราปรับ โลกเปลี่ยน We Shift, World Change เป็นรายงานพิเศษด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand-UNGCNT) และไทยพับลิก้า เพื่อนำเสนอ วิสัยทัศน์ นโยบาย และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน ในบริบทของธุรกิจขององค์กร การมีส่วนร่วมพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร เช่น คู่ค้า ลูกค้า ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในการปรับตัว และการมีส่วนร่วมยกระดับชุมชนและสังคม ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนบริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหนึ่งใน หน่วยธุรกิจหลักที่ก่อตั้งในปี 2563 ภายใต้บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. สผ. โดยเป็นผู้บุกเบิกการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่องจักรด้วยตนเองผ่านอัลกอริทึ่มต่างๆ การประมวลผลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน การวิเคราะห์ระบบข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับค่าพิกัดภูมิศาสตร์ เเละแพลตฟอร์มการให้บริการในด้านต่างๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร และป่าไม้อัจฉริยะอย่างครบวงจร เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยในการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก ตาม เป้าหมาย SDG ข้อ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนายธราณิศ ประเสริฐศรี หัวหน้าทีมพัฒนาเทคโนโลยี บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า การดำเนินงานของวรุณาเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเพิ่มการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่วนที่สองคือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาคการเกษตรสำหรับการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนั้น ได้นำเทคโนโลยีของบริษัทมาใช้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้โครงการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของแต่ละองค์กร แต่ละพื้นที่ สามารถติดตามได้ รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์หากมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น มีไฟป่า มีการรุกล้ำพื้นทางด้านการใช้เทคโนโลยีในการช่วยเกษตรกร ได้นำนวัตกรรม แอปพลิเคชันคันนา (KANNA) มาช่วยบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบครบวงจร ซึ่งเน้นไปที่การทำนาปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง ข้อมูลที่เกษตรกรรายงานและการตรวจเช็คที่เกิดขึ้นใน แอป KANNA จะทำให้วรุณานำมาใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการขอขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิตนายธราณิศบอกว่า ไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก หากใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ก็จะเป็นการยกระดับภาคเกษตร และสามารถช่วยลดอุณหภูมิโลกได้ด้วยอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ กลุ่มปตท. – วรุณาชูเทคโนโลยี AI ลดโลกร้อน บริหารจัดการพื้นที่สีเขียว ขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืนได้ ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/12/we-shift-world-change-varuna-drives-sustainable-agriculture-environment-with-ai-technology/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#WeShiftWorldChange #UNGCNT #Varuna #PTT
เราปรับ โลกเปลี่ยน We Shift, World Change เป็นรายงานพิเศษด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand)กับไทยพับลิก้า เพื่อนำเสนอ วิสัยทัศน์ นโยบาย และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน ในบริบทของธุรกิจขององค์กร การมีส่วนร่วมพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร เช่น คู่ค้า ลูกค้า ในห่วงโซ่อุปทาน ในการปรับตัว และการมีส่วนร่วมยกระดับชุมชนและสังคม ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุด และมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจที่ก้าวข้ามเปลี่ยนผ่านจากพลังงานดั้งเดิมหรือฟอสซิสไปสู่พลังงานสะอาด โดยให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่“การพัฒนาที่ยั่งยืน” และก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ คุณ วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ กรรมการบริหาร บริษัทซีเค พาวเวอร์ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ซีเค พาวเวอร์ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานหมุนเวียนให้กับประเทศ โดยมีการดำเนินธุรกิจตามแนวหลักความยั่งยืนบนพื้นฐานความสมดุลของสังคม สิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาลที่ดีตัวอย่างของการปฏิบัติที่ชัดเจน คือ “ต้นแบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี” ที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำประเภทน้ำไหลผ่าน ที่ทันสมัย ปล่อยให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าเท่ากับปริมาณที่ไหลออกตลอดเวลา อาศัยอัตราการไหลของน้ำในการผลิตไฟฟ้าโดยไม่มีการกักเก็บน้ำ ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการไหลของน้ำตามธรรมชาติ อีกทั้งยังใช้นวัตกรรมการออกแบบและก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาค นั่นคือ ระบบทางปลาผ่านแบบผสม ที่เริ่มจากการศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นพัฒนาโครงการ เพื่อความเข้าใจเชิงลึกต่อวงจรชีวิตของปลาและพฤติกรรมการอพยพของปลาในแม่น้ำโขง รวมทั้งลักษณะทางกายภาพและชนิดพันธุ์ของปลาที่แตกต่างกัน เพื่อให้ระบบทางปลาผ่านแบบผสมนี้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการอพยพของปลาทุกสายพันธุ์ในแม่น้ำโขงได้อย่างมีประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เป็นโรงไฟฟ้าแรกที่ได้ออกแบบประตูระบายตะกอนให้กดระดับลงไปเท่ากับระดับท้องน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่า ตะกอนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถไหลผ่านโรงไฟฟ้าไปยังท้ายน้ำได้เหมือนเดิมตามธรรมชาติ และที่สำคัญได้สร้าง “ช่องทางเดินเรือสัญจร เพื่อให้การสัญจรทางเรือของชาวบ้านผ่านโรงไฟฟ้าฯ สามารถสัญจรได้อย่างสะดวกตลอดทั้งปีCKPower สามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดส่งให้ประเทศไทยได้ 9,500,000 เมกะวัตต์ หรือ คิดเป็น 5% ของไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ ช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นับเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ประเทศไทย และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และมุ่งมั่นผลักดันสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ NET ZERO ภายในปี 2065 ตามเป้าที่รัฐบาลกำหนดอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม "ซีเค พาวเวอร์ หนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/12/we-shift-world-change-ck-power-supports-energy-transitioning-to-a-low-carbon-society/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#WeShiftWorldChange #UNGCNT #CKPower
เราปรับ โลกเปลี่ยน We Shift, World Change เป็นรายงานพิเศษด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand)กับไทยพับลิก้า เพื่อนำเสนอ วิสัยทัศน์ นโยบาย และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน ในบริบทของธุรกิจขององค์กร การมีส่วนร่วมพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร เช่น คู่ค้า ลูกค้า ในห่วงโซ่อุปทาน ในการปรับตัว และการมีส่วนร่วมยกระดับชุมชนและสังคม ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเครือซีพีและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ซึ่งก่อตั้งมา 30 กว่าปี มีเป้าหมายขับเคลื่อนงานใน 4 เรื่อง ทั้งเรื่องเด็กและเยาวชน พัฒนาอาชีพและเกษตรกร คุณภาพชีวิตและผู้สูงอายุ รวมถึงโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแผนใหม่ที่เริ่มเมื่อปี 2564 โดยได้เลือกพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นมาดำเนินการภายใต้ "อมก๋อยโมเดล"นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กรรมการเเละเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท บอกกับสำนักข่าวไทยพับลิก้าว่า "อมก๋อยโมเดล" มีเป้าหมายในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ด้วยุทธศาสตร์ที่ได้จากการลงพื้นที่จริงเป็นเวลานานนายจอมกิตติ เล่าว่า ภาคเหนือเป็นเขตภูเขา ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร แต่มีปัญหาเรื่องการทำเกษตรบนพื้นที่สูง มีการทำไร่หมุนเวียนจำนวนมาก ทำให้พื้นที่กลายเป็นเขาหัวโล้น และอมก๋อย ปัจจุบันถือเป็นอำเภอที่มีสัดส่วนการคงไว้ของป่าในอัตราที่สูงอันดับต้นของพื้นที่ภาคเหนือ โดยพื้นที่อมก๋อย 1.31 ล้านไร่ อยู่ในเขตภูเขาสูงประมาณ 98% เป็นพื้นที่ราบลุ่มสำหรับตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยและทำนาบางส่วนเพียง 2%มูลนิธิฯ ร่วมกับกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซีพี รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และหลายภาคส่วน เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ด้วย 6 แผนงาน ซึ่งส่วนหนึ่งได้แก่ การทำให้ป่าเดิมที่มีอยู่ได้รับการปกป้องรักษา ส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาในป่า และการศึกษาพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริหารจัดการ เทคโนโลยี สนับสนุนเงินทุน และการตลาด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนนายจอมกิตติกล่าวว่า เครือซีพีหรือมูลนิธิฯนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นในระบบสังคมในการขับเคลื่อนสังคมไทย ที่เห็นว่าพอมีโอกาส มีทรัพยากร มีศักยภาพตรงไหนที่จะเข้าไปช่วยพัฒนา ที่จะช่วยแก้ไขปัญหา สิ่งนี้เป็นนโยบายของผู้บริหารสูงสุด ขององค์กรอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เครือซีพี-มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ประสานชาวปกาเกอะญอ ร่วมอนุรักษ์-ฟื้นฟูพื้นที่ป่า “อมก๋อย” ยกระดับคุณภาพชีวิต ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/12/we-shift-world-change-cp-group-and-cpfoundationforrural-initiate-omkoi-model/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#WeShiftWorldChange #UNGCNT #เครือซีพี
เราปรับ โลกเปลี่ยน We Shift, World Change เป็นรายงานพิเศษด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand)กับไทยพับลิก้า เพื่อนำเสนอ วิสัยทัศน์ นโยบาย และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน ในบริบทของธุรกิจขององค์กร การมีส่วนร่วมพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร เช่น คู่ค้า ลูกค้า ในห่วงโซ่อุปทาน ในการปรับตัว และการมีส่วนร่วมยกระดับชุมชนและสังคม ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนบนเส้นทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (เครือซีพี) ได้ทำให้บริษัทในเครือก้าวขึ้นสู่องค์กรแห่งความยั่งยืนระดับโลก ทั้งการได้เป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices การเป็นสมาชิกความยั่งยืน FTSE4Good Emerging Index การได้รับการประเมินที่ดีจากสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ World Business Council on Sustainable Development (WBCSD) และการได้ CG 5 ดาวจากโครงการ CGR2560 ของสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงแนวคิด SEACOSYSTEM เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเชิงบูรณาการ ในฐานะที่เครือซีพี เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่เกี่ยวข้องกับทะเลไทยดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้บริหารสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล เครือซีพี บอกว่า SEACOSYSTEM เป็นหนึ่งในพันธกิจด้านความยั่งยืนของซีพี โดย SEACOSYSTEM ได้ตั้งสัตยาบันกับภาคประชาชนว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องทะเล SEACOSYSTEM จึงมีเป้าหมายคือการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล แต่มีผู้ได้ประโยชน์คือ เกษตรกร ชาวประมงที่ได้ประโยชน์ จากการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเชิงบูรณาการสำคัญ 5 ด้านดร.อธิปบอกว่า โครงการต่าง ๆ ที่เข้าไปทำกับชาวบ้านนั้น เกิดจากความต้องการของชาวบ้านเอง เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ชาวบ้านได้ แต่เครือซีพีช่วยเสริมด้วยเทคโนโลยีและความรู้ ดร.อธิปบอกอีกว่า SEACOSYSTEM เป็นโครงการที่มีผู้ติดต่อขอขอดูงานจำนวนมาก และได้รับรางวัล ทั้งรางวัลพระราชทานและรางวัลในต่างประเทศ รวมทั้ง เป็นโครงการที่ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะในประเทศไทย แต่ตอบโจทย์ในประเทศที่มีปู อย่างมาเลเซียที่เข้ามาดูงานที่จังหวัดปัตตานีและขอไปนำใช้ดร.อธิปบอกย้ำว่า เครือซีพีจะผลักดัน SEACOSYSTEM อย่างต่อเนื่อง แม้เครือซีพีจะไม่ได้ทำธุรกิจประมง แต่ ซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทานของเครือ เกี่ยวข้องกับทะเล วัตถุดิบบางส่วนมาจากทะเล และใช้ทะเลในบางส่วน เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของเครือซีพีในฐานะบริษัทไทยที่จะต้องฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพราะเป็นสมบัติของคนในชาติ ทะเลเป็นของทุกคนอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เครือซีพีผนึกกำลังทุกภาคส่วนพัฒนา ฟื้นฟู ทะเลไทยให้ยั่งยืน ตามพันธกิจ SEACOSYSTEM ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/11/we-shift-world-change-cp-seacosystem/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#WeShiftWorldChange #UNGCNT #CPG #เครือซีพี
เราปรับ โลกเปลี่ยน We Shift, World Change เป็นรายงานพิเศษด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand:UNGCNT)กับไทยพับลิก้า เพื่อนำเสนอ วิสัยทัศน์ นโยบาย และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน ในบริบทของธุรกิจขององค์กร การมีส่วนร่วมพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร เช่น คู่ค้า ลูกค้า ในห่วงโซ่อุปทาน ในการปรับตัว และการมีส่วนร่วมยกระดับชุมชนและสังคม ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF สมาชิกที่โดดเด่นของ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2030 และก้าวสู่การเป็น บริษัทแห่งแรกที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นลบหรือ Carbon Negative Company บริษัทยั่งยืนแห่งศตวรรษที่ 22 นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF บอกกับไทยพับลิก้าถึงแนวทางที่บริษัทจะบรรลุถึงเป้าหมายว่า มี 2 องค์ประกอบด้วยกัน องค์ประกอบแรก คือ นำเทคโนโลยีมาใช้ องค์ประกอบที่สองร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ เกษตรกร ซึ่งจะทำให้เข้าสู่ Net zero อย่างแท้จริงNRF เริ่มโครงการนำร่องกับเกษตรกร 20 ราย ด้วยการจ้างเกษตรกรเก็บรวบรวมซังข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว แทนที่จะเผาโดยตรง ซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา เมื่อได้ซังข้าวโพดจากเกษตรกรแล้ว ก็แล้วนำมาเผาในเตาพิเศษที่บริษัทผลิตโดยใช้เทคโนโลยีของยุโรป ที่ออกแบบให้เป็นเตาเผาที่เผาแล้วไม่ปล่อยมลพิษและก๊าซเรือน กระจก เป็นการเผาในระบบสุญญากาศ เผาออกมาแล้วจะได้วัสดุเหมือนถ่าน เป็น Bio Char (ไบโอชาร์) ซึ่งเรียกว่าไบโอคาร์บอน ที่ดักจับและกักเก็บคาร์บอน ไบโอชาร์ที่ได้จะนำไปฝังในไร่ อยู่ในดินถาวร ซึ่งสามารถเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการฟื้นฟูหน้าดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ดินสามารถกักเก็บและอุ้มน้ำได้ดียิ่งขึ้น จึงกลายเป็นแทนที่จะปล่อยคาร์บอน กลับเป็นได้ เครดิตคาร์บอน คืนมาอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ NRF เดินหน้าสู่ Carbon Negative ด้วยโครงการ Decarbonization ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/11/we-shift-world-change-nrf-decarbonization/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#WeShiftWorldChange #UNGCNT #Decarbonization #NRF
เครือซีพีอยู่คู่ประเทศไทยมาแล้วกว่า 1 ศตวรรษ นับตั้งแต่ก่อตั้ง ร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักชื่อ ‘เจียไต้จึง’ ขึ้นในปี 2464 และต่อยอดธุรกิจมา เป็นโรงงานอาหารสัตว์ แปลงทดสอบสายพันธุ์ผัก โรงเรือนเลี้ยงไก่ จนกลายเป็นโรงงานอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2516 แล้วจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในปี 2519ปัจจุบันเครือซีพีมีธุรกิจที่หลากหลายครอบคลุม 8 สายธุรกิจหลักใน 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษ และได้ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนเครือเจริญโภคภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง 3 มิติของความยั่งยืน ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมออกรายงานความยั่งยืนฉบับแรกเมื่อปี 2559 จากนั้นได้มีการพัฒนาเป้าหมายและจัดทำรายงานความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเครือซีพีได้จัดทำรายงานความยั่งยืนไปแล้ว 7 ฉบับสมเจตนา ภาสกานนท์ ผู้อำนวยการด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์ ‘ไทยพับลิก้า’ ว่า เครือซีพีเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนสู่ปี 2573 รวมทั้งสิ้น 15 หัวข้อ ครอบคลุมทุกมิติของความยั่งยืน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) ในยุทธศาสตร์ความยั่งยืนเครือฯ สู่ปี 2573 นั้นเครือซีพีได้มีการปรับเพิ่มหัวข้อ เข้ามาตามประเด็นปัญหาของโลกที่เปลี่ยนไป ได้แก่ ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูล ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)นอกจากนี้เครือฯ จะส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25% ภายในปี 2573ในโลกปัจจุบันฯ ที่เต็มไปด้วยปัจจัยความผันผวน และปัญหา เครือซีพีได้ปรับตัวและยึดมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับปัญหาวิกฤติต่างๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์’ กับเป้าหมายท้าทาย “ด้านความยั่งยืน” ที่ต้องเดินต่อ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/11/cp-group-and-challenging-goals-sustainability/
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจรในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการตั้งฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมผู้ใช้บริการทางการเงิน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและหาแนวทางในการดูแลและให้การศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงินที่เหมาะสมให้แก่ผู้บริโภคในทุกระดับ โดยพบว่า ปัญหาที่สำคัญของผู้ที่มีปัญหาหนี้สิน คือ ขาดความรู้เรื่องดอกเบี้ย ทั้งในเรื่องอัตราดอกเบี้ย วิธีการคำนวณ ไปจนถึงการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยระหว่างผู้กู้แต่ละราย นอกจากนี้ ยังพบว่าไม่มีการออมในกรณีที่ฉุกเฉิน ไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย จนนำไปสู่การใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้จุฬาลักษณ์ พิบูลชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ(ควบ) ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมผู้ใช้บริการทางการเงิน กล่าวว่า งานให้ความรู้ทางการเงิน ถือว่าเป็นการฉีดวัคซีนในเชิงป้องกัน และจะเน้นฝั่งลูกค้า ฝั่งผู้บริโภค สิ่งที่แบงก์ชาติพยายามทำมาและจะทำต่อไป คือ การกระตุ้นที่มีหลักการ 4 ข้อที่เป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม คือ 1.ทำเรื่องให้ง่าย 2.สนุกสนาน น่าดึงดูด 3.ใครก็ทำกัน 4.ทำถูกเวลา ซึ่ง 4 ข้อนี้เรียกว่า EAST คือ Easy Attractive Social และ Timely ที่จะต้องนำมาประยุกต์ใช้อย่างไรก็ตาม มีปัญหาหรือข้อสังเกตที่พบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ การขาดความรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ย และพฤติกรรมที่ไม่ได้มีการเปรียบเทียบก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้สินเชื่อปัญหาเรื่องดอกเบี้ยที่พบ มี 3 เรื่องเรื่องแรก ผู้ที่ใช้สินเชื่อในปัจจุบันไม่รู้ว่า สินเชื่อที่ใช้มีอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ หน่วยเป็นเท่าไหร่ และเมื่อหมดหนี้แล้ว จะเสียดอกเบี้ยทั้งหมดเท่าไหร่ เรื่องที่สอง คือ ไม่รู้วิธีการคำนวณเรื่องที่สาม มักจะไม่รู้ หรืออะไรบ้างที่มีผลทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมากจุฬาลักษณ์ กล่าวว่า ธปท.มีการให้ความรู้เรื่องการคำนวณดอกเบี้ยอยู่ในเว็บไซต์อยู่แล้ว ในส่วน “สตางค์ STORY” ในเว็บไซต์ https://www.bot.or.th/th/satang-story.html โดยจะมีสูตรการคำนวณ เพื่อทำความเข้าใจถ้าเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยได้ ก็จะเสียเงินน้อยลง อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (20) สตางค์ STORY เรื่องการเงินสำหรับทุกคน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-19/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#เป็นหนี้ต้องมีวันจบ #ธปท #responsibleborrower #responsiblelending
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจรโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายแหล่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ โดยหมอหนี้พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเต็มความสามารถ ปัจจุบันมีทีมหมอหนี้รวม 200 คน และนี่คือหนึ่งในทีมงานหมอหนี้ ที่มาเล่าประสบการณ์ลูกหนี้ที่มีปัญหาจากการกู้นอกระบบ รวมถึงปัญหาความไม่รู้กระบวนการทางกฎหมาย หลงเชื่อคำแนะนำผิดๆ ปล่อยให้มีการบังคับคดี ยึดทรัพย์ ที่ส่งผลกระทบมากกว่าที่คิดพรชัย เจริญใจ ผู้ทรงคุณวุฒิหมอหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าให้ฟังว่า ปัญหาการกู้หนี้นอกระบบที่พบบ่อย คือ ลูกหนี้ถูกหลอกให้ทำสัญญากู้เงิน โดยหลังจากลูกหนี้กู้นอกระบบมาระยะหนึ่ง แล้วต้องการกู้เพิ่ม ก็จะพยายามให้ลูกหนี้มาทำสัญญาเพื่อบวกดอกเบี้ยเข้าไปในเงินต้น เป็นดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้นอกระบบคิดเอง และผิดกฎหมายที่กำหนดให้ไม่เกิน 15% ต่อปี และเอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ไปทบเป็นเงินต้น แล้วให้ทำสัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อใช้เอกสารนี้ในการฟ้องร้อง บังคับคดี ยึดทรัพย์ลูกหนี้ ซึ่งลูกหนี้อาจรู้ไม่เท่าทันเจ้าหนี้นอกระบบ ก็ยอมเซ็นสัญญาไป เพราะต้องการจะขอกู้เงินเพิ่มอีกก้อนหนึ่งจากเจ้าหนี้ แต่หารู้ไม่ว่า สิ่งที่ลงนามไปจะมีผลย้อนกลับมาที่ตัวเอง“อยากจะฝากเตือนลูกหนี้ที่กู้นอกระบบ อย่าไปหลงกลเจ้าหนี้นอกระบบที่จะหลอกให้เราทำสัญญากู้ในลักษณะเช่นนี้”พรชัย กล่าวว่า ในฐานะหมอหนี้ ยังต้องทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้ผู้ที่เข้ามารับคำปรึกษาด้วย และพยายามเตือนว่าอย่ากู้นอกระบบเลย หรือถ้ามีหนทางใดที่จะปิดหนี้นอกระบบได้ให้รีบปิด เพราะการกู้ในระบบอัตราดอกเบี้ยถูกกว่ามาก และยังพอคุยกันได้ ขณะที่หนี้นอกระบบส่วนมากคุยยากอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (19) แบงก์ชาติเตือน อย่าหลงกลหนี้นอกระบบ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-18/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#เป็นหนี้ต้องมีวันจบ #ธปท #responsibleborrower #responsiblelending
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจรการทำงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการให้คำแนะนำปรึกษาลูกหนี้ โดยเฉพาะลูกหนี้รายย่อยที่ประสบปัญหา ทั้งที่ผ่านคลินิแก้หนี้ หมอหนี้เพื่อประชาชน หรือทางด่วนแก้หนี้ นอกจากจะต้องพูดคุยกับลูกหนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการให้คำปรึกษาแล้ว เจ้าหน้าที่ธปท.ยังมีความตระหนักถึงจุดยืนในการให้ความช่วยเหลือ ไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อจะได้ให้คำแนะนำลูกหนี้ได้อย่างดีที่สุดพันธ์ทิพย์ จันทร์แจ่มแสง ผู้ตรวจสอบอาวุโส (ควบ) ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากประสบการณ์การให้คำปรึกษามีบางกรณีที่ยาก แต่ธปท.ต้องวางตำแหน่งให้ถูกว่า มีหน้าที่ประสานสถาบันการเงินกับลูกหนี้ ถ้าไปคล้อยตามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็จะแก้ไม่จบ ต้องยืนในจุด ในหน้าที่เก็บข้อเท็จจริง เก็บข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อจะได้แนะนำลูกหนี้ได้ดีที่สุด โดยเนื้องานที่ทำ คือ แก้หนี้บุคคลธรรมดา และหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีมูลหนี้ 250 ล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นพันล้านบาทจากประสบการณ์พบว่า กรณีที่แก้ยากมากที่สุด คือกรณีลูกหนี้ไม่มีรายได้ ไม่มีสภาพคล่อง หรือเงินเพียงพอที่จะชำระหนี้ ทำให้ไม่สามารถเจรจากับเจ้าหนี้ให้บรรลุผลได้เลย เพราะว่า ไม่มีอะไรจะมาชำระเพื่อปิดจบให้หนี้ก้อนนี้หายไปได้ กับอีกกรณีหนึ่ง คือหนี้ที่ถูกหลอกให้ถอนเงินจากบัญชีสิ่งสำคัญที่สุด ที่อยากจะย้ำคือ ลูกหนี้ต้องขอเจรจาขอแก้ไขกับเจ้าหนี้เท่านั้น เพราะเจ้าหนี้คือผู้ให้ ลูกหนี้คือผู้ชำระธปท.ทำได้เพียงแค่ตัวกลาง ประสานให้เขาเข้าหากัน และธปท.ยินดีจะให้คำปรึกษาและแนะนำทุกรายที่ติดต่อมา ลูกหนี้สามารถติดต่อได้เลย หรือโทร 1213 ก่อนก็ได้ ก็จะสามารถเลือกแก้หนี้ หรือหาหมอหนี้ หรือแก้หนี้รายใหญ่อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (18) ธปท.ย้ำจุดยืนที่ไม่เอนเอียง ประสานลูกหนี้กับสถาบันการเงิน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-17/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#เป็นหนี้ต้องมีวันจบ #ธปท #responsibleborrower #responsiblelending
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จัดทำโครงการ ‘หมอหนี้เพื่อประชาชน’ ขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งการให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ลูกหนี้ เกี่ยวกับการบริหารหนี้ และการจัดการด้านการเงินเบื้องต้น รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการและช่องทางในการติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ แต่บรรดาหมอหนี้ก็ต้องเผชิญกับความคาดหวังและความเข้าใจผิดหลายด้าน ที่ต้องสื่อสารและทำความเข้าใจให้ชัดเจน
จรัสวิชญ์ สายธารทอง ผู้ตรวจสอบอาวุโส(ควบ) ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เล่าประสบการณ์ การเป็นหมอหนี้ ว่า เวลาลูกหนี้มีปัญหา แล้วคีย์มาที่ https://app.bot.or.th/doctordebt/ มักจะมีความคาดหวังผิด ๆ ใน 2 เรื่อง คือ
นอกจากความคาดหวังผิด ๆ แล้ว ผู้ที่เข้ามาปรึกษาแบงก์ชาติยังมีเข้าใจผิดบางอย่างด้วย
อันดับหนึ่ง คือ คำว่ารวมหนี้ ซึ่งเข้าใจว่า การรวมหนี้หมายถึง การหาเงินแหล่งเงินอีกแห่งหนึ่งเพื่อมารวมหนี้ที่มีกับอีกหลายๆแหล่งแล้วจ่ายที่เดียว อันดับสอง คือ ให้แบงก์ชาติไปดำเนินการ อันดับสาม คือ เมื่อลูกหนี้จ่ายไม่ได้ แล้วได้รับการทวงหนี้ที่บอกว่า ถ้าไม่จ่ายก็ฟ้อง ไปคุยกันที่ศาล ลูกหนี้ก็คิดว่า จะไปขอความเมตตาจากศาล
จรัสวิชญ์ กล่าวว่า หน้าที่ของหมอหนี้ ของแบงก์ชาติ คือ การให้คำปรึก ให้ความรู้ บอกทุกอย่างที่เป็นไปได้ แต่จะทำหรือไม่ขึ้นกับลูกหนี้ และถ้าทำตามคำแนะนำ อาจไม่ได้อย่างที่คิด แต่เบาลงแน่นอน ภาระลดลง
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (17) 3 ความเข้าใจผิดเรื่องการแก้ไขหนี้ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-16/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจรหลายคนที่มีปัญหาหนี้ที่แก้ไม่ตก อาจจะเพราะพฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือจากความจำเป็นในชีวิต เช่น ครอบครัวเจ็บป่วย ต้องใช้เงินในการรักษาพยาบาล จนต้องกดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือใช้สินเชื่อส่วนบุคคล มาปะทะปะทังปัญหาที่มีอยู่ โดยไม่คาดคิดว่า ปัญหาจะพัวพันกลายเป็นหนี้ก้อนโตแทน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงเปิดโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชนขึ้น เพื่อเป็นช่องทางในการขอรับคำปรึกษาและแนะนำการแก้ปัญหาหนี้ ทั้งหนี้ประชาชนรายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอีบุญเที่ยง ภูมี ผู้ทรงคุณวุฒิให้คำปรึกษาด้านหมอหนี้ เล่าวว่า ในการให้คำแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นั้น ยึดประโยชน์ของสองฝ่ายที่จะพอรับกันได้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ หรือ win-win ทั้งคู่ คือ ไม่ได้ต่อรองเอาเยอะเกินไป หรือได้เยอะเกินไป และต้องเปิดเผยข้อมูลด้วยความจริงใจทั้งสองฝ่ายนอกจากนี้ได้แนะนำให้ลูกหนี้ที่มาขอรับคำปรึกษา แก้ไขหนี้ที่มีก่อนอยู่ ไม่ควรก่อภาระหนี้เพิ่ม และไม่แนะนำให้กู้นอกระบบดอกเบี้ยอัตราสูงมาแก้หนี้ที่มีอยู่ เจรจาแก้หนี้ก้อนนี้พอ ไม่ต้องสร้างภาระอย่างอื่น ไม่ต้องไปหากู้เงิน เอาญาติพี่น้องไปค้ำประกัน เอาทรัพย์สินพี่น้องไปค้ำประกัน“ที่ผ่านมา จะแก้หนี้ด้วยวิธีที่ผิด คือก่อหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วันสุดท้ายก็ไปถึงทางตัน การแก้หนี้ควรเจรจากับเจ้าหนี้ตามกำลัง และส่วนหนึ่งก็ต้องให้มีเงินเหลือพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ครอบครัวอยู่ได้ คือต้องเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์"บุญเที่ยง กล่าวว่า หน้าที่ของหมอหนี้ ไม่ได้จัดการให้ แต่จะบอกแนว แล้วลูกหนี้จะไปคุยกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เอง ปัจจุบันผู้เข้ามารับคำปรึกษายังมีจำนวนมากอยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า ลูกหนี้ก็พยายามจะหาทาง แนวทางการแก้ไข ขณะที่หมอหนี้ มีช่องทางที่สะดวก ทำให้ลูกหนี้อยากเข้ามาปรึกษาจำนวนมากขึ้นสำหรับช่องทางการรับคำแนะนำโครงการหมอหนี้นั้น ธปท.ได้เปิดเว็บไซต์ https://app.bot.or.th/doctordebt/ให้ลงทะเบียน หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์ไปหา ไม่ต้องมาพบกัน โดยจะมีการแนะนำเพื่อให้รู้ทักษะต่าง ๆ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ของทางการอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (16) แบงก์ชาติยึดแนวทางแก้หนี้ที่ win-win ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้https://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-15/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#เป็นหนี้ต้องมีวันจบ #ธปท #responsibleborrower #responsiblelending
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจรทรงพล เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ แต่เมื่อรายได้ลดลงจากปัญหาการระบาดของโรคโควิด ทำให้เขาเริ่มประเมินตัวเอง และพบว่าอีกไม่นานจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ และกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งเขาไม่ต้องการให้ไปถึงจุดนั้น ประกอบกับได้พบโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเข้าขอรับคำปรึกษา เพราะอยากจะจบหนี้ที่มีอยู่ให้ได้ทรงพล กล่าวว่า สาเหตุที่ปรึกษาโครงการหมอหนี้ของแบงก์ชาติ เพราะเห็นโฆษณา เลยแอดไลน์ไป และสอบถาม เจ้าหน้าที่ก็ติดต่อมา เลยคุยให้ฟังว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร จึงเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ แต่ก่อนหน้าที่จะเจอกับหมอหนี้ ทางธนาคารไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย หลังจากได้รับคำแนะนำจากหมอหนี้แล้ว ก็เริ่มติดต่อธนาคาร ที่ได้รับการติดต่อกลับมาแล้วจากบางธนาคาร ทรงพลบอกว่า "โครงการหมอหนี้มีประโยชน์ ให้คำปรึกษา บางทีเราถึงทางตันก็ให้คำปรึกษาได้ บางคนเขารู้ไม่จริง เกิดให้คำแนะนำจากดำเป็นขาว จากขาวเป็นเทา แล้วเราดันไปเชื่อในสิ่งที่ผิด ๆ ปัญหาจะตามมาเยอะมากอยากเชื่อในสิ่งที่ถูกที่สุดดีกว่า"อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (15) สกัดหนี้ก่อนเป็น NPL ปรึกษาหมอหนี้เพื่อประชาชน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/09/how-to-get-out-of-debt-14/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#เป็นหนี้ต้องมีวันจบ #ธปท #responsibleborrower #responsiblelending
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
ชวนันท์ ชื่นสุข รองผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ดูแลการแก้ไขหนี้ประชาชนรายย่อยและเอสเอ็มอี รวมถึงการอบรมให้ความรู้กับกลุ่มครู กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนมีมานานแล้ว แบงก์ชาติพยายามสร้างช่องทาง สร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา เพราะแต่ละกลุ่มจะมีหลักการในการแก้ปัญหาแตกต่างกัน พร้อมข้อเสนอเพื่อให้เป็นทางเลือกในการให้ลูกหนี้เลือกที่นำไปเจรจากับเจ้าหนี้ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การจะปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ ทุกคนต้องสำรวจตัวเองว่า เวลานี้ในกระเป๋ามีเงินอยู่เท่าไหร่ มีภาระอะไรบ้าง ที่สำคัญต้องอย่าสร้างภาระเพิ่ม เพราะถ้าสร้างภาระเพิ่ม สุดท้ายอย่างไรก็ไม่พอ
ทั้งนี้ แบงก์ชาติมีโปรแกรมรองรับการแก้ไขหนี้ของประชาชนได้แก่ หมอหนี้เพื่อประชาชน ทางด่วนแก้หนี้ รับเรื่องร้องเรียน คลินิกแก้หนี้ เป็นการดูแลตลอดเส้นทาง
และขอให้บอกถึงหนี้ที่มีอยู่ให้หมด จะได้แก้ไขได้ เพราะถ้าบอกไม่ตรงจุด อาจให้คำแนะนำได้ไม่หมด มีหนี้เหลือ ที่ให้คำแนะนำไปก็อาจจะไปต่อไม่ได้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (14) หมอหนี้เพื่อประชาชน ทางด่วนแก้หนี้ รับเรื่องร้องเรียน คลินิกแก้หนี้ 4 โปรแกรมแก้หนี้จากแบงก์ชาติดูแลตลอดเส้นทาง ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/08/how-to-get-out-of-debt-13/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ที่ให้คำแนะนำปรึกษาทั่วราชอาณาจักร กับลูกหนี้รายย่อย ทั้งหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ที่กลายเป็นหนี้เสีย หรือไม่ได้ชำระหนี้เกิน 120 วัน ขณะเดียวกัน ลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย แต่มีปัญหาผ่อนจ่ายไม่ไหว รายได้ลดลง ธปท. ก็ได้เปิดโครงการ หมอหนี้เพื่อประชาชน ในการให้คำปรึกษา และเสนอทางเลือกในการเจรจากับเจ้าหนี้ เป็นทางออกอีกทางในการแก้ปัญหาหนี้ที่ประสบอยู่
ฉัตรบดินทร์ สร้อยแก้ว ผู้ตรวจสอบอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้มีประสบการณ์ในโครงการ หมอหนี้เพื่อประชาชน เล่าว่า โครงการหมอหนี้จะดูหนี้ทั้งหมด ทั้งหนี้ในระบบ หรือหนี้นอกระบบด้วย การแก้หนี้ต้องดูในภาพรวมทั้งหมด การเลือกดูตัวใดตัวหนึ่งอาจจะกระทบในภาพรวมได้
โดยต้องให้ได้ข้อมูลลูกหนี้ครบถ้วน การได้ข้อมูลเพียงบางส่วน จะแก้ไขหนี้ไมได้ ลูกหนี้บางรายมีทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ แต่ให้ข้อมูลแค่หนี้ในระบบ ตรงนี้ทำให้แก้ไขได้ยาก หนี้นอกระบบถ้าจำนวนไม่มาก ก็มีช่องทางช่วย อาจจะขอคุยกับเจ้าหนี้ จ่ายดอกเบี้ยมาเยอะแล้ว ต่อไปจ่ายแต่เงินต้นได้มั้ย เจรจากันได้ หรือบางทีมีสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ไมโครไฟแนนซ์ ที่ภาครัฐออกมา ก็กู้ตรงนี้มาโปะหนี้นอกระบบได้
ฉัตรบดินทร์ ฝากไว้สำหรับคนที่เป็นหนี้และมีปัญหาว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหลายช่องทางในการให้ความช่วยเหลือ โดยการเสิร์ชใน google คำว่า หมอหนี้เพื่อประชาชน หรือจะเข้า เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/ แล้วคลิกที่หมวดร้องเรียน แล้วคลิกหมอหนี้เพื่อประชาชน
นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น คลินิกแก้หนี้ในกรณีที่เป็นหนี้เสีย ไม่ได้ชำระเกิน 120 วัน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคลล สามารถเข้าโครงการนี้ได้ ปรึกษาในเว็บไซต์คลินิกแก้หนี้ได้ แล้วก็มีทางด่วนแก้หนี้ เป็นช่องทางที่เชื่อมให้ลูกหนี้ได้คุยกับเจ้าหนี้ได้โดยตรง
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (13) กู้ในระบบ-นอกระบบ ถ้าบอกครบ(หมอหนี้)ช่วยจบหนี้ได้ ได้ที่เว็บไซต์ไทบพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/08/how-to-get-out-of-debt-12/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มุ่งแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการดูแลคือกลุ่มที่มีปัญหาหนี้เสีย หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิน 3 เดือน ที่ได้รับการสนับสนุน ผลักดันให้มีการเจรจาหารือกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถหลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้ได้
จิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ภายใต้ข้อเท็จจริง 8 ประการ เช่น คนไทยเป็นหนี้เยอะ เป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้นาน รวมถึงเป็นหนี้เสีย โดยแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจะมี 3 หลักการ คือ ทำครบวงจร ทำให้ตรงจุด และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทำครบวงจร คือ วงจรของหนี้ ตั้งแต่ก่อนเป็นหนี้ ขณะเป็นหนี้ และเป็นหนี้เสียแล้ว
ธปท.ได้มีการลงนามความร่วมมือกับ 3 เสาหลักด้านกระบวนการยุติธรรม คือ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และศาลยุติธรรม โดยกระทรวงยุติธรรม จะมีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่คอยสนับสนุนให้เกิดการไกล่เกลี่ยตามพ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยภาคประชาชน พ.ศ.2562 เป็นการไกล่เกลี่ยคดีอาญา และคดีแพ่ง ทั้งที่กำลังจะขึ้นสู่ศาล หรือขึ้นสู่ศาลแล้ว หรืออาจจะตัดสินแล้ว
ลูกหนี้จะมีบทบาทในกระบวนการเจรจามากขึ้น เมื่อลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถเจรจาตกลงแก้ไขปัญหาหนี้กันได้ ลูกหนี้จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสู้คดี สามารถประกอบธุรกิจหรือทำงานต่อไปได้ ในขณะที่เจ้าหนี้จะได้รับประโยชน์จากการได้รับชำระหนี้คืน
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (12): ‘ไกล่เกลี่ยหนี้’ ทางออกปัญหาหนี้สิน ที่ไม่ต้องเข้าไปสู่กระบวนการศาล ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/08/how-to-get-out-of-debt-11/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube,Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
รับมือซุปเปอร์เอลนีโญ กับ “อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี” ผู้เชี่ยวชาญการจัดการน้ำ ที่ปรึกษา นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศ แห่งองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้ออกรายงานเตือนภัยเอลนีโญ ซึ่งสอดคล้องกับการพยากรณ์ด้วยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศของหลายสำนักอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก ที่เตือนว่า….
