ค้นหาและดึงสิ่งที่ดีๆของตนเองออกมา พัฒนาสิ่งดีๆนั้นให้เพิ่มมากขึ้น เป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น พบกับความสุขที่แท้จริง และแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป
การสนทนานั้นไม่ง่ายเสมอไป จะทำอย่างไรเมื่อการสนทนานั้นไปต่อไม่ได้ ลองเทคนิคฟังขั้นเทพ AMPP กันดูนะครับ
ศักยภาพสมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกดึงมาใช้งานอย่างเต็มที่ เหตุเพราะจิตซึ่งก็คือเจ้านายสมองนั้นอ่อนแอ หนีหาย ไม่อยู่ควบคุมดูแล “การเพิ่มพลังญาณทัศนะ” หมายถึง การเพิ่มพลังจิตให้สามารถใช้งานสมองได้อย่างเต็มศักยภาพ
อ่านแล้วสนุก เข้าใจ แต่เวลาผ่านไปก็จำเนื้อหาไม่ได้ บอกเล่าต่อไม่ถูก นำไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้ ลองมาฟังเทคนิคอ่านให้ไม่ลืมของจิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นกันดูครับ
สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ล้วนมีนัยยะหรือมีเงื่อนงำซ่อนอยู่ ขอเพียงหยุดมอง ใคร่ครวญ ใช้ความกล้าก้าวข้ามความกลัว เดินหน้าเข้าไปหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า แล้วเราจะไม่เสียใจเสียดายเมื่อเวลาของเราหมดลง
TED Talk เป็นเวทีพูดระดับโลกที่โด่งดังมาก มิใช่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ต้องสร้างแนวคิดและแรงจูงใจ ให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจจนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเราในทางที่ดีขึ้นต่อไป
TED Talk เป็นเวทีพูดระดับโลกที่โด่งดังมาก มิใช่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ต้องสร้างแนวคิดและแรงจูงใจ ให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจจนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเราในทางที่ดีขึ้นต่อไป
เราสั่งสมความรู้ แรงปรารถนา จิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และอื่นๆอีกมามากอยู่ภายในจิตใต้สำนึก การหามุมเงียบสงบ และให้เวลากับการเขียนระบายออกมา จะช่วยดึงศักยภาพความเป็นอัจฉริยะของเราออกมาได้
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เมื่อแก่ตัวลงจะมีแต่ความเสื่อม แต่แท้ที่จริงแล้ว ความชรายังมีส่วนดีๆอีกมากมาย รวมทั้งเราสามารถโค้ชตัวเราเองให้เข้าสู่วัยชราได้อย่างสง่างาม และมีความสุข
เตรียมพร้อมหยิบสมุดจับปากกา เราจะมาลงลึกทำกิจกรรมง่ายๆ 7 ขั้นตอน เพื่อวางแผนชีวิตที่น่ามหัศจรรย์ในช่วงเกษียณของเรากันครับ
ตุลาคมเป็นเดือนเริ่มต้นของคนวัยเกษียณ แต่เราก็สามารถออกแบบชีวิตที่ไม่เกษียณของเราได้ เพื่อจะได้พบชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น มาลองฟังเทคนิคการออกแบบชีวิตที่ไม่เกษียณกันครับ
การสนทนาเป็นกิจกรรมที่เราทำกันเป็นปกติ แต่ที่จริงแล้วมันไม่ปกติ เพราะเรามักตกหลุมพลางในระหว่างการสนทนาโดยที่เราไม่รู้ตัว มาดูกันครับว่าเราได้เคยตกหลุมพลางอะไรกันบ้าง แล้วเราจะระมัดระวังไม่ให้ตกหลุมเหล่านี้ได้อย่างไร
