ในชีวิตคริสเตียนเราย่อมต้องมีการทำงานรับใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิต แต่หากเราไม่ได้จัดสมดุลย์ให้ดี ระหว่างการดูแลสุขภาพ ร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณแล้วล่ะก็ การตั้งหน้าตั้งตารับใช้ หรืออุทิศตัวแก่คริสตจักรอย่างหนักเกินไป อาจส่งผลเสียต่อเราจนถึงขั้น หมดไฟในการรับใช้หรือ Burn out ได้ คริสเตียนจำนวนมากเมื่อเริ่มเติบโตขึ้นในความเชื่อก็มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นตามไปด้วย
วันนี้ชูใจจึงอยากจะชวนเรามาสำรวจตัวเองว่าเรากำลัง เสี่ยงหรืออยู่ในภาวะหมดไฟ Burnout รึเปล่า? และ เราจะมีวิธีการยังไงเพื่อเติมไฟในการรับใช้ และรับใช้อย่างมีความสุข?
10 สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าเราอาจ Burn Out จากการรับใช้ [นาทีที่ 2.40] * เริ่มอ่อนเพลียทางด้านร่างกายและจิตใจ * เริ่มขาดแรงจูงใจในการรับใช้ * เริ่มมองโลกในแง่ลบ * มีความเครียดเรื้อรัง และไม่มีสมาธิ * ประสิทธิภาพในการทำงานรับใช้ลดลง * มีปัญหากับคนรอบข้าง * ไม่มีเวลาดูแลหรือเพิกเฉยที่จะดูแลตัวเอง * หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องงาน/การรับใช้ แม้ในเวลาที่ควรพักผ่อน * ความสุขในการรับใช้ลดน้อยลง (ขาดสันติสุขในการรับใช้) * สุขภาพย่ำแย่ เป็นโรคและอาการเจ็บป่วย ที่มีผลมาจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และผลพวงจากความเครียด
4 เคล็ดลับในการจุดไฟในการรับใช้ [นาทีที่ 5.25] 1. หมั่นทบทวนเป้าหมายในการรับใช้ของเรา (ทบทวนเรื่องการทรงเรียก เพื่อให้เราระลึกได้อยู่เสมอว่า สิ่งที่เรารับใช้นั้นทำไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร) 2. เข้าสู่โหมดพักอย่างแท้จริง (ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพักสงบในพระเจ้าเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระองค์) 3. เปิดใจพูดคุย/ระบายความในใจกับเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนฝ่ายจิตวิญญาณ (เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เห็นใจ และเป็นที่สนับสนุนทางจิตใจแก่กันและกัน) 4. จัดระเบียบชีวิตให้ดีขึ้น (บ่อยครั้งความวุ่นวาย ยุ่งเหยิงในการรับใช้ของเรา มีปัจจัยมาจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงของตัวเราเอง การจัดการกับตัวเองจะช่วยให้เรารับใช้ได้ราบรื่นขึ้น Work Smart not Work Hard)
_________________________
“การรับใช้ด้วยหัวใจ คือ...หัวใจแห่งการรับใช้”