โลกอาจเผชิญกับปรากฏการณ์’ซูเปอร์เอลนีโญ’ในปลายปีนี้
ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น อากาศจะร้อนขึ้น คลื่นความร้อนจะรุนแรงขึ้น ฤดูร้อนยาวนานขึ้น และพายุที่รุนแรงขึ้น
ประเทศไทยจะรับมืออย่างไร โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ไทยพับลิก้า พูดคุยกับ “อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี” ผู้เชี่ยวชาญการจัดการน้ำ ที่ปรึกษา นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ซึ่งบอกว่า ประเทศไทยเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนีโญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปสัมพันธ์โดยตรงกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ และสถานการณ์ในครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้น
กรุงเทพมหานครได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานมาโดยตลอดและพบว่า ปริมาณน้ำ 4 เขื่อนใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อใช้น้ำในพื้นที่เกษตรมีความน่าเป็นห่วง และพบว่า เขื่อนภูมิพลยังมีปริมาณน้ำใช้ได้ประมาณ 23 % เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว 28 % เขื่อนสิริกิตติ์มีปริมาณน้ำ 12 % เทียบกับปีที่แล้วมีปริมาณน้ำประมาณ 14 % เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนขณะนี้เหลือปริมาณฯ 13 % ปีที่แล้ว 28 % โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำน้อยที่สุดคือ 11 % เทียบกับปีที่แล้ว 21 %
ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่เหลืออยู่ หากไม่มีฝนมาเติมน้ำต้นทุนอาจจะส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรในพื้นที่ลุ่มภาคกลางตั้งแต่สระบุรีลงมาถึงกทม. สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ ประชาชน ภาคอุสาหกรรมต้องหันมาประหยัดน้ำ เพื่อรับมือกับซุปเปอร์เอลนีโญ
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ ซูเปอร์เอลนีโญ เราจะรอดอย่างไร (3) : กทม.เตือนประหยัดน้ำ รับมือ “เอลนีโญ”แล้งรุนแรง ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/08/super-el-nino-how-will-we-survive03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
เป็นหนี้ต้องมีวันจบตอนนี้ เป็นเรื่องราวของคุณต๊อบ อดีตนักกีฬาทีมชาติ ที่ตั้งใจทำธุรกิจการค้าทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีพ มีหนี้แต่ไม่ใช่เพราะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ ที่เจ้าตัวบอกว่า อาจจะเกินตัวไปบ้าง ประกอบกับความไม่รู้ ทำให้เมื่อประสบปัญหารายได้ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจอหมายศาล ก็เลยคิดจะหนี ไม่จ่าย แต่หลังจากได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย และเข้าโครงการ “หมอหนี้เพื่อประชาชน” ทำให้มีทางออก สามารถปลดภาระหนี้ เป็นไทกับตัวเอง และยังมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างมีวินัยอีกด้วย
คุณต๊อบ เล่าว่า มีหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต ร่วม 8-9 ล้านบาท แม้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่าใช้จ่าย และเข้ามาตรการช่วยเหลือของรัฐช่วงโควิด แต่รายได้ไม่ครอบคลุมยอดการชำระหนี้ สุดท้ายเมื่อชำระหนี้ไม่ไหวจริง ๆ ก็ได้รับหมายศาล
แต่หลังจากเข้าโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ธนาคารเจ้าหนี้ก็ได้ติดต่อและให้แนวทางการแก้ปัญหา โดยเสนอให้คืนทรัพย์ใช้หนี้ พอทำกระบวนการทุกอย่างเสร็จ ทำให้เป็นไทเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ป็นหนี้ต้องมีวันจบ (11): โครงการ 'หมอหนี้เพื่อประชาชน' อีกหนึ่งทางออกปลดภาระหนี้และเป็นไท
https://thaipublica.org/2023/08/how-to-get-out-of-debt-10/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
คุณเปิ้ล ก็เหมือนคนรุ่น Gen X ทั่วไปที่พอเริ่มทำงาน ก็มีบัตรเครดิต หลายใบด้วย รวมทั้งกู้เพื่อซื้อรถยนต์ คือเป็นมนุษย์เงินเดือนที่คิดว่าพอสิ้นเดือนก็จ่ายหนี้ กระทั่งบริษัทส่งไปอบรมคอร์ส Fin. Trainer ที่ใช้เวลา 2 วัน มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพทางการเงิน กิจกรรมเงินหายไปไหน การวางเป้าหมาย และได้มีโอกาสตรวจสุขภาพทางการเงิน ซึ่งผลออกมาแย่มาก มีหนี้เกินกว่า 70% หนักมาก จนต้องมานั่งมองว่า เกิดอะไรขึ้น เงินหายไปไหน
คุณเปิ้ล บอกว่า ด้วยวิธีการที่ได้รับการฝึกอบรมมา ทำรายรับรายจ่าย แล้วตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกแล้ว ทำให้ปลดหนี้ที่มีอยู่ได้ภายใน 1 ปี รวมถึงหนี้ผ่อนรถ ปัจจุบันแม้จะมีบัตรเครดิต 2 ใบ แต่จะจ่ายเต็มจำนวน เพราะจะรู้ลิมิตของตัวเอง คือใช้เงินเป็น และตั้งใจจะไม่เป็นหนี้อีก
หลังจากเข้าคอร์ส Fin. Trainer แล้ว คุณเปิ้ล ก็ได้นำความรู้ที่ได้มาเป็นเทรนเนอร์ให้กับคนในองค์กรที่มีพนักงานไม่มาก โดยสอนจากกิจกรรมที่ไปอบรมมา ทำให้เขาเข้าใจเรื่องระบบการเงินมากขึ้น
โครงการ Fin. ดี Happy Life!!! เป็นโครงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับพฤติกรรมและสร้างทักษะทางการเงินให้แก่กลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งมีการจัดฝึกอบรมให้กับตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ตัวแทนเหล่านั้นกลับไปเป็นวิทยากรทางการเงินประจำหน่วยงาน หรือที่ Fin. Trainer ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการบริหารจัดการหนี้ รวมถึงการจัดกิจกรรมกระตุ้นพฤติกรรมและติดตามผลของเพื่อนพนักงานในหน่วยงานของตน อันเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้ทางการเงิน และสร้างวินัยทางการเงินแก่กลุ่มคนต่างๆ
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (10): จากมีหนี้บัตรเครดิต มาเป็น Fin. Trainer ด้วยโครงการ Fin. ดี Happy Life ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/08/how-to-get-out-of-debt-09/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
เรื่องราวของ คุณครู ศิริเลิศ ชูชาติ ข้าราชการบำนาญ จังหวัดมหาสารคาม อายุ 70 กว่าปี ที่กู้เงินตั้งแต่เริ่มรับราชการ เพื่อสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัย และคิดว่าตนเองมีการชำระหนี้ตรงตามเวลาทุกงวด แต่จนเกษียณอายุมาได้ 10 กว่าปีแล้วเงินต้นแทบไม่ลดลง ซึ่ง จิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า กรณีนี้ถือเป็นหนี้เรื้อรัง ที่เกิดจากการไม่มีความรู้ทางการเงิน เพราะที่ครูคิดว่า จ่ายตรงเวลานั้น เป็นการจ่ายเฉพาะหนี้ขั้นต่ำ ซึ่งไปตัดเฉพาะดอกเบี้ย แต่ไม่ตัดเงินต้น ทำให้ยอดหนี้คงค้างปัจจุบันสูงถึง 3.8 ล้านบาท
ครูศิริเลิศ บอกว่า เงินกู้ทั้งหมดไม่ได้นำมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นการกู้มาซื้อบ้านและที่ดิน กู้มาเพื่อส่งบุตรเรียนหนังสือ เพราะความที่เป็นข้าราชการครูมีเงินเดือนน้อย ก่อนเกษียณได้รับเงินเดือน 38,000 บาท และไม่มีอาชีพเสริมอย่างอื่น ค่าเล่าเรียนบุตรต้องกู้สวัสดิการทุกอย่างที่มี รวมถึงกู้ให้ตัวเองได้เรียนหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย และไม่เคยซื้อรถยนต์ มีแต่มอเตอร์ไซค์เท่านั้น
จิตเกษม กล่าวว่า เมื่อดูจากภาระหนี้คงค้างแล้ว เหมือนครูศิริเลิศ แต่ละงวดจะชำระเฉพาะขั้นต่ำ ทำให้เงินที่ผ่อนชำระไม่ตัดเงินต้น หรือเงินต้นลดน้อยลงมาก ทำให้เงินกู้ธนาคารออมสิน เหลือเงินต้นพอสมควร 9.7 แสนบาท การชำระขั้นต่ำตลอดเวลาจะทำให้เงินต้นลดลงไม่มาก ภาระหนี้จึงยังเหลืออยู่ กรณีนี้ถือว่าเป็นหนี้เรื้อรัง
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของชีวิตครูในชนบทคนหนึ่ง ที่เป็นหนี้เรื้อรังจนเกษียณมา 10 กว่าปีแล้วยังไม่สามารถปิดหนี้ได้ เป็นปัญหาของครูเกือบทั้งประเทศต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องเงินเดือน ภาระทางสังคม รวมถึงความรู้ทางการเงิน เกี่ยวกับการออม การหารายได้เพิ่ม ไปจนถึงการชำระหนี้ด้วย
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ป็นหนี้ต้องมีวันจบ (9):เป็นหนี้เรื้อรังจนเกษียณ เพราะไม่มีความรู้ทางการเงิน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-08/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
ThaiPublica Podcast เป็นหนี้ต้องมีวันจบ ตอนนี้นำเสนอประสบการณ์ ลูกค้าคลินิกแก้หนี้รายหนึ่งซึ่งเล่าว่า ก่อนเข้าโครงการ ปัญหาคือ เป็นหนี้บัตรเครดิต จากการขาดวินัยในการใช้บัตร จริงๆ แล้ว บัตรเครดิตมีประโยชน์ในเรื่องอำนวยความสะดวก และเพิ่มสภาพคล่อง แต่ใช้จ่ายเกินตัว แม้วงเงินที่ธนาคารให้มาจำนวนมากพอสมควร คือ 3 แสนบาท ช่วงที่มีรายได้ดี ก็ใช้จ่ายมากเป็นเงาตามตัว ก็เอามาใช้จ่ายเต็มวงเงิน
การเป็นหนี้ 3 แสนบาทถือว่าแสนสาหัส สำหรับคนที่เคยมีรายได้จำนวนมาก แต่พอเข้ามาติดกับดักนี้ ก็ถือว่าประสบชะตากรรม ต้องผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ถูกสถาบันการเงินทวงหนี้ ทวงจากเบาไปหาหนัก จนท้ายที่สุดก็กลายเป็นหนี้เสีย คือขาดส่ง 90 วัน ก็เข้าสู่กระบวนการเร่งรัดให้ชำระหนี้ เพราะพอถึงทางตัน ไม่รู้ว่าทางออกเป็นอย่างไร ก็เลยต้องผิดนัดไป
บังเอิญได้เห็นเพจของคลินิกแก้หนี้ ก็เข้าไปศึกษาดู พบว่าตัวเองเข้าเงื่อนไข พอมีคลินิกแก้หนี้ ก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เกิดขึ้น เป็นหนทางที่ทำให้มีทางรอดได้ และสามารถประคับประคองครอบครัวให้เดินต่อไปได้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (8) :ลูกหนี้บัตรเครดิตที่ “ติดกับดักหนี้” แต่พบแสงสว่างเมื่อรู้จัก "คลินิกแก้หนี้" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-07/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
คุณเอ เป็นลูกหนี้อีกรายที่พัวพันกับหนี้สินจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ด้วยพฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จนหนี้สินพอกพูนกลายเป็น 1 ล้านกว่าบาท แม้จะพยายามหาวิธีมาปิดบัญชีหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นการหยิบยืมจากคนรอบตัว ไปจนถึงการหารายได้พิเศษ แต่เมื่อเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้รายได้พิเศษหายวับไป ทำให้ต้องวิ่งเจรจากับเจ้าหนี้สถาบันการเงินไปทั่ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเจ้าหนี้สถาบันการเงินมีวิธีการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่เหมือนกัน
คุณเอ เล่าว่า ตอนนี้เป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด รวม ๆ แล้วประมาณ 1 ล้านกว่าบาท กับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน 4 แห่งสาเหตุจากความฟุ่มเฟือย มีการใช้เงินเกินตัว ซึ่งอยากให้ทุกคนยอมรับในจุดนี้ ไม่ว่าจะเอาภาระที่บ้าน ลูก หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินมาอ้าง แต่สุดท้ายมันเกิดจากการใช้เงินเกินกำลัง
คุณเอ บอกว่า มีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ ซึ่งสูตรสำเร็จ คือลดค่าใช้จ่าย หารายได้เพิ่ม ซึ่งก็พยายามลดรายจ่ายอยู่ โดยได้ติดต่อแบงก์ชาติ ผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ เพราะต้องการเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ พอเข้าคลินิกแก้หนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่เป็นหนี้เสีย จึงได้พยายามเจรจากับเจ้าหนี้ ซึ่งไม่ง่ายเจ้าหนี้สถาบันการเงินมีวิธีปรับโครงสร้างนี้ที่ต่างกัน
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (7) :ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินรายได้จนหนี้พอกพูน แก้หนี้ไม่ง่ายแบงก์มีวิธีปรับโครงสร้างหนี้ต่างกัน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-06/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ” นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
โครงการคลินิกแก้หนี้ เป็นความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการทางการเงินทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและไม่ใช่สถาบันการเงิน เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาหนี้รายย่อยในส่วนที่เป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (clean loan) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM ได้ร่วมเป็นหนึ่งในความร่วมมือของโครงการคลินิกแก้หนี้ และยังดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน
อุดม พลสมบัตินันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่ม Clean Loan และคลินิกแก้หนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท หรือ SAM กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการคลินิกแก้หนี้ว่า โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ มีความกังวลใจในเรื่องหนี้ครัวเรือน เพราะสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) เริ่มสูงขึ้น สิ่งแรกที่ทำคือ จะให้ความช่วยเหลืออย่างไรกับกลุ่มที่เป็นหนี้รายย่อยที่มีอยู่หลากหลาย โดยเริ่มจากหนี้ ที่เป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภคก่อน พวกบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน จะทำกลุ่มนี้ก่อน
โครงการคลินิกแก้หนี้ เป็นการร่วมกันแก้หนี้ของธนาคาร ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดย SAM เป็นตัวกลาง ทำให้ครอบครัวดูแลตัวเองได้มากขึ้น ดีกว่าต่างคนต่างแก้หนี้กันไป ลูกค้าแต่ละคนก็มีรายได้จำกัด เจ้าหนี้แต่ละรายก็ต้องการได้หนี้ในส่วนของตนคืนก่อน แต่ถ้ามีการวางกติกาช่วยเหลือกัน จะทำให้เขาตั้งหลักได้ ชำระหนี้คืนได้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (6) : คลินิกแก้หนี้ ช่วยคนเป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลกลับมายืนได้ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-05/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ”นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
เป็นหนี้ต้องมีวันจบตอนนี้ เป็นเรื่องราวของคุณครูอีกราย ที่สำนวนสมัยนี้ใช้คำว่า สู้ชีวิต แต่ถูกชีวิตสู้กลับจนแทบล้มคว่ำ เป็นหนี้ก้อนโตถึง 7-8 ล้านบาท เพราะใช้จ่ายไปกับการรักษาและดูแลลูกคนโตที่ตกชิงช้า แขนหัก ขาหัก ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นปี ระหว่างนั้นสามีก็ตกงาน ยังมีลูกคนเล็กอายุได้ไม่ถึงขวบ ทำให้ชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับการกู้เงินจนกลายเป็นหนี้จำนวนมหาศาล ครูจึงเข้าขอคำแนะนำจากโครงการแก้หนี้ เพราะตั้งใจจะปลดหนี้ที่มีอยู่ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
ครูบอกว่า ค่าใช้จ่ายตอนรักษาลูก เมื่อคำนวณย้อนกลับไปสูงมาก ทำให้ต้องกู้หมดทุกทาง จนล้ม แชร์ก็ล้ม ทั้งแชร์ที่เล่นกับคนอื่นไว้ หรือที่ตั้งเอง พอล้ม เพื่อนที่กู้เงินไว้มีสัญญาด้วย เขาก็ฟ้องยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ตอนนี้ไม่มีบ้านแล้ว กลายเป็นแบล็คลิสต์ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ชีวิตเกือบตาย ต้องหลบหน้าหลบตาผู้คน อยู่ไม่ได้ แต่ยังไปสอนหนังสือปกติ ทำงานปกติ แต่พยายามไม่เจอผู้คน
"แต่โชคดีที่มีคนดูแลเรา คือพ่อแม่ น้อง เพื่อนอีก 5-6 คนที่ไม่ทิ้งกัน รวมทั้งผู้ใหญ่โรงเรียนก็เดินเรื่องช่วยให้ปิดยอดหนี้บางส่วน ถือว่ายืนขึ้นมาได้เพราะกำลังใจจากคนข้าง ๆ จนแม่ เพื่อน บอกให้ลุกขึ้น"
ครูกลับมาขายขนมปังปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ขายน้ำ จนมีรายได้ส่วนหนึ่งไปชำระหนี้ พอมีโครงการแก้หนี้ ก็เข้าไปขอคำปรึกษา ซึ่งพอได้รับคำแนะนำ ก็วางแผนว่าจะเคลียร์หนี้ให้หมดภายใน 5 ปี โดยเริ่มเคลียร์หนี้ในระบบให้หมดก่อน และจะไม่ก่อหนี้ใหม่ ไม่กู้เงินสหกรณ์ด้วย
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (5) : ครูสู้ชีวิตตั้งใจปลดหนี้หนี้ 8 ล้าน ขอคืนความสุขครอบครัว ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-04/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ซีรีส์ “เป็นหนี้ต้องมีวันจบ”นำเสนอแนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งประสบการณ์ตรงของลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จและไม่สำเร็จ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีภาระหนี้มีช่องทาง วิธีการแก้หนี้ มองเห็นทางออก มีความหวัง เพื่อเป็นพลังให้ต่อสู้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต ซีรีส์นี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนครบวงจร
เป็นหนี้ต้องมีวันจบตอนนี้ แชร์ประสบการณ์ลูกหนี้ ซึ่งเป็นคุณครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ครอบครัวมีรายได้เดือนละ 45,000 บาท แต่สุดท้ายกลับเป็นหนี้ เพราะสามีมีพฤติกรรมติดเหล้า ติดเบียร์ ทำให้รายได้ของสามีแทบไม่เหลือ เมื่อรวมกับหนี้อื่น ๆ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ครอบครัวนี้จึงชักหน้าไม่ถึงหลัง และต้องกู้เงินด้วยการเอาทองที่มีอยู่ 2 บาทไปจำนำกับร้านทอง เสียดอกเบี้ยถึงเดือนละ 600 บาท
เมื่อมีโครงการแก้หนี้ ครูจึงตัดสินใจไปขอรับคำปรึกษาเพื่อหาทางแก้หนี้ที่มี เพราะมีความตั้งใจจะจ่ายหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้หมด
ครูบอกว่า สิ่งที่อยากฝากไว้คือ เป็นหนี้แล้วควรต้องคืน สำหรับครูคิดว่าสามารถเคลียร์หนี้ก้อนนี้ได้ แม้จะไม่รู้ว่าจะจ่ายหนี้จบได้เมื่อไหร่ แต่จะพยายามจ่ายให้จบเร็วที่สุด
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (4) พฤติกรรมชอบดื่มของคนในครอบครัว นำไปสู่หนี้จำนำทองที่ยังใช้คืนไม่หมด ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/07/how-to-get-out-of-debt-03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมาตั้งแต่ก่อนเกิดปัญหาโรคระบาดโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงเปลี่ยน แปลงแนวทางการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะ พร้อมทั้งตั้งฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงินขึ้นมารองรับ เพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. ให้บริการลูกค้าอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
อรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า ในการให้ผู้ใช้บริการทางการเงินทุกคนได้รับบริการที่เป็นธรรมได้ มีบทบาท 2-3 อย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ และต้องทำให้สำเร็จไปพร้อมกัน
เรื่องแรก คือการกำกับดูแล โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่ผู้ให้บริการจะต้องทำสัญญา และกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ กับผู้ใช้บริการ ว่าต้องอยู่ในระดับไหนถึงจะเรียกว่าเป็นธรรม ซึ่งคำหลักที่ใช้เวลานี้ คือ 4 ไม่ ต้องไม่ยอม ไม่บังคับ ไม่รบกวน และไม่เอาเปรียบ
เรื่องที่สอง คือ ในมุมผู้ใช้บริการอาจมีปัญหา และควรเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการในการแก้ไขปัญหา ถ้าผู้ให้บริการแก้ไขแล้วไม่ได้มาตรฐาน ก็มีช่องทางให้ผู้ใช้บริการร้องเรียนได้ผ่านหมายเลข 1213
นอกจากคุ้มครองแล้ว ก็ต้องส่งเสริมความรู้ด้วยสำหรับผู้ใช้บริการ จะได้เป็นเหมือนวัคซีนป้องกันตัวเองจากความผิดพลาดต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เเป็นหนี้ต้องมีวันจบ (3) ธปท. คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/06/how-to-get-out-of-debt-02/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
เปิดใจคุย ปรากฎการณ์การเมืองใหม่ กับ "กัณวีร์ สืบแสง" เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียวของพรรคฯ กะเทาะรากเหง้าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำไม 19 ปี ทุ่มงบ 5 แสนล้าน แก้ปัญหาไม่ได้ เสนอ ยกเลิกกฎอัยการศึก ,ยุบกอรมน., ศอ.บต. พาทหารกลับบ้าน ทำความสะอาดถนน ยกเลิกด่านความมั่นคง 1,800 ด่าน ให้จังหวัดจัดการตัวเอง ไม่ใช่แบ่งแยกดินแดน
ย้อนเส้นทางการเมืองพรรคเป็นธรรม ไม่ใช่พรรคใหม่ที่พึ่งเปิดตัวในการเลือกตั้งปี2566 แต่ได้เริ่มทำงานการเมืองมาแล้วในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ในนาม พรรคกลาง โดยลงเลือกตั้งในปี 2562 และ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ต้องการสร้างการเมืองใหม่ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคเป็นธรรม”เพื่อลงสนามเลือกตั้งในปี 2566 โดยชูนโยบายการสร้างสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พาทหารกลับ ด้วยนโยบายสิทธิมนุษยชนนำการเมืองทำให้ได้รับคะแนนโหวต 181,226 คะแนน และได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน
ส่วนเส้นทางการเมืองของ "กัณวีร์ " ส.ส. บัญชีรายชื่อคนเดียวของพรรคฯ เริ่มทำงานการเมืองเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้น เคยร่วมงานกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย โดยถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขตสวนหลวง กทม.