การสนทนาที่ดี ย่อมนำพามาซึ่งความสัมพันธ์ที่ดี และมีความสุข แต่ทั้งๆที่รู้ถึงความสำคัญของมัน เราก็มักทำพลาดอยู่บ่อยๆ ลองฟังและพิจารณากลยุทธ์การสนทนาที่ดี 5 ข้อนี้ดูกันครับ
ปัจจุบันเราแทบไม่ค่อยได้คุยกัน เรามัวแต่ก้มหน้าส่งและอ่านข้อความสั้นๆ สติกเกอร์ ถึงเวลาสนทนาก็มีคนพูดมากกว่าคนฟัง หรือหนักมากก็ไม่มองหน้าคุยกันเลย ตามด้วยภาวะซึมเ
การฟังที่ดีจะก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ดี และตามมาด้วยความสุข จะทำอย่างไรเมื่อมีแต่คนชอบพูด ไม่ยอมฟังกัน มาฟังเทคนิคการฟังให้ได้ใจกันครับ
ชีวิตเรามี 2 โลก เรามัวแต่ฟังเสียงจากโลกภายนอก จนหลงลืมเสียงจากโลกภายใน มาเรียนรู้ที่จะฟังและพูดคุยกับโลกภายใน เพื่อพัฒนาชีวิตที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง และอยู่ร่วมกับโลกภายนอกได้อย่างมีความสุข
การอ่านพาเราไปสู่โลกใหม่ ปรับเปลี่ยนความคิด สร้างจินตนาการ พาไปสู่การปฏิบัติ และนี่คือ 21 กลเม็ดที่จะช่วยให้การอ่านสนุก และได้ประโยชน์มากขึ้น
มนุษย์มีสมองที่พัฒนาได้สูงสุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ แต่การใช้สมองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดยังมีความแตกต่างกันมาก การฝึกจิตหรือที่ชาวพุทธเรียกว่าการเจริญภาวนานั้น สามารถช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น
ชีวิตเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นมีค่ายิ่งนัก อย่าปล่อยให้เสียเวลาไป แล้วมาเสียใจเสียดายเมื่อใกล้ตาย อย่าประมาทให้รีบทำ 5 สิ่งนี้ แล้วจะพบกับความสุขที่แท้จริงในชีวิต
รู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง ยอมรับตัวเอง ยอมรับผู้อื่น จะนำพามาซึ่งชีวิตที่โปร่งเบา และมีความสุข
มนุษย์ทุกคนสามารถเป็นอัจฉริยะได้ ขอเพียงเรารู้หนทางแล้วดึงศักยภาพพิเศษเฉพาะตัวของเราออกมา
ในการสนทนามักเข้าใจผิดว่า “การพูดเก่ง “ สามารถมีอิทธิพลโน้มน้าวใจคู่สนทนาได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว “การฟังเก่ง” กลับช่วยได้มากกว่า
มนุษย์ทุกคนมีพลังซ่อนเร้นอยู่ เป็นขุมทรัพย์ที่มีค่ามาก ถ้าเราค้นพบ และได้ใช้มัน ชีวิตจะมีทั้งความสุข และความส
ฟีดแบค คือการพูดคุยสะท้อนกลับเพื่อการพัฒนา มีประโยชน์มาก แต่ถ้าทำไม่ถูก หรือไม่กล้าทำ ก็จะพลาดโอกาสดีไป
มีเพื่อนมากไม่ใช่ดีเสมอไป ตรงข้ามอาจนำเรื่องวุ่นวายใจ ให้ต้องเสียพลัง สู้มีเพื่อนน้อย แต่เป็นเพื่อนดีดั่งกัลยาณมิตรไม่ได้
มนุษย์ทุกคนอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ด้วย การสบตา และสร้างรอยยิ้ม ที่มีพลัง เป็นธ
ถ้าต้องการสร้างหรือเพิ่มพูนความรักให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือสิ่งใดก็ตาม ใช้ความถี่ของการฟัง เห็น พูดบ่อยๆ โดยไม่ต้องเยอะ เดี๋ยวความรักมันจะเพิ่มพูนขึ้นมาได้เอง
การสร้างผลงาน(output)มากๆ โดยไม่ดูผลงาน(outcome) ผลที่ได้คงมีแค่ปริมาณและความเร็ว แต่คุณภาพอาจไม่ดีขึ้น หรือซ้ำร้ายมีผลแทรกซ้อนตามมา สิ่งที่จะช่วยได้คือ การขอรับคำชี้แนะผลงานนั้น(feedback)
เรามักชอบ input หมายถึง การเสพผลงาน เพราะมันสบายกว่า output คือ การสร้างผลงาน แต่ความลึกซึ้ง พัฒนา และมีความสุข มักจะมาจาก output
การพูดทุกครั้งจะสูญเสียพลังงาน และเกิดสารพิษตกค้าง ทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ ส่วนการเงียบนั้น นอกจากลดผลเสียที่กล่าวมาแล้ว ยังเป็นการปฏิธรรมในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
พูดอะไร คือเนื้อหา พูดอย่างไร คือศิลปะ การฝึกฝนพัฒนาศิลปะการพูด จะช่วยให้พูดฟังเข้าใจ ยอมรับ จดจำ ได้รับประโยชน์
ศูนย์พลังงานหัวใจอยู่กลางทรวงอก มีพลังสูงกว่าศูนย์พลังงานสมองที่อยู่กลางสมองมากมายนัก ทำการสิ่งใดให้สำเร็จ ต้องเริ่มที่หัวใจก่อนหัวสมอง
ชีวิตของเราประกอบไปด้วยผู้นำทางทั้ง ๔ คือ สติ ปัญญา สัมปชัญญะ และสมาธิ ลองมาฟังคำอธิบายง่ายๆสนุกๆกันครับ
ธรรมชาติของมนุษย์ชอบพูดมากกว่าฟัง ชอบอ่านมากกว่าเขียน เพราะการฟังกับการเขียน ต้องตั้งใจและฝึกฝน แต่จะช่วยพัฒนาให้ชีวิตเราดีและมีความสุขมากขึ้น
ความคิดมีทั้งแบบที่เราตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะเราไม่ได้ควบคุม ล่องลอย ฟุ้งซ่าน ปรุงแต่ง ก่อให้เกิดทุก
นิสัย คือการกระทำที่ติดตัว มันฝังเป็นเส้นทางอยู่ในสมอง มารู้ขบวนการเกิดนิสัย และเทคนิคการยกเลิกนิสัยไม่ดีที่เราไม่ต้องการกัน
ความคิดที่เรารู้ตัว ตั้งใจ และคิดเป็นเรื่องๆนั้น ดี มีประโยชน์ แต่ในชีวิตจริง ความคิดส่วนใหญ่เป็นปัญหา นำพามาซึ่งความทุกข์ มาฝึกไม่คิดความคิดแบบนั้นกันครับ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว มาเรียนรู้เทคนิวิธีฝึกจิตให้ทำงานสู่ความสำเร็จ และเพื่อความสุขกันครับ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว มาเรียนรู้เทคนิวิธีฝึกจิตให้ทำงานสู่ความสำเร็จ และเพื่อความสุขกันครับ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว มาเรียนรู้เทคนิวิธีฝึกจิตให้ทำงานสู่ความสำเร็จ และเพื่อความสุขกันครับ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว มาเรียนรู้เทคนิวิธีฝึกจิตให้ทำงานสู่ความสำเร็จ และเพื่อความสุขกันครับ
ชีวิตมนุษย์มี 2 ด้าน คือ ด้านนอก และด้านใน เพื่อน “ตั้ว” เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆของการใช้ชีวิตที่สอดคล้อง กลมกลืนกับชีวิต 2 ด้านนั้น
เราต้องตายแน่ๆ เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ถ้าเราได้ทำตามความลับ 5 ข้อนี้ เราจะยินดีในชีวิตที่ผ่านมา และพร้อมเมื่อความตายนั้นมาถึง
เมื่อยามที่เรามีเวลาเหลือน้อยลงในการที่จะมีชีวิต เราจะเริ่มนึกเสียใจที่ไม่ได้ทำบางสิ่งบางอย่าง แล้วอะไรคือสิ่งที่คนใกล้ตายเสียใจมากที่สุด
เรามักจะเคยชินกับการฟังเพียงแค่ยืนยันสิ่งที่เรารู้ ซึ่งก่อประโยชน์น้อยมาก แต่ถ้าเราฝึกการฟังเพิ่มมากขึ้น เราจะสามารถเปิดญาณทัศนะที่อยู่ในตัวเรา ออกมาสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมายมหาศาล
มนุษย์ในอดีตมีอารมณ์ลบมาก เหตุผลเพราะต้องระแวดระวังภัยเพื่อการอยู่รอด แต่มนุษย์ปัจจุบันมีความปลอดภัยมากมาย แต่ก็ยังสร้างอารมณ์ลบให้กับตัวเองตลอดเวลา ชีวิตจึงจมปลักความทุกข์ ความสุขลดน้อยลง มาเรียนรู้เทคนิคการสร้างอารมณ์บวกกันครับ