แต่ด้วยความสนใจงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนใต้ จึงตัดสินใจยุติงานการเมือง มาตั้ง “มูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ Peace Rights Foudation” เพื่อทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ จนเข้ามาทำงานการเมือง โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และ สร้างสันติภาพนำการเมือง
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “กัณวีร์ สืบแสง" พรรคเป็นธรรม ชูสันติภาพกินได้ กระจายอำนาจ 3 จว.ชายแดนใต้ “จัดการตนเอง”ไม่ใช่แบ่งแยกดินแดน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/06/responsible-election48-2566-16-06-2566/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะหลังเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการออกมาตรการหลายมาตรการ ไปพร้อมกับการจัดเก็บข้อมูล รวมถึงการแยกแยะและวิเคราะห์ข้อมูลหนี้ครัวเรือน เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างเป็นระบบและมีความยั่งยืน
จิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาหนี้ พบว่าคนไทยเป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้เยอะ เป็นหนี้นาน และเป็นหนี้เสีย
เป็นหนี้เร็ว หมายความว่า เป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อย คนรุ่น Gen Z คือวัยเริ่มทำงาน อายุ 25-29 ปี กลุ่มนี้มีประมาณ 4.8 ล้านคน และเกือบ 58% ของคนกลุ่มนี้เริ่มกู้ เป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อย และใน 58% นี้ได้กลายเป็นหนี้เสียแล้ว 1 ใน 4 อีกด้วย
เป็นหนี้เยอะ คือ บางคนมีบัตรหลายใบรูดเพื่อใช้จ่าย ใช้จ่ายเสร็จก็กู้ซํ้า กู้บัตรนี้ไปจ่ายบัตรนั้น หมุนเวียนไป แล้วมีหลายบัญชี ปรากฏว่า คนเหล่านี้กู้ถึง 10-25 เท่าของรายได้ ถ้าเป็นประเทศอื่นจะราว ๆ 5-12 เท่า
เป็นหนี้นาน โดยพบว่าอายุมากกว่า 60 ปีแล้วยังเป็นหนี้อยู่เฉลี่ยรายละประมาณ 4 แสนกว่าบาท พออายุมาก เกษียณอายุแล้ว รายได้ไม่เหมือนเดิม ความสามารถในการชำระหนี้ก็ย่อหย่อนลงไป
สุดท้าย เป็นหนี้เสีย ช่วงเกิดโรคระบาดโควิด เกิดหนี้เสียจำนวนมาก จากข้อมูลเครดิตบูโร พบว่าเงินกู้ 82 ล้านบัญชี เป็นหนี้เสีย 10 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้มี 4.5 ล้านบัญชีที่เป็นหนี้เสียช่วงเกิดโควิด โดย 4.5 ล้านบัญชีเป็นหนี้ที่อยู่ในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 70%
จิตเกษม กล่าวว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะอยู่ที่ระดับ 84% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) สิ่งเหล่านี้ต้องช่วยกันทำ และต้องใช้เวลา
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (2) คนไทยเป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้เยอะ เป็นหนี้นาน และเป็นหนี้เสีย ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/06/how-to-get-out-of-debt-01/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ปัญหาหนี้ครัวเรือนส่งผลกระทบต่อสังคมไทยและเศรษฐกิจไทยมาเป็นเวลานาน ยิ่งเจอสถานการณ์โรคระบาดโควิด ยิ่งทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน วางแนวทางในแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
โดยสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายการแก้หนี้ครัวเรือน ไม่ได้คำนึงแต่เพียงตัวเลขหนี้ที่ลดลงเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือ การคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของลูกหนี้ที่ไม่แย่ลง มีความสุขขึ้นด้วย
ธปท. ร่วมกับหลายหน่วยงานในการเข้ามาแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ได้อย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2563 ทั้งกระทรวงการคลัง ภาครัฐอื่นๆ เจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือนอนแบงก์
สุวรรณีกล่าวว่า เป้าหมายของการแก้หนี้ คือ ให้ลูกหนี้กลับมาเป็นหนี้มีคุณภาพ คือ เป็นหนี้เมื่อจำเป็น หรือเป็นหนี้ที่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ ไม่เป็นหนี้เรื้อรัง และย้ำว่า “สิ่งที่ ธปท. และทางการต้องการมากกว่า คือคุณภาพชีวิตของลูกหนี้ ถ้าเขาเป็นหนี้เสีย เขาก็จะไม่มีความสุขในชีวิต”
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ เป็นหนี้ต้องมีวันจบ (1) : ธปท. จับมือหลายภาคส่วน วางแนวทางแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน เน้นคุณภาพชีวิตลูกหนี้ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/06/how-to-get-out-of-debt/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
มองปรากฎการณ์การเมืองใหม่หลังเลือกตั้ง 2566 จาก “อลงกรณ์ พลบุตร” รักษาการ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
อลงกรณ์ พลบุตร สะท้อนบทเรียน ความพ่ายแพ้ ของ พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านชัยชนะพรรคก้าวไกล กับ ปรากฎการณ์การเมืองใหม่ wave of change การเลือกตั้งสุจริต ไม่ซื้อเสียง ความกล้าหาญ และตรงไปตรงมา ถึงเวลาปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ กลับมายืนให้ถูกที่ถูกเวลา บนหลักการประชาธิปไตย
ที่ผ่านมาในปี 2556 “ อลงกรณ์ “เคยเสนอให้มีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ และหลังการเลือกตั้งในปี 2566 ที่ผ่านมา ก็ได้เสนอให้มีการปฏิรูปพรรคอีกครั้ง หลังชัยชนะของพรรคก้าวไกล ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ที่การเลือกตั้งแบบไม่ซื้อเสียง และความตรงไปตรงมาของนโยบายทำให้นำมาสู่ชัยชนะ คือบทเรียน สะท้อนไปยัง “พรรคประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองเก่าแก่ ที่มีความเป็นสถาบันทางการเมือง และเคยเป็นพรรคใหญ่ แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กที่มี ส.ส.เพียง 24 ที่นั่งเท่านั้น
อะไรคือจุดอ่อน ?ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกเลือกในการเลือกตั้งครั้งนี้ “อลงกรณ์ พลบุตร” ได้วิเคราะห์ จุดเปลี่ยนการเมืองไทย พร้อมเสนอให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้ทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลังเกิดจากการ disruptive politics เรียกได้ว่าเป็น ปรากฎการณ์การเมืองใหม่
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ ถึงเวลาต้องปฏิรูป บทเรียน “พรรคประชาธิปัตย์” ผ่านเลือกตั้ง 2566 กับปรากฏการณ์ wave of change การเมืองไทย ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2023/06/responsible-election2566-16-06-2566/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ในการเลือกตั้ง2566 พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดแคมเปญหาเสียง WOW Thailand “ว้าว ไทยแลนด์” ที่มาจาก “Wealth Opportunity and Welfare For All” หรือ “การสร้างความมั่งคั่ง สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อประชาชน” “วราวุธ ศิลปอาชา “ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาก็เปลี่ยนสถานะจากเดิมที่มีฐานคะแนนจากตลาดล่างขึ้นมาเป็นพรรคการเมืองที่เจาะฐานคะแนนเสียงในตลาดบน และโดยเฉพาะนโยบายที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเมกะเทรนด์ของโลก ทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่ประเทศที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Country for all Gens4 ปีของการทำหน้าที่ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำให้ “วราวุธ” มั่นใจว่า การทำงานทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ หากหัว หรือ รัฐมนตรีขยัน และ ใส่ใจทุกอย่างจะขับเคลื่อนได้ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นโชคดีที่ได้ทำงานที่กระทรวงทรัพยากรฯและเรื่องปัญหาโลกร้อนเป็นเมกะเทรนด์โลกที่กำลังมาพอดี การประกาศนโยบายที่เน้นการสร้างความยั่งยืนมากกว่าการแจกแบบประชานิยมแบบเดิมตามเป้าหมาย SDGs 17 เป้าหมายของสหประชาชาติ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศและกับโลกจึงเป็นเรื่อง ว้าว ที่แตกต่างจากพรรคการเมือง อื่นๆประกาศ ลดแหลก แจก ซึ่ง วราวุธ บอกว่า อาจจะไม่ใช่ แต่ในระยะยาว และไม่สามารถ สร้างความยั่งยืนต่อไปให้ลูกหลานได้วราวุธ ไม่อยากให้มีการแจกทุกครั้งในการเลือกตั้งต้องเดินไปข้างหน้า และประเทศไทย ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิด ไม่เปลี่ยนวิธีทำการเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 ก็จะเหมือนเดิมอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ ““วราวุธ ศิลปอาชา” เปลี่ยน”ชาติไทยพัฒนา”พรรคคนรุ่นใหม่ที่อยู่ตรงกลาง ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/05/responsible-election2566-30/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebok, Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
ในการเลือกตั้ง2566 พรรคก้าวไกล เปิดตัวสู้ศึกเลือกครั้งนี้ด้วยนโยบายที่จะสร้างประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม ด้วย นโยบาย 15 เรื่อง “การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต” ด้วยนโยบายรวม 15 เรื่อง“ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคก้าวไกล อธิบายว่า นโยบายทั้งหมดมาจากแนวคิด สิ่งที่อยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า เป็นธรรม สังคมที่ทุกคนมีคุณภาพที่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม เป็นแนวคิดที่เรียบง่าย ตอบโจทย์สิ่งที่เห็นในทุกวันนี้ ตั้งแต่ระบบการเมืองที่ยังตอบไม่ได้เต็มปากว่า นี่คือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย การที่ระบอบการเมืองไม่ดี ก็กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตคนดีขึ้นไม่ได้ จึงเป็นโจทย์ต้องแก้ ให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ที่ประกอบด้วย 15 นโยบาย ที่เป็นสวัสดิการตั้งแต่เกิด จนตาย อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “พรรคก้าวไกล .. นโยบาย 15 เรื่อง การเมืองดี ปากท้องดี อนาคตดี" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-19/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
“กรณ์ จาติกวณิช” เป็นที่รู้จักในฐานะอดีตผู้บริหารและเจ้าของบริษัทหลักทรัพย์ นักวาณิชธนกิจ นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อเว้นวรรคการทำงานการเมือง เขาผันตัวไปเป็น “ชาวนาเฉพาะกิจ” ไปจนถึงการจับมือกับสตาร์ตอัปลงทุนด้านฟินเทค และก้าวสู่การเมืองอีกครั้งในฐานะหัวหน้าพรรคกล้า ในปี 2563 ล่าสุดก้าวขึ้นสู่หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า จากประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านทั้งสนามธุรกิจและสนามการเมือง ล่าสุด ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เปิดตัวข้อเสนอหรือ “คำมั่นสัญญาว่าจะให้” ในการลงสนามเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ ด้วยสโลแกน “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”“กรณ์” เล่าที่มาว่า จุดเริ่มต้นคือเรื่องปากท้อง ที่เป็นปัญหาอันดับหนึ่งของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางพรรคเชี่ยวชาญ ทำให้สรุปเป้าหมายของทุกนโยบายที่ออกมา เป็นสโลแกน “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” ทั้ง 3 เรื่อง ตอบโจทย์ประชาชนทุกระดับ ปัญหาของแพง ปัญหาโอกาสทำมาหากิน ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินแหล่งทอง รวมทุกอย่างอยู่ใน 3 ประโยคนี้ที่เป็นเป้าหมายของพรรคกรณ์”บอกว่า “นโยบายเหล่านี้ได้มาจากการเก็บข้อมูลเกือบ 3 ปี แต่มาตกผลึกตอนรวมพรรคเป็นชาติพัฒนากล้า โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นั่งหัวโต๊ะ แล้วคุย ถกเถียง แลกเปลี่ยนกันเกือบ 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่ที่มา ตรรกะ จนออกมาเป็นนโยบาย อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ กรณ์ จาติกวณิช ชาติพัฒนากล้า ชู"งานดี มีเงิน ของไม่แพง " ด้วยยุทธศาสตร์ 7 เฉดสี ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-16-korn-chatikavanij/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ 16 นโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ส่วนใหญ่เน้นที่ไปการช่วยเหลือเกษตร ทั้งมาตรการประกันรายได้ 5 พืชเศรษฐกิจ และการเติมเงินให้ชาวนา 3 หมื่นบาท สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้พูดคุยกับ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคฯถึงเบื้องหลังวิธีคิดก่อนจะมาเป็น 16 นโยบายนายนิพนธ์ บอกว่า การวางนโยบายพรรคทั้ง 16 นโยบายมาจาก ยุทธศาสตร์ 3 สร้าง คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ โดยในเรื่องของ“การสร้างเงิน” จะเน้นไปที่ภาคเกษตร เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเกษตรเพราะฉะนั้นนโยบายแรก คือ การอัดฉีดเงินลงไปในภาคเกษตรกรเกือบ 40 ล้านคนมีรายได้เพิ่มขึ้นส่วนนโยบายสร้างคนยังรวมถึง การให้เรียนฟรีถึงปริญญาตรี แต่เป็นสาขาที่ตลาดต้องการหรือสาขาขาดแคลน ขณะที่การสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้นนายนิพนธ์ยังบอกอีกว่า ฝันของพรรคประชาธิปัตย์ คือ อยากเห็นการพัฒนาประเทศ แล้วคนในประเทศมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “ปชป.ชู 16 นโยบายฟื้นประเทศ เดินหน้าประกันรายได้ เกษตร "สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-10-democrat-party/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast, Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศใช้เงินอัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ขับเคลื่อน 16 นโยบายเพื่อพลิกฟื้นประเทศ แล้วจะนำเงินมาจากไหน ? ด้วยวิธีการอะไร สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า” ได้พูดคุยกับ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ถึงที่มาของเงิน 1 ล้านล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ทำไมถึงกล้าประกาศว่าจะไม่ก่อหนี้เพิ่ม แล้วจะดำเนินการอย่างไรดร.พิสิฐ บอกว่า งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจออกเป็น 4 ก้อน ก้อนแรกจะกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหาภาค โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ด้วยการตั้งกองทุนเอสเอ็มอี 3 แสนล้านบาท ก้อนที่สองประมาณ 2 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นในระดับรากหญ้าในหมู่บ้านและชุมชน ก้อนที่สามคือ การปลดล็อค กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้นำเงินมาซื้อบ้าน และงบประมาณก้อนสุดท้าย ประมาณ 220,000 ล้านบาทสำหรับ 9 นโยบายที่เน้นช่วยเหลือภาคเกษตรซึ่งถือว่าเป็นส่วนใหญ่ของประเทศอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ อัดฉีด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ"ประชาธิปัตย์"ใช้เงินจากไหน ? ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-09-democrat-party/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
หลายพรรคการเมืองได้ประกาศนโยบายหาเสียงเพื่อดึงดูดคะแนนสียงเลือกตั้ง ในศึกเลือกตั้งทั่วไป 14 พฤษภาคม 2566 ที่กำลังจะมาถึง ส่วนใหญ่เป็นการสัญญาหลายด้านว่าจะ "ให้" เน้นอัดฉีดเงินให้ประชาชน แก้ไขปัญหาปากท้อง และกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก “สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า” ได้เปิดการพูดคุยกับ “สุทิน คลังแสง” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เสนอ 18 นโยบายกระตุ้น GDP โต 5 % เพิ่มรายได้ให้เกษตรมากขึ้น 3 เท่า เพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 600 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ว่า นโยบายที่ “เป็นประชานิยม” และเน้นอัดฉีดเงินให้ประชาชนนั้นจะส่งผลเสียต่อวินัยการเงินการคลังหรือไม่สุทินบอกถึงที่มาที่ของกรอบนโยบายพรรคเพื่อไทยทั้ง 18 นโยบายว่า มาจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำ จึงมุ่งแก้ไขปากท้อง และปัญหาเศรษฐกิจ เป็นประเด็นหลัก โดยกรอบใหญ่ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หัวใจอยู่ที่การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ให้ประชาชนและประเทศ สุทินย้ำว่า นโยบายดังกล่าวแม้จะเป็นประชานิยม แต่ไม่ใช่แบบเดิมอีกต่อไป เป็น “ประชานิยมแบบใหม่” ที่เพิ่ม productivityอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “พรรคเพื่อไทยชู 18 นโยบายกระตุ้น ศก.รากหญ้า ดันจีดีพี 5% แบบป่าเลี้ยงบ้าน บ้านเลี้ยงเมือง เมืองเลี้ยงนคร” ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-07-pheu-thai-party/อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook, Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast, Spotify#เลือกตั้งอย่างรับผิดชอบ2566 #นโยบายประชานิยม
ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’Meeting : AELM) ปี 2022 ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้ร่วมกับสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ มีฉันทามติในการขับเคลื่อน Bangkok Goals on BCG Model หรือเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-circular-Green Economy : BCG) ประเทศไทยในฐานะผู้ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ BCG จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมียุทธศาสตร์เพื่อให้ปฏิญญากรุงเทพฯครั้งนี้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมและสื่อสารทำความเข้าใจ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายของสัญญาประชาคมโลกครั้งนี้อย่างที่แท้จริงดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล่าถึงที่มาที่ไปของแนวคิด BCG ว่า ประเทศไทยได้พูดถึงการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด และมีการชู 10 อุตสาหกรรมดาวเด่น หรือ 10 S-Curve ซึ่ง 5 S-Curve ที่ใน 10 S-Curve นั้น เป็น BCGนอกจากนี้ BCG เป็น โมเดลเศรษฐกิจใหม่ ตอบโจทย์ความยั่งยืน-เท่าเทียม BCG และไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศไทยเท่านั้น เป็นการตอบโจทย์โลกในเวลาเดียวกันด้วย ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย win-win ทุกประเทศทำได้ ดร.สุวิทย์มองว่า ถ้าเราทำเรื่องนี้ดี จะกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เป็นจุดขายของประเทศไทยในเวทีโลก ที่ไม่ควรเป็นจุดขายที่แค่ทำมาหากิน แต่ต้องเป็นจุดขายที่ยั่งยืนดร.สุวิทย์ ยังบอกอีกว่า BCG ยังเป็นโมเดลทางเศรษฐกิจมีความกระจายตัว มากกว่ากระจุกตัว เพราะรายใหญ่ก็เล่นได้ รายกลางก็เล่นได้ กลุ่มฐานราก ชุมชน ก็เล่นได้ รวมทั้งเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ วิสาหกิจชุมชน ไม่ผูกขาด BCG จึงเป็นโมเดลสร้างการกระจายอำนาจ นำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” เปิดแนวคิด “BCG in action ” ต้องทำให้เป็น “people power” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง-ยั่งยืน-เท่าเทียม” ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2022/11/suvit-maesincee-bcg-in-actionอย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify#BCG #BCGinAction
ชัยธวัฒน์ เจริญพุทธิพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ อินฟินิต จำกัด ที่รู้จักกันในนาม “ก้อง” ในค่าย ซุปเปอร์เทรดเดอร์ ชัยธวัฒน์ เจริญพุทธิพร เป็นนักลงทุนอิสระ ที่ให้ความสำคัญกับความรู้ เพราะโลกการลงทุนปัจจุบันมีให้ลงทุนที่หลากหลายในแง่ ผลิตภัณฑ์การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ฟิวเจอร์ส คริปโต และตลาดที่จะเข้าไปลงทุน ส่วนเรื่องการลงทุนใน ESG “ก้อง” มองว่าเป็นกระแสหนึ่งที่อาจจะเป็นกระแสของอนาคต ที่นักลงทุนสามารถเกาะกระแสไปได้ หากมีความรู้ที่มากพอ ไม่ว่าความรู้ด้านปัจจัยพื้นฐาน หรือ ด้านเทคนิคอ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ ‘ชัยธวัฒน์ เจริญพุทธิพร’ นักลงทุนอิสระ ชี้ผู้ลงทุนเกาะกระแส ESG ได้หากมีความรู้มากพอ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2022/12/building-esg-driven-societ-59/เพื่อไม่ให้พลาดช่องทางการติดต่อ อย่าลืมเข้าไปกดติดตามที่ช่องทางไทยพับลิก้า Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#SETESGAcademy #THSI #corporatesustainbility
น้ำ ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจ NamFinance นักเรียนทุนเอกการเงินการลงทุนจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ,พิธีกรรายการการเงิน ,วิทยากร ,เจ้าของเพจการเงิน Nam.finance และตัวการ์ตูนน้องเหรียญ แนวคิดและมุมมองต่อการลงทุนด้วย ESG จาก ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจ NamFinance ที่มีความตั้งใจที่อยากให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย และ “อยากเห็นคนไทยวางแผนการเงินน้ำ บอกว่า ESG สร้างเครดิตให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบนหลัก ESG เพราะไม่ใช่แค่บริษัทบอกว่าทำ ESG แล้วจบ แต่ต้องถูกตรวจสอบด้วย กว่าจะทำรายงานได้ ผ่านการวิเคราะห์ ผ่านการคัดเลือก เท่ากับถูกสกรีนมาระดับหนึ่งนอกจากนี้ “ESG ควรเป็น standard เพราะไม่ใช่เรื่องรักโลกอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม การดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล และ ESG ควรเป็น Standard หรือมาตรฐานที่ทุกคนต้องมี"ที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องร่วมกับให้ความรู้เรื่อง ESG กระจายออกไปในกลุ่มประชาชนทั่วไป และนักลงทุน อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ ‘คนรุ่นใหม่’ ธนธร กาญจนิศากร เพจ NamFinance บอก ESG ควรเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้าhttps://thaipublica.org/2022/12/building-esg-driven-society-55/เพื่อไม่ให้พลาดช่องทางการติดต่อ อย่าลืมเข้าไปกดติดตามที่ช่องทางไทยพับลิก้า Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify#SETESGAcademy #THSI #corporatesustainbility
เป็นประจำทุกปี สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT : Global Compact Network Thailand) จะร่วมกับสหประชาชาติในประเทศไทย จัดงานประชุมผู้นำความยั่งยืนประจำปี GCNT Forum
ในปีนี้ งานประชุมผู้นำความยั่งยืนประจำปี หรือ GCNT Forum 2022 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้แนวคิด Accelerating Business Solutions to Tackle Climate & Biodiversity Challenges
ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ GCNT ให้สัมภาษณ์ “บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้าว่า การประชุมประจำปี GCNT Forum เพื่อรวมพลังสมาชิก ภาคธุรกิจ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งไทยและต่างประเทศเร่งเพิ่มมาตรการรับมือกับวิกฤติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งขณะนี้ถือเป็นหนึ่งในวิกฤติที่สำคัญของโลก และเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
รวมทั้งเตรียมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม วัดผล และขยายผลได้เพื่อนำไปสู่ทางออกระดับประเทศและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายของประเทศไทยในเรื่องนี้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มในหัวข้อ UN-GCNT จัดประชุมผู้นำความยั่งยืน เร่งหาทางฟื้นฟูระบบนิเวศ ต่อยอดธุรกิจ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/11/un-gcnt-gcnt-forum-2022-01/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ธนัฐ ศิริวรางกูร หรือ หมอนัท เป็นที่รู้จักกันดีในวงการกองทุน เพราะเขาคือเจ้าของเพจด้านการลงทุน "คลินิกกองทุน" แห่ง Aommoney
หมอนัท ผันตัวเองจากการเป็นสัตวแพทยศาสตร์เข้าสู่วงการการเงิน ด้วยตำแหน่งนักวิเคราะห์กองทุนเพียงไม่กี่คนของเมืองไทย ผ่านหลักสูตร วางแผนการเงิน, อสังหาฯ และ หลักสูตรการเงินมากมาย แถมยังเป็นผู้เขียนหนังสือ รวยด้วยกองทุน..ใคร ๆ ก็ทำได้
ในโลกการลงทุนปัจจุบันที่แนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม Environment สังคม Social และบรรษัทภิบาล Governance กำลังกลายเป็นกระแสหลักไปทั่วโลก เพราะนอกจากสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาวเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ แล้วยังส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนให้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาลแล้ว ยังช่วยช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนและประเทศไทยให้ยั่งยืน
“หมอนัท” ซึ่งมีประสบการณ์การลงทุนผ่านช่วงวิกฤติซับไพร์มมาแล้ว มีความเห็นอย่างไรต่อการลงทุน ESG หรือ ESG Investing อย่างไร
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ “ธนัฐ ศิริวรางกูร”เจ้าของเพจคลินิกกองทุน บอก’ESG’ เป้าหมายที่ต้องพุ่งชน-แฮปปี้ที่จะลงทุน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/10/building-esg-driven-society-47/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
บทบาทที่แท้จริงของโทรคมนาคมที่มีต่อ ESG คือ ‘ทำอย่างไรให้โทรคมนาคมมีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมอื่นลดการปล่อยได้ 10 เท่าตัว’ เพราะโทรคมนาคมคือเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อ ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนและธุรกิจ จึงสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส แม้เป็นผู้นำตลาดที่มีจำนวนลูกค้ามากที่สุดในประเทศไทยแต่เรื่อง ESG ที่บริษัททำในปัจจุบันยังคงเป็น journey บนเส้นทางนี้ เนื่องจากความท้าทายหลักคือการพัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กรให้เข้าถึงการเป็น ESG มากที่สุด
นัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เอไอเอส ให้สัมภาษณ์ “บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้าว่า การสร้างพนักงานคือ วัฒนธรรมองค์กร “FIT FUN FAIR” ที่ช่วยสร้าง ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
FIT การมีสุขภาพที่ดี พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ส่งมอบงานเหนือความคาดหมาย FUN ทุกความท้าทายความคือสนุก มีความสุข คิดบวก FAIR มีความเท่าเทียม ยอมรับและเปิดใจ และมอบรางวัลให้กับงานที่มีคุณภาพ
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ในหัวข้อ “เอไอเอส” ฉายภาพเศรษฐกิจดิจิทัล เชื่อม “ESG” บทบาทโทรคมนาคมต่อสังคม-สิ่งแวดล้อม ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/05/building-esg-driven-society23/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเมืองโลก ยากมากที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง เราจึงต้องก้าวร่วมกัน
โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เราก้าวร่วมกันได้ และเป็นก้าวที่ยั่งยืน ทำให้ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ Sustainable Development Goals หรือ SDGs ในปี 2030 ของสหประชาชาติร่วมกันและบทบาทภาครัฐที่จะมีส่วนในการขับเคลื่อนให้ก้าวร่วมกันและก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนมั่นคง จะเป็นอย่างไร
ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เฉลย ในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
อ่านบทความฉบับเต็ม “ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์” รัฐต้องสร้าง “โมเดลดอกเห็ด” Active Partner – เลิกติดกับดักตัวชี้วัด ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-move-thuttai/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พูดถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หรือที่เรียกว่า “VUCA” และมีความเหลื่อมล้ำระหว่าง SMEs กับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งนโยบายในเรื่องความยั่งยืนของ ส.อ.ท. ในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
อ่านบทความฉบับเต็ม ในหัวข้อ ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน: “เกรียงไกร เธียรนุกุล” ชู BCG ยกระดับอุตสาหกรรม ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-move-kriengkrai/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Facebook,Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ผู้คนมักจะเชื่อมโยงการลงทุนสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลกับการเลือกหุ้น ซึ่งเป็นวิธีคัดเลือกบริษัทที่จะเข้าลงทุนตามแนวทาง ESG ที่ย่อมาจาก Environment สิ่งแวดล้อม Social สังคมและ Governance บรรษัทภิบาล แต่ไม่ใช่ว่านักลงทุนทุกคนจะสามารถสั่งให้บริษัทที่เข้าเป็นถือหุ้นนั้นทำอย่างที่ต้องการได้
กองทุนรวม ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ ที่บริหารจัดการเงินระดับหลายหมื่นล้านบาทนั้น เป็นเจ้าของบริษัททุกด้านในทางปฏิบัติและมีอิทธิพลต่อบริษัท หากนักลงทุนสถาบันหลีกเลี่ยงไม่เข้าลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจบนหลัก ในไม่ช้า ESG ก็อาจจะไม่มีที่ให้ลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทที่ไม่มีแนวปฏิบัติด้าน ESG ก็อาจจะไม่ได้รับการจัดสรรเงินทุน
ดังนั้นนักลงทุนสถาบันอาจจะมีบทบาทมากกว่าผู้ลงทุนรายย่อยทั่วไป ในการผลักดัน สนับสนุนแนวปฏิบัติ ESG ของบริษัท
ฟังแนวคิดและมุมมอง จากอะนะ แพร่พิพัฒน์มงคล Head of Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด นักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG
บลจ.พรินซิเพิล บริหารกองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล อิควิตี้ ESG หรือชื่อย่อ PRINCIPAL GESG
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ “อะนะ แพร่พิพัฒน์มงคล” บลจ.พรินซิเพิล ชี้นักลงทุนสถาบันปลุกกระแส ‘ESG’ แรงผลักให้ปรับตัวในทุกมิติ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/09/building-esg-driven-society-41/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง
Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast และ Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเมืองโลก ยากมากที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง เราจึงต้องก้าวร่วมกัน
โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เราก้าวร่วมกันได้ และเป็นก้าวที่ยั่งยืน ทำให้ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ Sustainable Development Goals หรือ SDGs ในปี 2030 ของสหประชาชาติร่วมกัน
คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งประกาศตัวเป็นธนาคารเพื่อสังคม หรือ social bank ใน 2 ปีที่ผ่านมา ได้เล่าถึงภารกิจของออมสินเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน ที่มุ่งใน 2 เป้าหมายตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGS)คือ เป้าหมายที่ 1 การขจัดความยากจน และเป้าหมายที่ 2 การลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ ที่เป็นปัญหาหลักในเชิงโครงสร้าง 2 เรื่องหลักของประเทศไทย
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-vitai-ratanakorn/
อย่าลืม กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเมืองโลก ยากมากที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง เราจึงต้องก้าวร่วมกัน
โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เราก้าวร่วมกันได้ และเป็นก้าวที่ยั่งยืน
คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR วิทยากรสตรีหนึ่งเดียวในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
OR พลิกโฉมจากธุรกิจที่ทุกคนคุ้นเคยสู่การเป็น Inclusive Growth Platform ที่รองรับการเติบโต กับพันธมิตรในธุรกิจทุกขนาด ทุกรูปแบบเพื่อความยั่งยืนอย่างไร
คุณจิราพรได้เล่าให้ฟังในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
อ่านบทความฉบับเต็ม ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน: “จิราพร ขาวสวัสดิ์” เขย่าวิธีคิดธุรกิจ ต้องเปลี่ยน me เป็น we แคร์สังคม สิ่งแวดล้อม ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-move-jiraphon/
อย่าลืม กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเมืองโลก ยากมากที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง เราจึงต้องก้าวร่วมกัน
โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เราก้าวร่วมกันได้ และเป็นก้าวที่ยั่งยืน และภาพรวมการขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนในระดับโลกเป็นอย่างไร คุณเลี่ยว ฮอร์น พัธโนทัย วิทยากรหนึ่งเดียวจากประเทศอังกฤษที่จะมาแชร์มุมมองจากการขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับโลก
คุณ เลี่ยว ฮอร์น พัธโนทัย เกิดในครอบครัวที่เกี่ยวพันกับการเมืองระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณเลี่ยวสืบสานความภาคภูมิใจในการทำงานด้าน บริการสาธารณะและการทูตที่ไม่เป็นทางการเพื่อส่งเสริมความเข้าใจ และความร่วมมือ ระหว่างประเทศ
กว่าสองทศวรรษใน ตำแหน่งผู้นำซึ่งครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร คุณเลี่ยวได้ ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุคำมั่นสัญญาที่จะขจัดความยากจน ความหิวโหยในโลก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและทั่วถึง โดยไม่กระทบต่อธรรมชาติ
ปัจุบัน คุณเลี่ยว ดำรงตำแหน่ง Head of WRI’s UK Office and Director for Strategy and Partnerships at WRI Ross Center for Sustainable Cities
WRI เป็นองค์กรวิจัยอิสระที่ทำงานร่วมกับรัฐบาล ผู้นำทางธุรกิจ และเมืองต่างๆ ทั่วโลก ในการคิดค้นและดำเนินการแก้ไขเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจที่เท่าเทียม ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต
คุณเลี่ยวใช้ภาษาไทยไม่คล่องนักจึงขอใช้ภาษาอังกฤษในการเสวนาในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
อ่านบทความฉบับเต็ม ในหัวข้อ ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน : ‘เลี่ยว ฮอร์น พัธโนทัย’ ถามดังๆ ‘ถ้าไม่ใช่เราแล้วใคร ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วเมื่อไหร่’ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-move-leo/
อย่าลืม กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา ThaiPublica Forum 2022 : “ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 12 ของสำนักข่าวไทยพับลิก้า ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสื่อเพื่อความโปร่งใสและความยั่งยืน
ThaiPublica Forum 2022 หรือเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นต่อยอดมุมมอง เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการเมืองโลก ยากมากที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง เราจึงต้องก้าวร่วมกัน
ประเทศไทยได้ดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 6 ปี บางเป้าหมายยังห่างไกลความสำเร็จ
โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เราก้าวร่วมกันได้ และเป็นก้าวที่ยั่งยืน ทำให้ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ Sustainable Development Goals หรือ SDGs ในปี 2030 ของสหประชาชาติร่วมกัน
พบคำตอบจาก“ดร.วิรไท สันติประภพ” ประธานกรรมการบริหารและเลขาธิการ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์” และ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 20 ที่กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในเวทีปัญญาสาธารณะครั้งนี้
อ่านบทความฉบับเต็ม ก้าวร่วมกัน…สู่ก้าวที่ยั่งยืน : “วิรไท สันติประภพ” ชี้สิ่งที่ต้องทำคือ ‘sustainability in substance’ ไม่ใช่แค่ติ๊กถูก ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/thaipublica-forum-2022-move-together-for-sustainable-move-veerathai/
ข้อมูลจากนักธุรกิจไทยในลาวตัวจริง เสียงจริง คุณฉลองชัย ชยุตระพงศ์ รองประธานสภาธุรกิจไทย – ลาว และรองนายกสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป. ลาว ที่ชี้ว่า ลาวเป็น "แลนลิงค์” อย่างเต็มตัว ต้องมองลาวเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสการลงทุนที่เชื่อมรถไฟลาว-จีน และจีนที่อยู่ในลาว รวมทั้งเป็นพาร์ทเนอร์กับเวียดนาม
“การเข้าไปลงทุนใน สปป. ลาว โอกาสมี หากมีแผนในการบริหารจัดการที่ดี ธุรกิจก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากนัก"
นักลงทุนควรยึด 3 หลักในการพิจารณาในการเข้าไปลงทุน 1.ศึกษา culture law อย่างละเอียด 2.ให้มองการเชื่อมโยงของตลาด ลาว-จีน-เวียดนาม 3.รอบคอบในการเลือก คู่ค้า หรือ ผู้ร่วมทุน
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ทุกยุคทุกสมัยมักจะมีนักลงทุนแถวหน้าถือกำเนิดขึ้นผ่านกลยุทธ์และปรัชญาการลงทุนในรูปแบบที่แตกต่างกัน จนกลายเป็นสไตล์การลงทุนของตนเองที่มีนักลงทุนรายอื่นๆตามรอย
“ปุณยวีร์ จันทรขจร” หรือ "โค้ชเป๊ก" วิทยากรด้านการลงทุนชื่อดัง จัดเป็นนักลงทุนแถวหน้าในตลาดหุ้นไทย ที่สร้างความสำเร็จให้กับตัวเองด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ โมเมนตั้ม ที่เห็นผลได้จริง
ในโลกการลงทุนปัจจุบันมีแนวคิด รูปแบบการลงทุนใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย โดยหนึ่งในแนวคิดการลงทุนนั้นคือ การลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม Environment สังคม Social และบรรษัทภิบาล Governance ด้วยเชื่อกันว่า การลงทุนยั่งยืนจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาวเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ
“ปุณยวีร์ จันทรขจร” มีความเห็นอย่างไรต่อการลงทุน ESG หรือ ESG Investing
รายการ สร้างสังคมฉุกคิดด้วย “ESG” จะพาคุณผู้ฟัง ไปติดตามมุมมอง แนวคิด ต่อการลงทุนด้วยหลัก ESG ของ “ปุณยวีร์ จันทรขจร” "โค้ชเป๊ก" ที่มีประสบการณ์การลงทุนมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเป็น CEO & Co-Founder( แห่ง Data-Driven ให้บริการซอฟต์แวร์ในการช่วยหาหุ้นและเก็งกำไร ที่ตอบโจทย์นักลงทุนรายย่อยโดยตรงและยังคงเป็นนักลงทุนที่ active ในตลาดหุ้นไทย
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “ปุณยวีร์ จันทรขจร” นักลงทุนแถวหน้ามอง ESG เป็น “Choice-Gimmick” ที่ยังมีคำถาม!!! ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/building-esg-driven-society-36/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง
Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast และ Spotify
ภายใต้ “กลุ่มเซ็นทรัล” ซึ่งประกอบธุรกิจต่างๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนาม “บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)” หรือ CPN ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 60 แห่งทั่วประเทศ ทั้งศูนย์การค้า ศูนย์บันเทิง อาคารสำนักงาน และบ้านจัดสรร
“นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์” Chief Finance, Accounting and Risk management Officer บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่า ธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะศูนย์การค้าต้องมองระยะยาวอย่างน้อย 30 ปี ดังนั้น ในการพัฒนาแต่ละโครงการจะมีองค์ประกอบ “ความยั่งยืน” เป็นกลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย People(พีเพิล) Planet(แพลนเน็ต)
People คือ เติบโต ช่วยเหลือและแชร์องค์ความรู้กับ “คน” ทุกระดับ Planet คือ มุ่งสู่พลังงานสะอาดและจัดการของเสีย
“นภารัตน์” บอกว่า ธุรกิจที่ยังไม่ได้เริ่มทำเกี่ยวกับความยั่งยืนว่า ควรเริ่มจากภายในองค์กรและระดับผู้บริหารเป็นลำดับแรก และเมื่อมีความเชื่อเดียวกันแล้วจะกระจายสู่วงกว้าง ต่อมาให้ลงมือ แต่ถ้าคิดว่ายังไม่เข้าใจมากพอก็ให้หาพันธมิตรที่ช่วยแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และวางกรอบแนวทางร่วมกัน
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “ซีพีเอ็น” ก้าวความยั่งยืนจาก “ข้างใน” กับการปลูก ESG ให้อยู่ในชีวิตประจำวัน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/06/building-esg-driven-society24/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ESG เป็นอีกหนึ่งกระบวนการพัฒนาไปสู่เป้าความยั่งยืน เป็นเครื่องมือของนักลงทุนที่มักจะใช้เป็นกรอบเพื่อการตัดสินใจเลือกบริษัทเพื่อการลงทุน จึงเป็นการผลักดันให้องค์กรภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับเรื่องมากยิ่งขึ้น ใครที่ทำอยู่แล้วก็เร่งทำให้ดียิ่งขึ้น ใครทำยังไม่ทำเริ่มให้ความสนใจและลงมืออย่างจริงจัง หากไม่ทำวันนี้ก็อาจจะตกกระบวน
ESG เป็นเรื่องความยั่งยืนและเป็นเรื่องระยะยาวที่กว่าจะเห็นผล ซึ่ง “คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เงินติดล้อ ให้ความเห็นว่า ESG คล้ายๆ ไมโครไฟแนนซ์ตรงที่ไม่มีทางแก้ปัญหาที่จะเห็นผลในระยะสั้นๆ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันทำเงินติดล้อเป็นไมโครไฟแนนซ์ที่ช่วยให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ เพราะมีความเชื่อว่า ‘เครดิตหรือสินเชื่อเท่ากับโอกาส’ ยิ่งเพิ่มให้คนเข้ามาในระบบที่ถูกต้องได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้สังคมแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น
มาติดตาม ภารกิจการให้สินเชื่อเพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิตหมุนต่อได้ ของบมจ.เงินติดล้อ กับการให้สัมภาษณ์ของ คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ โดย “บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เงินติดล้อ เชื่อมข้อต่อให้ “ชีวิตหมุนต่อได้” กับหมุดหมาย ESG ที่เป็นธรรม… สินเชื่อ=โอกาส ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/05/building-esg-driven-society22/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast, Spotify
SRI หรือ Socially Responsible Investment แนวทางการลงทุนอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ของผู้ลงทุนสามารถสร้าง บรรทัดฐาน จนกลายเป็นเรื่องปกติ และจะยกระดับทั้งโลกทั้งสังคมได้
“ต้องใช้พลังของสังคมในการช่วยกันสร้างสังคมให้ดีขึ้น” ที่นักลงทุนรายบุคคลก็สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนได้
เป็นมุมมองของคุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ นักการเงินหญิงและกูรูการเงินการลงทุนแถวหน้าในแวดวงการเงินเมืองไทย ผู้มากประสบการณ์การเงินการลงทุนทั้งในด้าน supply จากการเป็นผู้บริหารสถาบันการเงิน และด้าน demand จากการเป็นนักลงทุนส่วนบุคคล
การส่งเสริม SRI ก็จะมีผลต่อ ESG ด้วย เพราะผู้ลงทุนสามารถ SRI สามารถบีบให้บริษัททำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
“แนวโน้มผู้ลงทุนจะเคลื่อนไหวมากขึ้นเพื่อให้บริษัทมีแนวปฏิบัติเรื่อง ESG เพราะฉะนั้นบริษัทที่ต้องการให้คนมาลงทุน ต้องการเงินจากตลาด ก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน โลกค่อยๆเปลี่ยนไป สังคมกำลังบีบ บีบให้คนทำไม่ดีอยู่ไม่ได้”
อ่านบทความเต็ม วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ:การลงทุนอย่างรับผิดชอบ ‘SRI’ สร้างบรรทัดฐาน ยกระดับสังคม-โลก ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/08/building-esg-driven-society35/
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง
Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast และ Spotify
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เพียงมักติดอันดับต้นๆของการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวจากนักต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นอันดับต้นๆที่ผู้บริหาร และพนักงานบริษัทข้ามชาติเลือกมาประจำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่เป็นมิตร ให้การต้อนรับ รวมทั้งค่าครองชีพไม่ได้สูงนัก
แล้วประเทศไหนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ชี้มาเลเซีย ก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นประเทศที่น่าอยู่ในอาเซียนไม่น้อยไปกว่าสิงคโปร์ ทั้งการพัฒนาเมือง การจัดระเบียบเมือง โครงสร้างพื้นฐาน แหล่งรวมธุรกิจชั้นนำ และ การสื่อสารของประชาชนโดยใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการเจริญแบบหยุดไม่อยู่ของรัฐยะโฮร์บาห์รู ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งเป็นรอยเชื่อมต่อกับสิงคโปร์เพียงระยะทางไม่กี่กิโลเมตร แต่สามารถใช้ชีวิตด้วยค่าครองชีพ ที่ต่ำกว่าสิงคโปร์
เสน่ห์ของมาเลเซีย ที่มีผลต่อการขึ้นมาเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน มีอะไรที่น่าดึงดูดบ้าง มาติดตามกัน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
กระแสความยั่งยืน ที่มาพร้อมกับมาตรการ กลไก ที่ต้องปฏิบัติเพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เป็นความท้าทายอย่างมากของธุรกิจในโลกที่มีความผันผวนสูง และมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว อย่างบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ “BGC” ก็ต้องรับมือกระแสความยั่งยืนเช่นเดียวกัน
คุณวิศาล ลออเสถียรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-ห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์แก้ว บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) บีซีจี ให้สัมภาษณ์บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้าว่า “BGC มองความยั่งยืนเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ บริษัทขับเคลื่อนและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม
การขับเคลื่อนความยั่งยืนที่มาพร้อมกลไกและกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม บางครั้งอาจจะมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้ารูปแบบ แต่หากเตรียมความพร้อมในเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ ถ้ามีกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติ หากวันนั้นมาถึง ก็จะเป็นโอกาสของธุรกิจ แต่คนที่ไม่เตรียมความพร้อม ก็จะเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “บีจีซี” ชี้ความยั่งยืนเป็นทั้ง ‘ความท้าทายและโอกาส’ แนะต้องขับเคลื่อนด้วย ‘นวัตกรรม’ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2022/06/building-esg-driven-society28/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast, Spotify
ESG มาจาก คำว่า Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) คือ โอกาสการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ยั่งยืนในโลกปัจจุบัน
สำหรับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงศรี จำกัด การลงทุนที่ยั่งยืนต้องส่งเสริมให้บริษัทที่เข้าลงทุนได้มีการดำเนินการในลักษณะที่มีธรรมาภิบาลที่ดี เพราะธรรมาภิบาลที่ดีนำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมที่ดีขึ้น และเป็นการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย
จากการให้สัมภาษณ์ของคุณวิพุธ เอื้ออานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน และคุณจาตุรันต์ สอนไว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กรุงศรี
สัมภาษณ์โดยบุญลาภ ภูสุวรรณบรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง
Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast และ Spotify
อนาคตเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ภายใต้การบริหาร ของ "บองบอง มาร์กอส จูเนียร์" จะเหมือนหรือต่างจากรุ่น เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส บิดาของเขา มากน้อยขนาดไหน
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ติดตามการเติบโตของฟิลิปปินส์ต่อจากนี้ ภายใต้การบริหาร ของบองบอง มาร์กอส จูเนียร์ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆมากมาย
สิ่งหนึ่งที่เป็นนโยบายชัดเจนของ บองบอง คือ พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายสำคัญของผู้นำคนเดิมหากจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะสนับสนุนโครงการและ นโยบายต่างๆที่เป็นการลงทุนจากจีน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ธนาคารกสิกรไทย ประกาศนโยบายการดําเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2557 โดยในปี 2564 ตั้งเป้าการปลอยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2573 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า ล่าสุดมีการเปิดตัวโครงการ GO GREEN TOGETHER ด้วยการปล่อยสินเชื่อ GREEN ZERO สำหรับผู้ต้องการซื้อบ้านที่ติดแผงโซลาร์เซลล์ หรือซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในอีกหนึ่งเป้าหมายของธนาคาร ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโออีกด้วย และเป็นคำมั่นสัญญาในการเดินหน้า ESG อย่างต่อเนื่อง
คุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือเคแบงก์ กล่าวว่า เรื่อง ESG ทั้ง Environment, Social, และ Governance ธนาคารจะไม่แยกกันทำเหมือนกิจกรรมเพื่อสังคมก่อนหน้านี้ แต่นำแนวคิดนี้มาเชื่อมกับการจัดการธุรกิจของธนาคาร เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจ กับ ESG เมื่อประกบรวมกันจะเกิดพลังมากที่สุด เป็นการ Do Good , Do Well , Do Together แล้วในที่สุด Do More แน่นอน
ESG ทำได้ ไม่ต้องรอ เพื่อก้าวเดินไปได้ก่อน แม้จะยังมีอะไรที่ไม่ชัดเจนบ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง แต่ทุกคนสามารถทำในสิ่งที่รู้ได้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม " กสิกรไทยกับเส้นทาง ESG … Do Good, Do Well, Do Together แล้วในที่สุด Do More" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2022/03/building-esg-driven-society14/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast,Google Podcast, Spotify
วิกฤติที่เป็นผลมาจากสงคราม รัสเซีย-ยูเครน กระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรปที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ต้องหันมามุ่งเน้นการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศของตัวเองอย่างหนักเช่นกัน
คุณไพบูลย์ พลสุวรรณา อดีตประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้ในภาวะวิกฤตนี้ถือเป็นโอกาสของประเทศในกลุ่มอาเซียน ที่จะต้องผนึกกำลังต่อรองให้เข้มแข็งเพื่อเจาะตลาดสหรัฐฯและยุโรปในห้วงนี้ให้ได้ โดยพึ่งพิงวัตถุดิบหลักที่จะมีความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงความเชื่อมโยงด้านการขนส่งที่เป็นจุดแข็งของแต่ละประเทศ คือ สปป.ลาว เส้นทางการขนส่งทางรางที่เชื่อมโยงโดยตรงกับจีน กัมพูชา เน้นส่งออกน้ำตาล เมียนมา วัตถุดิบหลักที่มีปริมาณและศักยภาพเพียงพอที่จะส่งออกคือ ข้าว และสินค้าประมง เวียดนาม อาศัยเส้นทางขนส่งทางเรือ ไทย หากเทียบกับในกลุ่มประเทศอาเซียน ถีอว่ามีความพร้อมที่สุดในการที่จะเป็นผู้นำอาเซียนในการเปิดตลาดส่งออกอาหารทั้งในรูปแบบสินค้าเกษตรขึ้นปฐมภูมิและสินค้าเกษตรที่แปรรูปแล้ว ไปยังตลาดสหรัฐฯและยุโรป ในช่วงวิกฤติอาหารของโลกได้ไม่ยาก
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
แม้การลงทุนที่มุ่งสู่ความยั่งยืน หรือ ESG : Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) จะเป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย แต่มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนด้าน ESG สำหรับบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) แต่ละแห่งก็มีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกัน
สำหรับ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีบริษัทแม่ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็น Regional Player และเป็นกลุ่มบริษัทแรกที่ลงนามใน UN-PRI หรือ UN- Principles for Responsible Investment
นอกจากจะการมองการลงทุนด้วย ESG ในหลากหลายมิติแล้ว ยังนำ ESG เข้ามาอยู่ในกระบวนการจัดสรรการลงทุนอย่างแท้จริงอีกด้วย
มาติดตาม การเติม ESG ให้ครบทุกมิติการลงทุน ของบลจ.ยูโอบี จากการให้สัมภาษณ์ของ คุณเจิดพันธุ์ นิธยายน กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทีมงาน คุณกุลฉัตร จันทวิมล รองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ และคุณสิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์ ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายการลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก
สัมภาษณ์โดยจิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ ในหัวข้อ "โรดแมป ESG “บลจ.ยูโอบี” active investor สกรีนการลงทุนให้ครบทุกมิติ" ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2022/05/building-esg-driven-society21/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีขนาดพื้นที่รวมมากถึงประมาณ 45,000 ไร่ แบ่งเป็น นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี พื้นที่ 18,840 ไร่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง พื้นที่ 16,895 ไร่ รายรอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถึง 25 แห่ง ขณะที่รายได้ของอุตสาหกรรมที่มาลงทุนใน “เมืองอมตะ” รวมกันประมาณ 10% ของจีดีพีประเทศ สะท้อนถึงความเกี่ยวพันกับผู้ส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก ทำให้กลุ่มอมตะ ยกระดับความเป็นนิคมอุตสาหกรรม มาเป็นเมืองอุตสาหกรรม ต้องบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน สร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (Environment , social, Governance: ESG )
“อมตะ“ อยากเห็นตัวเองเป็น Industrial Park ไม่ใช่เพียง Industrial Estate หรือ Industrial City "
แล้วอมตะ จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มาฟังคุณวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน ให้สัมภาษณ์ไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “วิบูลย์ กรมดิษฐ์” แนะทำ “ESG” ต้องไม่ศรีธนญชัย ชูเป็นจุดขาย ดึงนักลงทุน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/02/building-esg-driven-society09/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
น้ำมันพืชเป็นสินค้าที่ครัวเรือนส่วนใหญ่บริโภค ผู้ผลิตจึงต้องผลิตสินค้าคุณภาพและปลอดภัย แต่ในโลกปัจจุบันที่ผู้คนไม่เพียงตระหนักถึงการกินดีอยู่ดีเท่านั้น และให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ยั่งยืน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คุณภาพและความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ธุรกิจน้ำมันพืชจึงต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังทั้งผู้บริโภคและผู้ลงทุน เนื่องจากธุรกิจน้ำมันพืชมีการแข่งขันสูงด้านราคา ผู้บริโภคสามารถเลือกแบรนด์ที่มีราคาถูกกว่า ผลิตภัณฑ์มีหลากหลายกว่าทดแทนได้
บริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด(มหาชน) ผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำมันบริโภค ตรา “องุ่น” และวัตถุดิบอาหารสัตว์ภายใต้ชื่อ “ทีวีโอ” ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจมา 50 กว่าปีแล้ว อยากจะอยู่เป็นร้อยปี จึงใช้ ESG เป็นแนวทางปรับตัวให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
มาติดตาม การทำเรื่อง “ยั่งยืน” เพื่อ “องค์กรยั่งยืน” ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TVO กับการให้สัมภาษณ์ของ คุณพาชัย จันทร์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ โดย “บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม น้ำมันพืชไทย : พัฒนาคุณภาพสินค้าควบคู่พัฒนา “ESG” https://thaipublica.org/2022/02/building-esg-driven-society05/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
เมื่อ “อุตสาหกรรมพลาสติก” กำลังถูกตั้งคำถามถึงความเป็น “ผู้ร้าย” ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ภาวะโลกร้อนเป็นวาระสำคัญ พลาสติกเป็นหนึ่งในปัจจัยเร่งให้เกิดภาวะดังกล่าว ตั้งแต่ประเด็นการสร้างมลภาวะ ขยะพลาสติก การย่อยสลาย ขยะในทะเล และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะในกระบวนการทำพลาสติกทุกประเภท เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ต้องแลกกับทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไป ขณะเดียวกัน ในขั้นตอนการผลิตก็มีของเสียจากการผลิตจำนวนไม่น้อย ซึ่งพลาสติกหลายชนิดไม่สามารถกำจัดได้โดยไม่ทิ้งสิ่งตกค้างไว้ให้โลก
บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้เล่นขนาดกลางในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งดำเนินธุรกิจพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง ได้ปรับและเปลี่ยนเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และเทรนด์ ความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น
ดร.ศรัญธินี มงคลรัตน์ ผู้จัดการ แผนกนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังถึง การปลูก “ความยั่งยืน” ผ่านการสร้างแนวร่วม เพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยดีเอ็นเอ “TRIIPS” ในการให้สัมภาษณ์ จิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ไทยพับลิก้า
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ สาลี่ คัลเล่อร์: ปลูกดีเอ็นเอ “ความยั่งยืน” ด้วยแนวร่วมพนักงานและพันธมิตร https://thaipublica.org/2022/02/building-esg-driven-society07/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
ASEAN Roundup พาไปสำรวจแหล่งคาสิโนชายแดนรอบประเทศไทยกับอาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มประเทศอาเซียน
เขตเศรษฐกิจพิเศษ"สีหนุวิลล์" ในกัมพูชา กลายเป็นแหล่งทุนใหญ่คาสิโนจากจีน เม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล จากธุรกิจสีเทา คาสิโนออนไลน์ เชื่อมโยงมายังเมียวดี และท่าขี้เหล็กของเมียนมา โยงมาถึง คิงส์โรมัน คาสิโนที่เคยยิ่งใหญ่เดิม ในฝั่งชายแดนไทย สปป.ลาว ขณะเดียวกัน เงินหยวนทะลักในเขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์ จนประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของ จีน ต้องสายตรงถึงนายกฯ ฮุนเซน ขอให้ควบคุม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การลงทุนบนหลัก ESG กำลังเป็นกระแสหลักการลงทุนของโลก
บริษัทและนักลงทุนต่างก็เหมือนกันคือ ใช้การวิเคราะห์ ESG ในการประเมินความเสี่ยงการลงทุน นอกเหนือจากการมองเห็นถึงโอกาสของการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทน
การประเมินด้วยกระบวนการที่เหมาะสม จะช่วยให้มีการจัดสรรทรัพยากรไปยังการลงทุนได้อย่างถูกต้องและนักลงทุนรู้ได้ว่า เป้าหมายการลงทุนที่พิจารณาไว้นั้นคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่
การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญ ปัจจัยภายนอก และข้อมูลอื่นๆที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่จะผ่านการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์การลงทุน
แล้วนักวิเคราะห์การลงทุนของไทยนำ ปัจจัย ESG มาใช้ในการวิเคราะห์อย่างไร ฟังคำตอบจาก คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน
สัมภาษณ์โดยจิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ ในหัวข้อ การวิเคราะห์ ESG ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่สุดท้ายนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/04/building-esg-driven-society20/ อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
โลกที่มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ทำให้ปตท. บริษัทชั้นนำข้ามชาติที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมด้วยพลังงานฟอสซิล ต้องปรับไปสู่การขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ ผ่าน อินโนบิก(เอเชีย) และเติบโตบน S-Curve อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ “บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้าว่า วิสัยทัศน์ของ ปตท. จะไม่ได้หยุดที่พลังงานเท่านั้น แต่มีธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยอนาคตของประเทศไทยต้องมุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นด้านนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อให้มีการเติบโตบนฐานเศรษฐกิจใหม่ ปตท. จึงจัดตั้ง บริษัท อินโนบิก (เอเชีย) ขึ้น และปตท.จะเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรที่มีวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายร่วมกัน บนเส้นทาง ESG
อ่านบทความฉบับเต็มในหัวข้อ “อินโนบิก” มุ่งสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ด้วย “แพลตฟอร์ม” ให้คนไทยเติบโตไปด้วยกัน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/03/innobic-buranin-rattanasombat/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
แนวโน้มการใช้เงินหยวน ของจีนมาเป็นสกุลเงินหลักในการค้าขายข้ามแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน
ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ระบุ แม้เงินหยวนจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าขายของกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV แต่ยังคงเป็นการใช้ในระดับ C2C (Customer to Customer) โดยประเทศที่มีการใช้มากที่สุดคือ สปป.ลาวและกัมพูชา ซึ่ง มีทุนจีนและธุรกิจจีนเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วนไทยและเมียนมายังคงใช้เงินสกุลหลักของตนเองเป็นหลักอยู่ ขณะที่เวียดนามยังมีข้อจำกัดหลายด้านเนื่องจากจีนและเวียดนามยังมีข้อพิพาทกันในหลายประเด็น
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 ถือเป็นโรงเรียนสาธิตน้องใหม่มาก เพราะเพิ่งตั้งมาได้ 6 ปี เจอกับประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ล้างสมองเด็ก” เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กรับมือกับโลกยุคใหม่
บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้า เดินเข้ารั้ว โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อหาคำตอบจากการสัมภาษณ์ ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานบริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า การเรียนการสอน ณ โรงเรียนแห่งนี้ เป็นกระบวนการล้างสมองเด็ก หรือแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องอยู่ในขณะนี้
ในตอนที่แล้ว ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานบริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวถึงโจทย์การตั้งโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว ว่าต้องการสร้างคนในอนาคตที่มีทักษะในทุกมิติ มีอัตลักษณ์ในการเคารพความแตกต่างหลากหลาย และขับเคลื่อนด้วยการเจาะลึกถึง pain point ของระบบการศึกษาไทยที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของสายสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครอง ให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สุดท้าย คือการปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับวิถีการเรียนของเด็กรุ่นใหม่ (learning style)
ข่าวเจาะตอนนี้ จะได้พบกับ อีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการปั้นอนาคตเด็กไทยตามโจทย์ที่ตั้งไว้ คือ “ครู” และ "เด็ก" โดยกระบวนการการบ่มเพาะ “ครู” รุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เป็นการลงทุนที่สำคัญ เพราะโรงเรียนมีหน้าที่ในการสร้างระบบนิเวศน์ให้พร้อม เพื่อดึงศักยภาพเด็กก้าวสู่อนาคต โลกแห่งอาชีพ ต่อไปจะเปลี่ยนไปหมด การทำให้เด็กรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง คือความหวังของอนาคตที่ยั่งยืน
อ่านบทสัมภาษณ์ ถอดแก่นคิด “โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์” ปั้นเด็ก ปั้นอนาคตไทย ทั้ง 2 ตอน ฉบับเต็ม ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/02/thammasat-secondary-school01/ https://thaipublica.org/2022/02/thammasat-secondary-school02/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
การลงทุนบนหลัก ESG (Environmental, Social and Governance: ESG) กำลังเป็นกระแสหลักการลงทุนของโลก
ฟังมุมมอง แนวคิด และวิธีการลงทุนด้วยหลัก ESG ของนักลงทุนสถาบัน คุณสันติ ธนะนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ บลจ.บัวหลวง ซึ่งถือเป็นบลจ.แห่งแรก ๆ ที่มีการจัดสรรการลงทุนบนหลัก ESG ต่อเนื่องมาได้ประมาณ 10 ปีแล้ว และยังเป็นบริษัทจัดการกองทุน ที่มีกองทุนซึ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมากที่สุดอีกด้วย
สัมภาษณ์โดยจิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
อ่านฉบับเต็มบทสัมภาษณ์ในหัวข้อ บลจ.บัวหลวงชี้กระบวนการลงทุน “ESG” เป็น “Journey” ที่ต้องพัฒนาไม่สิ้นสุด” ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/03/building-esg-driven-society11/
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ว่า “กำลังให้หน่วยงานเกี่ยวข้องไปดูกรณีที่มีข้อห่วงใยหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบัน” เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น ชื่อ “โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” จึงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 ถือเป็นโรงเรียนสาธิตน้องใหม่มาก เพราะเพิ่งตั้งมาได้ 6 ปี มีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์โรงเรียนแห่งนี้ ว่า “ล้างสมองเด็ก” ด้วยเหตุจากการเชิญนักวิชาการมาร่วมให้แนวทาง ให้ข้อมูลความรู้กับคุณครูผู้สอน ซึ่งเป็นวิถีปกติของโรงเรียนแห่งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพของคุณครูผู้สอน และต่อมาบานปลายไปถึงเรื่องเด็กไม่ใส่เครื่องแบบ ไม่มีการยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ ไม่เคร่งครัดเรื่องทรงผม ไม่สอนวิชาลูกเสือ เนตรนารี ฯลฯ
เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กรับมือกับโลกยุคใหม่
บุญลาภ ภูสุวรรณ” บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้า เดินเข้ารั้ว โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อหาคำตอบจากการสัมภาษณ์ ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานบริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า การเรียนการสอน ณ โรงเรียนแห่งนี้ เป็นกระบวนการล้างสมองเด็ก หรือแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องอยู่ในขณะนี้ และโจทย์ของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คืออะไร
อ่านรายงานฉบับเต็ม ในหัวข้อ ถอดแก่นคิด “สาธิตธรรมศาสตร์” ปั้นเด็ก ปั้นอนาคตไทย ทั้ง 2 ตอนได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/02/thammasat-secondary-school01/ https://thaipublica.org/2022/02/thammasat-secondary-school02/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
เปิดชีวิตและเส้นทางการทำธุรกิจของนักธุรกิจรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ ที่คุมเศรษฐกิจเวียดนาม กับ คุณธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไป ธนาคารกรุงเทพ ประเทศเวียดนาม
Mai Thanh Bình รองประธานของ VNLife บริษัทเทคโนโลยีในเวียดนามที่เน้นระบบดิจิทัลสำหรับภาคการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และการค้า เป็นผู้นำ VNPay ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ VNLife ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แก่ธนาคารมากกว่า 40 แห่ง บริษัทโทรคมนาคม 5 แห่ง และธุรกิจ 20,000 แห่ง และเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการชำระเงินด้วย QR ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม
ปัจจุบัน VnPay เป็นยูนิคอร์นเบอร์สองของเวียดนาม
เส้นทางการทำธุรกิจที่ไม่ธรรมดาของเจ้าพ่อสตาร์ตอัปรายนี้ ที่เริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจในวัย 30 ต้น ๆเส้นทางการเติบโต มาจากการจับทางธุรกิจที่ตรงใจผู้บริโภคในเวียดนาม
ส่วนรุ่นใหญ่ ที่ครองตลาดในเวียดนาม คือ Pham Nhat Vuong ได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศเวียดนาม ผู้ก่อตั้งวินกรุ๊ป เป็นกลุ่มผลประโยชน์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และสถานบริการด้านสุขภาพ และกำลังจะประสบความสำเร็จ ในการผลิตและเปิดตลาดรถ Vinfast โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า สัญชาติเวียดนามในตลาดสหรัฐฯ
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast, Spotify
รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด บ่งชี้ว่า เราไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว ไทยพับลิก้าขอนำเสนอ Climate Action จากหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน
สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า พูดคุยกับ ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ถึง กลยุทธ์ ‘7 Go Green Mission’ โดย ‘ซีพี ออลล์’ จากร้าน 7-11 กว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ สู่โจทย์การสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ ผ่านแนวคิด Green Store, Green Logistics, Green Packaging และ Green Living
กลยุทธ์องค์กรไม่ใช่แค่มิติการทำธุรกิจ ที่แต่เป็นการทำธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืน CPALL ยังได้เน้นการส่งเสริม Active Consumer และทำงานร่วมกับทุกพันธมิตร และพยายามจับมือกับทุกคน เพราะเชื่อว่ากระแส sustainability ไม่ใช่แค่ requirement แต่คือ purpose ที่ต้องร่วมมือกันสร้างความตระหนักของคนในสังคมส่วนใหญ่ และทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมได้
อ่านบทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ Climate Action: “7 Go Green Mission” ปักหมุด Net Zero และ Waste Management ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2021/12/climate-action-cp-all/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
การลงทุนบนหลัก ESG (Environmental, Social and Governance: ESG) กำลังเป็นกระแสหลักการลงทุนของโลก
กลยุทธ์การลงทุน ESG integration กำลังมาแรง มีการนำ ESG มาใช้ วิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุนมากมาย เพราะธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG จะเป็นที่น่าสนใจในสายตานักลงทุน มีความยั่งยืน ศักยภาพในระยะยาว และมีความเสี่ยงน้อยกว่า
พบกับ มุมมอง แนวคิด และการใช้ ESG เป็นเครื่องมือในการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน คุณธิดาศิริ ศรีสมิต, CFA Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย
สัมภาษณ์โดยจิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ บลจ.กสิกรไทย ชี้ “ESG” เครื่องมือสำคัญช่วยแยกแยะ “โอกาสในการลงทุน”ได้ที่เว็บไซต์ Thaipublica
https://thaipublica.org/2022/02/building-esg-driven-society08/
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด บ่งชี้ว่า เราไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว ไทยพับลิก้าขอนำเสนอ Climate Action จากหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เป็น 1 ใน 3 องค์กรแรก ของประเทศไทยที่ได้เข้าร่วมกับ Science-based target (SBT): 1.5-degree pledge ตั้งแต่ปี 2019 และตั้งเป้าสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emission ภายในปี 2030 สอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส ในการจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไว้ให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อก้าวสู่การเป็น The 1st Carbon Negative Company บริษัทยั่งยืนแห่งศตวรรษที่ 22
สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า พูดคุยกับ นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF ถึงกลยุทธ์ที่บริษัทจะบรรลุถึงเป้าหมาย ซึ่งบอกว่า การขับเคลื่อนเรื่อง Net Zero ไม่อาจทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี และการร่วมมือกับพันธมิตรในหลาย ๆ ประเทศ และต้องเริ่มลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง
อ่านบทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ "Climate Action: NRF เร่งเดินหน้าตาม SBTi ลดปล่อยคาร์บอนสู่ Carbon Negative Company" ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/01/climate-action-nrf/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ภาคอุตสาหกรรมหลัก 5 ภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสปป.ลาว ได้แก่ 1)พลังงาน 2)เหมืองแร่ 3)ทรัพยากรธรรมชาาติป่าไม้กสิกรรม เกษตร 4)กลุ่มขนส่งที่เชื่อมโยงกับแนวนโยบายพัฒนาจาก Land-locked สู่Land-linked และ 6)กลุ่มการค้า ซื้อมาขายไป
ในภาคอุตสาหกรรม 6 ประเภทนี้ มีกลุ่มทุนใดของลาวที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่บ้าง
คุณกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office แนะนำ ให้รู้จักกับ 6 กลุ่มธุรกิจใหญ่ของสปป.ลาว ประกอบด้วย
กลุ่มธุรกิจแต่ละกลุ่มใน สปป.ลาว ถือว่ามีความแข็งแกร่ง เพราะเติบโตมาจากธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และค่อยๆเติบโตอย่างต่อเนื่องจนขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่สำคัญยังเปิดรับนักลงทุนต่างชาติในบางกลุ่มธุรกิจได้ถึง 100 %
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast, Spotify
เมื่อเร็วๆนี้ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ได้จัดเสวนาเรื่อง From Strategy to Execution ภายในงาน NDC Leadership Talk Series ครั้งที่ 1 โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายโจ ฮอร์น พัธโนทัย กรรมการอำนวยการบริษัท Strategy613 จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีน โดยมีนายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมดำเนินการเสวนา
มุมมองของทั้ง 3 ผู้นำองค์กร ทำให้เห็นถึงความท้าทายของภาครัฐในการวางแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มาเร็วและมาแรงให้ได้ทันท่วงที รวมทั้งการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงาน
ที่สำคัญการขับเคลื่อนแผนให้ได้ผลอย่างที่ตั้งเป้าประสงค์ไว้ ต้องมี หลักนำทาง (Guiding Principles) การสื่อสาร การทำความเข้าใจ การสร้างความรับรู้ร่วมกันในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
อ่านรายงานฉบับเต็มในหัวข้อ From Strategy to Execution”… “ยุทธศาสตร์ชาติ” ทำให้เป็นจริง “ทำได้” กับ 3 นักปฏิบัติ ทั้ง 3 ตอน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution01/ https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution02/ https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
เมื่อเร็วๆนี้ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ได้จัดเสวนาเรื่อง From Strategy to Execution ภายในงาน NDC Leadership Talk Series ครั้งที่ 1 โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายโจ ฮอร์น พัธโนทัย กรรมการอำนวยการบริษัท Strategy613 จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีน โดยมีนายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมดำเนินการเสวนา
รายการข่าวเจาะ จะพาคุณผู้ฟัง ไปติดตามมุมมองของ 3 นักปฏิบัติ ที่ชวนพูดคุย ชวนคิดการทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ทำอย่างไรที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ที่ทำได้จริง ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการจริงๆ
อ่านรายงานฉบับเต็มในหัวข้อ From Strategy to Execution”… “ยุทธศาสตร์ชาติ” ทำให้เป็นจริง “ทำได้” กับ 3 นักปฏิบัติ ทั้ง 3 ตอน ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution01/ https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution02/ https://thaipublica.org/2022/01/from-strategy-to-execution03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด บ่งชี้ว่า เราไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว เพื่อร่วมกันสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน
ไทยพับลิก้าขอนำเสนอ Climate Change Action จากเครือเจริญโภคภัณฑ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือซีพี เป็นองค์กรเอกชนที่มีการดำเนินธุรกิจหลากหลาย ครอบคลุมทั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่าน 14 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เกษตรอุตสาหกรรม และอาหาร / การค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ / พืชครบวงจร / อาหารสัตว์เลี้ยง / เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืช / ยาและเวชภัณฑ์ / ยานยนต์ / บรรจุภัณฑ์ / การตลาดและการจัดจำหน่าย / การค้าระหว่างประเทศ / อีคอมเมิร์ซและดิจิทัล / โทรคมนาคม / การเงินและธนาคาร / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
รวมถึงการดำเนินธุรกิจใน 22 ประเทศในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ มีพนักงานรวมกันทั้งหมด 450,000 คน และมีฐานการผลิตและพื้นที่จัดจำหน่ายทั่วโลก โรงงานผลิต 278 แห่ง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และสัตว์น้ำ 951 แห่ง เซเว่นอีเลฟเว่น 12,432 แห่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ตหรือซูเปอร์สโตร์ 219 แห่ง และศูนย์วิจัยฯ 110 แห่ง นี่คือข้อมูลจากรายงานด้านความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ปี 2563
นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังเป็น Holding Company ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ โดยประเทศต่างๆ ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์เข้าไปลงทุน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 55% ของปริมาณการปล่อยทั่วโลก ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ต้องแสดงจุดยืนสู่ Net Zero ในการสร้างความยั่งยืนร่วมกัน
สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า พูดคุยกับนายสมเจตนา ภาสกานนท์ ผู้อำนวยการด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ถึงยุทธศาสตร์องค์กรไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปีพ.ศ. 2573 หรือปีค.ศ. 2030 จากนั้นค่อยนำไปสู่เป้าหมาย NET ZERO (องค์กรที่ไม่ปล่อยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) ตามแนวทางของ SBTi (Science Based Target initiative) ภายในปีพ.ศ. 2593 หรือค.ศ. 2050
บทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ"Climate Action : “สมเจตนา ภาสกานนท์” กับเส้นทางสู่ Net Zero ของ ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์ " ทั้ง 2 ตอน ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2021/12/climate-action-cpg-1/ https://thaipublica.org/2021/12/climate-action-cpg-2/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
โลกไม่ลืม! รัฐประหารเมียนมา 2021 ในห้วง 5 ปีที่ผ่านมาประชาคมโลกได้ดึงเมียนมาเข้ามาเต็มตัว ไม่มีประเทศไหนคว่ำบาตรเมียนมานับตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2015 ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจภาคการลงทุนหลั่งไหลเข้าไป เศรษฐกิจเดินหน้าไปไกลมาก คงจะกลับไปเป็นเมียนมาเหมือนเดิมแต่ก่อนไม่ได้แล้ว
ที่สำคัญ สหประชาชาติเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้มากเป็นพิเศษ หมายความว่าเมียนมาไม่ได้อยู่ในส่วนของเขาเองอีกต่อไปแล้ว
อ.ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มประเทศอาเซียน มองว่า การปฏิวัติของประชาชนต้านกองทัพไม่ทำให้เกิดสันติภาพในพม่าได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้เกิดสันติภาพในพม่าได้คือ การตั้งโต๊ะเจรจาอย่างสันติ ระหว่าง นายพลอาวุโสมิน ออง หล่าย และ นางอองซาน ซูจี โดยคณะฑูตพิเศษอาเซียน นำโดย สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ เพราะท่าทีล่า นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ไม่ได้แข็งกร้าว
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast, Spotify
การลงทุนบนหลัก ESG (Environmental, Social and Governance: ESG) กำลังเป็นกระแสหลักการลงทุนของโลก
การนำเรื่อง ESG มาผนวกกับการลงทุน ทำให้โอกาสในการลงทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว และจากการศึกษา ติดตาม งานวิจัย ของหลายหน่วยงานจะออกมาในทิศทางเดียวกันว่า ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนจากปัจจัยทั้ง 3 ด้านนี้จะส่งผลต่อการลงทุนที่ดีให้กับนักลงทุนในระยะยาวได้
นักลงทุนไทยเองได้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการลงทุนบนหลัก ESG เช่นกัน
การลงทุน ESG คืออะไรและทำไมต้องลงทุนด้วย ESG การลงทุน ESG มีความสำคัญอย่างไร
พบกับ มุมมอง แนวคิด และวิธีการลงทุนด้วยหลัก ESG ของนักลงทุนสถาบัน คุณยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด
สัมภาษณ์โดย จิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ ‘นักลงทุนสถาบันกับ "วิถี ESG...สู่พอร์ตที่ยั่งยืน" ได้ที่เว็บไซต์ Thaipublica
"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน"
จากสถานการณ์สภาพแวดล้อมโลกที่กดดันธุรกิจการผลิตไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อย Co2 สูงสุด และยังมีแรงกดดันจากสภาวะแวดล้อมอื่นๆ เป็นสาเหตุที่องค์กรหรือภาคธุรกิจในอุตสาหรรมพลังงานไฟฟ้าต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) ต้องปรับตัว เปลี่ยนผ่านจากพลังงานดั้งเดิมสู่ ‘พลังงานหมุนเวียน’
ปัจจุบันเอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,016 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 29 แห่ง โครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 โครงการ และโครงการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งจากชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเซลล์เชื้อเพลิง
การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานดั้งเดิมสู่ ‘พลังงานหมุนเวียน’ ของเอ็กโก กรุ๊ป จะเป็นอย่างไร มาติดตามกับการให้สัมภาษณ์ของ คุณเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) ที่สัมภาษณ์โยคุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหารไทยพับลิก้า
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ ‘เอ็กโก กรุ๊ป’ เปิดกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านจากพลังงานดั้งเดิม สู่ ‘พลังงานหมุนเวียน’ กับเป้า ‘Carbon Neutrality’ ได้ที่เวบไซต์ Thaipublica
https://thaipublica.org/2021/12/egco-group-thepparat-theppitak/
ข่าวเจาะ EP 37 Climate Action : “ทรู” มุ่งสู่องค์กร Carbon Neutral ผู้นำต้อง Take Action และ Transform Culture
รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด บ่งชี้ว่า เราไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว เพื่อร่วมกันสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน
ไทยพับลิก้าขอนำเสนอ Climate Action จาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าว่า กลุ่มทรูได้ประกาศความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Carbon Neutral ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี ค.ศ. 2030 และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับ GCNT เรื่องวิกฤติโลกร้อนตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินปี 2070 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของเครือ ซีพี เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ความท้าทายที่มีผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจโทรคมนาคม
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)มีการพัฒนานวัตกรรม โซลูชันด้านต่างๆของทรู เพื่อเพิ่มประสิทธิและลดการใช้พลังงาน และเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 5,374 ตันคาร์บอน
ที่สำคัญผู้นำต้องพร้อม take action และ transform culture ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน และสร้างเวทีของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งองค์กร
บทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ “Climate Action : “ทรู” มุ่งสู่องค์กร Carbon Neutral ความท้าทายทั้งเป้า “เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม” [2]" ที่เวบไซต์ Thaipublica
https://thaipublica.org/2021/12/climate-action-true2/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม- สุขอนามัย หัวใจสำคัญ ของ Doing Business in ASEAN 2022
วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่มีเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้การลงทุนชะลอตัว แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดในอาเซียนกลับได้รับความสนใจมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นการลงทุนของหลายๆประเทศ แต่การเข้ามาลงทุนในอาเซียนให้ประสบความสำเร็จ ต้องคำนึงถึง
1) ความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริงของแต่ละประเทศ 2) วัฒนธรรมเป็นหัวใจสำคัญยิ่งที่นักลงทุนต้องศึกษา 3) เข้าใจกฎหมายกฎระเบียบ 4) แนวทางในการประเมินคู่แข่งในท้องถิ่นต้องชัดเจน
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ย้ำ นักลงทุนจะเลือกประเทศอาเซียนเพื่อลงทุนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย โดยเฉพาะหากต้องการตั้งฐานการผลิต เพื่อส่งออกไป ยุโรป อเมริกา และ จีน ที่สินค้าทุกประเภทต้องมีกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อโลก และมีผลกระทบต่อสุขอนามัยของผู้บริโภค
กฏระเบียบนี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งของนักลงทุนที่จะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกประเทศที่จะเข้าไปลงทุน ในช่วงระยะเวลา 5-10 ปีนี้
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง
Youtube,Soundcloud,Apple Podcast,Google Podcast,Spotify
รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด บ่งชี้ว่า เราไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว เพื่อร่วมกันสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน
ไทยพับลิก้าขอนำเสนอ Climate Action จาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change เป็นความท้าทายที่มีผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจโทรคมนาคม เนื่องจากเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีการใช้ไฟฟ้าค่อนข้าง กลุ่มทรูจึงได้ประกาศความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Carbon Neutral ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี ค.ศ. 2030 และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับ GCNT เรื่องวิกฤติโลกร้อนตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินปี 2070 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของเครือ ซีพี
การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ Carbon Neutral ได้ยึด True Sustainability Frame Work ซึ่งในหลักการคือ กลุ่มทรูต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎระเบียบพื้นฐานของทุกประเทศ พร้อมวัดผลด้วยตัวชี้วัดทั้งหมด 14 ข้อ ของ True Sustainability Goals 2030
บทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ “Climate Action : “ทรู” มุ่งสู่องค์กร Carbon Neutral ความท้าทายทั้งเป้า “เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม” [1]" ที่เวบไซต์ Thaipublica
https://thaipublica.org/2021/12/climate-action-true1/ อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ทุนจีน หนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษในกัมพูชาโตไม่หยุด ลุ้นนักลงทุนไทยเชื่อมต่อมายัง EEC
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อคิดว่า แม้การลงทุนในกัมพูชาจะเปิดเสรี 100% แล้ว แต่นักลงทุนที่จะใช้ฐานการผลิตในกัมพูชาและส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่อยู่ฝั่งตะวันตก ต้องพิจารณาเงื่อนไขทางด้านสิทธิมนุษยชนให้มาก
พร้อมแนะนำว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะสีหนุวิลล์ ยังมีช่องทางที่น่าสนใจในการที่จะเข้าไปลงทุน จากการที่กัมพูชาเปิดให้จีนข้ามาลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไทยควรจะใช้เส้นทางนี้เชื่อมต่อการค้าในทุกมิติมายัง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) โดยผ่านทางจังหวัดตราด
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ขณะที่แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลทหารเมียนมา ยังไม่มีความชัดเจนต่อนาคตของประเทศ และจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีเสถียรภาพ
ภาคเอกชนไทย-เมียนมา ไม่รอการเมืองนิ่ง เดินหน้าผลักดัน เขตปลอดภาษี เอื้อการค้าการลงทุน
นายกริช อึ้งวิฑูรย์สถิต ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ชี้การค้าการลงทุนในเมียนมาปีหน้ายังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกระแสเงินสดของภาคธุรกิจและนักลงทุนที่ยังมีข้อจำกัด แต่ภาคเอกชนยังคงไม่ทิ้งตลาดในเมียนมา เดินหน้าผลักดัน Free zone หรือ เขตปลอดภาษี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจในเมียนมา คาดว่าจะเป็นรูปธรรมในช่วงกลางปี 2565
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ตามรอยเส้นทางคมนาคมจากอดีต-ปัจจุบัน ของ สปป.ลาว.แลนด์ลิงค์ที่โดดเด่นในอาเซียน
สปป.ลาว ถือเป็นประเทศในอาเซียนที่มีการพัฒนาและวางตัวเองเป็นจุดยืนแลนด์ลิงค์ของอาเซียน ได้อย่างรวดเร็ว และจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งถึงแม้จะเป็นทุนจากจีนก็ตาม
อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มประเทศอาเซียน พาเปิดเส้นทางคมนาคม ทั้งทางบก ทางเรือ ทางราง ที่เชื่อมการเดินทางและความสัมพันธ์อันดีระหว่าง สปป.ลาว และไทย พร้อมแนะนำการเดินทางท่องเที่ยวไปสปป.ลาว รวมถึงระบบรองรับนักท่องเที่ยวต่างๆที่จะอำนวยความสะดวกมากขึ้นในสปป.ลาว
เส้นทางใดน่าสนใจที่สุด ติดตาม "นั่งรถทัวร์ข้ามโขงจากไทยไปเที่ยวลาว"
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หลังจากที่ได้พ้นจากงานการเมืองไปแล้ว ตอนนี้ ดร.สุวิทย์ ได้เข้ามาทำงานงานด้าน “เด็กและเยาวชน” ที่สนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ประเด็นที่ ดร.สุวิทย์ เข้ามาทำงานมี 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG (Bio Circular Green Economy) ที่จะเป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังโรคโควิด-19 เรื่องที่สอง คือเรื่องเด็กและเยาวชน เพราะเชื่อว่าเด็กและเยาวชน จะเป็นคนกำหนดอนาคต (Future Changer) ของประเทศ ดร.สุวิทย์ เชื่อว่า แต่ละเรื่องหากสำเร็จจะถือเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย
กองบรรณาธิการสำนักข่าวออนไลน์ Thaipublica จะพาไปสำรวจการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืนในมุมมองของ ดร.สุวิทย์ ในรายการข่าวเจาะ
บทสัมภาษณ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฉบับเต็มได้ ในหัวข้อ ““สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชวนเปิดพื้นที่ให้ “เด็กและเยาวชน” สร้าง “ทุนมนุษย์” ขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน" ที่เวบไซต์ Thaipublica
https://thaipublica.org/2021/10/suvit-maesincee-11-10-2564/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สภาแห่งชาติของเวียดนาม ได้อนุมัติแผนเศรษฐกิจและสังคม 5 ปีในช่วงปี 2021-2025 โดยให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” FDI ในอุตสาหกรรมไฮเทคแทนที่จะเป็น “ปริมาณ” ในภาคที่ใช้แรงงานสูง ขณะที่มีรายงานว่านักลงทุนจำนวนมากกำลังมองหาพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัด ฮึงเอียน และหายเซือง ทางภาคเหนือ เพื่อขยายการผลิต
นายราเกซ ซิงห์ เลขาธิการ สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม ระบุ ขณะนี้เวียดนามได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในหลายๆจังหวัดทั้งเหนือและใต้ เพื่อสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
โดยทางเหนือ จังหวัดกว๋างนิญ ยังคงโดดเด่นด้วยทำเลบริเวณชายแดนทางทะเลที่ติดกับประเทศจีน และตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็น 1 ในเมือง Smart City ที่สำคัญของเวียดนาม จุดเด่นคือเป็นพื้นที่ที่มีแร่ธาตุสูงอันดับต้นๆของเวียดนาม การลงทุนที่เหมาะสมควรจะเป็นในรูปแบบของซัพพลายเออร์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้า และ ยานยนต์ ซึ่งการส่งออกในพื้นที่นี้จะมีความได้เปรียบด้านภาษีนำเข้าปลายทาง ผลจากที่เวียดนามได้เดินหน้าทำFTA กับหลายๆประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ทางใต้ จังหวัดเกิ่นเทอ ถือว่าเป็นเขตปริมณฑลของโฮจิมินห์ มีการปรับปรุงท่าเรือใหม่ทั้งหมด รองรับการลงทุนและการขนส่งอย่างครบวงจ รเหมาะอย่างยิ่งกับการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร
จุดแข็งของเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามที่โดดเด่นคือ รัฐบาลเวียดนามได้ให้อำนาจ ภาคท้องถิ่นในการตัดสิน หรือ อนุมัติพิจารณาการลงทุนได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็ว มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนเป็นอย่างมาก
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 หลายๆ องค์กรต่างปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ “เอสซีจี” เป็นอีกหนึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ที่ก้าวผ่านวิกฤติมาได้เพราะยึดหลัก ESG สร้างแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการดำเนินธุรกิจโดยใช้ระบบ BCM (business continuity management) มีการดูแลพนักงาน คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของคนหรือพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และยังร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและทุกภาคส่วนของสังคมในการเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ โดยใช้ศักยภาพด้านนวัตกรรมมาพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 เข้ามาต่อยอดช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนอย่างทันท่วงที และพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
รายการข่าวเจาะวันนี้ คุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวThaiPublica ได้พูดคุยกับคุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ถึงการฝ่าฟันวิกฤติในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านของ เอสซีจี ด้วย DNA องค์กร ที่พาพนักงาน คู่ค้า สังคม ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่านยุค New Normal ก้าวไปสู่ความท้าทายในอนาคต
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
วันที่ 2 ธันวาคม 2564 เสียงหวูด “รถไฟลาว-จีน” ดังสนั่น
เส้นทางรถไฟลาว-จีน ยาว 422.44 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟทั้งสิ้น 33 แห่ง เป็นสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารที่อยู่รวมกับสถานีขนส่งสินค้าในที่เดียวกัน 11 แห่ง รถไฟขนส่งสินค้ามีความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถไฟขนส่งผู้โดยสารกำหนดความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโม
“เป็นโครงการที่มหัศจรรย์มาก สามารถสร้างเสร็จภายใน 5 ปี ภายใต้ข้อกังขาว่าจะสำเร็จหรือไม่ รวมถึงอุปสรรค์จากโควิด19 แต่ก็สร้างเสร็จจริงๆ" ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ นักธุรกิจไทยเจ้าของ วิวมอลล์ คอมมิวนิตี้ไลฟ์สไตล์แห่งแรกในเวียงจันทน์ให้ความเห็น
แนวเส้นทางโครงการรถไฟจีน – ลาว เริ่มต้นที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เชื่อมต่อที่เมืองบ่อเต็น สปป. ลาว และมีปลายทางที่นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ใกล้กับจังหวัดหนองคาย
สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีระยะทาง 253 กม. กำหนดเปิดให้บริการ ปี 2569 สำหรับระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย มีระยะทาง 356 กิโลเมตร ปัจจุบันได้ออกแบบรายละเอียด โดยมีกำหนดเปิดให้บริการ ปี 2571 โดยเตรียมหารือร่วมกันสามฝ่ายเพื่อเตรียมการเดินรถเชื่อมต่อไทย-ลาว-จีน ต่อไป
ดร.ณรงค์ให้สัมภาษณ์รายการ ASEAN Roundupว่า "เส้นทางนี้มีจุดเชื่อมโยงที่จะมาถึงไทยได้หลายจุดมาก ก่อนจะเชื่อมไปยังเวียดนามและกัมพูชา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาครัฐและนโยบายของไทย ว่าจะใช้โอกาสพัฒนาจุดเชื่อมโยงนี้ได้เร็วขนาดไหน ซึ่งหากดำเนินการช้า จุดเชื่อมโยงเหล่านี้จะถูกข้ามไปยังประเทศอื่นในอาเซียนทันที"
"โอกาสนักลงทุนไทยมี ในพื้นที่สถานีและเส้นทางรถไฟ แต่นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูล เงื่อนไข การลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากพื้นที่เส้นทางรถไฟเส้นนี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบบริษัทร่วมค้า ระหว่าง สปป.ลาวและจีน"
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเล่าภาพรวมของ “อาการ” ที่เศรษฐกิจไทยกำลังเจออันเป็นผลของการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์เดลตา ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 5 เดือนและรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างมาก
ในระยะสั้นแน่นอนว่า การออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ แต่ในระยะยาว ทางออกจากวิกฤติของประเทศไทยคืออะไร และจะทำอย่างไร สำนักข่าวไทยพับลิก้า ได้สนทนากับ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะฉายภาพ สถานการณ์โลกปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งสถานการณ์ของประเทศไทยแล้ว ยังได้คำตอบว่า “ความยั่งยืน” หรือ ESG คือคำตอบและทางออกจากวิกฤติของของประเทศไทยแม้ไม่พอ
รายการข่าวเจาะวันนี้ จะพาคุณผู้ฟัง ไปติดตามมุมมองของ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในประเด็นสถานการณ์โลกปัจจุบันและอนาคต ประเทศไทยจะอยู่อย่างไรในบริบทโลก การใช้ ESG จะช่วยให้ก้าวข้ามวิกฤติและปัญหาได้อย่างไร และบทบาทของ ธปท. ในเรื่องความยั่งยืน
รายการข่าวเจาะวันนี้ สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการไทยพับลิก้า
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เปิดเส้นทางชีวิต ฝ่าม เญิ้ต เวือง(Pham Nhat Vuong) มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเวียดนาม เจ้าของวินกรุ๊ป(Vingroup) และบริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำหน่ายเจ้าแรกในยูเครน ก่อนกลับมาทำธุรกิจที่เวียดนามบ้านเกิด จนสร้างเครือข่ายธุรกิจอย่างครบวงจร
ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มประเทศอาเซียน ชี้ ระบบการปกครองและระบบการเมืองของเวียดนาม เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ มหาเศรษฐีอันดับ 1 คนนี้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างอาชีพให้กับคนเวียดนามได้ไม่น้อย และนำความเจริญด้านเทคโนโลยีเข้ามาสู่เวียดนามอย่างต่อเนื่อง ที่โดดเด่น คือ ผลิตรถยนต์สัญชาติเวียดนามภายใต้แบรนด์ Vinfast ที่กำลังมุ่งหน้าทำตลาดไปทั่วโลก โดยเฉพาะเจาะตลาดใหญ่ในยุโรป
แม้วินกรุ๊ป จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจครอบคลุมเกือบทุกประเภท แต่ภาครัฐและองค์กรหน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนในเวียดนามไม่ได้มองว่า การเติบโตของ Vingroup เป็นการผูกขาดทางการค้า แต่กลับมองว่ายิ่ง Vingroup เติบโตขึ้นมากเท่าไร ก็ยิ่งจะสามารถสร้างงาน และทำให้ประเทศเวียดนามได้รับความเจริญมากยิ่งขึ้นเท่านั้น จึงส่งผลให้ Vingroup มีอนาคตที่สดใสอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะจับธุรกิจประเภทใดก็ตาม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
35 ปีนโยบาย Doi Moi "โด่ย เหม่ย" ของเวียดนาม เดินมาถูกทาง ทุกภาคธุรกิจในเวียดนาม ยังคงเติบโตต่อเนื่องไม่สะดุดแม้เจอโควิด
ธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศเวียดนามและโฮจิมินห์ ซิตี้ ฉายภาพชัดเจน เวียดนามสามารถปรับตัวและประคองเศรษฐกิจและธุรกิจได้ทุกสถานการณ์ จากการเมืองที่มีเสถียรภาพและนโยบายที่มีความต่อเนื่อง รวมถึง ประโยชน์ที่ได้รับ ทางด้านการค้าการส่งออกกับต่างประเทศ จากการที่เวียดนามเดินหน้า เจรจา FTA ไว้กับหลายๆประเทศ
ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเปิดรับนักลงทุนหลังโควิด ประกอบด้วย 1)ทางด่วนเชื่อมการเดินทางระหว่างเวียดนามเหนือและใต้ 5,000 กิโลเมตร 2)การสร้าง สนามบินนานาชาติเพิ่มอีก 8 แห่ง 3)ยกระดับท่าเรือ ทุกแห่งให้มีความสะดวกในการให้บริการขนส่งสินค้ามากขึ้นกว่าเดิมอีก 1 เท่า
โอกาสทางธุรกิจ ของไทยและนักลงทุนต่างชาติ ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ในเวียดนาม ยังมี ช่องทางมากมาย กำลังซื้อของคนชนชั้นกลาง ยังแรงไม่ตก ประกอบกับ ภาวะหนี้ครัวเรือน ที่อยู่ในระดับต่ำ กว่าหลายๆประเทศในอาเซียน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ข่าวเจาะ EP32 "จากบอส อยู่วิทยา ถึง ผกก.โจ้ คดีใหญ่สะท้อนปฏิรูปวงการตำรวจ"
วงการตำรวจกำลังถูกสังคมจับตา และถูกเรียกร้องให้มีการปฏิรูป จากกรณีล่าสุด ของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ที่ ถูกกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติด ด้วยการใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะจนทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวในวงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ก่อนหน้านี้ กระบวนการยุติธรรมของบ้านเราได้เคยถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหนัก ตัวอย่างคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายปีก่อน คือคดีของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเศรษฐีกระทิงแดงที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2555 แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องเมื่อช่วงกลางปี 2563 สร้างความสงสัยในกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างมาก นำไปสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในที่สุด
เราจะพาคุณผู้ฟังไปพูดคุยกับนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คดีบอส อยู่วิทยา และปัจจุบันเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ถึงประเด็นการทำงานในกระบวนการยุติธรรม จากคดีบอส อยู่วิทยา ถึง ผกก.โจ้ และข้อเสนอการปฏิรูปวงการตำรวจ ด้วยการแยกฝ่ายสอบสวนเป็นอิสระ
รายการข่าวเจาะวันนี้ สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการไทยพับลิก้า
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ในเดือนพฤษภาคม 2564 ประมวลกม.แพ่งฉบับแรกของสปป.ลาวได้มีผลบังคับใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ Freedom of Contract
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Partner สำนักงาน South East Asia Law ให้ข้อมูลหลักของประมวลกฎหมายแพ่งแห่ง สปป.ลาว ที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้และคนไทยควรรู้ ซึ่งสะท้อนภาพการปรับระบบเศรษฐกิจจากสังคมนิยมมาเป็นเสรีนิยมมากขึ้น
สปป.ลาว ได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกฎหมาย โดยยอมใช้หลักสนธิสัญญาสากลมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการ Freedom of Contract เน้นหลักสุจริต การเข้ามาของธุรกิจต้องมีความบริสุทธิ์ใจ และมีเจตนาดี ที่สำคัญ ต้องยึดหลักแห่งความเสมอภาค ระหว่างนักลงทุนที่มีสัญชาติลาว และนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงหลายๆเงื่อนไขที่มีการผ่อนปรนมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายระยะเวลาการถือครองและเช่าอสังหาริมทรัพย์ ของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนใน สปป.ลาว ไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดนี้จะดึงนักลงทุนต่างชาติเข้า สปป.ลาวได้อย่างมหาศาล
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
"ปันอิ่ม" เป็นโครงการช่วยเหลือสองต่อ คือ ช่วยร้านอาหารที่ยอดขายตก ให้พอขายได้และอยู่รอด และ ช่วยคนที่ลำบากให้มีข้าวกิน
สามารถร่วมสมทบทุนได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ 2642311762 ปาริชาต มั่นสกุล หรือ ธนาคารกสิกรไทย 0458809356 ณชา อนันต์โชติกุล
เดือนพฤษภาคม 2564 เพจปันอิ่ม ประกาศการกลับมาอีกครั้งหลังจากหยุดพักโครงการไปตั้งแต่สถานการณ์ระบาดดีขึ้นเริ่มดีขึ้นในระลอกแรก ช่วงต้นปี 2564 เมื่อประชาชนออกจากบ้านได้บ้าง ร้านค้าพอมีทางทำมาค้าขาย แตกต่างจากครั้งนี้ที่ทีมงานปันอิ่ม ในฐานะประชาชน ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง
รายการข่าวเจาะวันนี้ ได้ชวนทีมงานปันอิ่มนำโดย ดร.ปลา ปาริชาต มั่นสกุล ผู้อำนวยการ สำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทคาราบาวตะวันแดง จำกัด ดร.โบว์ ณชา อนันต์โชติกุล จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ดร.เม่น สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
"ล้ง" โรงคัดบรรจุผลไม้ ที่เห็นกันจำนวนมากในไทยคือ ล้งจีน เข้ามามีบทบาทต่อเสถียรภาพราคาและการส่งออก สินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ในไทยและประเทศในอาเซียนเป็นอย่างมาก
นายปราโมทย์ ร่วมสุข กรรมการในคณะอนุกรรมการเกษตรและอาหาร หอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรร่วมกันได้ ด้วยการใช้ข้อตกเสรีทางการค้า FTA และ มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และมาตรฐานสินค้าเกษตร
ที่สำคัญอย่างยิ่งคือการใช้กฎเกณฑ์ของ ASEAN Good Agricultural Practices หรือ ASEAN Gap ให้มีมาตรฐานและมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างชัดเจนมากขึ้นกว่าทุกวันนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มีความเข้มแข็ง และลดการพึ่งพิงล้งจากจีนในปัจจุบัน
ไทยมีความได้เปรียบ ในการที่จะเป็นฮับผลไม้ในอาเซียน ซึ่งถ้าจะให้บรรลุผลต้องให้ภาคเอกชนและภาคการเกษตรของไทยเป็นผู้กำหนดกลไกระบบเอง ส่วนภาครัฐเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้สนับสนุน แต่ต้องไม่ใช่ผู้ควบคุม
พร้อมให้จับตาประเทศจีนล่าสุดมีการกำหนดยุทธศาสตร์การแปรรูปทุเรียน อย่างจริงจัง คาดว่าจะส่งผลต่อการแข่งขันการส่งออกทุเรียนของไทย
วันที่ 8 เดือนสิงหาคม 2564 ครบรอบ 54 ปี การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้ 3 ประเด็นที่อาเซียนต้องเร่งดำเนินการในช่วงขาลงของเศรษฐกิจโลกจากพิษโควิด-19 ซึ่งภายใน 10 ปีนี้ อาเซียนต้องดำเนินการ 3 ข้อนี้ให้บรรลุผล อาเซียนถึงจะแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
1)ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องทบทวนกฎกติกาที่ล้าสมัยและแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะกฎเกณฑ์ที่ระบุว่าประเทศสมาชิกจะต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน แต่หากกฎเกณฑ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินต่างชาติที่จะเข้ามาในอาเซียนทั้งหมดก็ควรจะทบทวนและแก้ไข โดยยกกรณีศึกษาสถานการณ์การเมืองในพม่าขณะนี้ ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติที่มีต่ออาเซียนทั้งหมด
2)สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่างๆไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้การค้าสำหรับคู่ค้าด้วยกันในประเทศอาเซียน เกิดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน และ ควรร่วมกันผลักดันการค้าด้วยใช้เงินสกุลเดียวกันในอาเซียนให้บรรลุผล
3)กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนร่วมกัน ในการบริหารจัดการเงินทุนจากจีนที่ไหลเข้ามาอย่างมหาศาล ให้ได้ประโยชน์กับประเทศในอาเซียนมากที่สุด โดยหาจุดสมดุลที่จะเดินไปกับจีนแบบคู่ขนาน พร้อมสร้างอำนาจต่อรองกับตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯและยุโรป ให้ได้
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