จิตตก ท้อแท้ สิ้นหวัง หมดพลัง จะทำอย่างไรดีในสถานการณ์เช่นนี้ การรู้ตัว ยอมรับ ยกจิตขึ้น ก้าวออกจากพื้นที่เดิมๆ ออกมาท้าทายกับชีวิต สร้างความกล้า ชนะความกลัว เราจะผ่านมันไปได้ในแบบที่ดีขึ้น
ความสุขมีอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นความสุขที่ว่างเปล่า ที่ต้องเหนื่อยในการไล่ล่าอย่างไม่รู้จบ ชีวิตที่มีความหมาย จะให้คุณค่า ให้พลังชีวิต และนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง
เรามาถึงยุคที่ชีวิตมันย้อนแย้งกัน(Paradox) คือ มีมากเหมือนมีน้อย เพราะเราถูกกระแสสังคมพัดพาไป รวมทั้งโลกภายในเราก็ปั่นป่วนตามไปด้วย การออกแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่เป็นตัวของตัวเอง จะทำให้เราพบกับชีวิตที่วิเศษสุดได้จริงๆ
เรากำลังถูกเวลาเล่นงาน เราเร่งรีบ อ่อนล้า หมดแรง พลังชีวิตถดถอย ลองมาดูตัวอย่างของการออกแบบ “ชีวิตที่เนิบช้า” แล้วจะพบว่า เราสามารถสร้างมหัศจรรย์ให้กับชีวิตของเราได้จริง
ชีวิตเราวุ่นวาย ซ้ำซาก อึดอัด หนัก เพราะว่าเราทำหลายสิ่งหลายอย่างมากเกิน ขาดเวลา ขาดอิสรภาพ ลองมาเลือกออกแบบและใช้ชีวิตตามที่เราต้องการจริงๆดูครับ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เลย แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ การปรับจิตใจ เพิ่มพลังชีวิต ก้าวออกจาก old normal เพื่อเข้าสู่ new normal
เรากลัวความผิดพลาด ความล้มเหลว เราจึงปฏิเสธ ไม่ยอมรับมัน แล้วก็ดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตก็จะเป็นแบบเดิมๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาคิดแบบกล่องดำ เราจะสามารถใช้มันในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้
การเดิมพัน ไม่ใช่การพนัน เพราะการเดิมพันจะมองไปที่การสูญเสีย แต่การพนันจะมองไปที่การได้รับ ถ้าเรายอมรับกับการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ เราก็สามารถทำอะไรมากมายให้ประสบความสําเร็จได้
เวลาพูดถึงโชคดี เรามักจะคิดเกี่ยวกับดวงชะตา หรือความบังเอิญ แต่วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า โชคดีเราสร้างได้ และโชคร้ายก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน
สมองของมนุษย์เราเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือการใช้สมองให้เกิดประสิทธิภาพ มาเรียนรู้และฝึกฝนก็ใช้สมองให้ทำงานได้อย่างเต็มที่กันครับ
เรียนก็แล้ว ลงมือทำก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะยังไม่เข้าใจหลักการของการฝึกทักษะใหม่ให้ได้ผลเร็ว
เราเรียนกันมากมาย แต่เรายังไม่ได้เรียนรู้อย่างแท้จริง เพราะขาดการปฏิบัติ แล้วจะเรียนอย่างไร ถึงจะเริ่มลงมือทำได้
ท่าทางที่แสดงออกของร่างกายเรานั้น สามารถส่งผลต่อจิตใจ โดยผ่านกลไกทางสมอง ซึ่งจะส่งต่อไปถึงพฤติกรรมและชีวิตของเรา
ความคิดผุดขึ้นตลอดเวลา และนำพาให้เรากระทำสิ่งต่างๆโดยไม่รู้ตัว ไม่ตั้งใจ ทำอย่างไรถึงจะเท่าทันความคิด ควบคุมความคิด ใช้ความคิดได้อย่างที่เราต้องการ