บทสัมภาษณ์ ธนิสา ทวิชศรี นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ถึงปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย จากวิกฤติโควิด-19 โดยใช้ฐานข้อมูลที่หลากหลาย ตั้งแต่ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงฐานข้อมูล Digital จากดัชนีสืบค้น Google Search Index เพื่อฉายภาพสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และประมวลสถานการณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตของประชากรในช่วงโควิด-19
ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการระบาดระรอกใหม่ และดูเหมือนว่าการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ได้นำไปสู่วิกฤติการณ์ในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องสาธารณสุข และเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ มีความแตกต่างจากวิกฤติอื่นที่ผ่านมา เพราะประชาชนเกือบทั้งประเทศต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตจากมาตรการป้องกันการระบาด เช่น การปิดเมือง การรักษาระยะห่าง (social distancing) และการกักตัวหากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงยังมีความไม่แน่นอนว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานแค่ไหนและจะจบอย่างไร
เพิ่มเติม: วิกฤติโควิด-19 กับปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย https://thaipublica.org/2021/06/pier-67/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ครบรอบ 6 เดือนรัฐประหารพม่า นักวิชาการ ชี้ 1 ปี ไม่จบ เสี่ยงพัง!ทั้งระบบ
อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศอาเซียน ชี้ พม่ามีแนวโน้มจะสูญเสียพี่น้องชาวพม่าอีกมากมาย จากโควิด-19 ระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ ที่เชื่อมโยงกับปากท้องของประชาชนในประเทศจะไปต่อไม่ได้ ซึ่งต้นตอมาจาก รัฐบาลทหารของพม่าควบคุมกระแสเงินสดในพม่าทั้งหมด เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของฝั่ง นาง ออง ซาน ซูจี
รัฐบาลทหารพม่าให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศมากกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นหากใน 1 ปี รัฐบาลทหารพม่าและนาง ออง ซาน ซูจี ไม่ยอมอ่อนข้อและหันหน้ามาเจรจากัน เสี่ยงต่อการสูญเสียทั้งชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจทั้งระบบของพม่า
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ThailandFuture คือ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มของอนาคต และทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง-ตัวรวม” ทรัพยากรของประเทศเพื่อหาทางออกนโยบายรูปแบบใหม่
รายการข่าวเจาะตอนที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ThailandFuture ในบทบาทการทำงานของ ThailandFuture ที่มีต่อสังคมไทย
โดยรายการข่าวเจาะวันนี้ ดร.ณภัทร จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาการรับมือ Covid-19 ณ ขณะนี้ ที่มีความไม่ชัดเจนเรื่องการสั่งการ และกระบวนการทำงาน รวมถึงช่องทางสื่อสารที่ยังมีปัญหา การประกาศต่างๆ มีความเข้าใจยาก
โดยทางออกเพื่อจัดการปัญหา Covid-19 ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีความโปร่งใส ปรับปรุงโครงสร้างให้การทำงานชัดเจน ปลดล็ควัคซีนให้คนได้ได้เข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ สร้างระบบข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และควบคุมโรค
ขณะที่ความเสี่ยงของประเทศไทยในอนาคต ยังคงมีอีกหลายเรื่อง ที่กำลังรอเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Automation ที่กระทบภาคแรงงาน ทำให้เราต้องพัฒนาทักษะ และพัฒนาทุนมนุษย์ เรื่องที่สองคือเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้มีคุณภาพ สามคือเรื่องการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และสุดท้ายคือการพัฒนาภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่เพิ่งของประชาชนในยามวิกฤติ
มาพูดคุยกับ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ThailandFuture กันต่อ กับบทสัมภาษณ์โดย คุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
เพิ่มเติม: สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่ “ThailandFuture” ตัวเร่ง-ตัวรวม ร่วม Rebuilding Thailand
https://thaipublica.org/2021/07/thailandfuture01/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปลี่นผ่านสู่ ‘ThailandFuture’ สานต่อความสำเร็จการเป็นสถาบันคลังสมองที่วิเคราะห์อนาคตไทยมาตั้งแต่พ.ศ. 2555
ThailandFuture คือ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มของอนาคต และทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง-ตัวรวม” ทรัพยากรของประเทศเพื่อค้นทางออกนโยบายรูปแบบใหม่
เพื่อให้รู้จัก เข้าใจวิสัยทัศน์ และการทำงานของ ThailandFuture พูดคุยกับ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ThailandFutureสัมภาษณ์โดย บุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
เพิ่มเติม: สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่ “ThailandFuture” ตัวเร่ง-ตัวรวม ร่วม Rebuilding Thailand
https://thaipublica.org/2021/07/thailandfuture01/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ใครเป็นใครใน 7 กลุ่มทุนใหญ่
ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้ลงนามแต่งตั้งนักธุรกิจจากกลุ่มธุรกิจใหญ่ 7 ราย เป็นคณะช่วยงานนายกรัฐมนตรี จำนวน 7 คน
นักธุรกิจกลุ่มนี้มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจอย่างมาก รวมทั้งมีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายหรือโครงการต่างๆของรัฐบาล และมีส่วนในการสนับสนุนการจัดประชุมประชุมใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ด้วยการมอบเงินสนับสนุนให้กับกระทรวงการเงิน
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office ชี้ การแต่งตั้งคณะช่วยงานนายกรัฐมนตรีทั้ง 7 คน ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ชัดเจนครั้งแรก ที่ภาครัฐของ สปป. ลาว ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาท
และหากนักธุรกิจที่เป็นคณะช่วยงานฯสามารถเข้ามามีบทบาทชี้แนะ และเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิต การแปรรูปการเกษตร การบริการและการท่องเที่ยว พลังงานหลักและพลังงานทางเลือก โครงสร้างพื้นฐาน น่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจของสปป. ลาวฟื้นตัวจากผลกระทบโควิดได้อย่างรวดเร็ว และเติบโตขึ้นในทุกปี
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ
ในฐานะองค์กร ที่เข้ามาพัฒนา และให้ความช่วยเหลือท้องถิ่นในการดูดซับแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานจากผลกระทบของโควิด เพื่อจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างเข้ามาเป็นพนักงานโครงการและอาสาสมัคร
จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับชุมเพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ และส่งเสริมอาชีพ ประชาชนมากว่า 10 ปี ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยที่สถาบันฯพอเจอคืออะไร วิธีทำงานร่วมกับชุมชน และการฟื้นฟูประเทศไทยหลังยุคโควิดควรเป็นอย่างไร
เพิ่มเติม: "ปิดทองหลังพระ แนะ 4 ประสาน 3 ประโยชน์ แนวทางบรรเทาพิษโควิด-19 ในชนบทอย่างยั่งยืน" https://thaipublica.org/2020/05/pidthong-4-5-2563/
ข้อมูลมูลนิธิ http://www.pidthong.org/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลของไทย ยังคง ติดอันดับ 8 ในการส่งออกไปทั่วโลก และเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในอาเซียน
รศ.ดร. ปกรณ์ ปรียากร อำนวยการสถาบันมาตราฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ระบุ อาหารฮาลาลของไทย อันดับความนิยมยังเป็น Top Brand ในตลาดของอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ตลาดใหญ่ที่สุดเพราะมีประชากรที่เป็นมุสลิม ถึง 83 % แต่การทำตลาดในอินโดนีเซีย ยังเจอปัญหามาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลในประเทศ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออาหารฮาลาลของไทย ที่ยังสามารถเปิดตลาดได้ในอินโดนีเซีย โดยมุ่งเน้นเจาะไปที่กลุ่ม Premium เป็นกลุ่มหลัก
อาหารฮาลาลของไทย ยังคงมีโอกาสอีกมากมาย ด้วยจุดแข็ง ของขั้นตอนการผลิตที่ถูกมาตรฐานฮาลาลระดับสากล ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แนะ เจาะตลาดที่เชื่อมโยงไปจากอาเซียนคือ ปากีสถาน อินเดีย และตะวันออกกลาง
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เปิดหวูด…นั่งรถไฟจีนไปค้าขายในอาเซียน จีนพร้อมลงทุนต่อเนื่องเส้นทางสำคัญที่มีไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง
จีนเริ่มเปิดใช้เส้นทางรถไฟ บรรทุกสินค้าเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นครั้งแรก โดยรถไฟสินค้าขบวนปฐมฤกษ์ ออกเดินทางจากเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวใหญ่กวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (The Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area ) มุ่งหน้าสู่กรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม
โดยขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าจีนนานาชนิด รวมมูลค่าประมาณ 94,400 ดอลลาร์สหรัฐ (2,948,000 บาท) ออกเดินทางจากสถานีในเมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน ถึงจุดหมายปลายทางกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม
ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อดีตอัครราชทูต(ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ระบุว่า รถไฟสายดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของนโยบายของจีน ที่อาศัยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอาเซียน เชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกทุกประเทศในอาเซียน ทั้งในมิติของโลจิสติกส์ เศรษฐกิจ และ เชื่อมต่อถึงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเด่นของแต่ละประเทศในอาเซียน
มีหลายเส้นทางที่จีนเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 เส้นทางที่มีไทยเป็นจุดศูนย์กลาง คือ สายที่เชื่อมต่อ 3 สนามบินของไทย (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา ) เพื่อมุ่งหน้าสู่ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) และเชื่อมต่อไปยังภาคอีสาน - สปป ลาว คาดว่าน่าจะชัดเจนในระยะเวลา 4-5 ปีนี้ และทางใต้ จากไทย เชื่อมไปยัง มาเลเซีย - สิงค์โปร์ และอีกเส้นทางสำคัญที่จีนกำลังเร่งลงทุนคือ จากฮานอย- โฮ จิมินห์ - สิงค์โปร์ ที่ต้องจับตามองการเติบโตของภาคธุรกิจที่จะตามมาจากเส้นทางสายรถไฟที่กำลังจะเกิดขึ้น
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อินโดนีเซีย ประเทศที่สามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ ด้วยจุดแข็งมากมาย ทั้งเรื่องแรงงาน และ ทรัพยากรต่างๆ และนับจากนี้ ยังจะมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคธุรกิจอื่นๆ ยังมีโอกาสในการเข้าไปลงทุนได้อีกหลายช่องทาง
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุ อินโดนีเซียเดินหน้าออกมาตรการสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย พยายามออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการลงทุนให้มีความต่อเนื่อง ซึ่งที่ไม่ต้องแก้ไขบ่อยครั้งเหมือนที่ผ่านมา รวมถึงเร่งปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้เชื่อมต่อกันให้ได้ทั้งประเทศ
พร้อมแนะนำ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และ เครื่องดื่ม เข้าไปเจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมในอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน โดยเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์อุตสาหกรรม 4.0 ที่อินโดนิเซียวางเป้าหมายไว้ นอกเหนือจากคลัสเตอร์ยาง ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ เสื้อผ้า โดยหากเป็นภาคอุตสาหกรรมก็ควรมาลงทุนโดยตรงตามเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐของอินโดนิเซีย แต่ต้องศึกษาเงื่อนไขของแรงงานในอินโดนิเซีย อย่างละเอียด ทั้งในแง่มุมของวัฒนธรรมและศาสนา
ส่วนที่เป็นภาคธุรกิจ ควรจะเป็นในรูปแบบการหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ และหากเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายตัวผลิตภัณฑ์ แนะทำตลาดผ่านมาทางประเทศมาเลเซียก่อนเข้าสู่ตลาดอินโดนิเซีย
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ผลกระทบที่เราเห็น จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา คือการเคลื่อนย้ายแรงงานครั้งใหญ่ของประเทศไทย ที่ย้ายจากเมืองใหญ่กลับสู่ชนบท ย้ายจากภาคบริการกลับเข้าสู่ภาคการเกษตร
รายการข่าวเจาะวันนี้ จะไปพูดคุยกับ ดร. เสาวณี จันทะพงษ์ จากธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้เขียนบทความเรื่อง "แรงงานคืนถิ่นหลังโควิค 19 จุดเปลี่ยนภาคเกษตรไทยและเร่งกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค:ข้อมูลจาก Mobile Big Data"
https://thaipublica.org/2021/04/returned-migrant-workers-turning-point-for-agriculture-sector/?fbclid=IwAR0HhzVscIPfQiF1FqKlmFmQVWeI8t5NjpHGB2EUD6qXAefo5NJ1Yq0skzs
เพื่อดูว่าผลกระทบของโควิด-19 ต่อตลาดแรงงานในมิติการย้ายคืนถิ่นของช่วงการระบาดระลอกแรกและสองโดยใช้ข้อมูลเร็ว Mobile Big Data เป็นอย่างไร รวมถึงนัยทางนโยบายที่ทุกฝ่ายควรคว้าโอกาสนี้ทรานส์ฟอร์มภาคเกษตรและกระจายความเจริญสู่เศรษฐกิจฐานรากสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยยั่งยืนอย่างแท้จริง
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
สปป.ลาว เดินหน้าแผนการปฏิรูปการลงทุน และ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ สปป. ลาวในการดึงดูด FDI ที่มีคุณภาพ สร้างงาน ส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ให้ภาคธุรกิจภายในประเทศและการเชื่อมโยงของธุรกิจภายในประเทศกับห่วงโซ่มูลค่าโลก และสร้างความหลากหลายให้เศรษฐกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา FDI ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจ สปป. ลาวขยายตัว
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office เปิด 6 มาตรการปฎิรูปFDI ของ สปป.ลาว ดึงทุนนอกเข้าประเทศ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
จีน มหาอำนาจใหญ่ ยังคงนโยบายในการจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายสำคัญคือ กลุ่มประเทศอาเซียน
ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อดีตอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และรองประธาน เลขาธิการหอการค้าไทย-จีน ชี้ การตัดสินใจลงทุนของจีน ปัจจัยแรก มองความมั่นคงทางการเมืองในประเทศนั้นๆเป็นหลัก ต่อด้วยมิติทางเศรษฐกิจ
จุดดึงดูด ที่จีนจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนมากที่สุด คือการให้สิทธิประโยชน์ในการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ว่าจะเป็นการถือครองหรือเช่า หากมีอายุสัมปทานที่ดิน 100 ปีขึ้นไป ก็จะส่งผล ให้จีนสนใจเข้ามาลงทุนมาก ซึ่งขณะนี้หลายประเทศในอาเซียนได้มีการปรับเกณฑ์เพื่อรองรับแล้ว
จีนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยในจุดเชื่อมโยง ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงมณฑลต่างๆมากกว่าเข้ามาลงทุนในไทยโดยตรง ซึ่งไทยควรใช้ประโยชน์ จาก จุดเชื่อมโยงนี้ นำสินค้าเข้าไปยังจีนให้ได้เพื่อเป็นสปริงบอร์ดโยงไปถึงภูมิภาคอื่นๆ นอกอาเซียน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การจัดเก็บภาษียาสูบ 2 อัตรา ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมยาสูบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น โรงงานยาสูบ เกษตรกร พฤติกรรมของผู้บริโภค รวมไปถึงกลไกตลาดด้วย นอกจากนี้การกำหนดนโยบายใหม่ ยังส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตรอีก
รายการข่าวเจาะวันนี้ จะพาทุกท่านไปพูดคุยกับคุณ กมล ชวาลวิทย์ บรรณาธิการข่าวข้อมูล สำนักข่าวไทยพับลิก้า ถึงผลกระทบของอัตราภาษียาสูบแบบใหม่ เพื่อหาข้อเสนอนโยบาย เพื่อรื้อโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมไทย
คุณผู้ฟังสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องโครงสร้างภาษียาสูบได้ ในซีรีย์ข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน ของสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ในชื่อซีรีย์ "รื้อโครงสร้างภาษียาสูบ"
(1): สำรวจตลาดบุหรี่เมืองไทย ทำไมมีแค่ 2 ราคา? https://thaipublica.org/2021/03/tobacco-tax-restructuring01/
(2) : 3 ปี ภาษีบุหรี่ 2 อัตรา ใครกระทบบ้าง? https://thaipublica.org/2021/03/tobacco-tax-restructuring-02/
(3) : แนะทางรอดยาสูบ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ https://thaipublica.org/2021/03/tobacco-tax-restructuring-03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นหัวหอกสำคัญ ของอาเซียน ในการผลักดัน เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า
นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ชี้ ถึงแม้ไทยตั้งเป้าจะเป็น Hub ฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน ด้วยเป้าในปี 2035 จะมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยทั้งหมดครบ 100%
แต่ไทยยังมีคู่แข่งที่สำคัญคืออินโดนีเซียที่มีความพร้อมในหลายๆด้าน และเปิดข้อเสนอ การลงทุนในอุตสาหกรรม เหมืองแร่นิกเกิล เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุน ในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย
ขณะที่เวียดนาม ความสำเร็จของ วินฟาสต์ ทั้งเทคนิคการผลิต นโยบายดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และศักยภาพของรถยนต์ รวมถึงเรื่องการตลาด สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาในอาเซียนได้
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
พื้นที่การลงทุนที่น่าสนใจในกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV คือ เขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เจาะลึก ความน่าสนใจในการลงทุน ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตอุตสาหกรรม เป็นรายประเทศ
-เมียนมา ลงมารั้งอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศ CLMV จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ฐานการลงทุนคาดว่าจะถูกดึงไปที่ประเทศเวียดนาม นักลงทุนควรชะลอการลงทุน ให้การเมืองมีเสถียรภาพก่อน
-สปป.ลาว ทุนจีนครอบครอง ทั้งพื้นที่ รอบเวียงจันทร์และเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวง แนะควรลงทุน ธุรกิจที่รองรับการขยายตัว ของเขตเศรษฐกิจพิเศษมากกว่าไปลงทุนในพื้นที่โดยตรง เน้นภาคบริการ และ การท่องเที่ยว
-เวียดนาม นวัตกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรอนาคตค่อนข้างสดใสในเวียดนาม โดยเฉพาะเกษตร 4.0 นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนจะได้เปรียบ จากสิทธิประ โยชน์ด้านภาษี จากการที่เวียดนามเป็นสมาชิก CPTPP และ จากการทำข้อตกลง FTA ระหว่างเวียดนามกับยุโรป
-กัมพูชา รูปแบบการลงทุน โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เช่นเดียวกับเวียดนาม แต่กัมพูชาต้องการให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเท่านั้น ต้องการเพียงนวัตกรรม ชี้ พืชเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชาที่กำลังมาแรง คือ มะม่วงแก้วขมิ้นแปรรูป ที่จะต้องส่งออกไปยังตลาดใหญ่ที่มีความต้องการสูงมาก คือ เกาหลี และ จีน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ท่ามกลางวิกฤตโควิดทั่วเอเซีย และ ทั่วโลก มาเลเซีย ได้ประกาศแผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลมาเลเซียยืนยันนโยบายของมาเลเซียยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านภาษี การเดินหน้าสร้างแรงจูงใจ ทำให้นโยบายการลงทุนของรัฐบาลอยู่ในความสนใจและมีความยืดหยุ่น รวมทั้งตอบสนองต่อระบบนิเวศที่กำลังพัฒนา
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าประเทศอาเซียน และอดีตทูตพาณิชย์ไทย ประจำมาเลเซีย เปิดข้อมูลจุดเด่นน่าลงทุนของมาเลเซีย โดยด้านแรงงาน มาเลเซียต้องการบุคลากรด้านดิจิทัลจากไทยเป็นจำนวนมาก จากที่มาเลเซียประกาศแผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิทัลไป
ปี 2021 มาเลเซียยังคงพึ่งพาการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากไทยเป็นหลักโดยเฉพาะ ผัก ผลไม้ ทั้งสดและแปรรูป ในปีที่ผ่านมาถึงแม้จะเจอวิกฤตโควิดยังโตได้ถึง 100% ส่วนในกลุ่มเครื่องปรุงรส เครื่องแกงอาหาร ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าตัว
ธุรกิจที่เติบโตส่วนกระแสโควิด 19 ที่เป็นโอกาสของไทยในมาเลเซีย คือ อาหารสำเร็จรูป และ สแนคต่างๆ เครื่องมือ-อุปกรณ์ทำความสะอาด สินค้าที่อยู่ในประเภท DIY และ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Work From Home
การเข้าตลาดมาเลเซีย สิ่งที่เอื้ออำนวยที่สุด คือ การขนส่งง่าย และต้นทุนไม่สูง แต่ต้องมีตัวกลางในพื้นที่เป็นผู้ทำตลาดให้ และควรศึกษาข้อมูลในเชิงลึกของผู้บริโภค รวมถึงศึกษารายการสินค้าห้ามนำเข้าอย่างละเอียด
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
พูดคุยกับ รศ. ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยฯ รายงานสถานการณ์รายจ่ายด้านการศึกษาไทย ในประเด็นประสิทธิภาพด้านการศึกษาของประเทศไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยลงทุนกับการศึกษากว่า 8 แสนล้านบาทต่อปี แต่การศึกษาไทยยัง ‘ใช้เงินไม่ตรงจุด’ ประเมินจากผลคะแนนสอบด้านต่างๆ รวมไปถึงตัวชี้วัดด้าน ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ที่เป็นกับดักให้ระบบการศึกษาย่ำอยู่กับที่ จาก 2 ปัญหาสำคัญคืองบอุดหนุนรายหัว และการให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูด้วยงบที่ต่ำ
ปัญหาสำคัญที่โครงการนี้พบ ไม่ได้อยู่ที่งบประมาณที่ไม่เพียงพอ แต่อยู่ที่ไม่สามารถใช้งบประมาณได้มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ต่อผู้เรียนยังไม่เป็นที่น่าพอใจ และยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทั้งในมิติของโอกาสและคุณภาพ
สถานการณ์รายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยเป็นอย่างไร การจัดสรรงบประมาณมีปัญหาตรงไหนบ้าง และระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ จะช่วยให้เราสามาถเข้าใจปัญหาด้านการศึกษาไทยได้อย่างไร มาติดตามได้ ในรายการข่าวเจาะ
รายงาน "ข้อมูลระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ" ที่เวบไซต์ Thaipublica.org
(ตอน 1) งบการศึกษา 8 แสนล้าน: รายจ่ายสูง ตกหล่น-ใช้เงินไม่ตรงจุด!!! https://thaipublica.org/2021/02/national-education-accounts01/
(ตอน 2) งบการศึกษา 8 แสนล้าน: กระทรวงศึกษาฯ ควักเท่าไรให้ ‘สวัสดิการนร.-ค่าวิทยฐานะครู’ https://thaipublica.org/2021/02/national-education-accounts02/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
กลุ่มประเทศ CLMV มีความแข็งแกร่งมากขึ้น และ สร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ ผู้เชี่ยวชาญตลาดการค้าในภูมิภาคอาเซียน และ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุ กัมพูชามีความชัดเจนในการเกิดธุรกิจใหม่ในช่วงวิกฤตโรคระบาดทั่วโลกจากการเติบโตของประชากร 16.6 ล้านคน GDP ที่โตถึง 7% ปริมาณคนวัยทำงานเยอะขึ้น และกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจเกิดใหม่ที่พึ่งพาช่องทาง Social Media เติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะในกลุ่ม Food delivery ที่เชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่นในการให้บริการต่างๆพฤติกรรมผู้บริโภคใช้ Facebook ในการค้นหาสินค้าและบริการมากที่สุด ที่สำคัญตลาดยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสเข้าไปทำตลาดได้อีกมาก
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
สถานการณ์การเมืองที่รุนแรงในเมียนมา ยังไม่ส่งผลต่อการค้าชายแดนฝั่งทะเลอันดามัน โดยนายธีระพล ชลิศราพงศ์ ประธานหอการค้า จังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ covid-19 และการเมืองในเมียนมา มีผลกระทบต่อการค้าชายแดนไทย -เมียนมา ในพื้นที่ จังหวัดระนองเพียงเล็กน้อย การขนส่งสินค้า การส่งออก-นำเข้าระหว่างกันยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ผู้ซื้อจากเมียนมาต้องการ ปูนซีเมนต์ น้ำมันดีเซล สินค้าอุปโภคบริโภค จากไทย ส่วนสินค้าที่จำหน่ายให้ไทย คือ สัตว์น้ำ ปลาป่น ถ่านหุงข้าว
สำหรับการการซื้อขายและการชำระค่าสินค้า ชายแดนไทย – เมียนมา ส่วนใหญ่ยังใช้ระบบเงินสด ในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท ผู้ซื้อนำเงินสดติดตัวเข้ามาแล้วแจ้งที่ด่านผ่านแดน ก่อนที่จะนำแลกเป็นเงิน ยังไม่การชำระเงินรูปแบบอื่น เนื่องจากระบบทางธุรกรรมของธนาคารในเมียนมายังพัฒนาไม่มาก
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือที่นิยมเรียกกันตามหมายเลขเส้นทางว่า ถนน R3A คือ ทางหลวงนานาชาติที่เชื่อม กรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงรายด้วยทาง หลวงหมายเลข 1 พหลโยธินของประเทศไทย ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ที่อำเภอเชียงของ สู่เมืองห้วยทราย ของสปป.ลาว วิ่งผ่านแขวงหลวงนํ้าทา สู่ชายแดน สปป.ลาว - จีน ที่เมืองบ่อหาน จากนั้นใช้เส้นทางด่วนในประเทศจีนจากเมืองบ่อเต็น สู่เขตปกครองตนเองชนชาติไท-สิบสองปันนา และเชื่อมด้วยทางด่วนมอเตอร์เวย์เข้าสู่มหานครคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน อีกหนึ่งมณฑลที่ทางการจีนหมายมั่นจะให้เป็นปากประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขง (Greater Mekong Sub-region: GMS)
ผกายมาศ เวียร์รา กรรมการผู้จัดการบริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด ในฐานะรองประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และมีการเปิดด่านเกือบ 100% ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นเดือนตุลาคมนี้ จะทำให้เส้นทางดังกล่าวกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง ทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นโอกาสการลงทุน ในรอยต่อ ทางบก ทางน้ำ ในเส้นทางนี้ที่จะมีอนาคตสดใส คือ ธุรกิจด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า โดยรูปแบบการลงทุนควรเป็นทุนไทย 100% และลงทุนในพื้นที่นรอยต่อที่อยู่ในไทย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่เชื่อมไปถึงเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ที่ขณะนี้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วจากจำนวนคนและเงินทุนจากจีนที่เข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยจำนวนมาก อีกทั้งจะสามารถชื่อมโยงไปถึงจีนตอนใต้อีก 3 มลฑลที่มีประชากรมหาศาล
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
การเมืองในเมียนมา ร้อนระอุขึ้นทุกวัน ล่าสุดประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ของอินโดนิเซีย ติดต่อโดยตรงไปยังสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ แห่งบรูไน ในฐานะทรงเป็นประธานอาเซียนประจำปีนี้ ให้ทรงจัดการประชุมระดับผู้นำอาเซียน "เป็นวาระฉุกเฉิน" เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในเมียนมา
อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุสถานการณ์ในเมียนมาจะจบและรอดได้ ต้องใช้กลไกลของอาเซียน 9 ประเทศผลักดันให้เกิดการเจราจาแบบประนีประนอม ระหว่าง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นาง อองซาน ซูจี เพื่อยุติปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างทหารและผู้ชุมนุมในขณะนี้
จากนั้นถอยคนละก้าว โดยรัฐบาลทหารปกครองอีก 6 เดือน และเตรียมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคณะกรรมการการเลืกตั้ง หรือ กกต. ของเมียนมาต้องมาจากกการเลือกจากทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ผลการเลือกตั้งโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว หากนางออง ซาน ซูจี เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งอีก ต้องพร้อมที่จะปรับบทบาทของตนเองใหม่ ด้วยการไม่ไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของประธานาธิบดีของประเทศ อย่างเช่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดรัฐประหารเมียนมา 1 กุมภาพันธ์
การค้า การลงทุนในเมียนมา จะกลับมามีเสน่ห์ดึงดูดนักลงทุนอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์การเมืองสงบ ด้วยจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังบูม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สถานการณ์การเมืองในเมียนมายังคงคุกรุ่น แม้นักลงทุนยังไม่มีทีท่าที่จะถอนการลงทุน หรือ ย้ายฐานการผลิตออกมา แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแบบรายวัน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้ว่า สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในเมียนมาส่งผลให้ทุนญี่ปุ่นถอนการลงทุนไปบางส่วนแล้ว เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่น ค่อนข้างให้ความสนใจกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศที่ไปลงทุน เป็นลำดับต้นๆ
ส่วนทุนใหญ่อย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน และ ไทย ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากการชุมนุมไม่มีความรุนแรงยืดเยื้อ และไม่มีการเปลี่ยน แปลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เชื่อว่า นักลงทุนไทยในภาคอุตสาหกรรม อาจจะทบทวนชะลอการลงทุนเพิ่มเท่านั้น แต่จะไม่ย้ายฐานการผลิตออกมาจากเมียนมาอย่างแน่นอน ด้วยความได้เปรียบจากการเชื่อมโยงส่งสินค้า จากเมียนมาไป จีน และ อินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก
ทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนมากที่สุดในเมียนมา คือ ทุนจากสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 6
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ดร.กิตติพงษ์ เรือนทิพย์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส Krungthai COMPASS ผู้เขียนบทความ “Krungthai COMPASS ฉายภาพการท่องเที่ยวไทย เมื่อโลกยังไม่พร้อมใช้วัคซีนโควิดสำหรับเด็กและวัยรุ่น” ระบุว่า แม้ไทยจะอนุญาตนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีน เดินทางเข้าประเทศได้แบบไม่ต้องกักตัวในช่วงปลายปี 2021 แต่การที่เด็กยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ อาจทำให้หลายครอบครัวเลื่อนการเดินทางต่างประเทศออกไปก่อน ภาพของการท่องเที่ยวเมื่อประชากรวัยเด็กและวัยรุ่นยังไม่มีวัคซีนจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันในรายการข่าวเจาะวันนี้
“Krungthai COMPASS ฉายภาพการท่องเที่ยวไทย เมื่อโลกยังไม่พร้อมใช้วัคซีนโควิดสำหรับเด็กและวัยรุ่น” https://thaipublica.org/2021/03/krungthai-compass-26/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เปิดกฎหมายที่ดินฉบับใหม่ สปป. ลาว ที่ลงพระราชกิจจานุกเบกษาวันที่ 12 สิงหาคม 2020 หลังหลายฝ่ายร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้มานานกว่า 5 ปี อนุญาตให้ชาวต่างชาติเช่าสัปทานที่ดินทั้งภาครัฐได้นานถึง 50 ปี และในบางพื้นที่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษได้นานถึง 99 ปี รวมทั้งสามารถเช่าที่ดินจากเอกชนได้นาน 30 ปี และยังเปิดทางต่างชาติพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office ชี้ กฎหมายใหม่นี้ ถือว่าลาว ส่งสัญญานเปิดประตูประเทศรับทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ แนะนักลงทุนในกลุ่ม SME เช่าที่ดินที่เป็นสัมปทานของภาคเอกชน ด้วยเหตุผลความยืดหยุ่นและความคล่องตัว ส่วนโครงการขนาดใหญ่ควรเช่าสัมปทานที่ดินของภาครัฐ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ต้มยำกุ้ง - ผัดไทย - ผัดกระเพรา - ส้มตำ ยังครองแชมป์อาหารจานเด็ดในอาเซียน
แต่ธุรกิจร้านอาหารไทยในอาเซียนจะรอดได้ ต้องลงทุนในรูปแบบการขายแฟรนไชส์
ความโดดเด่น และ ความหลากหลายของอาหารไทย ยังเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีประเทศใดในอาเซียนเทียบได้
ในมุมการต่อยอดในเชิงธุรกิจนั้น ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่า การเปิดร้านอาหารไทยในประเทศเพื่อนบ้าน มีความซับซ้อนค่อนข้างมาก ทั้งกำลังซื้ออาหารไทยในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนยังเป็นกลุ่มระดับบนซึ่งมีจำนวนไม่มาก รสชาติอาหารที่ขาดความเป็นไทยแท้จากการที่ต้องปรับให้ถูกปากของผู้บริโภคในประเทศนั้น และ ความเป็นชาตินิยมของแต่ละประเทศในอาเซียนที่มุ่งส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศมาปรุงอาหาร กลายเป็นข้อจำกัดของร้านอาหารไทย ที่ต้องการเน้นจุดขายที่คงความเป็นรสชาติอาหารไทยแท้
การทำธุรกิจร้านอาหารในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ร้านอาหารไทยต้องพัฒนาแบรนด์ตัวเองให้แข็งแกร่งเป็นที่รู้จัก และเข้าไปลงทุนในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สถานการณ์การเมืองในเมียนมา ขณะนี้มีผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะไทยที่อยู่ในเมียนมาอย่างไร
ประเมินสถานการณ์การค้าการลงทุนในมุมมองภาคเอกชน ผ่านนักลงทุนไทยในเมียนมามากว่า 20 ปี พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการเจรจาและดีลธุรกิจร่วมทุนกับเมียนมา เงื่อนไข ความยากง่าย ช่องทางการจัดจำหน่ายการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ในเมียนมามีเงื่อนไขอย่างไร
คุณวิชัย เข็มทองคำ รองประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ผู้บริหารบริษัท Makro Manufacturing ผลิตสินค้าอาหารกระป๋อง และซ้อสปรุงรส แบรนด์ Ready, Bravo, Ocean ในเมียนมา เตือนการลงทุนในเมียนมาต้องยึดกฎเกณฑ์การลงทุนของ Myanmar Investment Commission (MIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลเมียนมา ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก
พร้อมยืนยัน นโยบายรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าจะสถานะใด จะเปิดรับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง หากเป็นธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม ทดแทนการนำเข้า มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี - นวัตกรรมให้กับประชาชนในประเทศ และหัวใจสำคัญคือ ต้องมีความชัดเจนเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในเมียนมาอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม
ที่สำคัญพฤติกรรมผู้บริโภค ชาวเมียนมา เชื่อมั่นในแบรนด์จากการแนะนำของ Blogger และ Influencer อย่างมาก แนะผู้ประกอบการไทยทำตลาดทางออนไลน์มากขึ้น
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ความสัมพันธ์จีน-อาเซียนที่เริ่มต้นเมื่อ 30 ปีก่อนได้กลายเป็นแบบอย่างความสำเร็จมากที่สุดและมีพลังชีวิตที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นตัวอย่างในการเดินหน้าสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ท่ามกลางการระบาดโควิด-19
นโยบายการต่างประเทศจีนมองอาเซียนมีความสำคัญอันดับต้นๆ และเป็นภูมิภาคสำคัญในการร่วมดำเนินโครงการ “1 แถบ 1 เส้นทาง” หรือ One Belt One Road ด้วยคุณภาพ ยินดีร่วมกับอาเซียนเดินหน้าความร่วมมือทุกด้าน รักษาแนวโน้มในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค สร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของจีน-อาเซียนที่แนบแน่นยิ่งขึ้น
แต่ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่ทุกประเทศต้องดิ้นรน เน้นการบริโภคในประเทศเพื่อให้สถานะทางการเงิน การคลัง การค้า ธุรกิจ การส่งออก อยู่รอดให้ได้ ยักษ์ใหญ่อย่างจีน มีความเคลื่อนไหวอย่างไร??