ความคิด ที่เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่ไร้สาระและไม่มีประโยชน์ แล้วเจ้าวายร้ายความคิดเหล่านั้นมันเกิดมาได้อย่างไร
สมองก็เหมือนอวัยวะอื่นที่ต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่เราก็ยังมีวิธีที่สามารถยืดหรือชะลอความเสื่อมนั้นให้น้อยลงและช้าลงได้
เมื่อเราเห็นอารมณ์ที่ผุดขึ้นมาแล้วจนมันสงบ ถามตัวเองต่อว่าชีวิตเราต้องการอะไร เราต้องการทำอะไรตอนนี้ แล้วดำเนินการฝึกฝน ฝึกฝืน เพื่อไปสู่ชีวิตที่เราต้องการจริงๆ
การรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกให้ได้อย่างว่องไวนั้น ต้องเริ่มจากการยอมรับทุกอารมณ์ในตัวเราก่อน ตามด้วยการเป็นผู้ดูอารมณ์นั้นอย่างเฉยๆ
การรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึก(Emotional agility) จะช่วยนำพาชีวิตเราให้ดีขึ้น ตรงข้ามกับ การติดแข็งกับอารมณ์ความรูสึก (Emotionl rigidity)
การรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึก(Emotional agility) จะช่วยนำพาชีวิตเราให้ดีขึ้น ตรงข้ามกับ การติดแข็งกับอารมณ์ความรูสึก (Emotionl rigidity)
เราสามารถปรับเปลี่ยนหรือออกแบบชีวิตเราให้ดีขึ้นตามที่เราต้องการได้ เริ่มจากการรู้เท่าทันจิต ปรับจิตเข้าสู่สภาวะปกติ สำรวจความคิด ความเชื่อ มุมมองที่เป็นตัวบงการ ปรับเปลี่ยนมันเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับคุณค่าและเป้าหมายชีวิตที่เราต้องการ แล้วพฤติกรรมของเราจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นตามที่เราต้องการ
หยุดดู ดักจับอารมณ์ ความรู้สึกที่ขุ่นมัว ที่ก่อทุกข์ ขณะนั้นได้ให้เร็วที่สุด แล้วนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมตัวเอง
เมื่อยามจิตตก เรามักจะจมอยู่ในความทุกข์ใจนั้นนาน หรืออาจจะขุดหลุมดำดิ่งจมความทุกข์ใจนั้นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้ และหมั่นฝึกการดึงจิตบ่อยๆ
ความยืดหยุ่นทางจิต หรือ ความสามารถในการคืนกลับของจิตเข้าสู่สภาวะปกติ มีศัพท์เฉพาะ คือ Resilience หมายถึง ยามเมื่อเราอยู่ในสภาวะจิตตก เราสามารถที่จะดึงจิตของเราขึ้นมาได้ง่ายและเร็ว
การเจริญภาวนาในความฝัน เปรียบได้กับการเตรียมตัวสอบซ้อม เพื่อพบกับการสอบไล่ที่แท้จริง นั่นก็คือ “การเผชิญหน้ากับชีวิตหลังตาย” นั่นเอง
การหลับ เปรียบได้กับการตาย การฝัน เปรียบได้กับชีวิตหลังตาย การตื่น เปรียบได้กับการเกิดใหม่ การฝึกซ้อมการรู้ตัว และการเจริญภาวนาในขณะฝัน จะช่วยให้เรามีสติระลึกรู้ในช่วงชีวิตหลังตาย เราจะไม่หลง และสามารถไปเกิดในภพภูมิที่ดีได้ต่อไป
เราจะใช้ประโยชน์จากความฝันได้ เราต้องจดจำและบันทึกความฝันที่เกิดให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงสร้างขบวนการรู้ตัวในขณะฝันให้ค่อยๆเพิ่มมาก
เราสามารถใช้ประโยชน์จากการฝันได้ คือ ฝึกความจำ วิเคราะห์แปลความฝัน เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ฝึกปฏิบัติธรรม เตรียมตัวกับการตาย
พุทธศาสนาได้กล่าวถึงเหตุที่ทำให้เกิดฝันขึ้นนั้นมี 4 ประการคือ บุพพนิมิต จิตอาวรณ์ เทพสังหรณ์ และธาตุกำเริบ