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ เชื่อมั่นว่า จีนยังคงเป้าหมายเดิมที่จะมาลงทุนในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV แม้แต่เมียนมาที่ยังมีปัญหาการเมืองอยู่ จีนก็ยังคงมองเห็นโอกาสในวิกฤต แนะไทยและประเทศในอาเซียน เตรียมรับทุนจีนที่จะหลั่งไหลเข้ามาใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ E-Commerce, Digital Economy, ระบบการสื่อสารที่จะรองรับ 5G–6G และธุรกิจกับ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เช่น Bio Economy และ Green Economy
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
“ดร.รัสรินทร์ ชินโชติธีรนันท์” หรือ ดร.นุ่น ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ListenField Thailand จำกัด บริษัทเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ขับเคลื่อนการวาง ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติการใช้ ‘ข้อมูล’ ให้เกษตรกรไทยได้เข้าใจถึงทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ฝน อากาศ แสง ปุ๋ย พันธุ์พืช แมลง รวมไปถึงการคาดการณ์ความเสี่ยงต่างๆ ที่จะกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกร
ด้วยเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยความสะดวกมากขึ้น ทำให้ภาคเอกชน นักวิชาการ จับมือกับเกษตรกรที่มีภูมิปัญญาและต้องการเปลี่ยนผ่าน “เกษตรกรไทย” เพื่อก้าวข้ามปัญหาซ้ำๆ ซากๆ ยกระดับจากการเป็นเกษตรกรจนๆ หลุดพ้นวังวนหนี้สิน สู่เกษตรกรยุคใหม่ที่ไม่รอให้ฟ้าลิขิต ไม่ต้องรอภาครัฐ เพราะสามารถขีดเส้นทางเดินของตัวเองว่าจะเลือกทำ จะเลือกปลูกอะไร ที่ตอบโจทย์ตลาดและความต้องการผู้บริโภค
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
การประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ทำให้นานาประเทศโดยเฉพาะสมาชิกประเทศอาเซียน กังวลต่อสถานการณ์การเมือง ที่จะส่งผลต่อเนื่องถึงภาคการค้า การลงทุนและเศรษฐกิจ
ข้อมูลจากธนาคารโลกพบว่า มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในพม่าขยายตัวขึ้นถึง 33% มีมูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2562/2563 โดยสิงคโปร์และฮ่องกงลงทุนมากที่สุด
ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอง อนาคตการลงทุนในเมียนภายใต้สภาวะฉุกเฉิน 1 ปี ว่า ต้องประเมินผลกระทบออกเป็นระยะสั้น กลาง และ ยาว และคาดว่านักลงทุนจะใช้แนวทาง Wait and See เพื่อรอดูกติกาการลงทุนที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายผู้บริหารประเทศ เพราะเมียนมายังมีทรัพยากรธรรมชาติและมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก และที่สำคัญโอกาสที่เมียนมาจะกลับไปเหมือนเดิมก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ยาก เนื่องจากเมียนมาเดินหน้าการปฏิรูปในหลายด้าน
ในระยะสั้นอาจจะมีแรงงานเมียนมาเข้าไทยมากขึ้นผ่านชายแดนที่ติดต่อกันซึ่งมีความยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร เพื่อหางานทำ เพราะเศรษฐกิจเมียนมาที่ตกต่ำอยู่แล้วจากการระบาดของโควิดถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ชี้ให้เห็นว่า การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของโลกตะวันตกต่อเมียนมา อาจจะสร้างโอกาสให้นักลงทุนในประเทศอาเซียนได้ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นการลงทุนจาก จีน ญี่ปุ่น และ อินเดีย ที่เชื่อว่ายังคงเดินหน้าต่อไปได้
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 13 มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมนี้ไปจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ได้ลงมติเลือกตั้งผู้นำประเทศชุดใหม่ไปแล้ว
โดยนายเหงียน ฝู จ่อง ซึ่งรับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ได้รับการรับเลือกใหม่อีกสมัย
เชื่อว่าผู้นำชุดใหม่ยังเดินหน้าตามแผนการค้า การลงทุนที่วางไว้ และเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
นายธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ SVP และผู้จัดการทั่วไป ธนาคารกรุงเทพ สาขาในประเทศเวียดนาม และผู้จัดการสาขาโฮจิมินห์ซิตี ชี้ว่า เวียดนามยังเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดนักลงทุนอย่างไม่หยุดยั้งจาก 6 ปัจจัย คือ
สถานการณ์การเมืองนิ่ง และนโยบายที่ต่อเนื่อง, การเติบโตของชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงที่จะทะลุถึงกว่า 30 ล้านคน, ต้นทุนการผลิตต่ำ, ไม่ขาดแคลนแรงงาน,ความได้เปรียบด้านภาษี จากการเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกับ EU และสหราชอาณาจักร รวมถึง CPTPP เป็นจุดดึงดูดนักลงทุนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในเวียดนาม,โครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
“บรูไน ดารุสซาลาม” ประเทศเล็กที่สุดในอาเซียนด้วยเนื้อที่เพียงกว่า 5,700 ตารางกิโลเมตรและมีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ได้รับหน้าที่ประธานอาเซียนปี 2021 ภายใต้แนวคิด “We care, we prepare, we prosper” โดยเสนอ 10 ประเด็นสำคัญที่ต้องการผลักดันให้สำเร็จภายในปี 2564 ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการฟื้นฟู 2.ด้านการเป็นดิจิทัล และ 3.ด้านความยั่งยืน
ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เน้นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในการประชุมอาเซียน 2021 คือ
การเดินหน้าบริหารจัดการ ASEAN Response Fund ภายใต้วิกฤตโควิด19
การตั้งคณะทำงานกำหนดวิสัยทัศน์อาเซียนระยะยาว ปี 2025-2040
บทบาทบรูไนในฐานะประธานอาเซียน ต่อจุดยืนปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งที่ผ่านมา ลิม จ๊ก ฮอย เลขาธิการอาเซียน จากบรูไน ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางมาโดยตลอด ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง
การเดินหน้าการใช้ประโยชน์จาก RCEP ( Regional Comprehensive Economic Partnership)
การพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างอาเซียน-สหรัฐ ภายใต้การนำของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ หลังจากความสัมพันธ์ ระหว่างอาเซียน-สหรัฐ ตกต่ำลงยุคโดนัลด์ ทรัมป์
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สปป.ลาว จัดประชุมใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 5 ปี ใน เพื่อพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับผู้นำประเทศคนใหม่ และตกลงในเรื่องยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ การประชุมผู้แทนทั่วประเทศพรรคประชาชนปฏิวัติลาวครั้งที่ 11 ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 โดยนายทองลุน สีสุลิด ขยับจากนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นประธานประเทศ
กริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ ประเมินนโยบายเศรษฐกิจ และการลงทุน ของ สปป.ลาว หลังการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหาร จะมีมาตราการดึงดูดนักลงทุนที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ คาดรัฐบาลลาวจะขจัดอุปสรรคของนักลงทุนต่างชาติด้วยการเปลี่ยนจากสัญญาเช่าพื้นที่ทำธุรกิจที่ปัจจุบันเช่าได้สูงสุดเพียง 20-30 ปี เป็นการสัมปทานอายุสัญญา 70-90 ปี และแนะนำนักลงทุนไทยลงทุนในพื้นที่ 2 ข้างทางรถไฟ เชื่อม ลาว - จีน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เวียดนาม จากประเทศที่เคยตั้งไทยเป็นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจ กำลังแซงหน้าประเทศไทย ไปสู่อันดับ 1 ดาวเด่นทั้งในกลุ่มประเทศ CLMV และอาเซียน เป็นผลจากการมีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมและสัมฤทธ์ผล
จุดเด่นของเวียดนามหลัก มี 5 ด้าน คือ 1) จำนวนประชากรกำลังแตะ 100 ล้านคน สะท้อนถึงแรงงานจำนวนมาก 2)ค่าแรงไม่สูง 3) นโยบายรัฐบาลมีความต่อเนื่อง 4) มีท่าเรือจำนวนมาก 5)เทคโนโลยี5 G พัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่วนจุดด้อย 1)ขาดโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อม 3 เมืองใหญ่ ฮานอย-ดานัง-โฮจิมินห์ และ 2)ต้องยกระดับแนวคิดของการให้บริการ
กัมพูชา มีจุดเด่น คือ 1)เม็ดเงินลงทุนจากจีนมหาศาล 2)ค่าแรงไม่สูง 3)มีพาสปอร์ตสำหรับนักลงทุนต่างชาติในระยะยาว 4)ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพ 5)ต้องการนวตกรรมแปรรูปจากนักลงทุนต่างประเทศโดยเฉพาะไทย ส่วนจุดด้อยคือ 1)แรงงานมีโอกาสในการพัฒนาทักษะน้อย
เมียนมา จุดเด่น 1)จริยธรรมในการทำธุรกิจจากที่เป็นเมืองพุทธ 2)ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ (เกษตร / ใม้ /หยก) 3)ทั้งตั้งทางภูมิศาสตร์ เชื่อมกับจีนและอินเดีย จุดด้อย 1)นวตกรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรม
สปป.ลาว จุดเด่น 1)แหล่งลงทุนและเพาะปลูกในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ 2)เส้นทางคมนาคมทางบก(R9 และ R3A)และทางรางจุดดึงดูดนักลงทุน จุดด้อย 1)แรงงานมีจำนวนน้อย
เจาะลึกในรายละเอียด กับ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เส้นทางคมนาคมขนส่งในอาเซียน จะเป็นตัวเสริมการค้าในอาเซียนให้เดินหน้า โดยเฉพาะโครงการเชื่อมโยงด้านการขนส่งทางรางค่อนข้างเด่นชัดจากทุนจีน ภายใต้ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง One Belt One Road” หรือ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21”
มีการทุ่มทุนเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งคมนาคมหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เชื่อมต่ออาเซียน ทั้งเวียดนาม ไทย เมียนมา และลงไปที่สิงคโปร์
เส้นทางแรกจีน-ลาวจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาที่ สปป.ลาวซึ่งมีนโยบายพัฒนาปะเทศจากแลนด์ล็อค สู่ แลนด์ลิงค์ด้วยรถไฟความเร็วสูง จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ขยายตลาดเข้ามายัง สปป.ลาว และกระจายสินค้าสู่ตลาดที่ 3
การเชื่อมโยงผู้คน การค้า การลงทุนภายในอาเซียนและอาเซียนกับจีนด้วยระบบราง มีความน่าสนใจอย่างไร ติดตาม ได้กับ อาจารย์ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การค้าอาเซียนปีหน้าเจอข้อทับซ้อนของข้อตกลงทางการค้าต่างๆโดยเฉพาะ RCEP พร้อมเตรียมรับมือนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ
เงื่อนไขการค้าการลงทุนจากประเทศมหาอำนาจ รวมถึง ข้อตกลงการค้าที่ได้ลงนามไปในปี2020 โดยเฉพาะ RCEP หรือ ข้อตกลงการค้าที่ประเทศในอาเซียนได้ทำกับประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนามกับยุโรป กัมพูชากับจีน จะมีผลอย่างไร ต่ออาซียนและไทย
คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ ได้สะท้อนประเด็นน่าเป็นห่วง ของการทับซ้อน ของข้อตกลงต่างๆเหล่านี้ โดยชี้ว่าไทยและประเทศในอาเซียน ควรเลิกตั้งคำถาม "ได้ หรือ เสีย อะไร?" จากข้อตกลงทางการค้าในทุกรูปแบบ แต่ควรมุ่งเป้าไปที่ การที่จะใช้ประโยชน์ และนำไปพัฒนาการค้าและการส่งอออกร่วมกันให้เป็นเอกภาพอย่างไร
พร้อมเตือนผู้ประกอบการรับมือผลที่จะได้รับจากการเดินหน้านโยบาย ของ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมาก ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับไปเข้าร่วมใน“ความตกลงปารีส” หลังสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวในปี 2019 ซึ่งความตกลงนี้เป็นกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กว่า 200 ประเทศร่วมกัน ลงนาม นับเป็นโจทย์ใหญ่ในการทำการค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ต้องรับมือและให้ความสำคัญ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ธุรกิจการจัดขนส่งสินค้าที่โตมาอย่างโตเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะใน สปป.ลาว ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงการระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาขยายตัวประมาณ 40-50% และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง
คุณกอบแก้ว เจริญสินโอฬาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท JJ Express จำกัด ให้ข้อมูลว่า คนใน สปป ลาว โดยเฉพาะสุภาพสตรี นิยมซื้อของออนไลน์ ในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องอุปโภค-บริโภค อาหารสำเร็จรูป และ เสื้อผ้าแฟชั่น ของไทย โดยมีปริมาณยอดสั่งซื้อในแต่ละวันจำนวนมาก แต่มีอุปสรรคเรื่องการส่งสินค้าข้ามแดน JJ Express จำกัด จึงเห็นโอกาสในการเข้าไปเปิดธุรกิจรับส่งสินค้าจากไทย ข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคได้เร็วขึ้น จากที่ต้องรอสินค้านานนับ 2 สัปดาห์
คุณกอบแก้ว ได้แชร์ประสบการณ์ในฐานะเป็นนักลงทุนรายแรกๆของไทยที่ตัดสินใจไป เปิดบริการขนส่งสินค้าใน สปป ลาว หลังจากเข้าไปศึกษาตลาดเกือบ 2 ปีว่า กว่าจะประสบความสำเร็จไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะไม่สามารถวางแผนธุรกิจในระยาวได้เพราะติดปัญหาสัญญาเช่าที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ต่างๆของ สปป ลาว ที่ยังเป็นสัญญาระยะสั้นแบบปีต่อปี พร้อมแนะนำนักลงทุนไทยให้หาพาร์ตเนอร์ธุรกิจผ่านหน่วยงานภาครัฐของไทยที่อยู่ใน สปป.ลาว จึงจะรัดกุมที่สุด ตลอดจนวิธีการเจรจาธุรกิจกับคนลาวให้ประสบความสำเร็จ และให้ข้อมูลว่า ยอดซื้อสินค้าออนไลน์ ของชาวลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าในลาวยังน่าลงทุน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องๆอื่นๆด้วย
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เจ้าของ วิวมอลล์ คอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกในเวียงจันทน์ เปิดประสบการณ์ลงทุนในสปป.ลาว ชี้หัวใจสำคัญต้องศึกษาให้ถ่องแท้ในข้อมูลสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคชาวลาว และกฎหมาย
หลังจากดำเนินธุรกิจร้านอาหารโขงวิวในนครหลวงเวียงจันทน์มากว่า 5 ปี ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตัดสินใจขยายธุรกิจสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์ ชื่อว่า "วิวมอลล์" บนถนนสายฉลองเวียงจันทน์ 450 ปี ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองเก่ากับเขตเศรษฐกิจใหม่ของลาว บนพื้นที่ 11 ไร่ โดยเช่าที่ดินจากรัฐบาลลาวมีอายุสัญญา 35 ปี ด้วยเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท และเป็นธุรกิจที่ลงทุนเอง 80% และมีหุ้นส่วนชาวลาวลงทุนอีก 20%
วิวมอลล์ เป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรกในนครเวียงจันทน์ ในลักษณะให้เช่าพื้นที่ ภายในจะประกอบไปด้วยซูปเปอร์มาเก็ต และสินค้าที่หลากหลาย สามารถรองรับคนได้วันละหลายพันคนและรองรับรถยนต์ได้วันละ 400 คัน
ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิสาหกิจวิวมอลล์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้แชร์ประสบการณ์การลงทุน 10 ปีที่ผ่านมา ว่า ลาวยังมีศักยภาพในการลงทุน ผู้บริโภคในกลุ่มพรีเมี่ยมยังคงมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจ ประกอบกับเส้นทางคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงไปยังจีนทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจำนวนมาก
แต่นักลงทุนต้องศึกษาให้ถ่องแท้ เพราะมีนักลงทุนไทยจำนวนมากที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากไม่ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ กฎหมายและผู้คนเท่าที่ควร โดยต้องศึกษาพฤติกรรมการบริโภคชาวลาว กฎระเบียบการลงทุน และการจับคู่ธุรกิจที่ต้องแสดงความจริงใจ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เชียงราย จุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า ไปเมียนมา –ลาว-จีน-ยุโรป ที่อนาคตยังสดใสหลังโควิดคลี่คลาย
การระบาดของโควิด-19 ที่มีต้นตอมาจากกลุ่มคนที่ลักลอบเข้าไทยโดยช่องทางทางธรรมชาติ ได้สร้างวิกฤตอีกครั้งให้กับจังหวัดภาคเหนือตอนบน ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่กำลังฟื้นตัวได้ดีในช่วงไฮซีซั่น รวมถึงส่งผลกระทบมาถึงภาคการค้าชายแดนอีกด้วย
ดร.อนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย ยอมรับว่า การค้าชายแดนในจังหวัดเชียงรายในภาวะปกติที่มียอดถึง 5 หมื่นล้านบาท ต่อปีลดลงในช่วงที่โควิดระบาด แต่ด่านชายแดนทุกด่านยังเปิดตามปกติเพื่อให้รถขนส่งสินค้า ส่งสินค้าเข้า-ออกได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายของไทยจะรับมือกับสถานการณ์ครั้งนี้ให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว
ในอนาคต การค้าชายแดนในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพื้นที่ที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งใน อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน ยังจะเป็นจุดดึงดูดการลงทุนได้เป็นอย่างดี และมีอนาคต เพราะจุดเด่น คือ เส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย ทั้งเส้นทางทางราง ทางบก และ ทางเรือ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง เมียนมา- สปป. ลาว เข้าจีนผ่านเส้นทางหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง One Belt One Road ไปสู่ยุโรป
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
กัมพูชาและจีนได้ลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นที่เรียบร้อย ในวันที่ 12 ตลุาคม 2563 ที่ผ่านมาหลังจากใช้เวลาเจรจากันเพียง1 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับใช้ต้นปี 2564 และนับเป็น FTA ฉบับแรกที่กัมพูชาทำกับประเทศคู่ค้าในรูปแบบทวิภาคี เพื่อขยายการค้า สินค้า บริการ และการลงทุน ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
FTA กัมพูชา-จีน เป็นโอกาสในการขยายฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปจีนด้วยต้นทุนค่อนข้างต่ำ ทั้งด้านแรงงาน วัตถุดิบมีปริมาณมากและราคาค่อนข้างต่ำ รวมไปถึงการที่รัฐบาลกัมพชูามีนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจ
จึงเป็นโอกาสในการขยายธรุกิจของไทยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการก่อสร้างและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการออกแบบและของตกแต่งบ้าน วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเร่งขยายเข้าสู่ตลาดกัมพชูา
ขณะเดียวกันไทยจะต้องเผชิญ กับความท้าทายอีกหลายด้าน ฟังการวิเคราะห์จาก คุณประธาน จิวจินดา หัวหน้าส่วนวิจัยนโยบายรัฐและปัจจัยทางธุรกิจ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
หลังจากใช้ระยะเวลาเจรจาหารือกว่า 8 ปี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุมอาเซียนซัมมิทครั้งที่ 37 ซึ่งมีเวียดนามเป็นเจ้าภาพ ได้ลงนามและประกาศความสำเร็จ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP” เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับตวามคาดหวังว่า จากนี้จะทำให้ชาติอาเซียนมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลก และผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทนำในเวทีโลกได้
คุณประธาน จิวจินดา หัวหน้าส่วนวิจัยนโยบายรัฐและปัจจัยทางธุรกิจ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เป็นการรวม FTA ของอาเซียนไว้ด้วย RCEP เป็นการเปิดตลาดที่จะเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทย การเปิดตลาด RCEP ช่วยให้ไทยได้รับผลกระทบบวกใน 6 สาขาอุตสาหกรรม คือ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป อาทิ อาหารแปรรูป ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
มองไปข้างหน้า ไทยจะได้ผลทางตรงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าระหว่างไทยกับชาติสมาชิกอย่างไร รวมถึงผลทางอ้อมจากการที่ประเทศนอกอาเซียนจะลดกำแพงภาษีระหว่างกัน จะยังทำให้ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญและมีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตเดิมหรือไม่
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สัปดาห์นี้มีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 37 ซึ่งในวันสุดท้ายของการประชุมประเทศสมาชิกเตรียมการลงนาม ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ASEAN 10 ประเทศ กับคู่ภาคีที่มีอยู่ 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก
ทางด้านฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้เปิดเผยระหว่างการประชุมผู้นำจีน-อาเซียนว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ การค้าจีน - อาเซียนเติบโตขึ้นอย่างสวนกระแสและการลงทุนของจีนในอาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อาเซียนได้กลายเป็นคู่ค้าอันดับแรกของจีน
ทั้งนี้เป็นผลจาก จีนและอาเซียนได้เสริมสร้างความร่วมมือและแบ่งปันประสบการณ์ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจัดตั้ง "ช่องทางพิเศษ" และ "ช่องทางสีเขียว"เป็นรายแรก เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าทรุดตัว และการเดินทางระหว่างประเทศด้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ติดตามความเคลื่อนไหวข้อมูลด้านการค้าการลงทุนและภาคธุรกิจในอาเซียน เวียดนามตั้งผู้ว่าการธนาคารกลางหญิงคนแรกในรอบ 70 ปี จีนลดภาษีสินค้าลาวกว่า 8 พันรายการ เหลือ 0% เริ่ม 1 ธ.ค.นี้ ย้อนอดีตการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่กลไกตลาดการเงินสากล ของ สปป.ลาว รถไฟความเร็วสูงลาวส่ง 600 คนไปฝึกอบรมที่จีน เตรียมพร้อมเปิดเดินเครื่อง ธ.ค.64 เมียนมาทบทวนนโยบายส่งเสริมลงทุนรอบสอง กัมพูชาเตรียมเก็บภาษีโฆษณาดิจิทัลบริษัทต่างชาติ สิงคโปร์เดินหน้า ‘เปิดประเทศ’ ‘ถอนพิษ’ ธุรกิจท่องเที่ยว
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สภาผู้แทนราษฏรของอินโดนีเซียได้ผ่านร่างกฎหมายการสร้างงาน หรือประมวลกฎหมาย ที่ชื่อว่า Omnibus Law เมื่อวัน จันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 สร้างความพึงพอใจให้แก่กลุ่ม นักธุรกิจที่ได้ตั้งความหวังไว้กับกฎหมายฉบับใหม่จะกำจัดปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคด้านการลงทุนใน อินโดนีเซีย และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจโดยเฉพาะ MSMEs และสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อการจ้างงานที่มากขึ้น
ขณะเดียวกันสหภาพแรงงานของอินโดนีเซีย ได้ประท้วงนัดหยุดงาน โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของแรงงานและการคุ้มครองแรงงานที่เคยได้รับอย่างมาก
อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจาะลึกกฎหมาย Omnibus Law อินโดนีเซีย โดยชี้ให้เห็นว่า แม้กฎหมายฉบับนี้ มีผลดีต่อธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งในอินโดนิเซีย และ นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน แต่เมื่อศึกษาในรายละเอียดของกฎหมายพบว่า มีการตัดสวัสดิการ และ สิทธิต่างๆที่ชอบธรรมด้านแรงงานของคนอินโดนิเซียไม่น้อย โดยเฉพาะ 6 ประเด็นที่เป็นฉนวนทำให้เกิดการประท้วงของแรงงาน ประกอบด้วย - ในกรณีเลิกจ้าง นายจ้างจะจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างจำนวน 19 เดือน จากเดิมนายจ้างต้องชดเชยให้ 32 เดือน - นายจ้างสามารถจ้างงานลูกจ้างในรูปแบบสัญญาชั่วคราวได้ โดยไม่มีกำหนด - งดจ่ายเงินให้ลูกจ้างหญิงในกรณีลาคลอดบุตร - จำกัดเวลาในการทำงานล่วงเวลาแบบได้รับค่าตอบแทน เพียงวันละ 4 ชั่วโมง (18 ชั่วโมง/สัปดาห์) - กำหนดวันหยุดจากเดิม 2 วัน/สัปดาห์ เป็น 1 วัน/ สัปดาห์ - ยกเลิกอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้อำนาจฝ่ายบริหารในท้องถิ่น และ นายจ้าง ร่วมกันพิจารณาตามความเหมาะสม
ทั้งหมดนี้ภาครัฐของอินโดเซียจะพิจารณาทบทวน หรือหามาตราการอื่นใดมาชดเชยให้กับภาคแรงงานหรือใม่ และกฎหมายฉบับนี้จะมีผลต่อภาคธุรกิจ ภาคการลงทุน ทั้งในและนอกประเทศอินโดนิเซียอย่างไร เป็นประเด็นที่น่าติดตาม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
แฟรนไชส์ไทย มีโอกาสเติบโตในอาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การเลือกลงทุนแฟรนไชส์ ของนักธุรกิจในอาเซียนจะให้ความนิยม กับ แบรนด์แฟรนไชส์ชื่อดังรายใหญ่จากประเทศในแถบยุโรปก็ตาม แต่ ไทยยังมีโอกาสชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้หากมีการปรับคุณภาพ และเดินหน้าทำแฟรนไชส์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
บุญประเสริฐ พู่พันธ์ นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ หรือ (FLA) ชี้ช่องทางการขยายแฟรนไชส์ไทยไปประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน โดยธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ สถาบันสอนมวยไทย การให้บริการด้านการศึกษา ธุรกิจนวด บริการคาร์แคร์ ร้านกาแฟ ร้านขนม
แฟรนไชส์ไทยจะสู้แฟรนไชส์แบรนด์ดังที่มาจากประเทศมหาอำนาจได้ไม่ยาก หากผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทย สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่า แฟรนส์ไชน์ของตนมีความเข้มแข็งและสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งใม่ใช่สิ่งที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อแฟรนไชส์ในอาเซียน พร้อมแนะรายละเอียดขั้นตอนและช่องทางต่างๆ สำหรับแฟรนไชส์ไทยที่จะไปเปิดตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
สปป.ลาว เพื่อนบ้านอาเซียน ที่มีความใกล้เคียงกันมากที่สุดกับไทย ทั้ง ความเป็นอยู่ ภาษา วัฒนธรรม การเข้าไปทำธุรกิจใน สปป. ลาว ของนักธุรกิจไทย จึงเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยในปี 2564 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ ของ สปป.ลาว จะเป็นจุดดึงดูดการลงทุนอย่างมาก
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมนักธุรกิจไทยในสปป.ลาว และผู้อำนวยการสำนักกฎหมายเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ South East Asia Law Office ซึ่งบริหารสำนักงานในประเทศไทย, กัมพูชา, เมียนมา และ สปป.ลาว ให้ข้อมูลชี้ช่องทางการเข้าไปทำธุรกิจ ในสปป.ลาว ไว้อย่างน่าสนใจหลังโควิด 19 คลี่คลาย ใน 6 กลุ่มธุรกิจที่น่าลงทุน ประกอบด้วย 1.Smart Farming 2.การแปรรูปสินค้ากสิกรรม 3.ธุรกิจบริการ ด้านการศึกษา สุขภาพ ดนตรี และ กีฬา 4.E-Commerce 5เทคโนโลยี IT 6.Food Truck และ ร้านอาหารไทย เลียบเส้นทางด่วน เวียงจันทร์ –วัง เวียง ที่มีระยะทาง 109 กิโลเมตร ซึ่งเตรียมจะเปิดใช้ 2 ธันวาคมนี้
พร้อมแนะช่องทางขั้นตอน การเข้าไปจำหน่ายสินค้า การลงทุนเปิดบริษัท ธุรกิจทุกขนาดใน สปป.ลาว
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 21 เข้ามารับตำแหน่งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าสื่อมวลชวนครั้งแรก ในเรื่องมุมมองเรื่องเศรษฐกิจ และการรับมือกับวิกฤตโควิด 19 ที่ถือเป็นวิกฤตสาธารณสุขไปทั่วโลก
ปัจจุบัน ผลกระทบของโควิด 19 ลุกลามและส่งผลกระทบเชื่อมโยงกันทั่วโลก ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักพร้อม ๆ กันในทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยที่ต้องล็อกดาวน์จนมีผลกระทบถึงผู้ประกอบการและประชาชนจำนวนมาก โดยผู้ว่าการ ธปท. ประมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีจะเหลือเพียง 6.7 ล้านคน จากเดิมที่ประเทศไทยเคยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 40 ล้านคน คิดเป็นรายรับที่หายไปถึงประมาณ 10 % ของจีดีพี การส่งออกสินค้าในไตรมาส 2 มีอัตราการหดตัวหนักที่สุดในรอบ 11 ปี
รายการข่าวเจาะ จะพาไปติดตาม มุมมองของดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 21 ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ว่ามีความท้าทายอะไรที่เรากำลังเผชิญอยู่ อะไรคือ 5 โจทย์ใหญ่ของ ธปท. และแนวทางการใช้นโยบายการเงินในช่วงนี้ควรเป็นอย่างไร มาติดตามได้ ในรายการข่าวเจาะวันนี้
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เวียดนาม เป็นหนึ่งในประเทศที่ GDP เศรษฐกิจไม่ติดลบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด- 19 ทำให้อยู่ในความสนใจนักลงทุนจากหลายประเทศ หรือ Investment Destination
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม และผู้บริหารบริษัทศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ที่มีประสบการณ์การเข้าไปลงทุนในเวียดนามกว่า 10 ปี ยืนยัน เวียดนามยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนด้วยข้อดีหลายประการ ทั้ง 1.เศรษฐกิจที่เติบโตดี 2. มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3. มีข้อตกลงการค้า FTA หลายฉบับรวมทั้ง TPCPP ที่ช่วยกระจายสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศ 4. มีมาตรการส่งเสริมนักลงทุนจากต่างชาติ ด้วยบริการ one stop service และ 5.เปิดรับการลงทุนจากไทยในอุตสาหกรรม เกษตรและเกษตรแปรรูป ในเขตนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ด้วยการจัดการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มแข็งทำให้ขณะนี้เวียดนามนำหน้าไทยในเปิดประเทศรับนักธุรกิจนักลงทุนได้แล้ว 6 ประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศเตรียมที่จะเดินทางเข้าไปในเวียดนาม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. เปิดเผยถึงการทำงานล่าสุด ที่ กสศ. ได้วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System for Equitable Education : iSEE) เวอร์ชั่น 2.0 ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (BIG Data) รายบุคคล ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส
จากฐานข้อมูล “สถานการณ์การศึกษาไทย” ปีการศึกษา 2562 นักเรียนไทย 7.3 ล้านราย เกินครึ่งเข้าเกณฑ์กลุ่มเปราะบาง ด้อยโอกาส-พิการ รายได้กลุ่มนักเรียนยากจนเฉลี่ย 1,268 บาทต่อครัวเรือน พบนักเรียนอีก 4.5 พันรายไม่มีโรงเรียนในตำบลที่พักอาศัย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทยได้อย่างชัดเจน
รายการข่าวเจาะ จะพาไปดูการทำงานของ กสศ. ผ่านการสัมภาษณ์ โดยคุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหาร และกองบรรณาธิสำนักข่าวออนไลน์ ThaiPublica เพื่อไปสำรวจโครงการต่างๆ ทั้งการสร้างฐานข้อมูล สร้างนวัตรกรรม และการให้ทุน เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ‘ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ ได้ โดยร่วมบริจาคเข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อแบ่งปันโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ ด้วยการบริจาคกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผู้บริจาคสามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า เข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.eef.or.th/donate
เปิดพิกัดนักเรียน 7.3 ล้านคน เจาะลึกทำไม “การศึกษาไทย” เหลื่อมล้ำสูง https://thaipublica.org/2020/08/thai-education-high-inequality01/
iSEE เวอร์ชัน 2.0 สแกนชีวิต-ความเป็นอยู่ “นักเรียนยากจน 1.7 ล้านคน” สภาวะลำบากซ้ำซ้อน (ตอน2) https://thaipublica.org/2020/09/eef-isee-version2-02/
เด็กไทยไร้ข้อมูลในระบบการศึกษา 1.1 ล้านคน ฐานะยากจน-พิษเศรษฐกิจตัดโอกาสเรียนหนังสือ (ตอน3) https://thaipublica.org/2020/10/eef-isee-version2-03/
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ทุกประเทศในอาเซียนล้วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม แต่ในวิกฤตก็ยังมีโอกาส เมื่อศักยภาพของการจัดการกับโควิด-19 ถูกนำมาประกอบการย้ายฐานการผลิตและการตัดสินใจการเข้ามาลงทุน จากกลุ่มประเทศใหญ่ๆหลายประเทศ
เวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่มีความโดดเด่นในอาเซียน ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด-19 ในเรื่องของการเปิดประเทศและนโยบายส่งเสริมการลงทุน และระหว่างที่มีการระบาดของ covid-19 รัฐบาลเวียดนามสามารถบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นประเทศที่มาแรงในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศมากที่สุดในขณะนี้
ขณะเดียวกันเวียดนามยังมีความพร้อมด้านนิคมอุตสาหกรรมที่มีหลากหลายสามารถรองรับนักลงทุนได้จากทั่วโลก แต่การเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนามยังมีหลายจุดที่ยังคงเป็นความละเอียดอ่อน นักลงทุนหรือนักธุรกิจจะต้องศึกษาไว้ เพื่อที่จะทำให้การลงทุนนั้นสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม ให้ข้อมูลว่า เขตนิคมอุตสาหกรรมของเวียดนาม ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนต่างชาติเกือบ 100% เนื่องจากได้รับความสะดวกในระบบบริหารของภาครัฐในการขออนุญาตลงทุนแบบ One Stop Service มีความรวดเร็วในการอนุมัติโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ แม้นิคมอุตสาหกรรมบางแห่งที่อยู่นอกเมืองจะมีปัญหาเรื่องระบบสาธารณูปโภคบ้างก็ตาม แต่เชื่อว่า รัฐบาลเวียดนามจะพัฒนาความเจริญได้อย่างรวดเร็วนับจากนี้
นายสนั่นได้แนะแนวทางในการลงทุนในเวียดนาม ผ่านการดูแลจากสภาธุรกิจไทย-เวียดนามที่คอยเป็นพี่เลี้ยง ให้ธุรกิจของไทยในเวียดนามมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่นอกจากจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างแล้ว วิกฤติในครั้งนี้ยังทำให้เห็นถึงปัญหาในเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย
ช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดงานสัมมนาวิชาการ BOT Symposium 2020 ในหัวข้อ “ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำอย่างไรให้เกิดได้จริง” เพื่อหาวิธีในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถเติบโต และรับมือกับความเสี่ยงได้
ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย หนึ่งในผู้วิจัย หัวข้อ “เหลียวหลัง แลหน้า อนาคตหนี้ครัวเรือนไทย” บทวิจัยว่าด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย จากกงานงานสัมมนาวิชาการนี้
จะมาตอบคำถามสำคัญเรื่องหนี้ครัวเรือนของไทย ตั้งแต่สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยเป็นอย่างไร ปัญหา COVID—19 ทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนท้าท้ายขึ้นหรือไม่ และมาตรการแก้หนี้ในอนาคตควรเป็นอย่างไร มาติดตามได้ ในรายการข่าวเจาะ โดยสำนักข่าวไทยพับลิก้า
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
กัมพูชา ประกาศ พัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความหลากหลาย เปิดรับนักลงทุนจากไทย เสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของกัมพูชา ในช่วงนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปแม้จะยังไม่ผ่านพ้นช่วงการระบาดของโควิด เป็นผลจากทุนของจีนที่ยังคงหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชาประกาศจะพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความหลากหลายมากขึ้น จากปัจจุบันที่เน้นอุตสาหกรรมสิ่งทอเพียงอย่างเดียว
นางดวงใจ จันทร รองประธานสภาธุรกิจ ไทย-กัมพูชา เปิดเผยข้อมูลว่า กัมพูชา เปิดรับการลงทุนจากไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกัมพูชามีความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ และต้องการนักลงทุนจากไทยนำเทคโนโลยีในการแปรรูปเข้ามาเสริม นอกจากนี้การที่กัมพูชาทำ FTA กับจีน และกับเกาหลีใต้อีกฉบับ จะส่งผลดีต่อธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนและทำธุรกิจในกัมพูชา โดยจะได้ประโยชน์จากการใช้กัมพูชาเป็นฐานการส่งสินค้าไทยออกไปยังจีนและเวียดนามด้วย
สภาธุรกิจฯจึงแนะนำให้นักลงทุนไทยเข้าไปทำธุรกิจและลงทุนในกัมพูชาที่ยินดีเปิดรับนักลงทุนจากไทย เพราะการเจรจาธุรกิจระหว่างกันมีความคล่องตัว และมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
มหากาพย์คดีพิพาทระหว่างกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 30 ปี เริ่มต้นขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณได้มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยนำเสนอโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขต กทม ซึ่งมีบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) เป็นผู้รับสัมปทาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฎว่าการก่อสร้างมีความล่าช้ากว่ากำหนด มีความยืดเยื้อหลายปี จนนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา และฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท จนถึงปัจจุบัน ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา คดีนี้ก็ยังไม่จบ มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพิ่มเติม และมีการพูดถึงหลักฐานใหม่ รายการข่าวเจาะจะพาไปย้อนรอยตำนาน 30 ปี คดีค่าโง่ "โฮปเวลล์" กับความเคลื่อนไหวล่าสุดในปี 2563 ว่าจะมีข้อมูลใหม่ หรือมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ โดย กมล ชวาลวิทย์ บรรณาธิการข่าวข้อมูล สำนักข่าว ThaiPublica
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
การขาดแคลนแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน อันเป็นผลของการระงับการเคลื่อนย้ายแรงงาน หนึ่งในมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19 ของหลายประเทศอาเซียน ยังเป็นปัญหาหนักของผู้ประกอบการภาคการเกษตร รวมถึงภาคอุตสาหกรรมของไทย
กัมพูชา ถือว่าเป็นประเทศแรกที่ไทยจะมีมาตรการรับแรงงานต่างด้าวกลับเข้ามา ตามแผนที่วางไว้จะเริ่มในวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา จำนวน 500 คน แต่สุดท้ายต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากกัมพูชายังขอรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของทั้งไทยและในกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากที่เมียน มากลับมาระบาดรอบ 2 ในขณะที่ฝั่งไทยผู้ประกอบการก็ยังไม่มีความพร้อมเช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายต่อหัวที่จะเกิดขึ้นในระหว่างกักตัว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อโควิดได้
คณะกรรมการการค้าชายแดน- ผ่านแดน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบว่า ในภาวะปกติแรงงานกัมพูชาทั่วประเทศมีจำนวนราว 700,000 คน แต่หลังจากเกิดการระบาดของโควิด- 19 จำนวนแรงงานงานกัมพูชาเหลืออยู่ในไทยเพียง 30-40 %เท่านั้น
นายจอมศักดิ์ ภูติรัตน์ รองประธานกรรมการค้าชายแดน- ผ่านแดน และกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า จำนวนแรงงงานกัมพูชาที่ลดลง ส่งผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะภาคการเกษตรสวนลำไย ในจังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งหากยังอยู่ในภาวะขาดแคลนต่อเนื่อง จะส่งผลให้ตลาดลำไยเสียหายถึง 5,000ล้านบาท เนื่องจากไม่มีแรงงานในการเก็บผลผลิต พร้อมเสนอภาครัฐแก้ปัญหา ด้วยการหาแนวทางลดขั้นตอนและลดค่าใช้จ่ายในการกักตัวและคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาในไทยอย่างเร่งด่วน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
คุณลัทธกิตติ์ ลาภอุดมการ นักวิเคราะห์จาก KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ผู้จัดทำบทวิเคราะห์ "ทศวรรษถัดไปของไทย ธุรกิจโตอย่างไรเมื่อคนไทยกว่า 40% เข้าสู่วัยเกษียณ" จะมาเล่าเรื่องราวปัญหาที่น่ากังวลคือ นับจากวันนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยกำลังจะเจออุปสรรคและความท้าทายใหม่ ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากทั้งปัจจัยเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยเองและโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
จากข้อมูลล่าสุด ประเทศไทยกำลังเป็นประเทศแรกๆของโลก ที่กำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย คือ จะคนไทยมากกว่า 40% จะเข้าสู่วัยเกษียณและเตรียมเกษียณ ขณะที่ประเทศยังติดกับดักรายได้ปานกลาง เป็นการแก่ ก่อนที่จะรวย
ในปี 2015 ที่ผ่านมา เป็นปีแรกที่คนไทยวัยทำงานมีจำนวนลดลง โดยในปี 2020 อายุเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 40 ปี แก่ที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย
ในปี 2028 ประชากรโดยรวมของไทยจะค่อยๆลดลง และในปี 2030 คนไทย 42% จะมีอายุมากกว่า 50 ปี เป็นวัยเกียณ หรือเตรียมเกษียณ
ในปี 2040 โครงสร้างประชากรของไทยจะเปลี่ยนไป สัดส่วนผู้สูงอายุต่อคนวัยทำงานในปัจจุบันที่มีสัดส่วน 1:4 จะเปลี่ยนเป็น 1:2 และในปี 2050 ในคนไทยทุก 3 คน จะมีผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 1 คน
รายการข่าวเจาะตอนี้ จะพาคุณผู้ฟังไปสำรวจปัญหาว่า 10 ปีข้างหน้านี้ไทยจะเจอกับความท้าทายสำคัญด้านใดบ้าง โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ธุรกิจแบบไหนที่จะเติบโต แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่คืออะไร เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการหาทางออกอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง นำไปสู่ข้อเสนอแนะทางนโยบายของภาครัฐในการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
การแพร่ระบาดของ โควิด 19 ในเมียนมารอบสอง ยังไม่พ้นภาวะวิกฤติ มีการใช้มาตราการล็อกดาวน์ประเทศรอบใหม่ ภาคธุรกิจต่างๆหยุดชะงักทั้งประเทศ สภาธุรกิจไทย-เมียนมา มีความเป็นห่วงนักธุรกิจไทยในเมียนมาและปัญหาแรงงานเมียนมาลักลอบเข้าไทย จึงประชุมหารือข้ามประเทศด่วนโดยใช้ช่องทาง Video Conference ทั้งหน่วยงานภาครัฐ – ภาคธุรกิจ- เอกชนไทย ที่อยู่ในเมียนมา และนักธุรกิจไทยที่ยังไม่สามารถกลับไปบริหารธุรกิจในเมียนมาได้
คุณกริช อึ้งวิฑรูย์สถิตย์ ประธานสภาธุรกิจ ไทย - เมียนมา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ติดตามมาตราการสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายและกำหนดมาตราการเยียวยาต่างๆได้ ต้องรอให้การแพร่ระบาดลดลงอย่างต่อเนื่องก่อน โดยการหารือเร่งด่วน คือ เห็นว่านักธุรกิจไทยต้องยอมรับและปฏิบัติการตามมาตราการล็อกดาวน์อย่างเคร่งครัด แม้บางธุรกิจต้องปิดกิจการชั่วคราวก็ตาม พร้อมกับรายงานความเคลื่อนไหวต่อสถานทูตไทยในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในฝั่งของไทยก็จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนป้องกันการลักลอบเข้ามาไทยตามช่องทางธรรมชาติของแรงงานเมียนมาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเชื่อว่า สถานการณ์ในเมียนมาจะคลี่คลายก่อนการจัดเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะขณะยังไม่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเลื่อนวันเลือกตั้งในเมียนมาออกไป
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
ประเทศในอาเซียนที่มีการส่งออกข้าวไปสู่ตลาดโลก ในอันดับต้นๆ คือ ไทย เวียดนาม กัมพูชา และ เมียนมา คุณภาพข้าวของไทยถือว่าได้เปรียบทุกประเทศที่ส่งออกข้าวในอาเซียน และ เป็นผู้นำตลาดมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเวียดนามตามมาติดๆ
เวียดนามเป็นประเทศที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งการพัฒนาประเทศ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว และภาคการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกและพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อการส่งออก
ล่าสุดกระทรวงเกษตรของเวียดนาม ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรในปี 2020 ขึ้นมามากกว่า 41,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา และ คาดว่าในปีนี้เวียดนามจะแซงประเทศไทยขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับสองของโลกอีกด้วย
คุณชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จะมาเล่าให้ฟังว่า ขณะนี้เวียดนามมีการทุ่มงบประมาณในการพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวในไทย และ ส่งออกในราคาที่ถูกกว่าข้าวไทย ดังนั้นไทยควรจะตั้งรับอย่างไร กับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเวียดนาม
ไทยต้องเร่งงานวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสการเมือง จากการเปลี่ยนรัฐบาล เช่น โครงการรับจำนำ ประกันราคา ฯลฯ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System for Equitable Education : iSEE) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (BIG Data) รายบุคคล ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส . จากฐานข้อมูล iSEE ในปีการศึกษา 2562 พบว่าการศึกษาในประเทศไทย ยังคงมีความเหลื่อมล้ำสูง จากจำนวนเด็กนักเรียนทั่วประเทศ 7.3 ล้านคน พบว่ามีนักเรียนเกือบ 4 ล้านคนที่ “ด้อยโอกาส-พิการ” หรือเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กนักเรียนทั้งประเทศ โดยในจำนวนนี้ มีเด็กนักเรียนที่เข้าข่ายยากจน สูงถึง 3,598,125 คน . รายการข่าวเจาะของเราในวันนี้ จะพาคุณผู้ฟังไปดูฐานข้อมูลเด็กยากจน และด้อยโอกาสในประเทศไทย ของ กสศ. เพื่อตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา ความยากลำบาก และผลกระทบที่เด็กนักเรียนยากจนในประเทศไทยต้องเผชิญ . อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
COVID-19 ที่กลับมาระบาดรอบ 2 ในเมียนมา ถึงแม้ศูนย์กลางการแพร่ระบาดจะอยู่ที่รัฐยะไข่และรัฐบาลเมียนมาได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่ได้สร้างความกังวล และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ รวมทั้งการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ใม่น้อย เพราะเพิ่งส่งสินค้าข้ามชายแดนระหว่างกันได้ไม่นาน หลังช่วงคลายล๊อกดาวน์ที่ผ่านมา
การค้าชายแดนไทยกระเตื้องจากช่วงปิดโควิดมากแค่ไหน สินค้าใดที่เมียนมามีความต้องการ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ที่ยังไม่สามารถข้ามกลับมาได้ และมาตรการในการดูแลการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าวในฝั่ง จังหวัดเชียงราย
นางสาว ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย ด้านการค้าชายแดน และประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไทย-เมียนมาร์ จังหวัดเชียงรายได้เล่าให้ฟัง พร้อมเปิดเผยว่า ภาคธุรกิจชายแดนต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ หากฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดแล้ว คือ การอำนวยความสะดวกให้การค้าชายแดนมีความคล่องตัวมากขึ้นรวมทั้งส่งเสริมเรื่องการตลาด เพราะการค้าชายแดนจังหวัดเชียงรายเชื่อมกับ 4 ประเทศ คือ ไทย เมียนมา ลาวและจีน ส่วนภาคบริการท่องเที่ยวด้านชายแดนต้องการให้รัฐบาลช่วยเรื่อง Soft Loan และสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
เมื่อวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2563 ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 38th Senior Officials Meeting on Energy and Associated Meetings : The 38th SOME) โดยประเทศไทยได้ส่งมอบการเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ให้ประเทศเวียดนามประธานอาเซียนปี 2563 ซึ่งประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2563
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า อาเซียนได้เร่งความร่วมมือการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) การขยายการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และความร่วมมืออื่นอีก 6 ด้าน
ประเทศไทยได้นำเสนอนโยบาย “พลังงานร่วมใจ รวมไทยสร้างชาติ” ต่อที่ประชุมเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสนับสนุนและร่วมมือกันลงทุนด้านพลังงานในโครงสร้างพื้นฐาน (สายส่งและท่อก๊าซธรรมชาติ) รวมถึงธุรกิจพลังงานสะอาดและนวัตกรรมใหม่ด้านพลังงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยได้ยกตัวอย่างนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทน (RE) และการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผสมน้ำมันดีเซลกับการนำเอทานอลมาผสมน้ำมันเบนซินที่ทำเป็นนโยบายหลักของประเทศ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปะเจริญ
ไปดูบทเรียนที่เกิดขึ้นของ AOT ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีกระทรวงการคลงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยรายได้ของ AOT ที่ลดลง ถือเป็นเรื่องของผลประโยชน์สาธารณะด้วย ทีผ่านมา AOT ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ด้วยการยกเว้นการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ และเลื่อนนับอายุสัมปทานดิวตี้ฟรี ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ในหลายประเด็น ที่ส่งผลต่อรายได้ของ AOT จนนำไปสู่การปรับลดมุมมอง และความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
สำรวจโอกาสธุรกิจไทยใน สปป.ลาวหลังโควิด
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนใน สปป.ลาว จากการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักจากมาตรการ Lockdown ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวซบเซาลงอย่างมาก และกระทบไปถึงการบริโภค
แต่โอกาสทางธุรกิจสำหรับธุรกิจไทยหลังวิกฤต COVID-19 ยังมีอีกมาก เพราะลาวกำลังก้าวออกจากการเป็น Landlocked Country มาสู่ Land-linked Country ด้วยความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ที่เชื่อมต่อหลายประเทศในภูมิภาค
นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน Managing Director of Southeast Asia Law Office ที่ปรึกษากฎหมายนักธุรกิจไทย ใน สปป. ลาว ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการทำธุรกิจใน สปป.ลาว ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะข้างหน้า
ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ร่วมกับเครื่องมือทางนโยบายอื่นๆ ในการทำความเข้าใจปัญหาของภาคเกษตรในช่วงวิกฤติการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา
วานวิจัยชิ้นนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งกระทบหนักกับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย มีภาระหนี้มาก อยู่นอกเขตชลประทานซึ่งไม่สามารถทำเกษตรได้ตลอดทั้งปี และมีทุนทางสังคมต่ำ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทันท่วงที ครัวเรือนอาจต้องใช้วิธีการรับมือที่เป็น last resort เช่น การก่อหนี้สิน หรือการต้องขายสินทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว
แต่วิกฤติครั้งนี้ก็มาพร้อมโอกาส โอกาสที่จะมีแรงงานคุณภาพและอายุน้อยกลับเข้าสู่ภาคเกษตรไทย โอกาสที่จะทำให้เกษตรกรได้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โอกาสที่ทำให้สถาบันในระดับท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น และโอกาสที่ทำให้ทุกคนหันมาพึ่งพิงและพยายามสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งจากข้างใน โดยภาครัฐจะถือเป็นผู้เล่นสำคัญ ที่จะช่วยให้ภาคเกษตรปรับตัวได้ดีในอนาคต
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เศรษฐกิจของอาเซียนปี 2563 หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษ จากการที่ทั่วโลกรวมทั้งอาเซียนใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งการระงับการเดินทางระหว่างประเทศ การรักษาระยะห่างทางกายภาพหรือ Social Distancing การล็อกดาวน์ปิดเมืองทำให้เศรษฐกิจชะงักงัน ห่วงโซ่การผลิตทั่วโลกขาดตอน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย หนึ่งในธนาคารสมาชิกกลุ่มซีไอเอ็มบี กลุ่มการเงินชั้นนำของอาเซียน มองว่าเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนยังแกร่ง และจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปีหน้าและเร็วกว่าประเทศตะวันตก เพราะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคนี้มีจุดแข็ง จากกำลังซื้อในประเทศ และจากชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตได้ดี อีกทั้งความเป็นเมือง (urbanization)
พูดคุยกับนักวิเคราะห์จากวิจัยกรุงศรี ที่ได้ออกบทวิเคราะห์ Research Intelligence ฉบับใหม่ ในประเด็น "พลิกโฉมธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19" ที่ประเมินว่า วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้กระแสต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายอย่างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนอาจทำให้ธุรกิจหลายประเภทไม่สามารถแข่งขันหรืออยู่รอดได้หากยังยึดติดกับโมเดลธุรกิจรูปแบบเดิม พร้อมหาวิธีพลิกโฉมธุรกิจ รับ New Normal หลังวิกฤตโควิด-19
กับนักวิเคราะห์อาวุโส จากวิจัยกรุงศรี ทั้ง 2 ท่าน คือ ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ และคุณปัญจพัฒน์ ประสิทธิ์เดชสกุล ผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ โดยคุณจิระประภา กุลโชติ บรรณาธิการข่าวต่างประเทศจากไทยพับลิก้า
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
เมียนมากำหนดจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 นี้ เพื่อให้ชาวเมียนมาลงคะแนนเลือกผู้แทนเข้าสภาแห่งชาติเมียนมา หรือปีดองซูลุตดอ (Pyidaungsu Hluttaw) ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรหรือปีตูลุตดอ (Pyithu Hluttaw) และสภาชาติพันธุ์หรืออาโยตาลุตดอ (Amyotha Hluttaw) และเป็นการลงคะแนนเลือกตั้ง 5 ปีหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด ต้องจับตาว่า นาง ออง ซานซูจี ผู้นำพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy: NLD) ในวัย 75 ปี ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา จะรักษาตำแหน่งผู้นำรัฐบาลพลเรือนในเมียนมาได้อีกครั้งหรือไม่
ผศ.ดร. ขนิษฐา แต้มบุญเลิศชัย คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดถึงโอกาสทางสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ที่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ทางสังคมและเศรษฐกิจ จากการระบาดของ COVID-19 ได้สร้างบทเรียนและโอกาสที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่าน สู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ในภาวการณ์ที่จำเป็นต้องมีแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากภาครัฐ เพื่อช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจซบเซา Green Recovery หรือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จะเป็นโอกาสที่ดี ที่รัฐจะหันมาทบทวนนโยบายทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
แรงงาน ลาว เมียนมา กัมพูชา ที่ต้องเดินทางกลับประเทศไปในช่วงการระบาดของโควิด-19 จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้อีกอย่างไร เมื่อผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายการกักตัว 14 วัน คนละ 1,000 บาท หรือ 14,000 ต่อคนตามมาตรการของรัฐบาล และอาจจะนำไปสู่การนำเข้าแรงงานทางช่องทางธรรม ชาติ และไทยจะเสี่ยงต่อโควิดรอบ 2 ที่จะมากับแรงงานต่างชาติที่มีถึง 4 แสนกว่าคนหรือไม่ อาจารย์ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศอาเซียน และ ประเทศกลุ่มแม่น้ำโขงจะมาร่วมหาคำตอบ
ดร.สันติธาร เสถียรไทย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท SEA Group บริษัทแม่ของ Shopee, Garena และ AirPay
ที่ล่าสุด ได้ร่วมกับ World Economic Forum ออกรายงานการสำรวจประจำปี เรื่องผลกระทบ และการปรับตัวของเยาวชน หรือคนรุ่นใหม่ในอาเซียน จาก COVID-19 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 68,000 คน ที่เป็นเยาวชน หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
รศ.ดร. กิริยา กุลกลการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยการสำรวจผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ต่อแรงงานและการจ้างงานในอนาคต โดยเน้นศึกษาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมตั้งคำถามถึงโลกการทำงานแห่งอนาคต ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างไร กระทบต่อแรงงานมากน้อยแค่ไหน ทักษะหรือการปรับตัวที่จำเป็น เพื่อให้อยู่รอดในโลกอนาคต
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก จะพาไปประเมินผลกระทบที่สำคัญของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ความเปราะบางของครัวเรือน และผู้ประกอบการ รวมไปถึงข้อเสนอของธนาคารโลกที่มีต่อประเทศไทย ที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยอาจหดตัวกว่าร้อยละ 5 ในปีนี้ และน่าจะใช้เวลามากกว่าสองปีกว่าที่จะกลับไปแบบเดิม ก่อนที่จะประสบปัญหาโควิด-19
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP08 เปิดเทอมใหม่ จากวิกฤติ COVID สู่วิกฤติการศึกษา
ต้อนรับเปิดเทอมกับ ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่ห่วงผลกระทบจาก COVID-19 จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะเด็กหลายล้านคน ที่มีความเสี่ยงไม่ได้กลับเข้าโรงเรียนเพราะวิกฤติในครั้งนี้
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP07อธิบดีสรรพากร ออกแบบนโยบายภาษี ฝ่า COVID-19
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร พูดถึงมาตรการของกรมสรรพากร “เลื่อน-เร่ง-ลด-จูงใจ” เพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชนกว่าแสนล้านบาท ในช่วงโควิด – 19 พร้อมวิธีการปฏิรูประบบภาษีของไทยในยุค Digital Transformation
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP06 โควิด 19 กับ 19 นักเศรษฐศาสตร์: ใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมรับมือ COVID-19 ในสังคมไทย-อังกฤษ
นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม อธิบายเรื่องพฤติกรรมคนในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่อาจจะมีเหตุผล และไม่มีเหตุผลในเวลาเดียวกัน เช่น ทำไมคนไม่ยอมใส่หน้ากาก หรือเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งที่รู้ว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้ ปัจจัยอะไรคือสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมคนในยุค COVID-19 การออกแบบนโยบายของภาครัฐ และการกลับมาเปิดเมือง โดยไม่ให้มีการระบาดครั้งใหม่จะเป็นอย่างไร ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี และ ดร.ธานี ชัยวัฒน์ จะมาอธิบายด้วยหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ในบริบทของสังคมไทย และสังคมของประเทศอังกฤษ
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP05 สิ่งที่ “ธนินท์ เจียรวนนท์” อยากให้โลกรู้ – รัฐบาลทำ
หาทางออกให้กับประเทศไทยจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ผ่านมุมมองของคุณ “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หนึ่งในนักธุรกิจที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงเชิญอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เข้าร่วมเสนอแนะแนวทางแก้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ในเรื่องมาตรการด้านดิจิทัลในยุคนิวนอร์มอล มาตรการดึงดูดคนเก่งและผู้เชี่ยวชาญมาอยู่ในเมืองไทย มาตรการช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยว มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น และมาตรการปฏิรูประบบชลประทาน
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP04 โควิด 19 กับ 19 นักเศรษฐศาสตร์: ปฏิรูปนโยบายการคลัง เพื่อสร้างสวัสดิการที่ยั่งยืน . เศรษฐกิจที่บอบช้ำจากวิกฤติในครั้งนี้ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการเยียวยา เราจะใช้ช้วิกฤติโควิด สร้างสวัสดิการให้กับประเทศไทยได้อย่างไร ข้อควรระมัดระวังในการใช้นโยบายทางการคลัง และการใช้เงินจาก พรก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมีอะไรบ้าง มาพูดคุยกับ ดร.ธร ปีติดล ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล และ ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ผู้เขียนบทความจากซีรีย์ "โควิด 19 กับ 19 นักเศรษฐศาสตร์" ใน ThaiPublica . อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP03 ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย จากโควิด-19 . หาวิธีฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย จากโควิด-19 ในประเด็นเศรษฐศาสตร์มหภาค ความเหลื่อมล้ำ และเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข กับ ดร.ดอน นาครทรรพ ดร.สมชัย จิตสุชน และ ดร.นพพล วิทย์วรพงศ์ ผู้เขียนบทความจากซีรีย์ "โควิด 19 กับ 19 นักเศรษฐศาสตร์" ใน ThaiPublica . อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube Apple Podcast Google Podcast Spotify Soundcloud . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
ข่าวเจาะ EP02 โควิด 19 กับ 19 นักเศรษฐศาสตร์ . 'ข่าวเจาะ' Podcast รายการข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน โดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า มาในตอนที่สอง . จิรัฐิติ ขันติพะโล จะพาไปพูดคุยกับนักเศรษฐศาสตร์ ตัวแทนกลุ่ม 19 นักเศรษฐศาตร์ ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ และ ดร.ณชา อนันต์โชติกุล เรื่องทางออกของประเทศไทย ในหลายมุมมองทางเศรษฐกิจ . อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube Apple Podcast Google Podcast Spotify . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล
'ข่าวเจาะ' Podcast รายการข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน โดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า เปิดตัวครั้งแรก กับเรื่อง COVID-19 วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุข ที่กำลังก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลกตามมา . สถานการณ์ COVID-19 อาจจะอยู่กับเรานานกว่าที่เราคิด ขณะที่มาตรการปิดเมือง หยุดเศรษฐกิจ กำลังทำให้เศรษฐกิจล่มสลาย วิธีที่เราจะก้าวผ่าน และอยู่กับ COVID-19 คืออะไร จิรัฐิติ ขันติพะโล จะพาไปตั้งคำถาม สำรวจ และวิเคราะห์หาวิธี 'เอาชนะ COVID-19' กับ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เขียนหนังสือ "Beating Covid-19 เอาชนะโรคร้ายด้วยความเข้าใจ" . อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube Apple Podcast Google Podcast Spotify . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล . หนังสือ ‘Beating COVID-19 เอาชนะโรคร้ายด้วยความเข้าใจ’ ดาวน์โหลดได้ที่ https://thaipublica.org/2020/04/kkp-openbooks-beating-covid-19
รายการข่าวเจาะ Podcast โดยสำนักข่าวออนไลน์ ThaiPublica ที่จะพาคุณไปพบกับข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน เพื่อความโปร่งใสของประเทศไทย ในประเด็นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความยั่งยืน พร้อมบทสัมภาษณ์สุดพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญในประเด็นที่น่าสนใจ คัดสรรโดยกองบรรราธิการสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า . ดำเนินรายการโดย จิรัฐิติ ขันติพะโล